เมื่อเอ่ยถึง ‘ญี่ปุ่น’ สิ่งที่เรานึกถึงอันดับแรก ๆ คืออะไร ? หากเป็นสุภาพบุรุษสายซิ่งอาจนึกถึงรถยนต์ตระกูล Skyline GT-R ของนิสสัน หากเป็นหนุ่มสายประวัติศาสตร์เท่ ๆ อาจนึกถึงซามูไรผู้ห้าวหาญ หรือเป็นผู้ชายสายมังงะอาจจะนึกถึงการ์ตูนเรื่องโปรดของตัวเอง แต่ถ้าเป็นบุรุษรักสัตว์พวกเขาจะนึกถึง ‘ชิบะ อินุ’ เป็นอย่างแรก UNLOCKMEN จะพาหนุ่ม ๆ ทุกสายทุกสไตล์ไปทำความรู้จักกับ ชิบะ อินุ (Shiba Inu) หรือ หมาชิบะ อันโด่งดังของญี่ปุ่น กับเรื่องราวความเป็นมาที่ต้องฝ่าฟันจากยุคมหาสงครามเอเชียบูรพา การผลักดันให้สุนัขสี่ขาตัวกำลังดีเป็นที่รู้จักในฐานะสัตว์ประจำประเทศของญี่ปุ่น ว่าพวกเขาต่างก็มีเรื่องราวการเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสันไม่แพ้ใคร ชิบะ อินุ ที่มีนิสัยรักสะอาด รักอิสระ แถมยังดูแลง่ายกว่าที่หลายคนคิด ถือเป็นสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เกาะที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะแห่งนี้ไม่ได้มีสุนัขแค่ชิบะเท่านั้น แต่ยังมีอีก 5 สายพันธุ์ที่ถูกนับว่าเป็นสัตว์ท้องถิ่น ทั้ง อากิตะ อินุ (Akita Inu) ชิโกกุ (Shikoku) ฮอกไกโด (Hokkaido) คิชชู เคน
แม้ก่อนหน้านี้พวกเรา UNLOCKMEN จะเคยเล่าถึงความสำเร็จของมังงะเรื่อง Demon Slayer หรือ ดาบพิฆาตอสูรกันมาแล้วใน ‘ดาบพิฆาตอสูร การตื่นครั้งใหม่ของมังงะใกล้ตาย สู่รายได้หลักพันล้านเยน’ ในกรณีที่ทำลายสถิติยอดขายหนังสือการ์ตูนเล่มแซงแชมป์เก่าที่ครองอันดับหนึ่งนานกว่าสิบปีอย่าง One Piece ไปได้อย่างงดงาม ประกอบกับเอ่ยถึงความเป็นมาของมังงะนอกสายตาที่ได้โอกาสพลิกกระแสกลับมาอย่างงดงาม แต่ตอนนี้ ดาบพิฆาตอสูรได้สร้างสติถิใหม่อีกครั้งด้วยการล้มยักษ์จากสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ลงไปแบบไม่มีใครคาดคิด หลังจากหนุ่ม ๆ ที่เสพมังงะเรื่องดาบพิฆาตอสูรรับชมซีรีส์แอนิเมชันซีซันแรกกันไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนยังคงอดใจรอให้ดาบพิฆาตอสูรฉบับภาพยนตร์เข้าฉายในโรงหนังสักที แม้ตอนนี้ทั่วโลกจะพบกับวิกฤตใหญ่ร่วมกันอย่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เชื้อไวรัสก็ไม่สามารถหยุดยั้งให้แฟนมังงะ โดยเฉพาะกับผู้ชมประเทศญี่ปุ่น แห่แหนเข้าโรงหนังไปรับชมความอลังการของเนื้อเรื่องและเทคนิคพิเศษสวยงามที่จัดเต็มแบบไม่มีกั๊กได้ ‘Demon Slayer the Movie Mugen Train (2020)’ หรือ ‘ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ศึกรถไฟนิรันดร์’ ที่ได้ โซโตซากิ ฮารุโอะ (Sotozaki Haruo) นั่งแท่นกำกับ ก็สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 3.25 หมื่นล้านเยน คิดเป็นเงินไทยราว 9.4 พันล้านบาท ตีเป็นหัวได้ประมาณ 24
ถ้าหากพูดถึงกีฬามอเตอร์สปอร์ตแล้ว หลายคนอาจจะมองว่าเป็นกีฬาของผู้ชาย มันก็อาจจะใช่เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่า เรื่องเพศไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิต และการแสดงศักยภาพอีกต่อไป และในตอนนี้เราต้องบอกเลยว่า โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไปและเปิดกว้างขึ้น เมื่อ Charlie Martin นักแข่งสาวข้ามเพศ ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดย Charlie Martin ถือเป็นสาวข้ามเพศคนแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ 24 Hours of Nürburgring ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเธอคนนี้ Charlie Martin ตั้งแต่จุดเริ่มต้น และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ต้องฝ่าฟันมา บอกเลยว่ากว่าเธอจะมาถึงตรงนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังดูเหมือนจะยากกว่าชายหรือหญิงทั่วไปจนถึงขั้นเกือบโบกมือลาจากวงการมอเตอร์สปอร์ตที่เธอรักไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าแล้วก็ไปรู้จักกับเธอไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า WHO IS CHARLIE MARTIN? Charlie Martin เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1981 ที่เมือง Leicester ประเทศอังกฤษ ในตอนเด็ก Charlie เหมือนกับเด็กทั่วไปที่เติบโตในยุค 80 ครั้งหนึ่งหลังจากที่เธอได้ดูภาพยนตร์เรื่อง ‘Top
ช่วงนี้เราคงไม่ค่อยอยากไปเข้ายิม หรือ ไปออกกำลังกายนอกบ้านเท่าไหร่ UNLOCKMEN เลยอยากจะมาแนะนำวิธีการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน และสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีด้วย นั่น คือ การกระโดดเชือกนั่นเอง แต่เราไม่ได้จะมาแนะนำท่ากระโดดเชือกแบบธรรมดา ๆ นะ แต่เป็นการออกกำลับกายแบบ High-intensity interval training (HIIT) จะมีท่าอะไรบ้าง ไปติดตามกันต่อ ทำไมต้องกระโดดเชือก ? แม้การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอจะมีหลายแบบ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน ฯลฯ แต่ที่เราแนะนำการกระโดดเชือก เพราะ มันเป็นการออกกำลังที่สามารถทำได้ง่าย ใช้เวลาในการออกกำลังกายไม่นาน (บางท่าใช้เวลาเพียงแค่ 10 – 20 นาที) แถมยังสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีอีกด้วย (การกระโดดเชือกสามารถเผาผลาญพลังงานได้ 13 แคลอรี่ต่อนาที และงานวิจัยบอกว่า กระโดดเชือกเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดได้เท่ากับ การวิ่งจ๊อกกิ้ง 30 นาทีอีกต่างหาก นอกจากนี้ การกระโดดเชือกยังสามารถผสมผสานกับการออกกำลังกายประเภทอื่น เพื่อสร้างรูปแบบการออกำลังกาย HIIT ที่มีประสิทธิภาพได้ง่าย และยังมีความยืดหยุ่นให้เราสามารถปรับเปลี่ยนความหนักเบาในการออกกำลังกายได้อย่างมีอิสระมากด้วย
เคยเป็นไหม ? อยากทำอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดมันไว้ เพราะเสียงในหัวพูดถ้อยคำลบ ๆ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “ทำไปก็ไม่มีใครสนใจหรอก” “ทำไปก็ไม่ประสบความสำเร็จ” “ทำไปก็คงดีไม่เท่าคนอื่น” ฯลฯ เสียงเหล่านี้ เรามักเรียกกันว่าเป็น เสียงวิจารณ์ภายใน (critical inner voice) ซึ่งหลายคนคิดว่ามันเหมือนปีศาจที่คอยบันทอนกำลังใจและสร้างความกลัวให้กับเราอยู่เสมอ ร้ายที่สุดมันอาจโหดร้ายกับเราจนเราไม่สามารถทำอะไรเลย เราเข้าใจว่า เสียงเหล่านี้มันทำให้หลายคนรู้สึกแย่ และบางครั้งเป็นปัญหาในการใช้ชีวิต เลยอยากมาแนะนำวิธีการลดความตรึงเครียดที่เกิดจากการฟังเสียงในหัว เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาชนะความกลัว มีความกล้าหาญ มีความมั่นใจมากขึ้น และสุดท้ายจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นตามมา ทำไมเราถึงวิจารณ์ตัวเอง ? หลายคนคงนึกไม่ออกว่าประโยชน์ของเสียงวิจารณ์ตัวเองคืออะไร ? คงรู้สึกว่ามันมีผลร้ายเยอะกว่าประโยชน์ แต่เราอยากบอกว่า เสียงเหล่านี้อาจเป็นเหมือนเกราะป้องกัน ที่ช่วยป้องกันความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่เราตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เช่น ความผิดหวังในความรัก ความล้มเหลวในหน้าที่การงาน หรือ การถูกทอดทิ้งจากเพื่อน มันจึงมักกดดันเรา เพื่อให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั่นยังไม่เพียงพอ กระตุ้นให้เราพัฒนาตัวเองจนถึงขีดสุด เพื่อลบข้อผิดพลาดให้มากที่สุดเท่าที่ได้ มันจึงมักเตือนเราว่า สิ่งที่เรากำลังจะทำนั่นไม่เวิร์ก หรือ มีความเสี่ยงสูง แต่ถึงเราจะไม่เจ็บจากการตัดสินใจ เราก็เจ็บจากการไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการทำ ความสิ้นหวัง และความเครียดแทน เสียงในหัวจึงเป็นเหมือนดาบสองคมที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ว่ากันว่า
มนุษย์กรุงเทพฯ คนไหนที่เบื่อความแออัดและการใช้ชีวิตในเมือง อยากหันหน้าเดินทางเข้าสู่ชีวิตแบบธรรมชาติ แต่ก็ยังรักไลฟ์สไตล์แบบลักซูรี เราคิดว่าไอเท็มนี้น่าจะตอบโจทย์ Jupe เชลเทอร์ขนาดเล็กแบบพกพาไปที่ไหนก็ได้ ซึ่งรังสรรค์โดยอดีตดีไซนเนอร์จากบริษัทที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Tesla และ SpaceX Jupe เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นที่อยู่อาศัยแบบเคลื่อนย้ายได้ และสามารถกางออกพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ตัวเชลเทอร์จะมีเสาโครงอลูมิเนียมที่มีความทนทาน ประกอบกับผืนผ้าใบที่มีคุณสมบัติทนทานกันน้ำกันไฟด้วยดีไซน์ภายนอกที่มีความมินิมอลล้ำยุค เหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ ให้คุณพร้อมย้ายตัวเองจากความวุ่นวายไปหาธรรมชาติได้โดยไม่ขาดปัจจัยสำคัญด้วย WiFi Router และแผงโซลาร์ ระบบแบตเตอรี่ขนาด 200 Ah, ไฟ LED ส่องสว่าง รวมถึงอุปกรณ์ Smart home อย่าง Sonos speaker และ Alexa ภายในมีความกว้างขวางด้วยพื้นที่ถึง 10 ตารางเมตร สามารถนำเตียงขนาดควีนไซส์ โต๊ะ เก้าอี้ ใส่เข้าไปข้างในได้แบบสบาย ๆ เหมือนเป็นบ้านขนาดเล็กเลยทีเดียว ส่วนหน้าสามารถเปิดรับชมวิวภายนอกได้แบบเต็มตา ส่วนพื้นไม้ก็สามารถเปิดใช้เป็นช่องเก็บของได้มากพอที่จะเก็บกระเป๋าเดินทางได้ถึง 10 ใบเลยทีเดียว Jupe Urban Escape Pod
เกิดเป็นขี้อายจะทำอะไรมันก็ยากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็น การพบกับคนใหม่ ๆ การนำเสนองาน หรือ การพูดในที่สาธารณะ แต่ขี้อายก็ไม่ได้หมายความว่าไม่อยากเข้าสังคม แต่ความขี้อายทำให้พวกเขาเข้าสังคมได้ยากต่างหาก UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีที่จะช่วยให้คนขี้อายอย่างเรา ๆ สามารถเข้าสังคมได้เก่งขึ้นและมีความมั่นใจในทุกสถานการณ์ เลือกวิธีหาเพื่อนใหม่ที่เหมาะกับเรา อย่าจมอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง บางครั้งความกลัวเวลาที่ต้องเจอกับคนใหม่ ๆ อาจเกิดจากเสียงในหัวของเรา (inner critic) บอกว่าเราอาจทำเรื่องน่าอายได้ตลอดเวลา เราจึงรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจในการเข้าสังคม เราอยากบอกว่า สิ่งแย่ ๆ ที่เราคิดมักไม่เกิดขึ้นจริง แถมการจมอยู่กับมันก็เป็นการทำร้ายตัวเองเปล่า ๆ และปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ด้วย ๆ งานวิจัย บอกว่า การรับมือกับเสียงในหัวที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การชัตดาวน์มัน แต่เป็นการเอาตัวเองออกมาจากมัน หรือการ self-distancing ยกตัวอย่างเช่น ถ้าปกติเราถามตัวเองว่าทำไมตอนนั้นเราถึงรู้สึกแบบนั้น การ self-distancing ก็คือ การเปลี่ยนคำถามเป็นทำไมตอนนั้น (ชื่อเรา/ เขา) ถึงรู้สึกแบบนั้น วิธีนี้ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องของเรา ไม่รู้สึกเจ็บปวดซ้ำ ช่วยให้เราคิดแบบมีเหตุมีผลได้มากขึ้น และเอาชนะความกลัวได้มากขึ้นด้วย เป็นผู้ฟังที่ดี นอกจากการเป็นผู้พูดแล้ว เราควรเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย เพราะถ้าเราเอาแต่พูด โดยที่ไม่สนใจฟังคนอื่น ความสัมพันธ์มันก็คงจะไปต่อได้ยาก
การเปิดลิสต์รายชื่อภาพยนตร์ รายการทีวีและหนังสือที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ดูเหมือนกันจะกลายเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมประจำช่วงสิ้นที่ปีของอดีตประธานบารัค โอบามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแต่ในสื่อแต่ละประเภทที่ชายคนนี้แนะนำก็มีความน่าสนใจของเนื้อหาและประเด็นที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามสำหรับหนุ่ม ๆ ที่เป็นคอภาพยนตร์และสารคดี ที่สนใจรายชื่อจากลิสต์ประจำปี 2020 วันนี้ WATCHLIST ถือโอกาสหยิบภาพยนตร์ภายในลิสต์มาแนะนำ มาทำความรู้จักไปพร้อมกันว่าความบันเทิงในสาขาภาพยนตร์ที่อดีตประธานาธิบดีผิวดำคนแรกคนนี้เลือกมา จะประกอบไปด้วยเรื่องอะไรบ้าง Boy State (2020) Boy State คือภาพยนตร์สารคดีที่ออกฉายครั้งแรกในเดือนสิงหาคมที่ผ่าน โดยพูดถึงเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นกว่า 1,100 ในรัฐเท็กซัส ที่เดินทางมาเข้าร่วมโครงการที่เรียกว่า Boys / Girls State ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กในระดับไฮสคูล ได้มีโอกาสทดลองและจำลองกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการจัดตั้งรัฐบาล หรือการนำเสนอนโยบายด้านต่าง ๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาเราไปเพลินกับเรื่องราว Coming of Age ของคนรุ่นใหม่ในสหรัฐอเมริกา ที่เด็กรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจในเรื่องสังคมและการเมืองเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Boy State จะพาทุกคนไปเรียนรู้แนวคิดที่เกิดจากความแตกต่างของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเชื้อชาติ สิ่งแวดล้อมและบุคลิกภาพ รวมถึงจะแสดงให้เราเห็นความคาดหวังที่คนรุ่นใหม่ทุกคนกำลังบ่มเพาะและตั้งความหวังเอาไว้อีกด้วย Bacurau (2019) ภาพยนตร์สัญชาติบราซิลที่บารัค โอบามาเลือกเข้ามาในลิสต์ส่วนตัวปีนี้ Bacurau เล่าถึงเรื่องราวของคนในหมู่บ้านที่ชื่อ Bacurau
เวลาเรามีแผนจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ เช่น เก็บเงินเพื่อซื้อบ้านและรถยนต์ หรือ ลดน้ำหนักเพื่อสร้างรูปร่างที่จะทำให้สาวหลง ฯลฯ ปัญหาสำคัญที่ทำให้เรามักล้มเหลว คือ ความอยากรูปแบบต่าง ๆ ที่เข้ามารบกวนและบั่นทอนแพสชั่นในการทำตามแผนของเรา UNLOCKMEN มองว่าปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชายหลายคน เลยอยากมาแนะนำวิธีที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถเอาชนะปัญหานี้ไปได้ โดยเริ่มจาก… ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ ก่อนอื่นเลย เวลาจะตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่าง อย่าคาดหวังในสิ่งที่มันเป็นไปได้ยาก เช่น ลดน้ำหนัก 10 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็นต้น เพราะการตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไป ทำให้เราต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เหนื่อยหนัก และทำให้เราท้อถอยได้ง่ายอีกด้วย เพราะผลลัพธ์อาจได้ไม่ตรงตามเป้า ดังนั้น แทนที่จะตั้งเป้าหมายที่มันยาก ควรตั้งเป้าหมายที่มันเป็นไปได้มากกว่า หรือ ทำได้ง่ายมากกว่า เช่น เปลี่ยนจากลดน้ำหนัก 10 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็น ลดน้ำหนัก 1 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นผลของความพยายามชัดกว่า และช่วยให้เรามีกำลังใจในการทำตามเป้าหมายต่อไปเรื่อย ๆ อีกด้วย อย่าลืมให้รางวัลกับตัวเอง เมื่อการทำตามแผนต้องใช้เวลาและความพยายาม การให้รางวัลตัวเองในระหว่างที่ทำตามแผนจึงเป็นเรื่องที่เราควรทำด้วย ยกตัวอย่างเช่น หลังจากเก็บเงินได้ 1 แสนบาทจากเป้าหมาย 2 ล้านบาทแล้ว
มนุษย์เงินเดือนหลายคนคงต้องใช้ขนส่งสาธารณะกันเป็นประจำ และหลังจากเกิดวิกฤต COVID-19 ก็คงต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะมันเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คน เมื่อ COVID-19 น่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพัก UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการเอาตัวรอดจากโรคระบาดเมื่อต้องใช้งานขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์และรถไฟฟ้า มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรทำ วางแผนเวลาเดินทางให้ดี ก่อนที่เราจะออกจากบ้าน หรือ ที่ทำงาน เพื่อใช้ขนส่งสาธารณะเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง เราต้องวางแผนการเดินทางกันสักหน่อย เพื่อให้เราสามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลาที่คนใช้งานกันเยอะ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทำให้การรักษาระยะห่าง และการป้องกันการติดเชื้อจากคนสู่คนทำได้ยาก พยายามวางใช้ขนส่งสาธารณะในเวลาที่ไม่ค่อยมีคน หรือ คนน้อยที่สุด เพื่อให้เราปลอดภัยจากการติดเชื้อมากขึ้น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงการใช้งานในเวลานั้นไม่ได้ ลองคิดถึงวิธีการเดินทางแบบอื่นที่จะทำให้เราปลอดภัยมากขึ้นดูจะดีกว่า เตรียมของให้พร้อม สิ่งที่เราควรเตรียมให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปที่ไหนก็ตาม คือ ผ้าเช็ดทำความสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว รวมถึง เจลล้างมือแอลกอฮอล์ 60% ไว้ใช้สำหรับกรณีที่เราหาที่ล้างมือไม่ได้ และที่สำคัญอย่าลืมพกหน้ากากอนามัยสำรอง สำหรับใช้ในกรณีที่ทำหน้ากากหายหรือหน้ากากเสื่อมสภาพ เช่น เปียกหรือสกปรก และถุงพลาสติกสำหรับใส่หน้ากากที่เสียแล้วด้วย รักษาระยะห่าง ถ้าอยู่ในที่ที่มีคนแน่นอนว่าการรักษาระยะห่างเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะยิ่งเราอยู่ห่างจากคนมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิดมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นพยายามรักษาระยะห่างระหว่างคนอื่นราว 6 ฟุต หรือ 1 ช่วงแขน หรือ เวลานั่งก็พยายามเว้นที่นั่งด้านข้างไว้ เพื่อเป็นการเซฟตัวเอง แต่ถ้าวันนั้นคนเยอะมากจริง


