ในปีนี้กระแสอาหารอะไรกำลังมาบ้าง ? นี่เป็นคำถามที่เหล่านักชิมและผู้รักสุขภาพถามหากันตั้งแต่ต้นปี จึงทำให้เว็บไซต์อย่าง michelin.com ที่โด่งดังในเรื่องของการจัดอันดับมิชลินสตาร์ ร่วมกับสำนักข่าว CNBC ได้รวบรวมเทรนด์อาหารที่น่าสนใจประจำปี 2019 เอาไว้เป็นที่เรียบร้อย และ UNLOCKMEN จะพาไปชมกับ 5 เทรนด์อาหารที่น่าสนใจของปีนี้ 1. อาหารเอาใจนักกินสายเขียว เพราะกัญชาคือประเด็นที่ร้อนแรงมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งการทำให้กัญชาถูกกฎหมายและกลายเป็นพืชที่ใช้ในการสันทนาการ ในบางประเทศที่กัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้วก็ไม่รอช้านำเจ้าพืชสายเขียวนี้มาเป็นส่วนประกอบของอาหารนานาชนิดเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะอาหารคาวอย่าง ซูชิ ขนมปังกระเทียม แซนวิช สลัด ไปจนถึงของหวานอย่างบราวนี่ มัฟฟิน และไอศกรีม ที่หลาย ๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าจะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน เพราะกัญชานั้นมีส่วนช่วยคลายความเครียด ทำให้หลับสนิท และบางคนก็มีความคิดว่าการใส่กัญชาลงไปในอาหารเล็กน้อยก็จะช่วยทำให้คึกคักในเรืองทางเพศได้ 2. Pacific Rim Cuisine ถึงแม้ชื่อจะเหมือนกับหนังแอคชั่น Sci-fi ชื่อดังอย่าง Pacific Rim แต่อาหารประเภทนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด Pacific Rim Cuisine คือชื่ออาหารฟิวชันซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบที่ได้มาจากหมู่เกาะต่าง ๆ ทั่วมหาสมุทรเอเชียแฟซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นปลา สาหร่าย
เคยไหมเมื่อบางครั้งรู้สึกโกรธมาก ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่พอใจอะไรต้องเก็บไว้ในใจและไม่รู้ว่าจะไประบายพลังงานลบได้ที่ไหน แล้วถ้าต้องจ่ายเงิน 700 บาท แต่สามารถระบายอารมณ์โดยการทำลายข้าวของได้ตามใจเพื่อคลายความหัวร้อนลงคุณจะยอมจ่ายหรือไม่ ? ถ้าคำตอบที่มีอยู่ในใจคือใช่ UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับห้องที่ทุกคนสามารถแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาได้ดั่งใจ เพราะอารมณ์โกรธคือสิ่งที่ทุกคนจะต้องเคยพบเจอสักครั้งในแต่ละวันทำให้บริษัทมีชื่อว่า Smash เกิดไอเดียสร้างรายได้จากความโกรธอย่างห้องที่มีชื่อว่า ห้องระบายอารมณ์ หรือ Anger Room ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นห้องที่พร้อมรับมือผู้คนที่นำพาความโกรธมาระบาย ณ ที่แห่งนี้ ก่อนที่ลูกค้าจะได้เข้าไปใช้บริการในห้องระบายอารมณ์ ทางบริษัท Smash จะมอบไม้เบสบอลหรืออาวุธเบาอื่น ๆ ให้ลูกค้าถือติดมือ และกำหนดให้ลูกค้าทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันก่อนเข้าสู่ห้องระบายอารมณ์ เพื่อป้องกันสิ่งของที่แตกกระจายเพราะภายในห้องจะมีข้าวของต่าง ๆ เช่น ขวดแก้วหรือแจกัน เตรียมไว้ให้หวดอย่างเต็มแรงเป็นเวลา 30 นาที ในราคา 158 หยวนหรือราว 700 บาท เจ้าของบริษัท Smash นามว่า Jim Meng บอกเล่าถึงธุรกิจของตัวเองว่าห้องระบายอารมณ์นี้เปิดมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2018 และลูกค้าราว 600 คนต่อเดือนของเขาได้ทำลายขวดแก้วไปแล้วเดือนละกว่า 15,000 ขวด แถมเขาเคยเห็นลูกค้าหญิงรายหนึ่งนำภาพถ่ายในวันแต่งงานของตัวเองมาทุบทิ้งจนเละและทิ้งไว้ในห้องอีกด้วย สำหรับเสียงตอบรับของเหล่าลูกค้าที่ได้ลองใช้บริการห้องระบายอารมณ์ต่างบอกว่ารู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ทำลายสิ่งของต่าง
โจ๊กเกอร์-ณศิวัชร์ นพภิรมย์ไชย คือชื่อที่เรามั่นใจว่าใครหลายคนรู้จักดีอยู่แล้วด้วยบทบาทหน้าที่อันหลากหลายทั้งการเป็นนักแสดง พิธีกร นักร้อง ไปจนถึงการทำงานเบื้องหลังทำให้ทั้งเขาและผลงานของเขาต้องผ่านหูผ่านตาเราไม่ว่าเราจะสังเกตหรือไม่ก็ตาม นอกจากการทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊กแล้ว คุณโจ๊กเกอร์ยังเป็นคุณพ่อที่ต้องดูแลลูกฝาแฝดสองคนวัยกำลังซน แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้พลังในตัวเขาดับมอดลงไปแม้แต่น้อย เขากำลังมีซิงเกิ้ลใหม่หลังจากที่ไม่ได้ทำเพลงของตัวเองมา 20 ปี “พอเรามีความมั่นใจ มันสร้างความมั่นใจทำให้มีพลังทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เราได้ความมั่นใจกลับมา เราก็อยากทำอะไรที่เรารัก” คุณโจ๊กเกอร์ให้เหตุผลว่าความมั่นใจนี่แหละที่เป็นกุญแจสำคัญของการกลับมาสร้างผลงานเพลงของตัวเองในแบบที่เขารักอีกครั้ง แต่ความมั่นใจที่ทรงพลังแบบนี้มีที่มาจากอะไร เราก็ไม่รอช้าเริ่มต้นบทสนทนากับผู้ชายมากพลังและเต็มไปด้วยความมั่นใจทันที เพราะเป็นผู้ชายสายลุยจึงต้องไปให้สุดกับทุกสิ่งที่ทำ “ทำอะไรต้องไปให้สุด” เราเชื่อว่าผู้ชายหลาย ๆ คนยึดถือวิธีคิดแบบนี้เป็นหนทางการทำงาน แต่สำหรับคุณโจ๊กเกอร์การไปให้สุดไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานเท่านั้น แต่เขาอยากเต็มที่กับทุกสิ่งในชีวิตโดยเฉพาะสิ่งที่เขารัก “ยังทำงานในวงการบันเทิง เพียงแต่ไม่ได้รับละคร ด้วยเงื่อนไขเรื่องเวลา เราทำพิธีกรรายการท่องเที่ยว ต้องเดินทางตลอดจึงจัดสรรเวลายาก เราเลยให้น้ำหนักการทำรายการมากกว่าเล่นละคร ยังอยู่ในแวดวงเพลงมาตลอด ช่วยทำเพลง เขียนเนื้อร้อง ดีไซน์ ทำเพลงประกอบรายการเพื่อให้ไม่ลืม” นอกจากการเป็นพิธีกรรายการท่องเที่ยวสายลุยของตัวเอง การทำงานเบื้องหลังในวงการเพลงและกลับมาทำซิงเกิ้ลของตัวเองในรอบ 20 ปีซึ่งต้องซ้อมอย่างหนัก เขายังเป็นพ่อของลูกสาวฝาแฝดที่น่ารักอีกด้วย “วันนี้เราไม่ใช่แค่คนคนเดียว เราเป็นพ่อคน เป็นพ่อของลูกสาวฝาแฝดที่เราเลี้ยงเอง เวลาที่ใช้กับลูกเราคือคุณพ่อคนหนึ่ง ตัดภาพของดารานักแสดงออกไปได้เลย เราต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมข้าว ขับรถรับส่งที่โรงเรียน” แม้การมีลูกสาวจะหมายถึงความชุ่มชื่นหัวใจ แต่ก็ทำให้คุณโจ๊กเกอร์ต้องสละเวลาที่เคยมอบให้ตัวเองให้กับลูก ๆ แทน
ครั้งสุดท้ายที่เราเอาจริงกับการจัดบ้านมันเมื่อไหร่นะ? จู่ ๆ เราก็ตั้งคำถามตัวเองหลังจากเปิด Netflix เพลิน ๆ แล้วไปเจอซีรีส์สอนจัดบ้านของ Marie Kondo สาวญี่ปุ่นผู้หลงใหลการจัดระเบียบตั้งแต่ 5 ขวบ ตอนเรียนชั้นประถมก็ชอบจัดหนังสือในห้องสมุดมากกว่าไปวิ่งเล่น ถึงจะน่าเหลือเชื่อแต่นั่นแหละ มีสาวคุณสมบัติเพียบพร้อมแบบนี้อยู่จริง ๆ ความมหัศจรรย์ของข้าวของในบ้านที่โดนเคลียร์เสียเรียบเนี้ยบนิ้งในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นถูกดองให้รกมาเป็นสิบ ๆ ปี แถมพอเอาของทุกอย่างฉบับ before มากองสุมรวม ๆ ซ้อนกันแล้ว มันยังสูงกว่าตัวเธอ หรือครอบครัวที่เธอไปแก้ปัญหาให้เสียอีก เป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่า เอาวะ! เขาทำได้เราก็ต้องทำได้ แต่เบื้องหลังความเรียบร้อย กองผ้าผ่อนที่พับอย่างดี ของที่จัดวางอย่างเป็นหมวดหมู่ก็ทำให้เผลอไปคิดถึงอีกพฤติกรรมนึงที่เราเคยได้ยินอย่างโรค OCD (โรคย้ำคิดย้ำทำ) ประเภทที่ว่าเป็นคนระเบียบจัดแบบสุด ๆ ตลอดเวลาด้วย แล้ว Marie Kondo เป็น OCD หรือเปล่า? หรือการเป็น OCD มันคืออะไรกันแน่ เกี่ยวข้องกับความชื่นชอบจัดบ้านไหม ใครที่สงสัยเหมือนเราลองตามไปดูพร้อมกัน แต่ถ้ามีคำตอบในใจอยู่แล้วก็อย่าพลาด มาเช็กให้ชัวร์อีกทีว่าเหมือนกันกับที่คิดไหม WHO’S MARIE
“ความสำเร็จ”คืออะไร ? รูปร่างหน้าตาเป็นแบบไหน ? ถามคำถามนี้กับใครก็ยากที่คนตรงหน้าจะระบุรูปลักษณ์ที่แน่นอนของสิ่งนามธรรมอย่างความสำเร็จออกมาได้ โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาววัย 20 ต้น ๆ ที่มักกำลังตามหาความหมายอะไรบางอย่างของชีวิต เราก็ทึกทักเอาเองว่าคนจะมีพวกเขาน้อยคนนักที่จะสามารถนิยามความหมายของคำว่าความสำเร็จของตัวเองได้ แต่ไม่ใช่กับ “มานะ-มนพร ศรีศุทธยานนท์” หรือ MANA DKK นักวาดภาพประกอบสาวที่เรามีโอกาสสนทนาด้วย เธอนิยามความสำเร็จในแบบของเธอเองได้อย่างแจ่มชัด บางความสำเร็จของบางคนอาจหมายถึงเกียรติยศ ชื่อเสียง หรือเงินทอง แต่สำหรับเธอความสำเร็จอาจหมายรวมถึงการได้ตื่นขึ้นมาในแต่ละวันและยังสามารถทำสิ่งที่เธอรักอย่างการวาดรูปได้อย่างมีความสุขนั่นก็เพียงพอจะเป็นความสำเร็จแล้ว ไม่ใช่แค่นิยามของความสำเร็จของมานะเท่านั้นที่ดูชัดเจน แน่วแน่ แต่ในฐานะนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ ผลงานและตัวตนของมานะก็โดดเด่นน่าสนใจไม่แพ้กัน สำหรับใครที่เคยอ่านสื่อออนไลน์อย่าง The MATTER มาบ้าง ก็ดีใจด้วย เพราะคุณอาจเห็นงานภาพประกอบสีสันสดใสของมานะที่ผนวกรวมเข้ากับเนื้อหาหนักแน่นได้อย่างกลมกล่อม แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นตัวเธอแต่อย่างใด ยิ่งเห็นภาพสีสันสดใส แต่เต็มไปด้วยตัวตนเหล่านั้น เรายิ่งอยากทำความรู้จักเธอ … ตอนที่เรากำลังอยากรู้จักเธอมากขึ้นก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่มานะกลับมาไทยช่วงสั้น ๆ เพราะตอนนี้เธอกำลังเรียนปริญญาโทด้าน Visual Development ที่สหรัฐอเมริกา เธอเรียนมา 2 ปีเต็ม ๆ แล้วและยังเหลืออีกปีกว่า ๆ ก่อนจะจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ “เรียนมาสองปีแล้ว เหลืออีกปีกว่าจะจบ แต่เราค้นพบว่ามันใช่มาก ชอบมาก แต่ก็น่าจะหางานยากด้วย เพราะในไทยก็มีงานด้านนี้น้อย
เมื่อสมัยเรียนเนี่ย เรามักจะมีเพื่อนสักคนที่จะเป็นคนโปรดของครู ทำหน้าที่นักเรียนดีเด่นชนิดที่ต้องยกตำแหน่งอยู่เป็นไปให้แบบไร้คู่แข่ง พอมาในวัยทำงาน เราเองก็รู้สึกได้ว่าสิ่งเหล่านั้นยังไม่หายไป เรายังเจอลูกรักของเจ้านาย ที่ยังไง้ยังไงก็จะเป็นคนโปรดอันดับหนึ่งเสมอ ผิดพลาดไปยังไงก็จะกลับคืนสู่บังลังก์ลูกรักได้ทุกครั้งไป มันคืออาการที่มองเห็นแต่ด้านดีของคน ๆ นั้น ไม่ใช่แค่ในมุมของคนที่มีสถานะสูงกว่ามองคนที่ต่ำลงมาอย่างเจ้านาย-ลูกน้อง ครู-นักเรียน เท่านั้น แต่คนทั่วไปอย่างเรา ๆ คนที่สถานะเท่ากันก็สามารถมีภาพมายานี้บังตาได้เหมือนกัน UNLOCKMEN จะพามาดูกันว่า ไอ้อาการนี้มันเป็นยังไง และมันส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง พร้อมทางออกสำหรับทุกฝ่าย HALO EFFECT ภาวะ ‘HALO EFFECT’ ถูกค้นพบโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Edward L. Thorndike ตั้งแต่ปี 1920 นู่นแล้ว ซึ่งมันมีความหมายอย่างง่ายที่สุดคือการที่เราเทิดทูนใครคนหนึ่งแต่เพียงด้านดีของเขาเท่านั้น แล้วด้านไม่ดีล่ะ ? เขาก็ยังมีด้านไม่ดีเหมือนกัน แต่เราเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นมันและโฟกัสไปแต่ด้านดีของเขาเพียงอย่างเดียว เหมือนกับว่าเรามองคนโปรดคนนั้นในมิติเดียวนั่นแหละ ราวกับเป็นตัวละครจากวรรณกรรมโรแมนติก ที่คนดีก็จะดี๊ดี ดีมันอยู่อย่างนั้น ไม่ได้มองว่าเขาคือคนทั่วไป ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี มองข้ามข้อเสียไปแบบเนียน ๆ ยังไม่พอ ข้อดีที่เขามีนั้นก็ถูกเทิดทูนแบบ Overrated อีกด้วย ช่างเป็นคนโปรดแบบหาใครมาเปรียบไม่ได้เสียจริง ๆ อาการแบบนี้ฟังดูมันเหมือนเจ้านายที่มีคนโปรดในออฟฟิศ ที่จะได้ทุกอย่างไปแบบไม่ต้องลงแรงเท่าคนอื่น
ปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ ศิลปะยังคงเบ่งบานทั่วกรุง หลายแห่งแข่งขัน ประชัน เชิญชวนให้เรานั่งไม่ติด ต้องลุกเป็นเป็นส่วนหนึ่งของงาน ในวันที่ศิลปะเบิกบาน เมื่อศิลปะถูกจับมาเขย่าแล้วทอดลงบนย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ทุกที่ที่ได้รับเลือกให้เป็นแลนด์มาร์กจะเกิดเป็นสีสัน เหมือนดอกไม้บานปลุกให้ผู้คนเข้ามามาเยี่ยมชมเล่นสนุกกันในย่านน้ัน แต่พอเทศกาลสิ้นสุดลงตามกำหนดการ ความเห่อที่ไม่กรุ่นในหน้าโซเชียลอีกต่อไป สิ่งที่ย่านเหล่านั้นเหลืออยู่คืออะไรกันแน่ เราเชื่อว่าหลายคนคงตั้งคำถาม เพื่อไม่ให้การเดินเท้าครั้งนี้เป็นแค่การเดินอย่างผู้มาเยือนเหมือนเคย เราจึงเลือกเข้าไปดูงาน Bangkok Design Week 2019 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มกราคม 2562 – 3 กุมภาพันธ์ 2562 ในย่านตลาดน้อยกับตาตัวเองเพื่อตอบคำถาม “งานศิลปะก็ดีนะ แต่เราอยากให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมกับงานศิลปะมากกว่านี้” เป็นหนึ่งในความเห็นของคนที่เคยมาชมงานในหน้าโซเชียล ยิ่งเร้าความสงสัยเราเข้าไปอีก คนในพื้นที่เขารู้สึกอย่างไรกับงานเหล่านี้กันแน่ และเมื่อมันเข้าไปกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเขามันเกิดผลกระทบอย่างไร เหตุผลหนึ่งที่เราเลือก “ตะลัคเกียะ” หรือตลาดน้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ของการจัดงานครั้งนี้เพื่อเดินเท้าดูศิลปะ เพราะย่านนี้เป็นชุมชนจีนที่เกิดจากการขยายตัวของสำเพ็งช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อยู่ในพื้นที่เมืองที่เดินทางได้สะดวก เราเองก็เดินทางผ่านย่านนั้นบ่อยแต่อาจจะเลยผ่านไป ทั้งที่ความน่าสนใจจากส่วนผสมของหลายวัฒนธรรมนั้นไม่ได้น้อยหน้าใคร เรียกได้ว่าแม้จะไม่ถือเป็น Big place อย่างเยาวราชแต่ก็ไม่ได้เบาบางเสียจนสามารถมองข้ามไปได้ ย่านเก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมจีน ไทย แถมยังมีโบสถ์และการใช้ชีวิตของคนหลากหลายเจนเนอเรชั่นเดินขวักไขว่ เราลองมาดูของจริงไปพร้อมกันว่าเจ้าของพื้นที่เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับงานศิลปะที่จัดวางอย่างไร IS ART
เมื่อพูดถึงความงาม การเสริมหล่อ ดูแลใบหน้า เชื่อว่าผู้ชายทั้งหลายคงร้องยี้ในใจ เพราะส่วนใหญ่มักจะยึดติดอยู่กับความคิดฝังหัวที่ว่า เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะทางสำหรับสาว ๆ เท่านั้น ส่วนแมน ๆ อย่างเรา ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องดูแลอะไรมากมายให้ยุ่งยาก เน้นหล่อตามธรรมชาติ ไม่สนไม่ใส่ใจอะไรหยุมหยิม อย่างเรื่องริ้วรอยความหย่อนคล้อยบนใบหน้ากันสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะว่าพวกเรามีข้อได้เปรียบในระดับพันธุกรรม ด้วยอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายอย่าง Testosterone ทำให้ผู้ชายมีชั้นผิวหนากว่า มีคอลลาเจนมากกว่า ผลที่ได้คือการมีผิวหน้าคงสภาพดูดีได้ยาวนานกว่าผู้หญิง จนหนุ่ม ๆ ทั้งหลายย่ามใจปล่อยเซอร์ละทิ้งทุกการดูแล เพราะแทบไม่รู้สึกถึงปัญหากวนใจบนใบหน้า SOURCE แต่ต้องไม่ลืมว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบแมน ๆ ลุยกิจกรรม ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ปาร์ตี้หนักหน่วง สุดเหวี่ยงกับทุกเรื่อง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ใบหน้าที่เคยเต่งตึงแบบไม่ต้องทำอะไร กลับกลายเป็นหน้าเหี่ยว โทรมหย่อนคล้อย ริ้วรอยก็มี เหนียงก็เริ่มมา แบบไม่ทันตั้งตัว และถึงแม้ว่าจะหมั่นดูแลหน้าทั้งภายนอกและภายใน เป็นคนใส่ใจอาหารการกินที่มีวิตามินบำรุงผิว เน้นออกกำลังกายให้เลือดลมเดินสะดวก รวมถึงเติมอาหารผิวหน้าสกินแคร์ต่าง ๆ มากมาย แต่สุดท้ายเรื่องของอายุ และสังขารที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ก็ทำให้ยากจะเหนี่ยวรั้งความหล่อเหลาเยาว์วัยเอาไว้ จนรู้ตัวอีกทีก็ต้องสูญเสียความมั่นใจในการพบเจอผู้คน เพราะจริง ๆ แล้ว พวกเราทุกคนน่าจะรู้ดีว่าการมีหน้าดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะประชุมงาน พบปะลูกค้า เจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่ภารกิจพิชิตรัก
ท่ามกลางฝุ่นควันวันนี้ ยังคงมีหลายชีวิตที่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ด้านนอก ไม่ยี่หระต่อสภาพอากาศหรือความอันตรายที่ข่าวประกาศปาว ๆ ว่าดมไปเยอะเข้าจะอันตรายต่อระบบหายใจ อันตรายถึงขั้นกลายเป็นมะเร็ง เพราะฝุ่นคงสำคัญน้อยกว่าอาหารสักมื้อและน้ำสักหยดตอนนี้ ภาพที่พร่าเลือนไม่ว่าจะมีฝุ่นหรือไม่ คือภาพของพวกเขา ชาวโฮมเลสไร้บ้านหรือคนด้อยโอกาสที่เดินอยู่บนฟุตบาทเดียวกับเรา อาศัยกำบังแสงแดด ลมฝน จากตึกแถวที่เราเคยผ่าน ทั้งหมดนี้ถ้าขัดถูด้วยหัวใจ ภาพจาง ๆ นั้นจะชัดยิ่งขึ้น ผู้คนเหล่านั้นบางคนอายุอานามเป็นพี่ น้อง เพื่อน หรือพ่อแม่ของเราได้ บางคนอาจเติบโตมาพร้อมกัน เพียงแต่อยู่ในกรอบสังคมและภาพลักษณ์ที่แตกต่าง คุณจะมองเมินต่อสิ่งเหล่านี้ได้นานแค่ไหน สำหรับบางคนใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี อาจใช้ทั้งชั่วชีวิตนี้ หรือจนกว่าพบภาพสะเทือนใจตรงหน้าอย่างเขา “ป๊อก” ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล “ตอนที่ไปเรียนปริญญาโทไปเรียนที่ซานฟรานซิสโกครับ ที่นั่นมีคนไร้บ้านเยอะ แล้ววันหนึ่งเราไปเห็นเขากำลังถูกทำร้ายอยู่แต่เราไม่ได้เข้าไปช่วยเขา ก็เลยตัดสินใจว่าเราจะทำโปรเจ็กต์เพื่อช่วยเขาในวันถัดไป ตอนแรกแค่กะแค่ว่าทำแค่วันสองวันแล้วก็พอแล้ว ไม่คิดว่ามันจะยาวนานมา 6-7 ปี จริง ๆ โดนด่าตั้งแต่โปรเจ็กต์โฮมเลสแล้วครับว่าสร้างภาพ มาหากินกับโฮมเลส เราก็รู้สึกว่าไม่แคร์แล้ว เพราะว่าสนใจนักเลงคีย์บอร์ด สนใจคนไม่กี่คน แต่ว่าผมบริจาคให้โฮมเลสเยอะมาก ๆ แล้วมาทำโรฮิงญาตอนนี้ก็ไม่ได้ขอเงินใครครับผม เงินผมเอง สมมติว่าช่วยโรฮิงญาได้ไปลี้ภัยประเทศอื่นได้
ในแต่ละวันของชีวิต “แรงบันดาลใจ” กลายเป็นสิ่งที่ Urban Men อย่างเราล้วนตามหา ในบางวันเราอาจหลงลืมความสำคัญของมันไป แต่ท้ายที่สุดเราจะตระหนักได้ว่าเราไม่อาจมีชีวิตอย่างที่เราต้องการได้ถ้าขาดแรงบันดาลใจ เพราะแรงบันดาลใจคือสิ่งเติมเต็มชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานให้ประสบความสำเร็จสุดขีดและมีประสิทธิภาพอย่างที่เราหวัง รวมถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้ชีวิตในแต่ละวัน และแรงบันดาลใจที่จะช่วยให้เราเลือกใช้เวลาแห่งการพักผ่อนไปอย่างรื่นรมย์และเป็นตัวเอง การมีแรงบันดาลใจที่มากกว่าจึงเป็นที่มาของการใช้ชีวิตได้เต็มที่มากกว่า พื้นที่อยู่อาศัยที่มาของแรงบันดาลใจที่มากกว่าให้เราใช้ชีวิตได้มากกว่า “แรงบันดาลใจ” ไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาทักทายเราได้ทุกเช้าที่เราตื่นนอน จึงไม่แปลกอะไรที่ผู้ชายอย่างเราพยายามออกเดินทางเพื่อตามหามัน แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดที่เราต้องดูแล หน้าที่การงานที่ขับเคลื่อนเราไปข้างหน้าทำให้เราไม่อาจตามหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้ชีวิตได้อย่างใจต้องการ จะดีแค่ไหนถ้า “พื้นที่อยู่อาศัย” ที่เราใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ได้มากกว่าการนอน ตื่นไปทำงานแล้วกลับมานอน แต่พื้นที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดหลากหลาย และ INSPIRE ผู้ชายอย่างเราได้ด้วยในเวลาเดียวกันโดยที่เราไม่ต้องออกไปตามหาแรงบันดาลใจที่ไหนอีก เพราะ ตัวคุณคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด…ของคุณ พื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความเป็นคุณ ทั้งด้านการงาน การพักผ่อนและการใช้ชีวิตจึงเป็นที่มาแห่งแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแบบที่อะไรก็ให้ไม่ได้ Whizdom Inspire Sukhumvit: ไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าให้แรงบันดาลใจที่มากกว่า พื้นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ชายที่ Work Hard Play Hard มาตลอดชีวิตและต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอจึงไม่ควรเป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่ควรเป็นพื้นที่ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายซึ่งเป็นแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจหลากหลายในชีวิตได้อย่างไร้ที่ติ Whizdom Inspire Sukhumvit คอนโดมิเนียมที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์หลากหลายให้กับผู้ชายอย่างเราเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเติมเต็มสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตได้อย่างที่เราไม่เคยพบมาก่อนจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยความเป็นคอนโดมิเนียมสุดสมบูรณ์แบบตามคอนเซ็ปต์ ‘The


