การทำธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยตัวคนเดียวนั้น พูดได้เลยว่ามันไม่ง่าย
“Porsche Unseen” หนังสือที่รวบรวม Concept Cars ของ Porsche ในอดีตที่น้อยคนจะได้เห็น ซึ่งมีรถ Concept โหด ๆ เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น road-going version ของ Porsche’s Le Mans-winning 919 Hybrid LMP1 racer หรือ Porsche Vision Spyder Concept cars ทั้งหมดเป็นผลงานการออกแบบของสตูดิโอ in-house ของ Porsche ที่เรียกว่า “Style Porsche” ใน Weissach, Germany รวมนักออกแบบหัวกระทิไว้ถึง 120 คน เป็นสตูดิโอเดียวกับที่ Porsche ใช้ออกแบบโมเดลรถใหม่ ๆ โดยรถ Concept จะมีรหัสเรียกร่วมกันว่า “Vision Project” ซึ่งเป็นรถที่สร้างแบบ One-off เดียวคันเดียวในโลก
ถ้าเทียบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เจ๋งทั้งเรื่องนวัตกรรมและงานดีไซน์ จนกลายเป็นแบรนด์ที่ทุกคนต้องมีไว้ติดบ้าน คงต้องยกให้ Dyson เป็นผู้นำอันดับ 1 ในวันนี้ และผลงานล่าสุดของ Jake Dyson คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด โคมไฟอัจฉริยะ Dyson Lightcycle Morph ที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ โคมไฟอัจฉริยะ Dyson Lightcycle Morph ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย และมอบที่มีความใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามแสงธรรมชาติตามเวลาท้องถิ่นได้ไม่ว่าเราจะใช้งานอยู่ที่ใด หรือใช้กับกิจกรรมแบบใดก็จะได้แสงที่มีคุณภาพอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการใช้งานของแสงด้วยตนเองได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Dyson Link โดยโคมไฟอัจฉริยะDyson Lightcycle Morph นี้สามารถปรับเปลี่ยนแสงได้อย่างชาญชลาดขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ เช่น อายุ อารมณ์ และแสงธรรมชาติตามเวลาท้องถิ่น อีกทั้งยังสามารถปรับหมุนได้ถึง 360 องศา ทำให้ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งนี้ เทคโนโลยี Heat Pipe ยังช่วยทำให้โคมไฟคงคุณภาพของแสงได้นานกว่าทศวรรษอีกด้วย “เราต้องการที่จะนำความท้าทายที่พบเจอกับแสงประดิษฐ์ที่เราใช้ปัจจุบันมาพัฒนาค้นหาโซลูชั่นเพื่อที่จะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า โคมไฟอัจฉริยะ Dyson Lightcycle Morph เป็นโคมไฟที่สามารถติดตามแสงธรรมชาติตามเวลาท้องถิ่นได้ และสามารถใช้งานได้กับหลากหลายกิจกรรม ช่วยมอบแสงที่มีคุณภาพตามกาลเวลาให้กับผู้ใช้งาน” Jake
ฟ้าครึ้ม ๆ ลมเย็น ๆ อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่า ฤดูหนาว ช่างเป็นฤดูที่โรแมนติกและน่าผ่อนคลายเสียเหลือเกิน แต่สำหรับบางคน ฤดูหนาวอาจเป็นช่วงเวลาของความเหงา ความเศร้า และการจมอยู่กับความทุกข์ หรือที่เราเรียกกันว่า ซึมเศร้าฤดูหนาว (winter blues) ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก ปัญหาทางด้านสุขภาพจิต บทความนี้ UNLOCKMEN เลยอยากพาไปรู้จักกับภาวะซึมเศร้าจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล หรือ seasonal affective disorder (SAD) เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทัน และรับมือกับมันได้ดีขึ้น WHAT IS SAD ? seasonal affective disorder (SAD) คือ ภาวซึมเศร้าประเภทหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเป็นวงจร คือ เริ่มต้นและจบลงในเวลาเดียวกันของทุกปี อาการ SAD มักแสดงออกมาอย่างชัดเจนในช่วงฤดูหนาว บางครั้งมันเลยถูกเรียกว่าเป็น ซึมเศร้าฤดูหนาว (winter depression) แต่ก็มีบ้างที่มีอาการในช่วงฤดูร้อน และดีขึ้นในช่วงฤดูหนาว แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า SAD เกิดขึ้นจากสาเหตุใดอย่างชัดเจน แต่ว่ากันว่าอาจเกิดขึ้นได้จากการรับแสงที่เปลี่ยนไป เช่น
ถ้าพูดถึงเครื่องแต่งกายอย่างเสื้อฮู้ด (Hoodies) เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนต้องเคยมีโอกาสสวมใส่เสื้อชนิดนี้มาบ้าง เพราะในยุคสมัยหนึ่งเสื้อฮู้ดเป็นไอเทมที่แทรกอยู่ในหลากหลายวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นฮิปฮอป สเก็ตบอร์ดและกีฬาหลากหลายประเทศ ในเวลาเดียวเมื่อยุคสมัยและเทรนด์แฟชั่นเริ่มเปลี่ยนแปลง เสื้อฮู้ดก็ถูกพัฒนางานออกแบบให้มีความหลากหลายและตอบสนองการใช้งานเฉพาะด้านมากขึ้น จนกลายมาเป็นเสื้ออีกชนิดที่ผู้ชายหลายคนเลือกมีติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้เสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักไอเทมชิ้นนี้ดีพอ STYLE GUIDE วันนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักถึงที่มา รวมถึงวิธีเลือกและสวมใส่ที่เหมาะสม แต่จะมีเทคนิคยังไงบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลยครับ จุดเริ่มต้นของ Hoodies ก่อนจะพูดถึงชนิดและการวิธีการเลือก ขอพาย้อนกลับไปรู้จักกับต้นกำเนิดของเสื้อฮู้ดกันก่อน โดยต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1930 เมื่อแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Champion USA ได้คิดค้นเสื้อกันหนาวที่ผลิตขึ้นจากการนำเอาเสื้อสเวตเตอร์และหมวกผ้าเย็บติดเข้าด้วยกัน โดยเหตุผลหลักของพวกเขา คือการสร้างเสื้อให้กับเหล่าคนงานในนครนิวยอร์กที่ทำงานอยู่ภายในห้องเย็นและเสื้อต้องง่ายต่อการสวมใส่และการถอดออกนั่นเอง หลังจากนั้นไม่นาน เครื่องแต่งกายชิ้นที่ก็เริ่มขยายอิทธิพลและแทรกตัวเขาไปในวัฒนธรรมย่อยต่าง ๆ ทั้งฮิปฮอป สเก็ตและพังค์ รวมถึงทีมกีฬาชนิดหลากหลายในสหรัฐอเมริกาที่ทำเสื้อฮู้ดออกมาให้ทั้งผู้เล่นและกองเชียร์สวมใส่ จนกลายเป็น 1 ในไอเทมที่ทุกคนต้องมีในยุค 90’s ซึ่งเอกลักษณ์และสไตล์ที่แตกต่างยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเสื้อฮู้ดในยุคปัจจุบันควรจะมีองค์ประกอบในการเลือกซื้อบ้างตรงส่วนไหนบ้าง มาเรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลย องค์ประกอบในการเลือก สี เสื้อฮู้ดส่วนมากถูกผลิตออกมาแบบมาในโทนสีล้วน อาจมีโลโก้วางไว้ตามจุดต่าง ๆ เช่นอกหรือแผ่นหลัง อย่างไรก็ตามเสื้อฮู้ดสีดำ, สีกรมท่าและเทาเข้ม ยังคงเป็นสีพื้นฐานที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้อย่างเปิดกว้าง ขณะเดียวกันเสื้อฮู้ดสีสันสดใส เช่นสีเหลือง
ลูกผู้ชายอย่างเราอาจไม่ได้สนใจเรื่อง ‘คิ้ว’ มากเท่ากับผู้หญิง และไม่ซีเรียสมาก เมื่อต้องโกนคิ้วเวลาบวช หรือ คิ้วแตกจากการทะเลาะวิวาท แต่ถ้าถามว่า ผู้ชายอย่างเราไม่มีคิ้วได้ไหม ? หลายคนก็คงตอบว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะเมื่อไร้ซึ่งคิ้วแล้ว เราก็คงจะรู้สึกประหลาด ๆ เหมือนที่เรารู้สึกเวลาได้เห็นใบหน้าของดาราที่ถูกตัดต่อคิ้วออก จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า คิ้วยังจำเป็นสำหรับเราอยู่ โดยเฉพาะคิ้วที่ดูเท่และมีสไตล์ ตอนนี้มีเทรนด์ที่น่าสนใจเรียกว่า ‘Eyebrow Cut’ ที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มหญิงและชาย ทั้งในประเทศตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเราอยากพาทุกคนไปรู้จักกับเทรนด์ที่ว่านี้มากขึ้น พร้อมแนะนำเบสิคในการเข้าถึงลุคนี้ให้ทุกคนนำไปทำตามกันด้วย WHAT IS EYEBROW CUT ? การตัดคิ้ว (Eyebrow Cut) คือ การทำรอยบนคิ้ว (ส่วนใหญ่เป็นรอยแนวตั้ง) ด้วยอุปกรณ์ เช่น มีดโกน หรือ เทป หลายคนมักเรียกวิธีนี้ว่า ‘Eyebrow Slit’ แต่ก็มีคนที่แย้งว่ามันเป็นการเรียกที่ผิด เพราะวัฒนธรรมฮิปฮอปดั่งเดิมจะเรียกมันว่า Cut มากกว่า การแต่งคิ้วสไตล์นี้มีมาตั้งแต่สมัยของ Big Daddy Kane แร็ปเปอร์ชาวสหรัฐฯ ที่นำเทรนด์นี้ตั้งแต่ยุค
เพิ่งเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อนกับ HUAWEI WATCH GT 2 Pro สมาร์ทวอชหน้าตาหล่อเหลา ที่พกเอาความสามารถมาแบบเต็มเหนี่ยว จัดเต็มฟังก์ชันอำนวยความสะดวกแทบทุกด้านของชีวิต ทั้งการทำงาน ความบันเทิง สุขภาพ และการออกกำลัง เรือนเดียวครบในราคาหนึ่งหมื่นบาทมีทอน (9,990 บาท) เท่านั้น และความสามารถเจ๋ง ๆ ของ HUAWEI WATCH GT 2 Pro จะมีอะไรที่ตอบโจทย์โดนใจชาว UNLOCKMEN บ้าง วันนี้เราจะไขข้อสงสัยให้ทุกท่านได้กระจ่าง เชิญอ่านไปพร้อมกันได้เลย เริ่มต้นกันที่จุดเด่นแรก ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องราวของงานดีไซน์ที่ส่งให้ HUAWEI WATCH GT 2 Pro มาพร้อมรูปลักษณ์เรียบหรู เหมาะกับการสวมใส่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต จะออกงานเนี้ยบ ๆ หรือใส่ลุยออกกำลังกาย ก็อุ่นใจทุกสถานการณ์ด้วยตัวเรือนไทเทเนียมที่น้ำหนักเบา และทนทาน พร้อมหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์สุดแกร่ง อีกทั้งยังมีบอดี้ด้านหลังที่ใช้วัสดุเซรามิกเคลือบเงา เสริมภาพรวมความงดงามของนาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเลือกเปลี่ยนลุคได้รวดเร็วทันใจด้วยสายนาฬิกาที่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายดายด้วยตัวเองแค่กดเลื่อนสลักด้านหลัง จะใส่สายหนังสุดหรู หรือสายซิลิโคนสไตล์สปอร์ต ก็เลือกได้ตามใจไม่ยุ่งยาก และไม่ใช่เพียงแค่สายนาฬิกาเท่านั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสไตล์ที่แตกต่างได้อย่างสะดวกง่ายดาย ในส่วนของ
’วิงสูท ฟลายอิ้ง’ กีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทายที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย เพราะแม้แต่นักกีฬาผู้มากประสบการณ์ ถ้าพลาดพลั้งแม้เพียงนิดเดียวก็อาจเสียชีวิตได้ ซึ่งล่าสุดนี้ได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การเล่นวิงสูทฟลายอิ้งที่พัฒนาไปอีกขั้น นวัตกรรมนั่นคือ ชุดวิงสูทไฟฟ้า (electrified wingsuit) ผลงานต่อยอดจากโปรเจค ‘BMW i’ แบรนด์พลังงานไฟฟ้าของค่ายรถยนต์ BMW ที่ได้รับการเปิดตัวในงาน #NEXTGen2020 โดยจุดประสงค์ในการเสริมระบบไฟฟ้าให้กับวิงสูทก็เพื่อเพิ่มความสามารถในการบินให้สามารถไต่ระดับได้ จากเดิมที่ต้องอาศัยเพียงแรงโน้มถ่วงในระนาบที่ต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมการควบคุมได้อย่างปลอดภัย และบินได้ระยะทางที่ไกลขึ้น วิงสูทชุดนี้ออกแบบโดย BMW Designworks studio ทำงานร่วมกับนักบินวิงสูทมากประสบการณ์ ปีเตอร์ ซัลส์แมน (Peter Salzmann) เพื่อออกแบบเป็นชุดวิงที่มีระบบขับเคลื่อนใบพัดไฟฟ้า มีขนาดเล็กพอที่จะสวมใส่บริเวณหน้าอก ลดน้ำหนักโดยการใช้วัสดุคาร์บอน ซึ่งใบพัดแต่ละอันมีขนาดเพียงข้างละ 5 นิ้ว ส่งกำลังไฟฟ้าออกมาได้ 7.5 กิโลวัตต์ มีความเร็วในการหมุนสูงสุดราว 25,000 รอบต่อนาที และมาพร้อมด้วยกำลังไฟฟ้ารวม 15 กิโลวัตต์ บินได้นานราว 15 นาที นอกจากนี้ตัวชุดยังมาพร้อมระบบอื่น ๆ เช่น สวิทเปิดปิดการทำงาน วาล์วน้ำสำหรับการใช้งานด้วย 2
การปล้นธนาคารหรือปล้นรถขนเงิน คือสิ่งที่เห็นบ่อยครั้งในการ์ตูน วรรณกรรม และภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนญี่ปุ่น บ้างก็สามารถปล้นเงินจำนวนมหาศาลได้สำเร็จเพราะใช้ทีมงานจำนวนมากควบคู่กับการวางแผนรัดกุม แต่ส่วนใหญ่มักจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้คาที่หรือตามจับกันได้ภายหลัง ทว่าชายหนุ่มคนหนึ่งกลับสร้างวีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่ตราตรึงชาวญี่ปุ่นยุค 60s ด้วยการปล้นเงินราว 300 ล้านเยน แล้วหนีไปอย่างชิล ๆ โดยไม่มีใครสามารถตามจับได้ เรื่องราวอื้อฉาวแห่งยุคเกิดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 1968 ณ มหานครโตเกียว ขณะที่รถขนเงินของธนาคารนิปปอนทรัสต์ (Nippon Trust Bank) สาขาโคกูบุนจิ พนักงานทั้งหมด 4 คน นำเงินสดเต็มคันรถออกจากธนาคาร ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่กลางถนน บรรยากาศรอบตัวสงบนิ่งไม่ต่างจากวันอื่น ๆ แต่กลับมีชายคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขี่รถจักรยานยนต์ที่ตำรวจใช้ในเวลาราชการตีขนาบพร้อมบอกให้คนขับรถขนเงินค่อย ๆ ชะลอความเร็ว และอย่าตื่นตระหนกหรือเบรกกะทันหัน สร้างความงุนงงให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่อยู่บนรถเป็นอย่างมาก หลังคนขับตบไฟเลี้ยวนำรถขนเงินจอดเข้าข้างทาง เขาลงมาคุยกับชายที่เขาคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ชายคล้ายตำรวจได้แจ้งกับพนักงานว่าตัวเองได้รับรายงานว่ารถขนเงินคันนี้ไม่ได้กำลังขนแค่เงินสด แต่ยังขนระเบิดเวลาติดมาด้วย หากเป็นแค่คำพูดลอย ๆ ของคนคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงคนเดียว อาจไม่ทำให้พนักงานทั้ง 4 คน ที่มากับรถขนเงินเชื่อสนิทใจ อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวไม่รอช้าไซโคต่อว่าไม่รู้เหรอว่าก่อนหน้านี้ทางธนาคารนิปปอนทรัสต์ได้รับจดหมายข่มขู่หลายครั้ง ประกอบกับบ้านพักของผู้จัดการธนาคารสาขาที่ขนเงินออกมาก็เคยถูกวางระเบิด ยังไม่ทันได้ทีเวลาให้พินิจพิจารณา อยู่ ๆ


