ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กมัธยมปลายที่กำลังไปเรียนพิเศษ เป็นหนุ่มมหาวิทยาลัยที่กำลังหัวหมุนกับการสอบไฟนอล หรือหนุ่มออฟฟิศที่กำลังเหนื่อยล้า เมื่อถึงวันหยุดประจำ ไม่ว่าจะเป็นเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดพิเศษใด ๆ ล้วนแต่ทำให้เราลุกขึ้นส่งเสียงเฮดัง ๆ ให้กับการปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าที่เกาะหลังเรามาทั้งสัปดาห์ แต่ใช่ว่าถึงเวลาจริง เราจะใช้มันได้คุ้มค่าอย่างที่คิดไว้ หลายครั้งถึงวันหยุด กลับมีเรื่องราววุ่นวายให้ต้องทำ จนลืมไปเลยว่านี่วันหยุด นึกว่าวันทำงานที่เปลี่ยนโลเกชั่นเฉย ๆ หากคุณคือหนึ่งในคนที่รู้สึกว่าใช้วันพักผ่อนของตัวเองไม่คุ้มเอาเสียเลย UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 เทคนิคดี ๆ ที่จะเนรมิตวันหยุดให้มันกลายเป็นวันหยุดที่คุ้มค่า จนรู้สึกได้ว่า นี่สิวะ! การพักผ่อนที่แท้จริง หลับแล้วต้องลึก การได้นอนมันคือสวรรค์สำหรับคนที่เหนื่อยกับชีวิตประจำวัน เพราะมันคือช่วงเวลาที่เราไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ชาร์จแบตให้ตัวเองสำหรับวันต่อไป อย่างไรก็ตามการนอนของเรา แม้เราจะรู้สึกว่าเราหลับแล้ว แต่มันอาจจะไม่ได้เข้าสู่ Stage ที่ลึกมากพอที่ให้ร่างกายได้พักผ่อนจริง ๆ ก็ได้ รวมถึงเวลาการนอนอันน้อยนิด การอดหลับอดนอน ของคนบ้างาน ก็ยังคงเป็นปัญหาที่เราไม่ได้มองข้าม แต่มันอาจแก้ไม่ได้เพราะงานที่ค้างมันบังคับ สภาพแวดล้อมของห้องนอนเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เรามองข้าม อุณหภูมิที่เหมาะสม ห้องที่ไม่มีแสงลอดเข้ามาให้กวนใจ ถึงจะส่งผลให้การนอนของเรามีประสิทธิภาพ อีกอย่างคืออารมณ์ของเราก่อนนอน ที่ควร Relax ให้มาก ไม่เอาเรื่องเครียด ๆ มาคิดก่อนนอนจนเก็บเอาไปฝัน ไม่งั้นก็เหมือนได้ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนเลยล่ะ
บทความนี้เหมาะสำหรับผู้มีความรู้พื้นฐานในเกมโป๊กเกอร์ ในบรรดาเกมการพนันมากมายในโลก ‘โป๊กเกอร์’ ดูจะมีเสน่ห์ดึงดูดที่สุด เพราะมันไม่ใช่เกมที่อาศัยดวงเพียงอย่างเดียว แต่ฝีมือการเล่นคือสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ต้องใช้ทักษะหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านใจอ่านภาษากายคู่ต่อสู้ คำนวณอัตราความน่าจะเป็น สร้างภาพลักษณ์ของตัวเอง กล้าเสี่ยงในเวลาที่จำเป็น และอีกมากมาย จึงไม่แปลกเลยที่ผู้คนนับล้านทั่วโลกต่างตกหลุมรักโป๊กเกอร์ มันคือเกมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการพนันและกีฬา ดังนั้นตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันจึงมีสุดยอดนักโป๊กเกอร์ปรากฏตัวขึ้นมากมาย พวกเขาใช้ความฉลาดและการอ่านใจอันยอดเยี่ยมกวาดเงินเข้ากระเป๋านับล้านเหรียญ ถ้าจะพูดถึงยุคบุกเบิกคงหนีไม่พ้น Doyle Brunson ตำนานนักโป๊กเกอร์ที่ยังมีลมหายใจ เจ้าของฉายา Texas Dolly กว่า 60 ปีที่เขาอยู่ในวงการโป๊กเกอร์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือ Iconic ของเกมนี้ และเป็นแบบอย่างแก่นักโป๊กเกอร์รุ่นหลังมากมาย ยุคต่อมาคือยุคของ Stu Ungar นักโป๊กเกอร์อัจฉริยะระดับปรากฏการณ์ เจ้าของฉายา The Kid น่าเสียดายที่เขาด่วนจากไปก่อนเวลาอันควร แต่ในยุคปัจจุบันยังไงก็ต้องพูดถึง Daniel ‘Kid Poker’ Negreanu ซูเปอร์สตาร์นักโป๊กเกอร์ผู้มีลีลาการเล่นสุดเร้าใจ ขวัญใจแฟนโป๊กเกอร์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามกว่าจะมาถึงวันนี้ Daniel ก็ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ เขาเข้าใจดีว่าความพ่ายแพ้และรู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่อ่อนในโต๊ะมันรู้สึกอย่างไร เขาจึงออกมาแนะนำกฎเหล็ก 7 ข้อสำหรับนักโป๊กเกอร์มือใหม่ ที่รับรองว่าถ้าทำตามอย่างเคร่งครัดอย่างน้อยคุณก็จะไม่ใช่ ‘Fish’ ให้ใครขโมยเงินไปได้ง่าย ๆ แน่นอน Don’t Show if You
ในช่วงเวลาที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ฝุ่น ทั้งย่านใจกลางเมืองที่มีควันรถจำนวนมาก แถบนอกเมืองที่มีโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาป่า เผาหน้าดิน ผู้คนที่เริ่มเห็นถึงปัญหานี้ต่างก็รีบออกไปหาซื้อเครื่องฟอกอากาศกันจนขาดตลาด ในเมื่อหนีมลพิษไม่ได้ เครื่องฟอกอากาศดี ๆ ก็ดันหมดอีก แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ? องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ปัจจุบันมลพิษทางอากาศกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เพราะฝุ่นขนาดเล็กที่เข้าไปในร่างกายจะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมองอักเสบ อีกทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เผยสถิติว่าฝุ่นเหล่านี้คร่าชีวิตผู้คนกว่า 3 ล้านคนต่อปี และ 1 ใน 8 ของการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวด้านบนเกี่ยวข้องกับฝุ่นอย่างแน่นอน ถ้าฝุ่นตามท้องถนนนั้นร้ายกาจ การหลบอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปข้างนอกจะทำให้เราดมมลพิษน้อยลงหรือไม่ ? คำถามนี้ WHO ตอบด้วยผลวิจัยที่น่าตกใจว่าข้อเท็จจริงมันกลับกัน คนที่เสียชีวิตเพราะมลพิษในบ้านมีจำนวนมากกว่านอกบ้านถึง 1.3 ล้านคนต่อปี! เมื่ออากาศกลางแจ้งกับภายในอาคารต่างก็มีค่าฝุ่นที่สูงพอ ๆ กัน IKEA จึงพยายามสร้างสรรค์บางสิ่งเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวที่กำลังวิกฤต โดยคิดค้นนวัตกรรมที่ประหยัดต้นทุน มีประสิทธิภาพและสามารถใช้ได้จริง จนสำเร็จเป็นผ้าม่านฟอกอากาศ ผู้คิดค้นผ้าม่านที่ฟอกอากาศชิ้นนี้คือ Affonso Mauricio product developer ของ IKEA สวีเดน เขาออกแบบผ้าม่านโดยนำผ้าเคลือบสารประเภท photocatalyst ที่ช่วยเร่งให้เกิดกระบวนการ photocatalysis หรือที่เรียกกันว่าปฏิกิริยาสังเคราะห์แสง
ในโลกปัจจุบันที่ Social Network เปรียบเสมือนกำแพงขวางเราทุกคนจากโลกภายนอกอันกว้างใหญ่ เราต่างคิดว่ารู้จักโลกใบนี้ดี แต่เปล่าเลย เรารู้จักมันผ่านหน้าจอเท่านั้น ไม่รู้เลยว่าหน้าตาที่แท้จริงเป็นยังไง การออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวจึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูออกไปเพื่อเรียนรู้โลกใบนี้ผ่านสายตาตัวเอง The Secret Life of Walter Mitty, Into the Wild, The Motorcycle Diaries ยังจำความรู้สึกหลังดูภาพยนตร์เหล่านี้จบได้มั้ย? เชื่อว่าทุกคนคงรู้สึกเหมือนกัน ไฟในใจลุกโชน แทบจะอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางเสียตอนนั้นเลย แต่สุดท้ายไฟเหล่านั้นก็ค่อย ๆ มอดลงตามกาลเวลา และเป็นอีกครั้งที่เราทำได้เพียงเกาะกำแพง Comfort Zone มองโลกภายนอกตาละห้อย จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปตลอดชีวิตเหรอ? ถ้าตอนนี้คุณมีความพร้อมแล้วก็อย่ารอช้า เอาชนะความกลัวให้ได้สักครั้ง ออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเอง เพราะการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวคือสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในบางช่วงของชีวิต อิสระที่มากกว่า การไปเที่ยวออกทริปกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ก็สนุกอยู่หรอก ได้เฮฮาปาร์ตี้ ทำตัวบ้าบอ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ต้องตามใจคนนู้นทีคนนี้ที ไม่ได้ไปไหนตามที่ใจคิด นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องรสนิยม เช่นบางคนนอนโฮสเทลไม่ได้ บางคนกินอาหารแบบนี้ไม่ได้ วุ่นวายกันไปใหญ่ กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็หมดเวลาไปหลายชั่วโมงแล้ว ส่วนการท่องเที่ยวคนเดียวนั้น ถึงแม้จะมีเหงาบ้างในบางเวลา แต่เราก็สามารถทำตามใจตัวเองได้เต็มที่ อยากตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ กินอะไรก็ได้ ไปไหนก็ได้ ฟังดูก็ไม่เลวเหมือนกันนะ พาตัวเองออกจาก Comfort Zone
ในสังคมปัจจุบันที่ชุดความคิด ‘ชายเป็นใหญ่’ นั้นล้าหลังไปแล้ว คำถามที่ว่าผู้ชายอย่างเราควรจะวางตัวอย่างไรให้เหมาะสมจึงกลายเป็นคำถามสำคัญและยากที่จะหาคำตอบ เพราะเรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เป็นสิ่งที่ใช้ความพึงพอใจของปัจเจกในแต่ละสังคมเป็นคำตอบ อย่างไรก็ตามวันนี้ ‘Barack Obama’ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนดังและ ‘Stephen Curry’ สุดยอดนักบาสเก็ตบอล NBA แห่งยุค จะมาเสนอแนวทางที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เราได้ฟังกัน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ เมือง Oakland รัฐ California มีงานสัมมนาเรื่อง How to ‘Be a Man’ โดยมีวิทยากร 2 คน ซึ่งก็คือ Barack Obama และ Stephen Curry จุดมุ่งหวังคือการให้ผู้ชายรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายผิวสีได้หลุดพ้นจาก ‘กับดัก’ ทางสังคม “พวกเราทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าการจะเป็นผู้ชายที่ดีได้นั้น ต้องเริ่มจากการเป็นมนุษย์ที่ดีเสียก่อน นั่นหมายความต้องมีความรับผิดชอบ ทำงานหนัก มีน้ำใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น” Obama เริ่มต้นบทสนทนา “ความคิดที่ว่าการจะแสดงออกถึงความเป็นชายของตัวเองนั้นคือการต้องกดคนอื่นให้ต่ำกว่าตัวเองมันล้าสมัยไปแล้ว” “เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าเมื่อกลุ่มวัยรุ่นรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม พวกเขาจะทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงออกให้ผู้อื่นทราบ” “ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องกดคนอื่นให้ต่ำลงเพื่อลบปมดังกล่าว ลองเปลี่ยนเป็นยกย่องเชิดชูดูสิ” “ผมเห็นด้วยกับเรื่องนั้น”
“เมื่อก่อนเราไม่เอาอะไรเลย อยากแค่ร้องเพลงอย่างเดียว … ไม่อยากทำอะไรที่มันไม่ใช่ตัวเอง อยากแค่ทำเพลงอย่างเดียวจริง ๆ” ตัวตน ความชอบ ความฝัน แพสชั่น เป็นเหมือนภารกิจชีวิตที่เราทุกคนต้องทำมันให้สำเร็จ ยิ่งกับเรื่องการสร้างตัวตนในยุคนี้ น้ำหนักของมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ใครบ้างจะอยากเป็นสิ่งอื่นที่ตัวเองไม่อยากเป็น ใครจะอยากเสียเวลาไปฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ แม้การฝืนทน จำนนต่อสิ่งที่ไม่ชอบ กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลาย ๆ คน แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเปอร์เซ็นต์ของคนที่ประสบความสำเร็จเพราะทำตามความฝันเพียงอย่างเดียวมีจำนวนน้อยกว่ามาก เพื่อพูดคุยเรื่องส่วนผสมของความสำเร็จ ความชอบ การทำตามความฝัน ชื่อของ “แป้งโกะ” – จินตนัดดา ลัมะกานนท์ หญิงสาวเสียงใสที่ประสบความสำเร็จทางดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อยโดยเริ่มต้นจากการ Cover เพลงเป็นชื่อแรก ๆ ที่เรานึกถึง ศิลปินเต็มขั้นที่มีทั้งผลงานเพลงเป็นของตัวเองและยังคง Cover งานเพลงศิลปินอื่น โดยสวมวิญญาณการเล่าและตีความในรูปแบบฉบับของตัวเอง อย่างซิงเกิ้ลล่าสุดที่ปล่อยออกมาอย่าง คำอธิบายของ Ewery ก็เป็นเพลงที่เธอชื่นชอบถึงเลือกมาทำ ส่วนเราก็ยอมรับว่าชื่นชมทั้งน้ำเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์ ไพเราะอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่แพ้ต้นฉบับ เราตั้งใจมาพูดคุยเรื่องเส้นทางการเติบโตของเธอ สิ่งที่ต้องก้าวข้ามเพื่อทำตามความฝันจนสำเร็จตั้งแต่ยุคอินเตอร์เน็ตยังไม่แรงเท่าวันนี้ แต่หนึ่งในคำตอบของเธอที่ “โต” กว่าตัวและความคาดหวังของเราที่ตอบกลับมา กลับน่าสนใจกว่าเก่า เมื่อแป้งโกะลุกขึ้นมายอมรับว่า “ความชอบ” ที่เคยพาไปถึงฝั่งนี่แหละ คือ “กรอบ” ชิ้นใหญ่ที่ชีวิตที่เราต้องก้าวข้ามไป อุปสรรคที่มากกว่าเสียงวิจารณ์ภายนอก
เพราะคนเราไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่อันตรายจากการไม่ควบคุมอารมณ์นั้นโหดร้ายยิ่งกว่า
เราล้วนแต่เติบโตมาพร้อม ๆ กับคำกำชับสั่งสอนของผู้ใหญ่ว่า “ห้ามคุยกันเรื่องการเมืองและศาสนา ถ้าไม่อยากมีความบาดหมาง ขัดแย้ง” แต่ในทางกลับกัน UNLOCKMEN คิดว่าการซุกปัญหาไว้ใต้พรมเหมือนปัญหาและความขัดแย้งไม่เคยมีอยู่ต่างหากที่จะยิ่งทวีพลังความอัดอั้นในตัวเราแล้วระเบิดออกสู่สังคมอย่างรุนแรง เมื่อความรุนแรงของการเมืองปะทุขึ้นเรื่อย ๆ เราเลยอยากชวนผู้ชายทุกคนปลดล็อกตัวเองไปอีกขั้น ด้วยการพูดคุยเพื่อแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็รับฟังทัศนคติทางการเมืองของผู้อื่น เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนและนำข้อมูลที่มีเพิ่มขึ้นใช้ตัดสินใจลงคะแนนเสียงเพื่อชี้ชะตาประเทศได้อย่างมีวิจารณญาณที่สุด โดยเฉพาะในจังหวะที่บรรยากาศทางการเมืองและการหาเสียงกำลังดุเดือดเลือดพล่านแบบนี้ บางขณะที่เราก็ยังไม่พร้อมพูดคุยเรื่องนี้กับใคร แต่ก็อาจมีบางคนพยายามชวนเราคุยเรื่องนี้อยู่ดี นี่จึงเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความฉลาดทางอารมณ์ไว้ล่วงหน้า ไม่ให้เราระเบิดอารมณ์ใส่ใครเพียงเพราะคุยกันเรื่องการเมือง ไม่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เราจะเชียร์ใคร สนับสนุนใคร หรือฟากการเมืองใดก็ได้ เช่นเดียวกันกับที่คนอื่นก็มีสิทธิ์สนับสนุนความคิดเห็นทางการเมืองของฝั่งที่เขาเลือก ดังนั้นขั้นตอนแรกที่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจคือทุกคนคือมนุษย์ที่มีสิทธิและมีเสียงเท่า ๆ กันกับเรา หลีกเลี่ยงการยัดเยียดว่าใครเป็นควาย เป็นเหี้ย เป็นหมา ฯลฯ เพียงเพราะเขาไม่สนับสนุนฝั่งเดียวกับเรา หรือสนับสนุนฝั่งที่เราไม่ชอบ การลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น และการเพิ่มความเกลียดชังทางคำพูด ไม่ทำให้บทสนทนาราบรื่นแน่นอนไม่ว่าจะเรื่องทางการเมืองหรือเรื่องไหน ๆ บทสนทนาคือการพูดและฟัง ไม่ใช่แค่การหักล้าง การสนทนาเรื่องการเมืองกับใครก็ตาม อาจไม่ได้หมายถึงแค่การเอาชนะ กดดันหรือโน้มน้าวใจอีกฝั่งให้เชื่อเหมือนเรา คิดเหมือนเรา หรือเชื่อเหมือนเราเท่านั้น การสนทนาเรื่องการเมืองอาจหมายถึงการแลกเปลี่ยนโดยเราได้พูดเพื่อแสดงความคิดเห็นของเรา ในขณะเดียวกันเราก็รับฟังความคิดเห็นของคนที่คิดต่างจากเรา เราอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดออกมา แต่เราควรรับฟังเพื่อรู้ว่าเขาคิดอะไร โดยใช้เหตุและผลคุยกันมากกว่าอารมณ์และความเกลียดชัง ถ้าเจอคนเกรียนใส่ จงเลี่ยงออกมา บทสนทนาเรื่องการเมืองจะไปข้างหน้าได้ก็ต่อเมื่องทั้งเราและคนในวงสนทนาต้องการแลกเปลี่ยน เข้าใจและรับฟังซึ่งกันและกัน เมื่อใดก็ตามที่ในวงสนทนานั้นมีคนเกรียนใส่ไม่ยั้ง
ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง “Constantine คนพิฆาตผี” คงต้องยอมให้กับความเท่ระเบิดระเบ้อของ Keanu Reeves ที่เจิดจรัสออกมาตลอดทั้งเรื่อง จนกลบเสียงวิจารณ์เนื้อหาที่ฉีกไปจากคอมมิกอย่างไม่มีชิ้นดี นอกจากความเท่ที่มันเตะตาคนดูอย่างเราแล้ว หลายคนคงจำรอยสักปริศนาที่แขนของ John Constantine ตัวเอกของเรื่องกันได้ดี โดยเฉพาะฉากยกแขนมาแนบกันเพื่อปราบเจ้าเด็กแสบ รอยสักนั้นไม่ได้ถูกดีไซน์ขึ้นมาใหม่ ให้มันเท่เข้ากับคาแรกเตอร์เฉย ๆ อย่างตัวละครในเรื่องอื่น แต่มันเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายและมีมานานอีกแล้วอีกต่างหาก UNLOCKMEN จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสัญลักษณ์นั้น ที่กลายมาเป็นรอยสักแสนสะดุดตาบนแขนของเขากัน ทำความรู้จักเรื่อง Constantine ก่อนจะไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์นั้น ลองมาทบทวนเนื้อเรื่อง “Constantine คนพิฆาตผี” กันหน่อย เผื่อมีบางคนที่ดูนานแล้วจนลืมเลือนเนื้อเรื่องไป หรือบางคนที่อาจจะยังไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อน ความเท่ของการปราบผีระดับตำนาน เรื่องราวของ John Constantine (Keanu Reeves) เขาไม่ได้เป็นนักบุญ แต่เขาคือผู้ที่เคยผ่านความตาย และมีพรสวรรค์ในการเห็นสิ่งใด ๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์ เขาใช้ชีวิตเพื่อกำจัดพวกเกเรกลับนรกไม่ให้เหลือซาก จนเขาได้ไปเจอกับตำรวจสาวที่ขอร้องให้เขาช่วยสืบเกี่ยวกับคดีการฆ่าตัวตายของน้องสาวฝาแฝดของเธอ แต่เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อความตายของสาวคนนั้นเป็นเพียงปมเล็ก ๆ ของเรื่องราวอันยุ่งเหยิงระหว่างปีศาจ ลูกตัวแสบของลูซิเฟอร์ที่อยากจะขึ้นมาป่วนโลกนี้แบบเต็มที ใครที่ชื่นชอบปีศาจแบบตามศาสนา ไม่ใช่ผีแบบ Ghost ล่ะก็ แนะนำเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ เพราะเรื่องนี้จะเต็มไปด้วย ปีศาจ ศาสนา
หลังจากที่เมื่อคืนปาร์ตี้อย่างหนักหน่วงจนไม่รู้ว่าภาพตัดไปตอนไหน เมื่อคุณฟื้นขึ้นมาบนเตียง หลังจากตั้งสติได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน สิ่งที่ตามมาแน่นอนคืออาการเมาค้างปวดหัว หรือที่ภาษานักดื่มเรียกว่า ‘แฮ้ง’ ส่วนจะปวดมากปวดน้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่กระดกเข้าไปเมื่อคืน อาการแฮ้งคือปัญหาที่อยู่คู่กับบรรดานักดื่มมาอย่างยาวนาน เป็นปัญหาโลกแตกที่ไม่มีใครตอบได้จริง ๆ ว่าบรรเทาด้วยวิธีไหนได้ผลที่สุด แต่ละคนก็มีวิธีแก้แฮ้งแตกต่างกันไปตามที่เรียนรู้จากประสบการณ์ -ทันทีที่ตื่นให้กระดกเพิ่มอีก 1 ช็อตหรือดื่มเบียร์ 1 ขวด เพื่อถอน -ดื่มน้ำหวานต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำอัดลม -ทานข้าวต้มหรือซุปร้อน ๆ -อาบน้ำอุ่น เหล่านี้คือวิธีแก้แฮ้งที่เราได้ยินกันมานาน และเชื่อว่าหลายคนคงเคยลองทำตาม แต่วันนี้เรามีวิธีที่แปลกใหม่มานำเสนอ เป็นคำแนะนำจากปากมืออาชีพที่ถูกรายล้อมด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเวลาอย่าง ‘บาร์เทนเดอร์’ นั่นเอง โดยข้อมูลทั้งหมดเรารวบรวมมาจาก Rooster Magazine ส่วนจะได้ผลหรือไม่นั้น ต้องลองดู “ก่อนนอนผมพยายามดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การขาดน้ำเป็นสิ่งอันตราย และเมื่อผมตื่นขึ้นมา อาหารเช้าจะเป็นกาแฟดำและขนมปังอะโวคาโด เท่านี้ผมก็สามารถเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว แต่ถ้าผมไม่ทำเช่นนี้ล่ะก็ ตลอดทั้งวันผมจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย -Shawn Campbell, Bartender “แน่นอนว่าต้องพยายามดื่มน้ำให้มากที่สุด และบังคับตัวเองให้ออกกำลังกาย ผมชอบที่จะฝึกมวย, โยคะร้อนหรือบางครั้งก็วิ่ง เมื่อเหงื่อออกสารเอนโดรฟินก็จะหลั่ง และมันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น” -Jim Kenyon, Bartender “Latkes (แพนเค้กมันฝรั่งแบบปราศจากกลูเตน ไข่และมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ)” -Alex Jump, Bartender/Bar Manager “วิธีที่ผมชอบคือดื่มน้ำหนึ่งขวดก่อนนอนตามด้วยยาแอสไพรินสองเม็ดและเมื่อตื่นมาผมมักจะดื่มเบียร์เป็นอย่างแรก