กว่าเราจะยอมไว้เนื้อเชื่อใจใครสักคนให้มาร่วมเตียงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเวลานอนหลับคือช่วงเวลาที่เราปล่อยตัวปล่อยใจที่สุด เราอ่อนแอที่สุดและป้องกันตัวเองได้น้อยที่สุด ดังนั้นใครสักคนที่เรายอมพลีกายร่วมหมอนนอนเสื่อด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนในครอบครัว หรือสาวน่ารัก ๆ สักคนจึงเป็นคนสำคัญกับเราไม่น้อย ในฐานะผู้ชาย ถ้าเรานอนร่วมเตียงกับใครสักคนเราก็ย่อมอยากให้เขาหรือเธอคนนั้นได้หลับเต็มอิ่ม มีคุณภาพการนอนที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนนั้นคือคุณภรรยาสุดที่รักหรือแฟนสาวที่อยู่กินด้วยกันมา แต่มันจะช็อกโลกแตกขนาดไหน ถ้าเรากำลังจะรู้ความจริงที่สาว ๆ ออกมาระบุว่า “นอนกับหมายังหลับสบายกว่านอนกับคน!” อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย หายใจลึก ๆ แล้วมาอ่านรายละเอียดงานวิจัยชิ้นนี้ไปด้วยกันก่อน ดร. Christy L. Hoffman ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมสัตว์ นิเวศวิทยาและการอนุรักษ์จาก Canisius College ผู้เป็นทีมนักวิจัยผู้พยายามสำรวจว่าสัตว์เลี้ยงมีผลต่อคุณภาพการนอนหลับของมนุษย์อย่างไรโดยงานวิจัยนี้มีชื่อว่า An Examination of Adult Women’s Sleep Quality and Sleep Routines in Relation to Pet Ownership and Bedsharing พวกเขาสำรวจผู้หญิงจำนวน 962 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า 55% นอนร่วมเตียงกับสุนัขอย่างน้อยหนึ่งตัวและ 31 %
เสียงเคี้ยวอาหารเป็นจังหวะ เสียงเคี้ยวหมากฝรั่ง เสียงเคาะโต๊ะ เสียงกรรไกรที่กำลังแบ่งกระดาษเป็นชิ้น ๆ และอีกสารพัดเสียงที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา นับเป็ย Ambient ที่เรามองข้ามและอาจไม่เคยตั้งใจฟังมันจริง ๆ เลยสักครั้ง เชื่อไหมว่ามีบางคนที่ “ฟิน” กับเสียงเหล่านั้น (หรือคุณเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน) เราอาจจะคุ้นเคยกับการฟังเพลงแล้วฟิน ด้วยดนตรี เนื้อเพลง หรือเสียงของนักร้อง แต่ครั้งนี้มันจะแตกต่างออกไป เพราะเสียงที่คนบางกลุ่มฟินนั้น มันคือเสียง Ambient ในชีวิตประจำวัน ที่ถูกทำขึ้นมาอย่างจงใจ แล้วเก็บเสียงนั้นมาร้อยเรียงเป็นแทร็กให้เราฟังไม่ต่างจากเพลง UNLOCKMEN พามาทำความรู้จักกับ ‘ASMR’ จะได้เก็ตว่าทำไมคนเราถึงฟินกับเสียงประหลาดเหล่านั้นได้ เสียงเหล่านั้น ทำอะไรกับร่างกาย ? ‘ASMR’ หรือ Autonomous sensory meridian response เข้าใจง่าย ๆ คือการตอบสนองทางความรู้สึกเมื่อประสาทสัมผัสของเราไป Touch กับอะไรที่มันตรงจุดแล้วทำให้เราฟินได้ วันนี้ที่เราจะพูดถึงคือเสียง Ambient ในชีวิตประจำวัน อย่างการเคี้ยวอาหาร การตัดกระดาษ เสียงห้องครัวในตอนที่ทำกับข้าว หรือเสียงที่เป็นระเบียบมากขึ้นอย่างเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม เครื่องซักผ้า เสียงที่มีจังหวะแน่นอนหรือที่เราเรียกมันว่า White Noise เสียงเหล่านี้ทำให้เราเกิดสมาธิ จดจ่อกับมันได้นานจึงถูกนำไปใช้เป็น
กัญชา พืชสารพัดประโยชน์ที่เป็นได้มากกว่าสารมึนเมา ทั้งคุณสมบัติอันน่าพิศวงในด้านการแพทย์ รวมถึงเส้นใยพิเศษที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และอีกสารพัดส่วนผสมในหลากหลายรูปแบบ ล่าสุดพืชใบเขียวอย่างกัญชายังถูกนำมาเป็นส่วนผสมในไวน์ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าไวน์แดงและไวน์ขาวที่มีส่วนผสมจาง ๆ ของกัญชานั้นจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะขอนำเสนอ ไวน์สีเขียว เครื่องเดิมที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้หลงใหลในควันแต่พร้อมดื่มด่ำไปกับมิติใหม่ของการจิบไวน์ให้ High สบายใจสบายตัว Canna Wine หรือ Weed Wine มีความหมายเหมือนกันคือไวน์ที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบหลัก เกิดจากกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน โดยเริ่มจากการนำองุ่นขาวที่ปลูกแบบไบโอไดนามิคไร้สารเคมี มาบ่มพร้อมกับกัญชาออแกนิคตากแห้งในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยใช้กัญชาในปริมาณครึ่งกิโลกรัมต่อไวน์ขาวหนึ่งถังไม้โอ๊คและบ่มไว้เป็นเวลาหนึ่งปี จนได้ออกมาเป็นไวน์สีเขียวที่มีความแตกต่างจากไวน์แดงและไวน์ขาวทั่วไป เพราะไวน์กัญชานั้นจะมีสารที่ชื่อว่า เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล หรือ ทีเอชซี (Tetrahydrocannabinol – THC) ซึ่งเป็นสารมีฤทธิ์กล่อมประสาทแบบอ่อน ๆ ในปริมาณที่พอดิบพอดี ไวน์กัญชาเจ้าแรกอย่าง Mary Jane จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไวน์ที่เมื่อดื่มก็จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายและทำให้มึนเมาอยู่แล้ว แต่ใน Canna Wine นั้นให้ได้มากยิ่งกว่า ด้วยฤทธิ์สาร THC ในไวน์กัญชาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้มสุขใจ นอนหลับง่าย และกระตุ้นให้เจริญอาหารมากขึ้น แถมยังปราศจากอาการหลอนเหมือนการใช้กัญชาโดยการสูบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดื่มในปริมาณที่พอดีเป็นสำคัญ แล้ว Canna Wine มีขายที่ไหนบ้าง ?
เดือนธันวาคมคือเดือนที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวัน การใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดดูหนังกับคุณพ่อคงจะดีไม่น้อย UNLOCKMEN จึงขอนำเสนอคุณพ่อสุดเท่จากภาพยนตร์ทั้งหมด 5 เรื่อง ที่มีคาแรคเตอร์ทั้งรักและหวงลูกในแบบที่แตกต่างกันไปมาให้ได้รับชมเสริมบรรยากาศความรักอันอบอวลของพ่อกับลูกกันให้เต็มที่ Harry Stamper จาก ARMAGEDDON (1998) ภาพยนตร์ชื่อดังในตำนานที่กินใจใครหลายคนอย่างอาร์มาเกดอน เรื่องราวของคุณพ่อนักขุดเจาะน้ำมันสุดเก๋าอย่าง แฮรรี่ สแตมเปอร์ ที่ไม่ค่อยกินเส้นกับลูกน้องคนหนึ่งในทีม เพราะเจ้าหนุ่มที่ว่าดันเป็นแฟนของลูกสาวสุดเซ็กซี่ แต่อยู่ดี ๆ นาซ่าก็แจ้งข่าวว่าโลกมีเวลาเหลืออีกเพียง 18 วันก่อนอุกาบาตจะพุ่งชนจนดับสิ้น ต้องใช้ทีมที่มีความเชี่ยวชาญในการขุดเจาะของแฮรรี่ในการไปออกไปขุดและฝังระเบิดที่อุกาบาตให้แตกกระจายก่อนจะพุ่งชนโลก ภาพยนตร์จะแสดงให้เราเห็นว่าแฮรรี่คือชายผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้โลกที่ลูกสาวของเขาอยู่ปลอดภัย แม้จะต้องสละชีวิตของตัวเอง ยอมทิ้งทิฐิ และเปิดใจให้กับว่าที่ลูกเขย พร้อมประโยคทิ้งท้ายว่า “หน้าที่หลักของนาย คือการดูแลลูกสาวของข้า” แสดงให้เห็นว่าวาระสุดท้ายของคนเป็นพ่อก็ยังคงนึกถึงลูกเสมอ Sam จาก I AM SAM (2002) เรื่องราวของ แซม ชายผู้มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญาที่ต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แต่เขาก็สามารถเลี้ยงลูกสาวน่าตาน่ารักน่าชังอย่างลูซี่มาได้ด้วยดี จนกระทั่งลูซี่อายุ 7 ขวบ และเริ่มมีพัฒนาการทางสมองมากกว่าแซม ทำให้นักสังคมสงเคราะห์มองว่าแซมไม่มีความสามารถพอที่จะเลี้ยงลูกได้ และให้ลูซี่ไปอยู่กับญาติคนอื่น เมื่อลูกสาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอม เด็กน้อยที่เขาคอยเล่านิทานให้ฟังทุกคืนกำลังจะจากไป แซมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นพ่อที่เท่เหมือนใคร ๆ
“สมาร์ตโฟนก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง เราจะจัดแต่งมันอย่างไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับการจัดสรรพื้นที่ที่เหลือ” นี่เป็นประโยคเปรียบเทียบที่เราคิดขึ้นเองแต่เชื่อว่าผู้ชายหลายคนคงเห็นด้วยกับมันสุดหัวใจ เพราะทุกวันนี้เราอยู่กับมันเกือบตลอดเวลา และทำแทบทุกอย่างตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างการสื่อสารทั้งเสียงไปถึงวิดีโอ ควบคุมทุกสรรพสิ่งและเข้าถึงเซอร์วิสต่าง ๆ ได้ด้วยก้อนสี่เหลี่ยมในมือเรานี่แหละ แต่ว่าถ้าด้วยตัวเครื่องอย่างเดียวเปล่า ๆ มันคงสร้างฟังก์ชั่นที่เหมาะสมกับเราไม่ได้ แอปพลิเคชั่นก็เลยเป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกใส่ไว้ในบ้านเพื่อใช้งานตามคาแรกเตอร์ส่วนตัว ภายในพื้นที่ที่เรามี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราตามข่าวเรื่องแอปฯ มาอัปเดตเสมอ ล่าสุด Google ออกมาจัดทำลิสต์แอปฯ ที่ดีที่สุดใน Google Play ปี 2018 เราเลยไม่พลาดมาส่งต่อ เผื่อใครอยากเปลี่ยนแอปฯ จากอันเดิมมาเป็นแอปฯ ใหม่ที่ใช่กว่าเพื่อใช้งาน ลองมาเลือกดูไปพร้อมกัน จากทั้งหมด 19 แอปพลิเคชั่นนี้ หมวด MOST INTERESTING เริ่มที่หมวดแอปฯ น่าสนใจ ยกให้ทั้งหมดจาก 5 แอปฯ นี้ ที่ทำหน้าที่หลากหลายแต่ก็เน้นเรื่องความบันเทิงตามชื่อหมวด ครบเครื่องทั้งฟังทั้งเล่น Vimage แอปพลิเคชั่น สร้าง cinemagraph ที่คุณสามารถเพิ่มสร้างแอนิเมชั่นจากภาพนิ่งได้ No Draw แอปฯ ระบายสียอดฮิต ที่ใช้งานง่ายด้วยการระบายสีลงไปในลายพิกเซล เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องการความบันเทิง Neverthink แอปฯ
ถ้าพูดถึงจักรวาลของเศรษฐีระดับโลก ชื่อของ Bill Gates มักไปโผล่อยู่ในนั้นเสมอ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยแม้แต่น้อยทว่าเขายังคงทำต่อเนื่องและน่าจะไปเอาดีทางนี้ด้วย คงเป็นเรื่องทูตนักอ่านหนังสือนี่แหละ เพราะหลายคนเฝ้ารอว่าเขาจะพลิกเล่มไหนอ่าน เผื่อเราจะถอดรหัสวิธีคิดของเขาออกมาได้บ้าง นี่คือ 5 เล่มในปี 2018 นี้ที่ Bill Gates หยิบจับพลิกไปมาในมือ ใครที่อยากอ่านหนังสือดี ๆ สักเล่มจากบิดา Microsoft ในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะถึงนี้ เตรียมตัวไปหาซื้อหรือยืมมาอ่านกันได้เลย Bad Blood: Secrets and Lies in a Silicon Valley Startup, John Carreyrou เล่มแรกที่วางไม่ลงต้องยกให้เล่มนี้ เพราะมันเป็นหนังสือสารคดีจากเรื่องจริงที่มีเนื้อหาเชือดเฉือนไปมาสุดฤทธิ์ของสตาร์ทอัพประวัติศาสตร์อย่าง Theranos ที่สามารถแหกตา Silicon Valley ได้อยู่หมัด จากผลงานของ Elizabeth Holmes – CEO หญิงหน้าสวย อายุน้อยที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วยการสวมเสื้อคอเต่าแบบเฮีย Steve Jobs กับการพูดด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ ที่หลอกขายฝันคนใน Sillicon Valley
หลังจากที่ภาพยนตร์จบลง คุณเคยตั้งใจนั่งดูรายชื่อเครดิตผู้มีส่วนร่วมที่ไหลผ่านหน้าจอหรือเปล่า? ถ้าคุณไม่เคย (เราก็เช่นเดียวกัน ยกเว้นภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวหลัง End Credit) นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คุณจะไม่รู้จักอาชีพ ‘Foley Artist’ มาก่อน เพราะเราเองก็เพิ่งรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่บนโลก Foley Artist คืออะไร? มีส่วนร่วมยังไงในหนังหนึ่งเรื่อง? มีวิธีการทำงานยังไง? คนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ดีที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่ทำอาชีพนี้อยู่จริง ๆ เราจึงไม่รอช้า ตัดสินใจติดต่อพูดคุยกับ ‘บิ๊ก-ศุภวิชญ์ โพธิ์วิจิตร’ หนุ่มวัย 27 ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับอาชีพ Foley Artist เต็มที่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย พวกเราบุกไปหาเขาถึงห้องทำงาน แค่เห็นห้องทำงานเราก็รู้สึกทึ่งแล้ว เพราะมันเต็มไปด้วยอุปกรณ์นับไม่ถ้วน เราจินตนาการไม่ออกเลยว่าสิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวข้องกับการสร้างเสียงยังไง ก่อนอื่นเลย ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ “ชื่อศุภวิชญ์ โพธิ์วิจิตร ชื่อเล่นชื่อบิ๊กครับ ตอนนี้เป็น Foley Artist อยู่ที่ Kantana Sound Studio ครับ” Foley Artist? “Foley Artist ก็คือคนที่ทำ Foley ครับ ซึ่งก็คือองค์ประกอบหนึ่งในเสียงของภาพยนตร์ โดยในภาพยนตร์หนึ่งเรื่องก็จะมีทั้งเสียงไดอะล็อก, บรรยากาศ,
เมื่อคุณมีพ่อเป็นดวงดาวที่เฉิดฉายของฮอลลีวู้ด คุณคิดว่าตัวเองคงได้เป็นเด็กน้อยที่ใช้ชีวิตแสนสบาย เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ห้อมล้อมไปด้วยความ Luxury ใช้ชีวิตกับพี่เลี้ยงเพราะคุณพ่อมีเวลาเพียงน้อยนิด การใช้ชีวิตแบบนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่นั่นคือสิ่งที่ Chris Hemsworth ไม่ได้ต้องการให้เกิดกับลูก ๆ ของเขา เขาคือพ่อคนหนึ่งที่เชื่อว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด เขาเลยให้ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญและสมบูรณ์ที่สุด หน้าที่ของการเป็นพ่อที่ดีสำหรับเขาจึงไม่ใช่แค่การให้ลูกได้โม้ว่ามีพ่อเป็นดาราดัง หรือการประเคนเงินให้ลูกใช้แบบอันลิมิต มาดูกันว่าหนุ่ม Chris เขาเลี้ยงลูกของเขาได้เท่ขนาดไหน ชอบอย่างไหนทำอย่างนั้น เรามักจะคุ้นเคยกับภาพที่เขาใช้เวลากับลูก ๆ ทั้งสาม ไม่ใช่เรื่องการขับเคี่ยวให้ลูกกลายเป็นอัจฉริยะด้านใด แต่เป็นการปล่อยให้ลูก ๆ ได้เล่นตามใจ ส่วนมากจะเป็น Outdoor Activity ที่เขาเองก็ชื่นชอบ เพราะเขาและลูก ๆ มักจะแลกเปลี่ยนความชื่นชอบ ผลัดเปลี่ยนกันทำกิจกรรมที่แต่ละคนชอบกัน ไม่ว่าจะเป็นคริสเล่นกับลูก ๆ เหมือนกับเขาเองเป็นเด็กด้วยเช่นกัน ปล่อยให้ลูกสาวทาเล็บเท้าของเขา แม้จะไม่เข้ากับ Look ของเขาเลยก็ตาม หรือลูก ๆ ออกไปผจญภัย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พวกเขามักจะใช้เวลาในวันหยุดด้วยกัน นั่นทำให้เขาและลูก ๆ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเสมอ แม้จะฟังดูเป็นการตามใจลูกเกินเหตุ แต่เรื่องระเบียบวินัย พื้นฐานของการใช้ชีวิตร่วมกัน เขาเองก็สอนลูกเหมือนกับบ้านอื่นเช่นกัน เขาไม่ยอมปล่อยให้ลูก ๆ กินขนมหวานมากเกินไป
ธรรมเนียมส่งท้ายปีอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้นการจัดอันดับและการรวบรวมสารพัดลิสต์น่าสนใจ ตลอดเดือนธันวาคมนี้ UNLOCKMEN ก็ไม่พลาด จะทยอยรวมหมัดเด็ดแห่งปีของสรรพสิ่งทุกแขนงมาไว้ให้เสพ แต่เราเชื่อว่าไม่ใช่แค่หนัง เพลง หนังสือ หรือวัตถุทางสังคม วัฒนธรรมเท่านั้นที่สะท้อนตัวเราตลอดหนึ่งปี การเมืองก็เป็นอีกหมุดหมายที่จะช่วยให้ผู้ชายอย่างเราเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบตัวมากขึ้น การได้ไล่เรียงว่าปีหมานี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะคสช. ได้เอ่ยวาทะเด็ดทะลวงใจอะไรเอาไว้บ้างก็ยิ่งย้ำเตือนว่าผู้นำประเทศแบบพลเอกประยุทธ์ ชาตินี้คงไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว … “ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน” ข้อความเต็ม: “ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด สรุปว่าผมไม่มีความสุข ทุกคนไม่มีความสุข ผมจึงต้องคืนความสุขให้ประชาชน และได้รับความทุกข์แทนไง” ที่เกิดเหตุ: พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากล่าวตอนมอบนโยบายให้เอกอัครราชทูตไทยในยุโรป และ ผู้ช่วยทูตทหารประเทศในยุโรป ณ งานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรม สตาร์ โฮเตล โรซ่า แกรนด์ นครมิลาน ประเทศอิตาลี สิ่งที่ไม่น่ามีใครเหมือน: ไม่ว่าจะอยากลาออกแค่ไหน แต่นายกฯ ก็อยู่ยาว ๆ มาได้ตั้ง 4 ปี
AS MEN GET OLDER, THE TOYS GET MORE EXPENSIVE. โลกความจริงวันนี้มันสอนเราว่ายิ่งพวกเราโตขึ้น ของเล่นนอกจากไม่หายไป เรายิ่งยอมจ่ายค่าของเล่นแพงขึ้นเรื่อย ๆ แปรผันไปตามรายได้ของเรา เพราะพอเราโตขึ้น หาเงินได้มากขึ้น เป็นธรรมดาที่เราจะจ่ายเพื่อให้ได้ของที่ถูกใจ และหนึ่งในความสนใจที่เราสนใจคือฟิกเกอร์! ดังนั้นเมื่อเจอข่าวว่า KAWS กำลังออกคอลเลกชั่นใหม่ที่ชื่อว่า “CLEAN SLATE” ซึ่งกำลังจะเปิดให้กดจองในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. นี้ เราเลยอยากอัปเดต Toy for boys ตัวใหม่ให้ได้รู้พร้อมกันเผื่อใครจะกดจองกดซื้อไปสะสมที่บ้าน แต่ก่อนจะเตรียมนิ้วล็อกไปจองกัน เพื่อให้อินกันอีกนิดกับกระแสความดังของ KAWS ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับโลก การันตีได้จากผลงานที่ collab กับแบรนด์ดังเต็มไปหมด ทั้งเสื้อผ้า สนีคเกอร์ ฯลฯ เราเลยขอใช้โอกาสนี้แชร์เรื่องราวที่มาความดังที่ทำให้มันมีมูลค่าสุดโหดขนาดดาวน์บ้านและรถได้ บอกเลยว่างานนี้รู้ไว้ใช่ว่า เพราะบางทีคุณอาจบังเอิญเข้าไปตลาดฟิกเกอร์ได้มันมาในราคาถูกแต่ไปปั่นต่อจนได้ราคางามก็ได้ WHATEVER WE LOVE, KAWS’S INSIDE. ถ้าถามเราว่าทำไมผู้ชายสาย collector มากมายถึงชอบงานของ KAWS


