สงครามคือสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน ยิ่งเวลาผ่านไปเทคโนโลยีทางการทหารยิ่งทันสมัยและรุนแรงมากขึ้น ในอดีตเคยมีโครงการสำหรับการสร้างฐานทัพจรวดต่อต้านขีปนาวุธที่ถูกยิงจากสหภาพโซเวียตข้ามมายังทวีปอเมริกา ภายใต้ชื่อโครงการ “Safeguard” ตัวโครงสร้างหลักมีลักษณะคล้ายพีระมิดขนาดยักษ์ ลักษณะดูแปลกประหลาด ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ เหมือนฐานทัพลับของมนุษย์ต่างดาวจากภาพยนตร์ที่เราเคยดู แต่นี้คือสิ่งที่กองทัพสหรัฐสร้างขึ้นจริงๆ โดยพีระมิดต่อต้านขีปนาวุธในโครงการนี้ มีแผนการสร้างทั้งหมด 12 แห่ง กระจายไปตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วอเมริกา Stanley Mickelsen Safeguard Complex แห่งแรกเริ่มก่อสร้างในช่วงทศวรรษ 1960 ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองแกรนด์ฟอร์กส์ ชายแดนทางเหนืออันห่างไกลของรัฐนอร์ทดาโคตา มีชื่อเต็มคือ Stanley R.Mickelsen Safeguard Complex ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้ สแตนลีย์ มิกเคลเซน (Stanley R.Mickelsen) อดีตผู้บัญชาหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพสหรัฐ Safeguard Complex ใช้งบประมาณในการสร้างรวมหกพันล้านดอลลาร์ เป็นงบที่สูงมากเนื่องจากมีระบบสุดไฮเทคสามระบบ ได้แก่ 1) Perimeter Acquisition Radar (PAR) 2) Missile Site Radar (MSR) 3) Remote Sprint Launcher (RSL) ระบบเรดาร์เป็นอาคารรูปพีระมิดขนาดยักษ์ มีไซโลสำหรับเก็บขีปนาวุธขนาดใหญ่
หากให้หยิบยกเอาเรื่องของนาฬิกาดำน้ำรุ่นเด่นจาก SEIKO มาพูดคุยกัน เชื่อเหลือเกินว่าบรรดาสาวกทั้งหลายคงใช้สมญานามหรือชื่อเล่นแทนตัวของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็น เต่า, มอนสเตอร์, ซูโม่, ซามูไร ไปจนถึงระดับจอมทัพอย่าง ‘โชกุน (Shogun)’ มาสนทนากันอย่างออกรส ชนิดที่ว่าคนวงนอกฟังแล้วอาจมีอาการงง พาลฟันธงไปว่ากำลังคุยเรื่องมังงะกันอยู่เป็นแน่แท้ ซึ่งต้องบอกว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้คุยกันเรื่องการ์ตูน หรือหนังแฟนตาซีอะไรอย่างที่เข้าใจกัน แต่ต้องอธิบายว่าชื่อเล่นมากมายที่ถูกใช้ในการขนานนามนาฬิกาเรือนโปรด นั้นถูกนำมาจากจุดเด่นของรูปลักษณ์งานดีไซน์ในแต่ละรุ่น ยกตัวอย่างเช่น SEIKO โชกุน คือชื่อเล่นที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับ SEIKO PROSPEX รุ่น SBDC007 ที่โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของโลหะที่ใช้ ซึ่งก็คือวัสดุไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง เปรียบได้กับชุดเกราะที่โชกุน หรือเจ้าของตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในสมัยก่อนสวมใส่ในยามออกรบ และไม่ใช่เพียงแค่วัสดุที่ทำให้ได้มาซึ่งสมญานามโชกุน แต่งานดีไซน์ในส่วนต่าง ๆ ยังสะท้อนจิตวิญญาณชุดเกราะของจอมทัพออกมาอย่างได้ชัดเจน ทั้งในส่วนของ Pointed Markers บนขอบหน้าปัดที่ดูแข็งแกร่ง และ Triangular Notches ที่ออกแบบเพื่อให้หมุนขอบตัวเรือนได้อย่างกระชับ มั่นคง แม่นยำ ตอกย้ำให้ผู้ที่ได้สวมใส่นาฬิกาเรือนนี้รู้สึกได้ว่าความแกร่ง ผสานกับความประณีต รวมถึงน้ำหนักที่เบาของวัสดุไทเทเนียม นั้นควรค่าที่จะเป็นชุดเกราะคู่ใจของโชกุนผู้เกรียงไกร จนกลายเป็นที่มาของชื่อ ‘โชกุน’ นาฬิกาดำน้ำที่เบาที่สุดจาก SEIKO ที่หลายคนยกให้เป็นตำนาน โดยเหตุผลที่ได้กลายเป็นตำนานนั้น
เคยไหม ? ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเหมือนยังไม่ตื่น เกิดอาการสะลึมสะลือ คิดอะไรไม่ค่อยออก แถมยังรู้สึกควบคุมตัวเองได้ไม่เต็มที่ตลอดวัน ถ้าใครกำลังเป็น อาจกำลังตกอยู่ในภาวะสมองเหนื่อยล้า (Brain Fog) ก็เป็นได้ ซึ่งอาการนี้เกิดขึ้นได้จากการทำงานของสมองที่ผิดปกติ ทำให้เกิดผลเสียต่อการใช้ชีวิตของเรา UNLOCKMEN เลยจะมาอธิบายสาเหตุที่ทำให้เราเกิดอาการ Brain Fog และวิธีการป้องกันและบรรเทาอาการ Brain Fog ด้วย เพื่อให้คนอ่านรอดพ้นจากอาการ Brain Fog กันถ้วนหน้า WHAT IS BRAIN FOG SYNDROME ? Brain Fog Syndrome คือ อาการเหนื่อยล้าทางจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นจากการทำงานของสมองที่ผิดปกติ โดยสารเคมีในสมองที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลสัญญาณไฟฟ้าระหว่างเซลล์เกิดอาการเสียสมดุล สมองของเราเลยทำงานได้แย่ลง และเราเกิดปัญหาในการใช้ชีวิตต่าง ๆ เช่น ไม่สามารถคิด หรือ นึกอะไรไม่ค่อยออก เกิดความสับสนมึนงง ไม่สามารถโฟกัสกับชีวิตประจำวัน และพูดในสิ่งที่คิดได้ยากขึ้น อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ผลของการขาดน้ำ ผลของความเครียด ผลของการพักผ่อนไม่เพียงพอ ผลของการขาดวิตามิน B-12 ผลข้างเคียงจากการทานยาบางชนิด
พอเอ่ยชื่อ สารคดี หลายท่านหากไม่แบะปากด้วยความเบื่อหน่าย ก็คงเตรียมป้องปากง่วงเหงาหาวนอน จากแนวคิดที่ว่า สารคดีต้องมาพร้อมเรื่องหนักหัวหรือเรื่องไกลตัวที่ชวนเบื่อหน่าย แต่เราไม่อยากให้คุณตั้งแง่และคิดลบตั้งแต่ยังไม่ได้คลิกไปดู เพราะเราอยากจะบอกว่า สารคดีบางเรื่องนั้นบอกเลยว่า ทั้งมันส์ ทั้งเดือด และทั้งเหวอ UNLOCKMEN จึงขอนำท่านรับชมสารคดีสุดแจ่ม ที่จะมาท้าทายคุณด้วยเรื่องราวที่ชวนติดตาม แถมยังได้สาระฉุกคิดที่คุณต้องอุทานว่า “เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นจริงเหรอเนี่ย” บางเรื่องก็ช็อคจนคุณต้องอ้าปากค้าง แถมยังมีให้ชมง่าย ๆ ใน Netflix อีกด้วย อย่ารอช้า มาลองอ่านกันได้เลย และคุณอาจจะลืมหนังปกติไปเลยก็ได้ History of Swear Words [2021] หยาบคาย จนกลายเป็นตำนาน หากสารคดีส่วนใหญ่คือความรู้ที่ต้องคู่กับการนำเสนอที่แสนสุภาพ จึงลืมความรู้สึกนี้ให้หมดสิ้น เพราะสารคดีนี้จะนำพาคุณไปสัมผัสกับความหยาบคายกักขฬะ ที่คุณต้องอุทานว่า “เชี่ยไรเนี่ยยยยยยย” เพราะเรากำลังจะพาทุกท่านไปสืบเสาะค้นหาที่มาของคำศัพท์หยาบคายหลายแหล่ไม่ว่าจะเป็น “F*uck” “Sh*t” “B*tch” ให้รู้กันว่ามีที่มาและต้นกำเนิดเกิดขึ้นมาอย่างไร พร้อมทั้งมาถกเถียงกันว่า มาถึงยุคนี้แล้ว คำหยาบคายทั้งหลายแหล่มันยังหยาบคายอยู่หรือไม่ และ การสบถนั้นมันช่วยให้เราผ่อนคลายจริงหรือมั่ว และพิธีกรที่จะสรรหานำพาคำหยาบคายเดินพาเหรดให้คุณต้องอึ้งนั่นก็คือ Nicholas Cage ที่มาเพิ่มความสนุกพร้อมสาระที่น่าจะถูกใจสายมึงมาพาโวยกันอย่างบันเทิงเริงใจแน่ ๆ Casting
หลังจากเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา กับ Samsung Galaxy S21 Series สมาร์ทโฟนระดับเรือธงโหดสุดในตระกูล Galaxy ณ ตอนนี้ ที่เราเชื่อว่าใครหลายคนต่างเฝ้ารอ และ TOYS FOR BOYS : UNBOX ก็ไม่พลาดที่จะนำเอาเจ้า Samsung Galaxy S21 Ultra 5G รุ่นพี่ใหญ่ท็อปสุดของซีรีส์ มาแกะกล่องทดลองฟีเจอร์เด็ดทั้งหลาย ว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง แถมท้ายด้วยการเทียบสเปคกับน้องเล็ก Galaxy S21 ให้พอได้รู้เป็นข้อมูลคร่าว ๆ ว่ามันมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง UNBOX เริ่มต้นที่การแกะกล่องกันตามธรรมเนียม สังเกตได้ว่า Samsung Galaxy S21 Ultra 5G มาพร้อมกล่องบางเฉียบ และเมื่อเปิดกล่องออกดูก็พบว่าเป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้าที่ว่ากันว่ารอบนี้ Samsung จะไม่แถมหัวชาร์จ และหูฟังมาให้อีกต่อไป ในกล่องจึงคงไว้แค่ตัวเครื่อง (อันนี้ไม่มีไม่ได้), เข็มจิ้มถาดซิม และสายชาร์จ Type
ครบรอบ 1 ปี หลังการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาของอดีตยอดนักบาสเก็ตบอลระดับตำนาน Kobe Bryant จากทีม La Laker ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2020 พร้อมลูกสาวและผู้ร่วมเดินทางอีก 9 ชีวิต ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ต่อวงการกีฬาของโลก เพราะ Kobe Bryant เปรียบดังซุปเปอร์สตาร์หรือไอดอลลำดับต้น ๆ เทียบเท่ากับ Michael Jordan ของวงการบาสเก็ตบอล ถึงขั้นมีการถกเถียงระหว่างแฟน ๆ ว่าใครเจ๋งกว่ากัน หรือแม้แต่นักกีฬาในสาขาอื่น ๆ ต่างออกมาคารวะในความสามารถทางด้านกีฬาอันเป็นเลิศของเขา source นอกเหนือจากเรื่องผลงานบนคอร์ทไม้ที่ สวยงาม ดุดัน รวดเร็ว และทรงพลังดั่ง Black Mamba อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญตลอดการเล่นอาชีพของ Kobe Bryant คงจะหนีไม่พ้นรองเท้า Signature Shoes ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาที่มีรองเท้าของตัวเองมากกว่า 10 รุ่น และ colorway อีกนับไม่ถ้วน ที่ต่างโดนใจทั้งนักสะสมรองเท้าหรือแม้แต่นักบาสด้วยกันต้องมีเก็บสะสมอยู่ในคลัง วันนี้ทางเราเลยขอนำทุกท่านมาไล่ไทม์ไลน์อดีตรองเท้ารุ่นต่าง
หลังจากเฝ้ารอมานานแสนนาน พี่ใหญ่ที่แรงที่สุดและเบาที่สุดในตระกูล M และ M Competition ก็ได้เผยโฉมออกมาแล้ว สำหรับ Supercar Killer รถซีดานที่แรงที่สุดในโลก 2022 BMW M5 CS กับสเปกที่โคตรโหด 636 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร ข้ามหลัก 100 km ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อคไว้ที่ 300 km/h M5 CS ถือเป็นรหัสที่ hardcore ที่สุดและเป็น production car ที่มีพละกำลังมากที่สุดของ BMW ใช้เครื่องยนต์ twin-turbo 4.4-liter V8 มีแรงม้ามากกว่า M5 Competition 10 ตัว และมีช่วงแรงบิดมากกว่าถึง 90 rpm เกียร์ 8-speed M automatic
Mercedes-AMG A 45 S เดิมทีเป็นรถเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่สร้างสมรรถนะได้แรงที่สุดในโลกถึง 421 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำเวลา 0-100 km/h ใน 4 วินาที แต่สำหรับ Brabus ยังมองว่า 4 วินาทีอยู่ห่างจากโลกของ Supercar ที่ควรจะทำได้โลกแห่งเลข 3 วินาที จึงจับมาจูนเบา ๆ อัพเกรดเป็น Brabus 450 B45 ซึ่งถือเป็น entry level รุ่นเล็กสุดของค่ายที่ปกติจะเป็นรุ่นใหญ่อย่าง Brabus 600, 800 และ 900 ซึ่งเรียกว่าอยู่ในหมวด Supercar ได้เต็มปากเต็มคำ Brabus 450 B45 บน Mercedes-AMG A
หลายคนคงคิดว่า เมื่อเราเป็นเจ้าของชีวิต เราก็น่าจะควบคุมการตัดสินใจของตัวเองได้เสมอ แต่ในความเป็นจริง มนุษย์มีระบบการตอบสนองแบบอัตโนมัติอยู่ หรือที่เรียกกันว่าโหมด autopilot เมื่ออยู่ในโหมดนี้เราจะตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ โดยใช้ความเคยชิน และคิดน้อยลง การใช้โหมดนี้อาจจะดีเมื่อเราทำเรื่องที่เป็นรูทีน เช่น การขับรถ หรือ กินข้าว เพราะช่วยประหยัดพลังงานสมอง แต่เมื่อเจอกับเรื่องที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การแต่งงาน การแก้ปัญหาในที่ทำงาน โหมดนี้อาจส่งผลให้เราตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นได้แย่ลงได้ เราเลยอยากมาแนะนำวิธีการออกจากโหมด autopilot เพื่อให้เราสามารถควบคุมชีวิตตัวเอง และตัดสินใจเรื่องยาก ๆ ได้ดีขึ้น โหมด AUTOPILOT ทำงานยังไง ? ว่ากันว่า โหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือ autopilot ของเราเกี่ยวข้องกับโครงข่ายของสมองที่เรียกว่า Default Brain Network (DMN) ซึ่งจะทำงานในเวลาที่เราไม่โฟกัสกับโลกภายนอก หรือ กำลังใจลอยอยู่ โดยโครงข่ายนี้จะเกี่ยวข้องกับสมอง 3 ส่วน ได้แก่ Posterior cingulate cortex (PCC) และ precuneus ที่อยู่ในสมองกลีบข้าง


