หนุ่มวัยเก๋าและแฟน ๆ ของเครื่องเกมคอนโซลสุดคลาสสิกอย่าง PlayStation 1 ถ้าได้ฟังข่าวนี้คงจะดีใจกันแน่นอน หลังจากล่าสุด Sony ได้วางขายเครื่องเกมคอนโซล PlayStation Classic All-In-One ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาการใช้แผ่น รวมถึงมีขนาดที่กะทัดรัด เหมาะกับการพกพาไปเล่นกับที่ไหนก็ได้ในวันหยุดพักผ่อน ถ้าจะบอกว่า PlayStation 1 คือตำนานแห่งเครื่องเกมคอนโซลในยุค 90’s ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนับตั้งแต่มันถูกวางขายสู่โลกครั้งแรกในปี 1994 ซึ่งในยุคแรกเริ่ม PS 1 นั้นทำให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกต้องใช้เวลาไปกับการเซฟเงินค่าขนมตัวเอง เพื่อนำมาจ่ายค่าแผ่นเกมของแท้ที่ราคาแสนจะแพง รวมไปถึง Memory Card สำหรับใช้เชฟเกม ส่วนคนที่มีเงินถุงเงินถังก็หิ้วมานั่งเล่นอยู่บ้านคนเดียวแบบสบายใจกันไปเลยก็มี และความสำเร็จดังกล่าวก็ส่งผลให้มีเครื่องเกมรุ่นพัฒนาตามออกมาอีกมากมาย อย่างที่เราเห็นกันมาตลอด 25 ปี โดยล่าสุด PlayStation 5 ก็กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเพื่อรอจังหวะวางขายอย่างเหมาะสม ทำให้หลายคนต้องอดใจรอกันไปก่อน ซึ่งทางผู้ผลิตอย่าง Sony ก็เสนอทางเลือกระหว่างรอด้วยการนำรูปแบบในตำนานของ PS1 กลับมาอีกครั้งในระบบการเล่นที่ไม่ต้องพึ่งพาแผ่นเหมือนวันวาน PlayStation Classic All In One เปิดตัวพร้อมขนาดที่เล็กลงกว่ารุ่นคลาสสิกถึง 45%
หลังจากเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาไปไม่ถึงสัปดาห์สำหรับ CREED II ภาพยนตร์ภาคต่อของ CREED/ROCKY ซึ่งแสดงนำโดย Michael B Jordan ก็เปิดตัวได้อย่างสวยหรูทั้งด้านเสียงตอบรับและรายได้ พร้อมมีเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กระแสของหนังเมื่อ TMZ ดันไปถามพระเอกหนุ่มว่า อยากขึ้นสังเวียนในชีวิตจริงกับใครมากที่สุดซึ่ง MBJ ก็พูดถึงนักมวยที่เขาชื่นชอบอย่าง Roy Jones JR และเรื่องก็ไปถึงหูของอดีตแชมป์โลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักแสดงชายวัย 31 ปี ผ่านการฝึกซ้อมชกมวยแบบเข้มข้นมาตลอดช่วงระยะเวลาหลายปี โดยเฉพาะตอนก่อนจะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง CREED ทั้งสองภาค ซึ่ง Michael B Jordan กล่าวถึงอดีตแชมป์เปี้ยนผ่านทาง TMZ ว่าอยากจะลองขึ้นฟาดปากกับอดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่สักครั้ง ไม่นาน Roy Jones ก็ตอบโต้กลับอย่างทันท่วงทีว่า “ถ้า ไมเคิล บี ต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงละก็ โปรดติดต่อที่ รอย โจนส์ จูเนียร์ เดี๋ยวจะจัดให้” Roy Jones JR ปัจจุบันอายุ 49 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในการคว้าเหรียญเงิน ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นรุ่น Light
ในปัจจุบันเทรนด์เรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ Electric Vehicles กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง และสร้างความตื่นตัวให้แก่วงการรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์ดังหลายค่ายต่างก็เปิดตัวโมเดลรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า พากันตบเท้าเข้าแข่งขันในตลาดยานยนต์กันอย่างคึกคัก ค่ายรถสี่ห่วงที่รู้จักกันดีอย่าง Audi คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่กระโจนเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ส่งรถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Audi e-tron GT รถยนต์กึ่ง Crossover รุ่นที่สามจากตระกูล e-tron พร้อมเผชิญหน้ากับคู่แข่งในตลาดรถพลังไฟฟ้าเจ้าดังอย่าง Tesla Model S แต่มุ่งไปในตลาดสปอร์ตซีดานมากกว่า รถ Passenger และ SUV แบบเทสล่า Audi e-tron GT เกิดจากความร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่อย่าง Audi Sport และเจ้าชายกบแห่งวงการสปอร์ตคาร์อย่าง Porsche ที่เป็นบริษัทเครือเดียวกันทั้งที จึงได้เปรียบจากการแชร์ความรู้และเทคโนโลยีร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มแบตเตอร์รี่ให้มีรูปแบบเดียวกับ Porsche Taycan สามารถขับเคลื่อนระยะทางไกลได้กว่า 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และรองรับการชาร์จไฟแบบเร่งด่วนได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 20 นาที รวมไปถึงตัวถังแบบไฟฟ้า (EV) ที่เรียกว่า J1 ซึ่งทางออดี้ยังไม่เปิดเผยข้อมูลมากนัก และลือกันว่าตัวถังดังกล่าวจะช่วยเซฟงบประมาณในการพัฒนาไปได้กว่าร้อยล้านยูโร หรือว่าสามพันล้านบาทเลยทีเดียว ด้านสมรรถนะในการขับขี่เรียกได้ว่ามันส์สะใจสไตล์ audi แน่นอน ใส่มาอย่างเต็มที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขุมกำลังแรงเทียบเท่า 590
‘ซามูไร’ คือสิ่งที่อยู่คู่กับญี่ปุ่นมาอย่างช้านานจนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไปแล้ว วิถีชีวิต แนวคิด และประวัติศาสตร์ของซามูไรซึมซับลงไปในตัวตนของคนญี่ปุ่นจนไม่อาจแยกออกจากกันได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ในโลกมังงะซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อบันเทิงแขนงหลักของประเทศญี่ปุ่นจะมีมังงะที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับซามูไรอยู่มากมาย และในวันนี้เราขอเลือก 5 เรื่องที่เราชอบมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก Gintama Written by: ฮิเดอากิ โซราจิ นี่คือมังงะระดับตำนานที่อยู่คู่กับ Shonen Jump มาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในมังงะที่กวนอวัยวะเบื้องล่างที่สุด จิกกัดล้อเลียนทุกสิ่งบนโลก ตลกโปกฮาไร้สาระไปวัน ๆ หรือแม้กระทั่งหลอกคนอ่านจนหัวหมุนเรื่องตอนจบก็ทำมาแล้ว ด้วยความที่ Gintama เป็นแบบนี้ ทุกคนจึงอาจจะลืมไปว่านี่คือมังงะแนวซามูไรเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เพราะใช่ว่าจะมีแต่ความตลก เมื่อถึงฉากต่อสู้ ‘คุณกิน’ ของพวกเราก็งัดวิชาการต่อสู้สไตล์ซามูไรมาใช้แบบเท่ไม่หยอก เรื่องราวของ Gintama เกิดขึ้นในยุคเอโดะ เป็นช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านอำนาจการปกครองจากระบบโชกุนสู่ระบบบริหารโดยรัฐบาลกลาง ซึ่งผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการที่เหล่าซามูไรผู้อารักษ์ขาบรรดาโชกุนต่างพากันตกงานกันอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนต่างต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความหวังในการมีชีวิต ตัวเอกของเรื่องคือ ซากาตะ กินโทกิ ซึ่งเดิมเป็นซามูไร ช่วยปกป้องญี่ปุ่นจากการรุกรานของชาวสวรรค์หรือมนุษย์ต่างดาว แต่ต่อมาเขาเริ่มรู้สึกว่าการต่อสู้กับชาวสวรรค์เป็นการกระทำที่สูญเปล่า จึงได้พลิกผันตนมาเป็นนักรับจ้างอิสระในเอโดะ โดยเปิดร้านที่ใช้ชื่อร้านว่า ร้านกินจังรับจ้างสารพัด ตั้งแต่ 2003 ที่เริ่มตีพิมพ์จนถึงตอนนี้ Gintama ก็มีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ ซึ่งก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่ามังงะเรื่องนี้ควรค่าแก่การหามาอ่านขนาดไหน Samurai Deeper Kyo
ความเจ๋งของ Apple Watch เราคงไม่ต้องพูดถึงซ้ำบ่อย ๆ เพราะทั้ง UX (User eXperience) และ UI (User Interface) มันสุดจะแสนดี ลื่น ใช้งานได้ง่ายและอยู่กับเราได้นาน แต่เพื่อดึงศักยภาพของมันออกมาให้เต็มที่ให้มากกว่าการคาดข้อมือแล้วนับสเตปก้าวเดิน ส่องอัตราหัวใจ กับดูนาฬิกา UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 แอปพลิเคชั่นต่อไปนี้ให้คุณติดตั้งไว้ในเครื่องเพื่อซิงค์ไว้เป็น Personal Trainer ส่วนตัว สำหรับดูแลสุขภาพของตัวเองโดยไม่ต้องจ้างให้เปลืองเงิน พร้อมแล้วสวมนาฬิกาได้ Gymaholic คนไหนที่เป็นสายเข้ายิมเป็นชีวิตจิตใจต้องมาลองตัวนี้ เพราะแค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าระดับการออกกำลังกายของคุณมันต้องนับและคำนวณอย่างฮาร์ดคอร์แค่ไหน ข้อดีของมันคือสามารถทำให้ได้ทั้งเรื่องการจัดระเบียบการออกกำลังกายของผ่านการจัดตารางเวลา รวมทั้งบอกรายละเอียดครบถ้วนว่าถ้าเราอยากให้มัดกล้ามแข็งแรงต้องออกกำลังกายด้วยท่าไหน มีภาพเสมือนสาธิตท่วงท่าให้พร้อม โดยทั้งหมดนี้เราไม่ต้องไปนั่งพะวงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นดูแม้แต่น้อย เนื่องจากโชว์ได้หมดผ่านจอ Apple Watch ที่สำคัญมันยังสามารถ Track ข้อมูลเราได้อย่างละเอียดครบถ้วนระหว่างการออกกำลังกายด้วยว่าใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ เบิร์นแคลอรี่ไปได้แค่ไหนแล้ว แม้แอปฯ สำหรับ Apple Watch ตัวนี้มันจะไม่ฟรีแต่เราก็ขอแนะนำเพราะคุณภาพมันคับแก้วจริง ๆ DOWNLOAD Strava แอปฯ ตัวนี้อาจจะดูคลีเช่ไปนิด แต่ก็ยังรับประกันการใช้งานว่าใช้ได้ดีและมันส์หยดเสมอ
ถ้าเราลองเปิดบันทึกประวัติศาสตร์โศกนาฏกรรมดู จะพบว่ามีหลายต่อหลายครั้งที่ต้นเหตุของเรื่องน่าเศร้านั้นเกิดแค่จากการขาดสติของมนุษย์ ‘เหยียบกันตาย’ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว และคงไม่มีใครคาดคิดว่าสักวันหนึ่งเหตุการณ์นี้จะเกิดกับตัวเอง ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ จึงไม่มีใครทราบว่าควรปฏิบัติตัวยังไง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงมักกลายเป็นเรื่องเศร้า แต่ถ้าเราลองทบทวนดี ๆ แล้วจะพบว่าในชีวิตประจำวันนั้นเต็มไปด้วยสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเหยียบกันได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวผับบาร์, คอนเสิร์ต, งานสินค้าลดราคา และอีกมากมาย วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการเอาตัวรอดเบื้องต้นไม่ให้ลงไปจมกองตีนกองเท้าของฝูงชนเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ถึงจะไม่ 100% แต่รับรองว่าอย่างน้อยคุณก็มีโอกาสรอดมากขึ้นแน่นอน มองหาทางหนีทีไล่ ก่อนอื่นเมื่อคุณเข้าไปอยู่ในสถานที่ซึ่งแออัดด้วยผู้คนสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกคือการมองหาทางเข้าออกว่าอยู่ตรงไหนบ้าง มีทั้งหมดกี่ทาง ทางไหนอยู่ใกล้กับคุณที่สุด ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นควรออกทางไหน จดจำมันให้ขึ้นใจ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่างคงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก เพราะถ้ามันเกิดขึ้นมาทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นรอบคอบไว้ก่อนดีกว่าประมาทแล้วมาเสียใจทีหลัง หาที่กำบัง ถ้าเหตุโกลาหลนั้นเกิดจากความแตกตื่นเพียงอย่างเดียว (ไม่ใช่ไฟไหม้, ตึกถล่ม, หรือภัยพิบัติอื่น ๆ ) เราก็ไม่จำเป็นต้องรีบหนีออกจากอาคารแต่อย่างใด เพียงแต่เราจำเป็นต้องหลบคลื่นฝูงชนที่หลั่งไหลเท่านั้นเอง ดังนั้นลองมองไปรอบ ๆ ตัว หาอะไรที่พอจะใช้กำบังตัวเองได้ อาจจะเป็นตู้เก็บของ เคาน์เตอร์ หรืออะไรที่น่าจะรองรับน้ำหนักตัวคุณไหว จากนั้นก็เข้าไปซ่อนตัวในนั้นหรือปีนขึ้นไปด้านบนรอให้ความแออัดเบาบางลง เพียงเท่านี้คุณก็ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแล้ว จงเคลื่อนไหวอย่าหยุดยั้ง ถ้าคุณไม่สามารถหาที่กำบังได้ ทางเลือกที่เหลือคือการเคลื่อนไหวตามฝูงชน พยายามไหลไปตามแรงผลักเพื่อเป็นการถนอมแรงเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น แต่ที่สำคัญคือห้ามคุณหยุดเคลื่อนไหวเด็ดขาด พยายามแทรกตัวตามช่องว่างเพื่อเคลื่อนที่ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะการที่คุณเบรกแล้วหยุดอยู่กับที่นั้นมีความเสี่ยงสูงที่คุณจะโดนแรงผลักจากด้านหลังดันคุณจนล้มไปจมกองสหบาทาได้ กางศอกสร้างอาณาเขต
ความสำเร็จของ BMW M หรือ BMW MotorSport ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงขวัญใจผู้ชายทั่วโลกในปัจจุบันมีที่มาที่ไป พวกเขาถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1972 เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนารถยนต์สำหรับแข่งขันของ BMW ซึ่งมีผลงานโดดเด่นด้วยรถยนต์ที่หลายคนรู้จักดีกับโปรเจกต์แรกอย่าง BMW 3.0 CSL (Coupé Sport Lightweights) ซึ่งประสบความสำคัญอย่างท่วมท้นจากการคว้าแชมป์รถยนต์ประเภท Touring Car ของทวีปยุโรปถึง 7 สมัยและยังเป็นพื้นฐานสำคัญของรถยนต์ที่มีสัญลักษณ์ “M” ในเวลาต่อมา หลังจากเปลี่ยนชื่อมาเป็น BMW M GmbH พร้อมปรับโครงสร้างของบริษัท เพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ในปี 1978 พวกเขาก็ได้เปิดตัวรถยนต์คันแรกของค่ายคือ BMW M1 ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถแข่งโดยเฉพาะ แต่ด้วยกฎในการแข่งขันที่เรียกว่า Homologation ซึ่งระบุไว้ว่ารถที่ลงแข่งขันได้ จะต้องเป็นรถที่มียอดขายในทะเบียนรถวิ่งบนถนนปกติอย่างน้อย 400 คัน ทำให้ BMW M ผลิต BMW M1 ออกมาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบขนาด 3.5 ลิตร ที่ให้พลังถึง
สำหรับเราอีกชื่อหนึ่งของฤดูหนาวคือ ‘ฤดูแห่งการดื่มและสังสรรค์’ สังเกตได้ง่าย ๆ จากหน้า News Feed Facebook ที่ลมหนาวมาเมื่อไรสเตตัสต้องอยากดื่มเบียร์ของเพื่อน ๆ ก็ตามมาด้วยทุกครั้ง จริงอยู่ที่ว่าเมื่ออากาศหนาวจะจิบเบียร์ที่ไหนก็ชิลทั้งนั้น แต่สำหรับเรา The Best แห่งการสังสรรค์ในฤดูหนาวต้องเป็นร้านสไตล์ Izakaya หรือร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นน่าจะเคยชินกับอากาศหนาวเป็นอย่างดี ในร้านสไตล์นี้จึงเต็มไปด้วยอาหารที่เข้ากันดีกับสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นของทอดร้อน ๆ กรอบนอกนุ่มใน นาเบะซุปที่แค่วางอยู่บนโต๊ะก็รู้สึกอบอุ่นแล้ว วันนี้เราจึงอยากแนะนำ 5 ร้าน Izakaya ที่เราชอบเป็นการส่วนตัว แต่รับรองว่าถ้าได้ลองทุกคนจะต้องหลงรักร้านเหล่านี้เหมือนเรา Nihon Saiseisakaba ลึกเข้าไปในซอยสุขุมวิท 26 โครงการ Warehouse 26 มีร้าน Izakaya เล็ก ๆ ชื่ออ่านยาก (สำหรับคนไทยอย่างเรา) ตั้งอยู่ มองดูภายนอกก็ไม่ต่างจากร้าน Izakaya ร้านอื่น แต่บอกเลยว่าร้านนี้พิเศษสุด ๆ โดยเฉพาะเมนูอาหาร เราเพิ่งค้นพบร้านนี้เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนจากคำแนะนำของเพื่อนสนิท ในตอนแรกเราคิดว่าก็คงเหมือน Izakaya ทั่วไป แต่เมื่อดูเมนูอาหารกลับพบว่ามันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่คือ Izakaya ที่เน้นขายเฉพาะเครื่องในหมูเสียบไม้เท่านั้น
หากพบเห็นใคร Aggressive ขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยนิสัยเดิมหรือหน้าใหม่ที่แต่ก่อนสงบเยือกเย็นดั่งสายน้ำ วันดีคืนดีกลับกลายเป็นคนโกรธง่ายโกรธแรงเป็นพายุ อย่าเพิ่งฉงนกับอาการขึ้น ๆ ลง ๆ ของเขาเหล่านั้น เพราะอาการหัวร้อนแบบนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับ “คนนอนน้อย” โปรดทำความเข้าใจเขาเหล่านั้นไปพร้อมกับ UNLOCKMEN ที่จะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมการนอนน้อยมันถึงทำให้คนหัวร้อนได้จริง ๆ 404 Sleep Not Found เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าการนอนมันส่งผลกับร่างกายของเราโดยตรง นั่นหมายความว่า นอกจากสุขภาพแล้ว อารมณ์ของเราก็จะแปรผันไปตามการพักผ่อนของเราด้วย เหมือนที่วันไหนได้นอนเต็มอิ่ม เราก็จะดีดเหมือนม้าแข่งพร้อมลงสนาม วันไหนนอนน้อยก็พาลให้อารมณ์ขุ่นมัว หงุดหงิดง่าย เอียงไปทาง Negative แบบเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างหลังจริงจังถึงขนาดที่มี Research ออกมายืนยันแล้ว โดย Iowa State University researchers ตีพิมพ์เรื่องนี้ใน Journal of Experimental Psychology แม้ว่าเรื่องนี้เหมือนจะเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้ว แต่การศึกษาครั้งนี้ได้ข้อมูลอย่างอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย อย่างอาการนอนน้อยเป็นสาเหตุอันดับแรก ๆ ที่ทำให้คนเราเกิดจะหงุดหงิดกับสิ่งรอบตัวขึ้นมาเฉย ๆ การศึกษาก่อนหน้านี้ พบความเชื่อมโยงระหว่างการนอนและอารมณ์โกรธ Zlatan Krizan Professor
ในยุค 2018 ที่มนุษย์สามารถส่งยานสู่ดาวอังคารได้แล้ว ถ้ายังมีใครคิดว่าการเข้าครัวเป็นเรื่องไกลตัวของหนุ่ม ๆ อยู่อีก บอกได้เลยว่าเชยระเบิด เดี๋ยวนี้หนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่เริ่มหันมาใส่ใจการเข้าครัวกันแล้ว นอกจากจะเป็นกิจกรรมยามว่างที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองอีกด้วย เพราะการทำอาหารอร่อยคือไม้เด็ดในการมัดใจสาว ๆ เลยก็ว่าได้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการทำอาหารก็คือ ‘มีด’ อาวุธสำคัญที่สุดยามเข้าครัว บรรดาเชฟชื่อดังระดับโลกต่างก็มีมีดประจำตัวกันทั้งนั้น แต่ต่อให้เราจะเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร แต่การที่มีมีดดี ๆ สักเล่มไว้คู่กายก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อย VEARK CK01 คือมีดที่ออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อหนุ่ม ๆ โดยเฉพาะ นอกจากดีไซน์ภายนอกที่ดูเท่โฉบเฉี่ยวแล้ว ในแง่การใช้งาน มีดเล่มนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร เริ่มต้นที่ส่วนของด้ามจับที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกสบายมือและกระชับยามใช้งาน ในส่วนของใบมีดก็แหลมคม สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดยปราศจากการลับ เคล็ดลับความแข็งแรงและเฉียบคมดังกล่าวคือแหล่งผลิต VEARK CK01 ถูกรังสรรค์ขึ้นที่เมือง Solingen ประเทศเยอรมนี ซึ่งที่นี่คือเมืองแห่งการผลิตมีดที่เก่าแก่ยาวนาน เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในยุโรป VEARK CK01 ทุกเล่มจะผ่านกรรมวิธีหลอมแบบพิเศษ ส่งผลให้มีดแต่ละเล่มที่ออกมานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกเล่มมีเพียงเล่มเดียวในโลก แต่เรื่องของคุณภาพการใช้งานนั้นไม่มีขาดตกบกพร่องแน่นอน หลังจากผ่านขั้นตอนการผลิตโดยเครื่องจักรกลที่มีความแม่นยำสูงแล้ว ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์จะนำมาเจียรด้วยมือต่ออีกทอดเพื่อให้ได้ความเรียบเนียนของใบมีดและความคมที่มากขึ้น ด้วยการออกแบบสไตล์ Unibody ที่นอกจากจะทำให้ VEARK CK01 ออกมาเป็นมีดที่สวยโฉบเฉี่ยวแล้ว ยังเอื้อต่อการใช้งาน บริเวณนิ้วหัวแม่มือเปิดโล่งช่วยให้สามารถหยิบจับมีดได้อย่างมือโปร ใบมีดโลหะมีสมดุลในการถ่วงน้ำหนักที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดวางมีดได้อย่างสะดวก รูปร่างที่เบาบางทำให้ VEARK


