Camper ภูมิใจนำเสนอโปรเจกต์ใหม่ที่แสดงถึงความยั่งยืนของสินค้าและทำให้สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง กับ Speical Collection ‘Recrafted’ เป็นคอลเล็กชั่นพิเศษที่นำรองเท้าที่ทั้งผ่านการใช้แล้ว ที่ถูกนำมาคืน หรือคู่ที่มีตำหนิมารวมเข้ากับวัสดุเหลือใช้ เพื่อรังสรรค์เป็นรองเท้าแคมเปอร์คู่ที่ไม่เหมือนใคร (one-of-a-kind) โดยนำเทคโนโลยีและความยั่งยืนมาสร้างให้เป็นรองเท้าที่มีความทนทาน ตามเจตนารมณ์ของแบรนด์ที่จะเปลี่ยน วัฏจักรชีวิตของรองเท้าให้ยืนยาวยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังร่วมพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย และไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบ สำหรับโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นที่ Camper Workshop สำนักงานใหญ่ในเมืองมายอร์กา (Mallorca) ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตรองเท้าของแบรนด์แคมเปอร์มากว่า 4 ทศวรรษ ที่นี่มีทีมนักออกแบบรุ่นเยาว์และเหล่าช่างฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สไตล์ใหม่ ๆ พร้อมพัฒนารองเท้าที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นควบคู่กันไป ด้วยการผสานเทคโนโลยีล่าสุดและวัสดุในการผลิตจากเทคนิคการทำรองเท้าที่ใช้มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1877 ของครอบครัวผู้ก่อตั้ง การนำรองเท้าแคมเปอร์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลง ไม่เพียงแต่ได้ต่อยอดวัฏจักรชีวิตรองเท้าคู่นั้นๆ แต่ยังช่วยส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงแนวทางในการบริโภคสินค้าและยังเป็นไอเดียในการเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมสร้างสรรค์ รูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่ดียิ่งขึ้นไปด้วยกัน ราวกับว่าเมื่อคนหนึ่งตัดสินใจที่จะไม่ทิ้งรองเท้าไปอย่าง สูญเปล่าและส่งต่อรองเท้าให้ถูกนำไปใช้ใหม่อีกครั้ง เราเชื่อในความซื่อสัตย์และจริงใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำในฐานะแบรนด์ ตามปรัชญาที่ครอบคลุมทั้งฝั่งดำเนินการและพาร์ทเนอร์ของเราที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งเริ่มต้นที่เมืองอินคา (Inca) ชนบทอันห่างไกล ตั้งอยู่ใจกลางของเกาะมายอร์กา ที่ซึ่งรองเท้าทั้งหมดของเราถูกออกแบบและพัฒนาโดยทีมนักออกแบบรุ่นเยาว์ที่ทำงานร่วมกับเหล่าช่างฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยทักษะเพื่อสร้างสรรค์รองเท้าที่มีคุณค่าเดียวกันกับที่ธุรกิจของเราดำเนินมาโดยตลอดทั้งเรื่องคุณภาพ, ความสมบูรณ์ และการออกแบบ การริเริ่มในระยะยาวช่วยให้เราเข้าใกล้วัฏจักรของรองเท้าและโปรเจกต์อื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในสังคมโดยการให้เรานำรองเท้าแคมเปอร์มาใช้อีกครั้ง ซึ่งผู้บริโภคจะช่วยเราสร้างสรรค์วัฏจักรในการดำเนินธุรกิจที่ดียิ่งขึ้นไปด้วยกัน เมื่อคนหนึ่งตัดสินใจที่จะไม่ทิ้งรองเท้าไปอย่างสูญเปล่า และทำให้รองเท้านั้น
ทุกวันนี้เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่งศิลปินที่อยู่ในครรภ์มารดาก็สามารถทำอัลบั้มได้แล้ว ทุกท่านอาจจะงงว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ลูกในท้องที่ยังไม่คลอดเนี่ยนะ จะเป็นไปได้อย่างไร แต่มันก็เป็นไปแล้วจริงๆ เมื่อ Luca Yupanqui ผลิตผลอันแสนภาคภูมิใจของแม่นักดนตรีอย่าง Elizabeth Hart มือเบสวง Psychic Ills และ พ่อ Lee “ Scratch” Perry ได้ทำงานร่วมกันกับซาวด์เอนจิเนียริง Iván Diaz Mathe ได้สร้างบทเพลงที่บันทึกความเคลื่อนไหวผ่านอุปกรณ์ที่ชื่อ Biosonic MIDI ที่ติดอยู่ตรงท้องของ Elizabeth และแปลการเคลื่อนไหวของลูกเธอให้กลายเป็นเสียง ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้มีทั้งเสียงหัวใจ การขยับตัว และถอดเป็นเสียงซินธิไซเซอร์ซึ่งเกิดจากกระบวนการทำสมาธิของเธอเป็นเวลา 5 ชั่วโมงนั่นเอง และบทเพลงที่เปรียบเสมือนสัญญาณชีวิตของเด็กน้อยที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกนี้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นงาน Ambient อันน่าทึ่งที่คุณจะได้รับฟังมิติของเสียงในรูปแบบใหม่โดยทั้งพ่อและแม่ต่างคารพในการเคลื่อนไหวของลูกน้อย Luca Yupanqui พวกเขาทำหน้าที่เพียงผสมเสียงเท่านั้นไม่ได้ดัดแปลงเพิ่มเติมใดๆ มันจึงกลายเป็นบทเพลงแห่งความบริสุทธิ์ที่สร้างขึ้นจากเด็กน้อยจริงๆ อัลบั้ม Sounds of the Unborn จะได้รับการจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ศิลปินตัวน้อยอย่าง
รู้ไหมว่ามันมีเส้นบาง ๆ ระหว่าง ‘แก้ปัญหา’ กับ ‘กังวล’ หลายคนมักสับสนและมองว่าสองสิ่งนี้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง และทำให้เราคลี่คลายปัญหาได้ต่างกันด้วย UNLOCKMEN เลยอยากมาอธิบายว่า การแก้ปัญหา กับ การกังวล มันต่างกันอย่างไร ? WHAT IS PROBLEM SOLVING ? เวลาเราเผชิญหน้ากับปัญหา แต่ละคนอาจมีวิธีแก้ปัญหาแตกต่างกัน บางคนใช้ ‘ทักษะในการแก้ปัญหา’ (problem solving skills) ในการแก้ปัญหาจริง ๆ แต่หลายคนก็มักใช้ ’ความกังวล’ ในการแก้ปัญหา อาจเป็นเพราะเข้าใจว่า ‘กังวล’ กับ ‘แก้ปัญหา’ เป็นสิ่งเดียวกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ สองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กังวล (worrying) คือ การคิดเพื่อแก้ปัญหาเหมือนกับ problem-solving แต่ต่างกันตรงที่ว่า มันจะโฟกัสกับเรื่องร้าย ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเดียว โดยไม่ดูเรื่องดี ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเลย เมื่อเราเกิดความกังวล
เรียกได้ว่ากระแสรถซิ่งยุค 90 นั้นกำลังมาแรงสุด ๆ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเรา แต่ต้องบอกว่ามันบูมไปทั่วโลก เห็นได้ชัดจากราคาที่หลายคนจะต้องร้องโอ้โห เพราะในรถบางคันบางรุ่นที่เป็นตำนานจริง ๆ นั้น ราคามันกระโดดขึ้นไปอยู่สูงกว่า Supercar มือ 1 รุ่นใหม่ ๆ ซะอีก แน่นอนว่า ด้วยราคา และเสน่ห์ของมันทำให้ทั้งนักสะสมรถ และนักลงทุนตาลุกวาว และในบทความนี้เราจะมาพูดถึงของสะสมของคนรักรถ ที่น้อยคนนักจะไปได้สุดทางแบบนี้ กับนักสะสม JDM Car หรือ JAPAN DOMESTIC MARKET ที่จะมานั่งคุยกัน รับรองว่าจะต้องถูกใจนักซิ่งยุค 90 อย่างแน่นอน เพราะนอกจากเราจะพาทุกคนไปดูรถซิ่ง JDM ยุค 90 ที่มีอยู่หลายคันแล้ว เราจะพูดเจาะลึกถึงรถอีกคันที่ถูกยกขึ้นหิ้งให้เป็นตำนาน และเป็น 1ใน 4 ราชา แห่งวงการรถ JDM 90 ซึ่งจะเป็นคันอื่นไปไม่ได้ นอกจาก ‘Honda NSX’ กับ ‘คุณล้าน ศักดิ์ชาย เกรียงสมุทร’
หลายคนคงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า ถ้าเราอยากจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น เราต้องใช้เวลาร่วมกับเขานาน ๆ จนเกิดความสนิทสนม แต่ในความเป็นจริงประโยคนี้อาจจะผิดก็ได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ยิ่งเราใกล้ชิดสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ เราอาจจะยิ่งเข้าใจและรับฟังกันน้อยลง ปรากฎการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า ‘closeness communication bias’ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นพอสมควร CLOSENESS COMMUNICATION BIAS เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ถ้าเราถามว่า “ทำไมเราถึงรับฟังกันน้อยลงเมื่อเราสนิทกันแล้ว ?” คำตอบ คือ เมื่อเรารู้จักใครสักคนเป็นอย่างดี จนเรียกได้ว่าสนิทกัน เรามักจะไม่พยายามปรับตัวเข้าหาอีกฝ่ายเหมือนกับตอนแรก ๆ ที่รู้จักกันอีกแล้ว เพราะเราคิดว่าตัวเองจำอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับคน ๆ นั้นได้แล้ว เช่น รู้ว่าเขาจะพูดอะไร หรือ คิดอะไร เราเลยใช้ความเคยชินตอบโต้มากกว่าจะตั้งใจฟังพวกเขาจริง ๆ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่า คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา ในแต่ละวันเราเจอกับอะไรมากมาย ซึ่งบางอย่างก็อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาลเลยก็มี ดังนั้น การใช้ความเคยชินรรับมือกับฝ่ายตรงข้ามจึงอาจนำมาซึ่งปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ความเข้าใจผิด การทะเลาะเบาะแว้ง จนอาจต้องเลิกกันในท้ายที่สุด งานวิจัยชิ้นหนึ่งชื่อว่า “The
ต้อนรับข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนโควิดที่ใกล้จะได้ฉีดสร้างภูมิต้านทานกันเร็ว ๆ นี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะรีบมุ่งไปญี่ปุ่นทันทีที่เปิดประเทศกัน ด้วยการนำเสนอจุดหมายปลายทางที่คนรัก Osaka และ Louis Vuitton ต้องห้ามพลาด หลายคนอาจจะจำได้ว่ามีข่าวเกี่ยวกับการเปิดคาเฟ่และร้านอาหารของ Louis Vuitton ตั้งแต่ปีที่แล้ว วันนี้เราจะพาไปดูบรรยากาศเพิ่มเติมของ ‘Le Cafe V’ และ ‘Sugalabo V.’ ร้านอาหาร fine dining ที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของ flagship store ใน Osaka โดยได้ chef ญี่ปุ่นชื่อดัง Yosuke Suga เชฟผู้ผ่านประสบการณ์จากร้านอาหารระดับโลกในหลายประเทศ และยังเป็นลูกศิษย์ของ Joel Robuchon “Chef of the Century” ชาวฝรั่งเศสผู้ได้รับสถิติ 32 Michelin Guide stars เป็นผู้ดูแลเรื่องเมนูและอาหารทั้งหมด Le Cafe V ตั้งอยู่บนชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคาร สำหรับนักชอปที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจด้วยกาแฟและอาหารเบา ๆ
พบเห็นชื่อ Novitec ในหมู่ Supercars เมื่อไหร่ ก็ไว้ใจได้เลยว่านอกจากรถจะแรงขึ้น ยังได้ความโหดจากชุดแต่งรอบคันที่แตกต่างกว่าใครมาด้วยเสมอ เช่นเดียวกับ McLaren 765LT ที่สุดของ Exotic Sports Car จาก McLaren สมรรถนะที่บ้าคลั่งเป็นทุนเดิมระดับ 755 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร twin-turbocharged V8 ทำเวลา 0-100km/h ใน 2.8 วินาที ด้วยความเชี่ยวชาญของ Novitec จึงจัด ‘Stage 2’ ด้วยอาวุธลับประจำค่าย ‘N-Tronic’ ECU เสริมประสิทธิภาพการจุดระเบิด การฉีดน้ำมัน และเพิ่มแรง boost turbo ให้จัดจ้านมากขึ้น ช่วยให้รอบจัดกระฉากหลังให้ติดเบาะได้ง่ายดายสบายเท้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัพเกรด Hardware ของรถตั้งแต่ชุดแต่งสุดโหดเพื่อ aerodynamic ที่เพิ่มขึ้น ปรับเปลี่ยนชุดไอเสียเป็น high-performance exhaust system
เมื่อเราเจอกับเรื่องที่น่าผิดหวังบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทำงานพลาด โดนแฟนทิ้ง หรือ ไม่ได้รับในสิ่งที่หวังไว้ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เรามักคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า และไม่สมควรได้รับความรักจากใครแม้แต้ตัวเอง พอนาน ๆ เข้า เราก็อาจจะดาวน์ และนำไปสู่ปัญหาด้านการใช้ชีวิตในที่สุด การรักตัวเอง หรือ self-love จะเป็นสกิลสำคัญในเวลาที่เจอเรื่องแบบนี้ มันจะช่วยให้เรารอดพ้นจากเรื่องแย่ ๆ ได้ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดังเดิม ทำไม self-love ถึงเป็นสกิลเอาตัวรอด ? หลายคนคงได้ยินคำว่า ‘รักตัวเอง’ บ่อยแล้วจากคนรอบข้าง แต่พอจะหันมารักตัวเองจริง ๆ อาจเริ่มรู้สึกสับสน เพราะคำนี้มีความหมายค่อนข้างกว้าง เราเลยอยากอธิบายบริบทของการ ‘รักตัวเอง’ ที่กำลังจะกล่าวถึงว่ามันคืออะไรกันแน่ self-love คือ การรักตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น คนที่รักตัวเองจะเข้าใจว่าตัวเองอยากทำอะไร และเข้าใจด้วยว่าความคิดและอารมณ์ส่งผลต่อตัวเองอย่างไร เมื่อเรารักตัวเอง เราจะมองเห็นคุณค่าของตัวเองอยู่เสมอ แม้เราจะเจอกับเรื่องที่ทำให้เราโกรธ เกลียด หรือ ผิดหวังในตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม เราก็จะไม่ดาวน์ และสามารถรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี คนที่รักตัวเองมักทำเรื่องเหล่านี้ ได้แก่ พูดสิ่งดี
หลังจากมีการพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์สำหรับกระแส Anti fast fashion ที่กำลังตื่นตัวไปทั่วโลก เมื่อธุรกิจแฟชั่นบนโลกทุนนิยมได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ร้ายตัวสำคัญที่สร้างมลพิษให้กับโลกของเราอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่เรียกว่า fast fashion ที่เล่นกับความเบื่อง่าย หน่ายเร็ว การผลิตสินค้าออกมาจำนวนมาก เน้นความรวดเร็ว กดต้นทุนให้ต่ำ และใช้วัสดุคุณภาพต่ำ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง แต่ทว่าการเร่งกระบวนการผลิตที่เน้นปริมาณมากแบบนั้น กลับนำมาซึ่งการทำลายสิ่งแวดล้อมมากมายไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียออกสู่น้ำทะเล หรือการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถนำไปแปรรูปหรือขายต่อได้ และเกิดเป็นขยะตามมา แม้ว่ากระแสบริโภคนิยมในยุค fast fashion จะมีมากมายเพียงใด แต่ในสังคมตะวันตก เริ่มมีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง มีหลักแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกจัดสรรเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับยุคโลกาภิวัตน์ โดยมีหลักแนวคิดหนึ่งจากหนังสือ The Minimalist Fashion Challenge That Proves Less Really is So Much More ของ Courtney Carver ที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจกับทุกคนให้หันมาใช้วิธี minimalism เพื่อเลือกเฉพาะเสื้อผ้าที่เราจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งได้รับความนิยมและมีการส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ออกไปจำนวนมาก จนเกิดเป็นแคมเปญ Project 333


