ผู้ชายไทยส่วนใหญ่มักไม่ค่อยจะให้ความสนใจในเรื่องของทรงผมกันมากนัก หรือไม่ก็จะทำตัวตามกันไปหมดจนแทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร เห็นเค้าว่าทรงนี้ดี ทรงนี้กำลังฮิต ก็ทำตามกันโดยไม่ได้รู้ที่มาที่ไป หรือดูความเหมาะสมกับสไตล์ของตัวเอง ซึ่งอย่างที่เราเคยบอกไปหลายครั้งว่าเรื่องของทรงผมนั้น “ไม่มีกฎตายตัว” ไม่มีใครฟันธงได้ว่าแบบไหนถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเข้ากันระหว่างสไตล์ที่เลือกใช้ กับคาแรคเตอร์ บุคลิก และตัวตนของคุณมากกว่า ขอแค่คุณหาตัวเองจนพบว่าจริง ๆ ชอบอะไร ทำอะไรแล้วรู้สึกมั่นใจ เพราะบางครั้งการทำผมแบบดาราในดวงใจ ผมที่ได้ชื่อฮิตอันดับหนึ่งของโลก ก็ไม่ได้ช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่มีสไตล์ดีขึ้นได้ถ้ามันไม่ใช่ตัวตนของคุณ เพื่อเป็นการแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร สไตล์ทรงผมแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะการพัฒนาสไตล์ถือเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างความเป็นตัวเองได้ง่ายที่สุด วันนี้เรามีแนวทางมาช่วยแนะนำผู้ชายทุกคนที่ต้องการจะพัฒนาบุคลิกตัวเองให้ดีที่สุดด้วยการ “Find the right hairstyle for you” PICK THE BEST HAIRSTYLE เติมเต็มสไตล์ของตัวเอง นอกจากเสื้อผ้า เรื่องทรงผมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มสไตล์และคาแรคเตอร์ของเราให้สุดทาง สามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง ต่อให้แต่งตัวดีแค่ไหน แต่ถ้าเลือกทรงผมไม่เข้ากับสไตล์และรูปหน้า หรือเซ็ทผมออกมาได้ไม่ดี ก็ทำให้ภาพรวมดูขัดใจได้ง่าย ๆ เหมือนกัน ทรงผมผู้ชายมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะเหมาะกับผมทุกทรง ซึ่งเราแนะนำให้เลือกทรงผมที่ใช่ โดยใช้รูปหน้าเป็นจุดหลักในการช่วยตัดสินใจ จะทำให้ได้ไอเดียช่วยเลือกและจัดแต่งทรงผมได้ง่ายขึ้น รูปทรงไข่ (Oval Face) คือทรงหน้าที่น่าอิจฉา เพราะมีอัตราส่วนค่อนข้างสมบูรณ์แบบ
เปิดตัวทีเด็ดออกมาไม่หยุด สำหรับการเดินหน้าเต็มสูบเข้าสู่โลกของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ Mercedes-Benz ก่อนหน้านี้พึ่งจะเซ็ทมาตรฐานความแรงใหม่ให้รถยนต์ 4-door ด้วย Mercedes-AMG GT63 S E Performance 831 แรงม้าจากโรงงาน ล่าสุดได้ตอกย้ำความล้ำหน้าด้วยการเปิดตัว G-Class พลังงานไฟฟ้า ว่าที่เจ้าแห่ง eSUV ที่จะมาถึงในปี 2025 Mercedes-Benz เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล EQ ด้วยการนำ G-Class ที่สุดของ SUV ทรงกล่องสุดคลาสสิค มาอัพเกรดขุมพลังใหม่สุดล้ำให้เป็นไฟฟ้าเต็มระบบในชื่อรหัส “EQG” Concept ซึ่งไม่ใช่แค่ขายฝันหรือเน้นทำข่าว เพราะ all-electric G-Class คันนี้กำลังจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงเร็ว ๆ นี้ ดีไซน์ภายนอกของ EQG ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ G-Class มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในตระกูล EQ และนั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี จุดเด่นที่ใช้แยกความแตกต่างคือกระจังหน้าที่มาพร้อมแสงไฟสีฟ้าเรียงตัวด้วย 3D effect สัญลักษณ์ของรถ Mercedes-EQ ทุกรุ่น Mercedes-Benz เลือกใช้สี
ถ้าหากพูดถึงแบรนด์ผู้ผลิตยางระดับโลกอย่าง ‘Continental’ เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ เพราะไม่ว่าเวลามองไปที่ยานพาหนะอะไรที่มีล้อ เราก็มักจะเห็นยางคอนติเนนทอลติดอยู่ด้วยเสมอ โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบในเรื่องยานยนต์ ยานพาหนะ และอยู่ในแวดวงความเร็วแล้ว Continental ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตยางรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และได้ผ่านการพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยผลงานมากมายทั้งในและนอกสนาม ปัจจุบัน Continental คือหนึ่งในผู้ผลิตยางที่ดีที่สุดในโลก จากการ ‘ได้รับคะแนนการโหวตสูงสุดเป็นจำนวน 454 ครั้ง จากการทดสอบทั้งหมด 575 ครั้ง‘ และยังครองตำแหน่งยางรถยนต์ที่แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้มากที่สุดในโลก ถึงขนาดมีสถิติว่า ‘รถทุก ๆ 3 คัน ในยุโรป จะต้องใช้ยางคอนติเนนทอลอย่างน้อย 1 คัน‘ เป็นยางรถยนต์ที่แบรนด์ชั้นนำจากยุโรปต่างเลือกใช้ ไม่ใช่แค่ในยุโรป ปัจจุบัน Continental กับคนไทยมีความผูกพันมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่วันที่ Continental ได้ตัดสินใจลงหลักปักฐานสร้างโรงงานบนพื้นที่ขนาด 470 ไร่ ที่มีมาตรฐานและเทคโนโลยีระดับโลกเทียบเท่าโรงงานในประเทศเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2560 และที่พิเศษไปกว่านั้น ในวันที่ 8 ตุลาคมปีนี้ ถือเป็น ‘วันครบรอบปีที่ 150 ของการก่อตั้งบริษัท Continental’ อย่างเป็นทางการ วันนี้
สำหรับ Car Enthusiast ทุกคน แค่เห็นชื่อ Pininfarina ก็สามารถนึกภาพรถดีไซน์ล้ำสวยงามตามออกมาได้ไม่รู้จบ และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่สำนักออกแบบจาก Italy ดีไซน์ Driving Simulator สำหรับนักขับที่อยากซ้อมฝีมือแบบ indoor และแน่นอนว่าดีไซน์สวยล้ำนำโลกเหมือนเดิม Leggenda eClassic Driving Simulator ออกแบบและสร้างขึ้นด้วยวิธี hand-built ทั้งคัน ผลิตในโรงงาน Cambiano, Italy ซึ่งเป็น headquarter ของ Pininfarina จึงการันตีได้เรื่องการควบคุมคุณภาพในระดับสูงสุดเช่นเดียวกับการผลิตรถยนต์ที่ประณีต สร้างขึ้นเพื่อจำลองความตื่นเต้นของอารมณ์การขับขี่ในสนามแข่งด้วยรถยนต์คลาสสิค ความสวยงามของ Leggenda eClassic Driving Simulator นั้นห่างไกลจาก driving sim อื่น ๆ ที่คุณเคยเห็นมาทั้งชีวิต ส่วนบอดี้รถได้แรงบันดาลใจมาจาก Cisitalia 202 รถสปอร์ต two-seat grand tourer ที่ Pinin Farina ออกแบบในปี 40s ซึ่งเป็นรถที่สวยงามจนถูกเก็บรักษาไว้ใน
จะเป็นอย่างไรถ้าเราอาศัยอยู่ในยูโทเปีย โลกที่เราไม่ต้องทำงานหาเงินเพื่อใช้จ่าย อยู่ฟรี กินฟรี เพราะทรัพยากรมีให้เราอย่างเพียงพอ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเรื่องที่สุดยอดไปเลย นี่มันโลกในฝันชัด ๆ แต่ในความเป็นจริง การอาศัยอยู่ในยูโทเปีย อาจนำไปสู่การสูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิตได้ อ้างอิงจากการทดลองหนึ่งของ John Calhoun นักวิจัยด้านจิตวิทยาจาก National Institute of Mental Health (NIHM) ซึ่งทำให้เรามองเห็นสาเหตุที่ยูโทเปียจะทำให้เกิดวันสิ้นโลกมากขึ้น ในช่วงปี 1965 – 1973 Calhoun ได้สร้างเมืองจำลองแห่งหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า ‘Universe 25’ เพื่อหาคำตอบของคำถามที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าความต้องการทั้งหมดในสังคมของเราได้รับการตอบสนอง” เมืองดังกล่าวมีลักษณะเป็นกล่องขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ‘ยูโทเปียของหนู’ โดยเฉพาะ พื้นที่ภายในเรียกว่า สแควร์หลัก (main square) ซึ่งมีการแบ่งย่อยออกเป็นพื้นที่ระดับต่าง ๆ ลงไปอีก มีบันไดเพื่อใช้เดินขึ้นไปยังส่วนที่เรียกว่า ‘อพาร์ทเมนท์’ หรือสถานที่ทานอาหารและพบปะเข้าสังคมของชาวชุมชนหนูซึ่งรองรับได้สูงสุดถึง 3,000 ตัว นอกจากการจัดสรรอาหารและที่อยู่อย่างเพียงพอแล้ว นักวิจัยยังควบคุมอุณหภูมิในเมืองให้อยู่ที่ 20°c ซึ่งเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของหนูมากที่สุด ไม่มีสัตว์ผู้ล่าอยู่ในเมืองแห่งอุดมคตินี้ แถมยังมีมาตรการป้องกันโรคระบาดอย่างรัดกุม เพื่อให้
Cake ค่ายผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจาก Sweden เปิดตัว Makka e-moped ยานพาหนะประเภทจักรยานยนต์เบาที่กึ่งกลางอยู่ระหว่างมอเตอร์ไซค์และจักรยาน ในดีไซน์เท่สุดล้ำแถมยังใช้พลังงานไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การเดินทางใกล้ ๆ ในเมืองใหญ่เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น หลายคนอาจจะรู้จัก Cake ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน motorbike นี่จึงเป็นผลงานชิ้นแรกที่ฉีกกรอบเดิม ๆ ของแบรนด์ไปอย่างสิ้นเชิง โครงสร้างของ Makka ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์โดดเด่น พร้อมคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่คนเมืองต้องการ ตัวรถผลิตจาก aluminum แบบ naked พร้อมหน้าจอ touchscreen display แสดงข้อมูลความจุแบตเตอรี่ ความเร็ว และเลือกโหมดการขับขี่ระหว่าง Extended range และ Balanced Performance มีที่วางเท้าเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหลังมี cargo rack พื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น กล่องใส่สัมภาระ ที่นั่งผู้โดยสาร หรือแม้แต่ child seat ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ขนย้ายได้ง่ายด้วยน้ำหนักตัวรวมแบตเตอรี่เพียง 59 กิโลกรัม Makka
ช่วงนี้เหมือนอากาศไม่ค่อยเต็มใจ นอกจากเราอยู่บ้าน WFH กันแทบไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันแล้ว ฝนยังตกแทบทุกวันให้อารมณ์เราขุ่นมัวเข้าไปอีก UNLOCKMEN ไม่อยากให้คุณเหงาและเดียวดาย จึงจัด Playlist บทเพลงเกี่ยวกับฝนมาให้ฟังกัน โดยเราคัดเลือกเฉพาะวงร็อคเพื่อนำความร้อนแรงมาปะทะกับความชุ่มชื้นของสายฝน พร้อมเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละเพลงที่น่าสนใจ เรามาฟังกันว่ามีบทเพลงไหนที่ตรงใจคุณกันบ้าง The Beatles – ‘Rain’ (1966) I can show you That when it starts to rain Everything’s the same I can show you I can show you เริ่มต้นกันด้วยบทเพลงแรกที่เรามักจะนึกถึงเมื่อฝนพรำ เพราะแค่พิมพ์คำว่า Rain เพลง ๆ นี้ก็จะแสดงตัวขึ้นเป็นเพลงแรกของเรา Rain ของคณะ 4 เต่าทอง The
ทุกวันนี้การตลาดเป็นเรื่องสำคัญ แม้กระทั่งตัวอย่างหนังความยาวเพียง 2 นาทีกว่า ๆ ก็ต้องสร้างจุดขายและความน่าสนใจ เพื่อดึงดูดคนดูให้ตีตั๋วให้มากที่สุด และที่ฮือฮาอยู่ในขณะนี้ก็คือตัวอย่างแรกของหนังซุเปอร์ฮีโร่ที่หลายคนรอคอยอย่าง Spider-Man: No Way Home นอกจากความสนุกที่เข้มข้นขึ้นแล้ว ยังเป็นการรวม Easter Egg ที่แค่ในหนังตัวอย่างยังมีมากมายให้แฟนหนัง Spider-Man ได้ตื่นเต้นกับสัญลักษณ์และตัวละครลับต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ แต่ก่อนที่จะเฉลยว่ามีอะไรบ้าง มาลองชมตัวอย่างนี้ก่อน แล้วมาดูกันว่า คุณจะเห็นเหมือนที่เรารวบรวมกันมาให้ได้ชมหรือเปล่า การแสดงความเคารพต่อ Steve Ditko เพียงแค่ฉากเปิดฉากแรกใน Trailer เราก็ได้เห็นการคารวะ Steve Ditko กันเลย หลายคนอาจจะสงสัยว่า Steve Ditko คือใคร Ditko คือศิลปินที่ร่วมกันคิดค้นคาแรคเตอร์ Spider-Man ร่วมกัน Stan Lee นอกจากนั้นยังครีเอทคาแรคเตอร์ Doctor Strange ร่วมกันอีกด้วย โดยมีคนตาดีเห็นลายกราฟิตี้ที่พ้นคำว่า “DITKO” อยู่บนหลังคาที่ Peter Parker และ
Audemars Piguet แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้นำเสนอนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ 3 โมเดลใหม่ที่พัฒนาจากรุ่นดั้งเดิมในปี 1993 รังสรรค์ด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน ได้แก่ สเตนเลส สตีล (Stainless steel) ไทเทเนียม(Titanium) และพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ถึงแม้จะคงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญของนาฬิการุ่นดั้งเดิม ทว่าเรือนเวลาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรทั้ง 3 เรือนนี้มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ (Selfwinding Flyback Chronograph) คาลิเบอร์ล่าสุดจากโอเดอมาร์ ปิเกต์ รวมถึงระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเองแบบใหม่ อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์หน้าปัดเล็กน้อย พร้อมยังนำฝาหลังแซฟไฟร์กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อนำเสนอกลไกโครโนกราฟซึ่งรังสรรค์อย่างประณีต แม้รังสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นดั้งเดิมจากปี 1993 ทว่านาฬิกา 3 เรือนใหม่ในขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟใหม่ล่าสุด และระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์บนหน้าปัดเล็กน้อย การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ใหม่ทั้ง


