ในปีที่ความร้อนแรงของ Skate Culture คลอบคลุมไปทั่วทุกหัวเมือง UNLOCKMEN อยากแนะนำร้านสเก็ตดีๆ ที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจะปรับแต่งสเก็ตหรือมือใหม่ที่จะเริ่มต้นเล่นแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงลองเลื่อนลงไปดูร้านต่างๆ ที่เราคัดสรรค์มาให้ สะดวกที่ไหน ถูกใจร้านไหนก็ลองไปจัดกันตามสะดวกครับ Preduce Skateboards ณ สยามสแควร์ซอย 1 ร้านสเก็ตบอร์ดระดับตำนานนี้เปิดขึ้นที่สยามสแควร์ตั้งแต่ปี 2006 โดยกลุ่ม Pro Skate อันดับต้นๆ ของประเทศที่ได้สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกจากวิดีโอเล่นสเก็ตที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2006 ที่ร้าน Preduce มีของเยอะแยะมากมายให้คุณได้เสียเงินไม่ว่าจะเป็น สเก็ตบอร์ด อุปกรณ์สเก็ตบอร์ดต่างๆ ที่เป็นสินค้าแบรนด์ Preduce และแบรนด์สินค้านำเข้า รวมถึงสินค้าแฟชั่นพวกเสื้อผ้า รองเท้าต่างๆ คือถ้าคุณคิดจะเริ่มเล่นสเก็ต เดินเข้าไปที่ร้าน Preduce รับรองว่าเดินออกมาจากร้านก็พร้อมไถได้เลย Switch sk8 shop หนึ่งเดียวในห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ที่เปิดร้านมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี ร้าน Switchsk8shop มีอุปกรณ์หลากหลายให้เลือกมากมาย ทางร้านยินดีให้คำปรึกษาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านสเก็ตบอร์ดกว่า 20 ปี สำหรับชาวสเก็ตที่อยู่ทางโซนรังสิตลุยได้เลยครับ ร้านอยู่ในห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
ช่วงนี้หลายคนคงเครียดกับหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์บ้านเมือง โควิด หรือ แม้กระทั่งการทำงาน พอเครียดมาก ๆ หลายคนก็ไม่สามารถเอนจอยกับชีวิตได้เหมือนเดิม เราอยากให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้วางสิ่งที่ตัวเองกำลังเครียดกำลังคิดมากลงก่อน และลองดูหนังตลกที่เราแนะนำในบทความนี้กัน เพราะเราเชื่อว่าเสียงหัวเราะจะช่วยให้ความเครียดและความกังวลลดลงอย่างแน่นอน THE BLUES BROTHERS มาเริ่มต้นกันที่ The Blues Brothers หนังมิวสิคัลโคเมดี้ซึ่งเล่าเรื่องของ เจค และ เอลวูด สองพี่น้องนักดนตรีที่ต้องการระดมเงินให้ได้ 5,000 เหรียญฯ เพื่อนำไปจ่ายค่าภาษีทรัพย์สินและช่วยเหลือสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาจากการถูกยึด พวกเขาจะต้องรวมตัวสมาชิกวง The Blues Brothers (ที่พักงานไปหลังจากเจคเข้าคุก) อีกครั้ง เพื่อหาเงินผ่านการจัดการแสดงดนตรี แต่ในระหว่างการตามหา พวกเขาก็ต้องเจอกับเรื่องราวสุดเซอร์เรียลและน่าขำขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การถูกตำรวจทหารไล่ล่า การถูกยิงด้วยปืนไฟ หรือ การเผชิญหน้ากับเหล่านีโอนาซี เป็นต้น ถือว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่น่าจะเรียกเสียงหัวเราะจากเราได้ในช่วงนี้ หนังเรื่องนี้จะมีทั้งหมด 2 ภาค ได้แก่ The Blues Brothers (ภาคแรก) และ Blues
เมื่อไม่มีใครรู้ว่าการระบาดของ COVID-19 จะจบลงเมื่อไหร่ หลายคนคงใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุขกัน เพราะในสภาวะไม่ปกติแบบนี้ หลายคนต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน อยากไปเที่ยวที่ไหนก็ไปไม่ได้ แถมยังต้องระมัดระวังสิ่งรอบข้างตลอดเวลา การต้องใช้ชีวิตด้วยความอดทนและอยู่ภายใต้ความกลัวโรค จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สภาพจิตใจของเราจะแย่ลงทุกวัน ๆ แม้สถานการณ์จะบั่นทอนความสุขของเราเหลือเกิน แต่การสิ้นหวังก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น มาลองดูวิธีรับมือกับอารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19 ก่อน ซึ่งเราเชื่อว่า หากทุกคนทำตามแล้ว จะมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้นอย่างแน่นอน เช็คข่าวให้ดีก่อนเชื่อ ยุคนี้ข่าวปลอมเยอะมาก ซึ่งบางข่าวก็เน้นไปที่การสร้างความตื่นตระหนกด้วย แถมพอเราเชื่อและนำข่าวนั้นไปบอกคนอื่นต่อ ความตื่นตระหนกมันก็จะยิ่งแพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้นอีก เราเลยต้องเลือกเสพข่าวกันหน่อย พร้อมกับเช็คความถูกต้องของข้อมูลด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราได้รับข่าวจากคนในทวิตเตอร์ เราก็อาจนำข้อมูลนั้นไปเช็คกับแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักข่าวใหญ่ หรือ มีเดียของหน่วยงานรัฐบาล เพื่อให้เราได้รับข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด และป้องกันความแพนิคที่เกิดขึ้นจากการเชื่อข่าวปลอม รวมถึง การส่งต่อความแพนิคไปยังคนอื่นด้วย ควบคุมปริมาณการเสพข่าวของตัวเอง แม้การตื่นตัวเรื่อง COVID-19 จะเป็นเรื่องดี แต่เราไม่จำเป็นต้องเสพข่าวเรื่อง COVID-19 ตลอดเวลา เพราะพวกข้อมูลที่บอกว่าโรคระบาดแพร่เร็วแค่ไหน ? คนป่วยและตายมีจำนวนเท่าไหร่ ? สามารถเพิ่มความวิตกกังวลให้กับเราได้ การเสพข่าวประเภทนี้ตลอดเวลา จึงทำให้จิตใจเกิดภาระอย่างหนักได้เช่นกัน ดังนั้น จำกัดเวลาในการเสพข่าว และเอาเวลาที่เหลือมาทำในสิ่งที่เราชอบดีกว่า เช่น
ในชีวิตนี้มันต้องมีสักคนแหละที่เราอยู่ด้วยแล้วรู้สึกทำตัวไม่ถูก รู้สึกเหนื่อย รู้สึกอึดอัด รู้สึกกลัวเวลาอยู่กับเขา รู้สึกแย่กับตัวเอง ฯลฯ โดยสาเหตุที่เรารู้สึกแบบนั้น อาจเป็นเพราะนิสัยของเขาไม่ถูกจริตเราอย่างแรง คนที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ เราอาจเรียกเขาว่าเป็นคนท็อกซิก (Toxic Peoples) ซึ่งบางครั้งก็สามารถแยกออกจากคนปกติได้ยากเหมือนกัน เราเลยอยากมาแนะนำวิธีการมองคนท็อกซิก 10 ประเภท เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถแยกแยะคนประเภทนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น 1.The Strait Jacket ประเภทแรกที่อยากให้ทุกคนรู้จักกันไว้ คือ สเตรทแจ็คเก็ต ซึ่งเป็นประเภทของคนที่ชอบควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต เปรียบได้กับ สเตรทแจ็คเก็ต ซึ่งเป็นชุดแขนยาวที่ใช้ในการควบคุมผู้ต้องขังหัวรุนแรงและผู้ป่วยทางจิต โดยชุดนี้จะมีที่รัดมือเพื่อไม่ให้ผู้สวมใส่ขยับตัวได้สะดวก คนประเภทนี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณเห็นด้วยกับเขา และคุณต้องเห็นด้วยกับเขาเท่านั้น จะเห็นต่างไม่ได้ การอยู่ร่วมกับคนแบบนี้สร้างความท็อกซิกให้กับเราแน่นอน เพราะทำให้เรารู้สึกไม่มีอิสระ ไม่เป็นตัวของตัวเอง 2.The Drama Magnet ประเภทต่อมาเรียกได้ว่าเป็น แม่เหล็กดึงดูดทุกดราม่า พวกเขามักจะบ่นถึงปัญหา และเรียกร้องแค่ความเห็นอกเห็นใจ ความสงสาร คำปลอบประโลมจากคุณเท่านั้น ไม่ได้ต้องการคำแนะนำหรือแนวทางแก้ไขจากคุณ สิ่งที่พวกเขาทำตลอดเวลา คือ บ่นและบ่นอยู่เสมอ เพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเขากำลังตกเป็นเหยื่อของปัญหา และยังทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองสำคัญมากพอที่คนอื่นจะต้องสนใจด้วย 3.The JJ JJ ย่อมาจาก ‘Jealous-Judgmental’ หรือ
ผู้ชายอย่างพวกเรา เวลาจะหาซื้อของขวัญให้แฟน หรือ เพื่อนผู้หญิง ต้องมีปวดหัว และกังวลกันบ้างว่า เขาจะอยากได้สิ่งที่เราให้ไหม ? หรือ ของขวัญที่เราให้จะถูกใจรึเปล่า ? UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำเทคนิคในการเลือกซื้อของขวัญให้ถูกใจสาว ๆ กัน เพื่อให้การันตีได้ในระดับหนึ่งว่า ของขวัญที่เราให้ จะถูกใจสาว ๆ อย่างแน่นอน หาข้อมูลให้มากที่สุด สิ่งแรกที่เราควรทำเมื่อจะซื้อของขวัญให้คนสำคัญสักชิ้น คือ หาข้อมูลเกี่ยวกับคนรับให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราอาจลองไปส่องโซเชียลมีเดีย ดูว่า พวกเธอกดไลก์ กดแชร์หรือ ตั้งสเตตัสเกี่ยวกับอะไรบ้าง หรือ ดูว่างานอดิเรกของเธอคืออะไร เธอชอบสะสมอะไร หรือสนใจเรื่องไหนอยู่ ยิ่งเรารู้เกี่ยวกับพวกเธอมากเท่าไหร่ เราจะสามารถหาของขวัญที่เป็นประโยชน์กับพวกเธอได้มากขึ้น เช่น ถ้าเรารู้ว่าเธอคนนั้นชอบออกกำลังกาย เราอาจเลือกซื้อพวกของใช้ออกกำลังกายอย่าง กระเป๋ากีฬา หรือ กระบอกน้ำ ให้เป็นของขวัญ เป็นต้น ลองลิสต์สิ่งที่เธอพวกเธอน่าจะสนใจ เมื่อเราหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเธอเรียบร้อยแล้ว ลองลิสต์สิ่งที่พวกเธอน่าจะอยากได้มากที่สุดดู ไม่ว่าจะเป็น สิ่งเล็ก หรือ สิ่งใหญ่ ลิสต์ออกมาให้หมด แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะซื้อของในลิสต์ทั้งหมดนะ แต่การลิสต์จะช่วยให้เราเกิดไอเดียในการให้ของขวัญ และมีทางเลือกในการให้ของขวัญมากขึ้น
ปี 2020 ถือเป็นปีที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแต่ละคนคงพบเจอเรื่องทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีแตกต่างกันไป และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้คือ กลุ่มคนที่สร้างสรรค์และผลิตภาพยนตร์ เพราะพวกเขาต้องพบเจอทั้งปัญหาในการเข้าฉายที่ถูกยกเลิก รวมถึงการออกกองถ่ายทำที่ต้องพักเอาไว้จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ในปีนี้แม้จะมีภาพยนตร์ถูกปล่อยออกฉายในจำนวนน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่ภาพยนตร์หลายเรื่องยังมีมาพร้อมเนื้อหาที่ควรค่ากับการรับชมอยู่เช่นเคย และ Watchlist ในวันนี้ถือโอกาสรวบรวม 4 ภาพยนตร์-สารคดี ที่จะช่วยเติมพลังและสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้ทุกคนพร้อมเริ่มต้นปีใหม่ไปด้วยกัน ซึ่งจะมีเรื่องไหนบ้าง มาชมไปพร้อมกันเลยครับ Minari Minari ผลงานภาพยนตร์คุณภาพที่กำกับและเขียนบทโดย Lee Isaac Chung เล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีที่ตัดสินใจย้ายมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา โดยหัวหน้าครอบครัวอย่างจาคอบ (แสดงโดย Steven Yeun) ตั้งใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำเกษตรกรรม ขณะเดียวกันภรรยาและลูกของเขาก็ต้องเรียนรู้กับการปรับในบ้านแห่งใหม่ รวมถึงต้องพบเจอเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทำให้กลับทบทวนความตั้งใจของตัวเองอีกครั้ง ทำให้ Minari คือภาพยนตร์ที่จะทำให้ผู้ชมได้เห็นความทั้งสับสน ความเศร้า แต่ในเวลาเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยตอบคำถามและเยียวยาจิตใจของเราไปพร้อม ๆ กัน Crip Camp: A Disabillty Revolution Crip Camp ผลงานสารคดีจาก Higher Ground
เข้าสู่ช่วงสิ้นสุดปีหนุ่ม ๆ หลายคนคงมีโอกาสได้หยุดพัก หรือเดินทางกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวเพื่อพักผ่อนและเตรียมเริ่มต้นสำหรับปีต่อไปอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง เชื่อว่าหลายคนคงมีความคิดอยากแบ่งเวลาให้กับการออกกำลัง เพื่อรีดไขมันส่วนเกิน เสริมกล้ามเนื้อและเรียกความฟิตของร่างกายให้กลับคืนมา และ Quick Workout วันนี้จะขอแนะนำโปรแกรมบอดี้เวท ที่ครอบคลุมกล้ามเนื้อหลายส่วน ซึ่งในโปรแกรมจะประกอบไปด้วยท่าอะไรบ้าง มาเรียนรู้และเตรียมฝึกซ้อมไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ Prone T เริ่มต้นการฝึกกับท่าบริหารอย่าง Prone T ท่าบริหารกล้ามเนื้อส่วน Traps ให้แข็งแรงขึ้น แถมยังเหมาะสมกับการเป็นท่าเริ่มต้น เพราะช่วยในอุ่นเครื่องกล้ามเนื้อและใช้พลังงานในการฝึกค่อนข้างน้อย เริ่มต้นฝึก Prone T ด้วยการนอนบนเก้าอี้ยกน้ำหนักหรือพื้นห้อง ให้ลำตัวและขามีลักษณะเหยียดตรง ต่อด้วยการกางแขนทั้ง 2 ข้าง ออกให้ขนานกับหัวไหล่เป็นรูปตัว T ก่อนเริ่มฝึกด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อส่วนบนของลำตัวและยกแขนขึ้นและลงสลับกัน ใน 1 เซตฝึกด้วยการจับเวลา 20 – 40 วินาที โดยฝึกทั้งหมด 3 เซต Tricep Dips ต่อด้วยท่าที่ต้องใช้แรงเพิ่มมากขึ้นอย่าง Tricep Dips ท่าบอดี้เวทที่ฝึกได้ทั้งที่บ้านและยิม ในเวลาเดียวกันยังให้ประโยชน์กับกล้ามเนื้อหลากหลายส่วน
เชื่อว่า การเล่นกีฬา คือหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้ชายหลายคนรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับบางคนกิจกรรมเหล่านี้อาจเริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเด็กหรือสมัยเรียน ส่วนบางคนอาจเริ่มต้นทำความรู้จักกีฬาที่ชื่นชอบในวัยผู้ใหญ่และต่อยอดความหลงใหลจนกลายมาเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพและความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว การเล่นกีฬา ยังเป็นกิจกรรมที่มอบมุมมองและบทเรียนที่สามารถปรับใช้กับชีวิตได้อย่างน่าสนใจ แต่จะประกอบไปด้วยเรื่องอะไรบ้าง ? มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันได้เลย เรียนรู้การทำงานเป็นทีม บทเรียนแรกจากการเล่นกีฬา คือจะช่วยให้คุณเข้าใจบทบาทและขั้นตอนของการทำงานเป็นทีม ทำให้มีโอกาสในการเรียนรู้ที่จะตั้งเป้าหมาย โดยเน้นให้ความสำคัญกับทีมหรือองค์กรเป็นหลัก การเล่นกีฬายังสอนให้เราเรียนรู้ในการยอมรับบทบาทของตัวเองและเพื่อนร่วมทีม ด้วยการทำความเข้าใจว่า แต่ละคนมีหน้าที่สำคัญยัง ยกตัวอย่างเช่นกีฬาบาสเกตบอล ซึ่งมีตำแหน่งการเล่นที่มีบทบาทและความสำคัญแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจและเคารพหน้าที่ของคนอื่นมากขึ้น ไม่ต่างจากการทำงานในชีวิตจริง ฉลาดขึ้น ! งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นตรงกันว่า การเล่นกีฬาทำให้คนฉลาดและมีไหวพริบมากขึ้น ซึ่งก็มีเหตุผลและที่มาค่อนข้างชัดเจน เพราะการออกกำลังหรือเล่นกีฬา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมอง นอกจากนี้ กีฬาประเภทต่าง ๆ ยังท้าทายคุณด้วยกฎ-กติกาและกลยุทธ์ในการเล่น รวมไปถึงการตัดสินใจเฉพาะหน้าซึ่งจะช่วยลับไหวพริบของคุณให้คมมากขึ้น มีสมาธิและรู้จักบริหารเวลา การเล่นกีฬาทุกชนิดยังช่วยสอนให้เราเรียนรู้ในการวางแผนและบริการเวลาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขอการฝึกซ้อมที่ต้องมีตารางประจำวันหรือสัปดาห์ที่เหมาะสม ขณะเดียวการเล่นกีฬายังช่วยให้ผู้เล่นมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ เช่นการเตรียมเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการบริโภคอาหารเสริมหรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนเพื่อกำหนดและพัฒนาเป้าหมายต่าง ๆ ของชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้เช่นกัน มีโอกาสพบเจอผู้คนใหม่ ๆ หนุ่ม ๆ ที่เริ่มต้นเล่นกีฬามาตั้งแต่สมัยเรียนคงทราบดีว่า
‘ญี่ปุ่น’ ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอัตราการฆ่าตัวตายสูงติดอันดับโลกเสมอ จนถูกนับเป็นเมืองที่มีความเครียดสูงที่สุดเมืองหนึ่งของโลกไปแล้ว ด้วยเหตุผลหลายอย่างทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจ การทำงาน รวมถึงพื้นที่ที่จำกัด และค่านิยมหลายอย่างที่อาจส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เกิดความเครียด เมื่อเครียดจนไม่รู้จะทำอย่างไร คนบางส่วนจึงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อปิดกั้นการรับรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ ไปตลอดกาล การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกก็แวะเวียนไปยังญี่ปุ่นเช่นกัน ในตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญหน้ากับการระบาดระลอกสองที่ยากจะควบคุม แม้ตอนแรกจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจะยังไม่สูง ซ้ำผลสำรวจของสื่อแทบทุกสำนักยังระบุตรงกันว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่นช่วงแรกที่รัฐบาลต้องสั่งล็อกดาวน์ สามารถลดความเครียดของชาวญี่ปุ่นได้อย่างน่าตกใจ แต่ตอนนี้ความเครียดที่หายไปได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นจนน่าใจหาย ช่วงต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นช่วงเดือนเมษายนว่าลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ๆ ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เมษายนคือช่วงเวลาเดียวกับที่โควิด-19 ระบาดหนัก รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านและอย่าออกจากเคหสถานหากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ รวมถึงการปิดเทอมของเหล่านักเรียน ส่งผลให้ทุกคนได้อยู่บ้าน และมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ประชาชนญี่ปุ่นถูกสั่งให้อยู่แต่บ้าน เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่เดิมทีต้องตื่นแต่เช้าแต่งตัวออกไปทำงาน ยืนเบียดเสียดบนรถไฟ แล้วค่อยเดินกลับบ้านแบบหมดเรี่ยวหมดแรง แปรเปลี่ยนเป็นนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน หักเวลาเดินทางไป-กลับ มาเป็นเวลาที่จะได้นอนมากขึ้นกว่าเดิมสักนิดหน่อย บางคนมีครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แม่บ้านได้นั่งคุยกับสามีและลูกที่อยู่ในช่วงปิดเทอม ส่วนเด็ก ๆ ก็ไม่ต้องออกไปเผชิญกับไวรัสที่กระจายอยู่ทั่ว สมาชิกในครอบครัวร่วมชายคาเดียวกันมีโอกาสพูดคุยมากขึ้น ทั้งหมดส่งผลให้มวลความเครียดของชาวญี่ปุ่นลดลง แต่ข่าวน่ายินดีนี้เป็นเพียงแค่ช่วงแรกของการระบาดเท่านั้น ภาพในระดับครอบครัวชนชั้นกลางจนถึงสูงทั้งในเมืองและต่างจังหวัดเป็นเพียงส่วนเล็กของสังคมใหญ่ ภาพรวมในระดับประเทศช่วงการระบาดของไวรัสไม่น่าดูเท่าไหร่นัก
ปี 2020 ถือเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับพวกเรา เพราะทั่วโลกต้องเจอกับวิกฤต COVID-19 ที่ส่งผลกระทบ และทำให้โลกของเราเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนจากทำงานที่ออฟฟิศมาทำงานที่บ้าน การยืนชิดกันเปลี่ยนเป็นการยื่นแบบเว้นระยะห่าง รวมถึง การบังคับสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน เพื่อป้องกัยการแพร่เชื้อโรค ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตนี้จะจบลงเมื่อไหร่ และหลังจากจบลงแล้วโลกของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำหนังเกี่ยวกับโรคระบาดที่สนุกสุดมันส์ สร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับโรคระบาด ให้เราหาดูกันในช่วงว่าง ๆ OUTBREAK (1995) หนังเรื่องแรกที่เราอยากแนะนำ คือ Outbreak ซึ่งเล่าถึงการระบาดของไวรัสที่มีชื่อว่า “โมทาบา” (คล้ายคลึงกับเชื้ออีโบลาในชีวิตจริง) ในเมืองหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสาเหตุของการระบาดมาจาก การลักลอบนำลิงทดลองจากประเทศแอฟริกาเข้ามาในประเทศ เพื่อขายในตลาดมืด และทหารยศสูงในกองทัพพยายามจะปิดข่าวเรื่องการระบาดของไวรัสตัวนี้ แม้จะเป็นหนังเก่า แต่ Outbreak ก็สามารถถ่ายทอดการแพร่ระบาดของไวรัสออกมาได้อย่างสมจริง และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น คือ เควิน สเปซีย์ นักแสดงผู้รับบทเป็น พันโท เคซีย์ ชูลเลอร์ ในเรื่อง ยังได้รับรางวัล Best Supporting Actor จาก 2 ที่ ได้แก่ New


