ทันทีที่การแข่งขันรถสูตร 1 (Formula 1) สนามที่ 19 ของปีหรือ United States Grand Prix จบลง Lewis Hamilton เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 เพียงพอที่จะทำให้เขาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ให้กับตัวเองและกลายเป็นนักแข่งรถสูตร 1 ที่คว้าแชมป์โลกมากที่สุดอันดับที่ 2 ตลอดกาล เป็นรองแค่ Michael Schumacher (7สมัย) เท่านั้น ส่วนคนไทยที่ติดตามวงการรถสูตร 1 คงทราบถึงข่าวดีของนักแข่งสัญชาติไทย-อังกฤษ อย่างอเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ (Alex Albon Ansusinha) ที่ Aston Martin Red Bull Racing ต้นสังกัดยืนยันแล้วว่าเขาจะเป็นหนึ่งในนักแข่งของทีมในการแข่งขัน Formula 1 ปี 2020 ถือเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำตามความฝัน คว้าแชมป์โลกการแข่งขันรถสูตร 1 ด้วยวัยเพียง 23 ปีและฤดูกาลนี้ถือเป็นปีแรกของเขาในสังเวียนรถสูตร 1 อะไรที่ทำให้นักแข่งคนนี้รีดศักยภาพของตัวเองออกมาจนกลายเป็นที่ยอมรับ
เรากำลังเข้าสู่ยุคสมัยที่เทศกาลดนตรีต่างผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งในไทยเองก็ดี ประเทศข้างเคียงก็ดี คอเพลงอย่างเรา ๆ ถ้ามีกำลังทรัพย์มากพอก็นับว่ามีตัวเลือกที่เยอะขึ้น ตอบโจทย์ได้มากขึ้น เพราะบางครั้งการดูให้ครบจำนวนวงที่ชอบ อาจทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ในขณะที่การไปงานเทศกาลดนตรีสักแห่ง แม้บัตรจะราคาสูงกว่าก็นับว่าคุ้มค่า เพราะสามารถเก็บแต้มดูได้หลายวงในคราวเดียว แน่นอนว่างานใหญ่ ๆ จัดยาว ๆ ที่มาพร้อมผู้ร่วมงานจำนวนมหาศาล ย่อมเป็นแหล่งรวมความวุ่นวายหลายสิ่งไว้ในสถานที่เดียว รายละเอียดยิบย่อยของมันจึงเพิ่มขึ้นอีกระดับ เหนือกว่าคอนเสิร์ตทั่ว ๆ ไปที่จัดคืนเดียวจบ ยิ่งคนที่ลงทุนแบกกระเป๋าไปกางเต็นท์นอนค้างอ้างแรมถึงต่างแดน ยิ่งต้องเตรียมความพร้อมมากเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจากความสนุกที่ควรได้รับ อาจกลายเป็นประสบการณ์สุดเฟลครั้งใหญ่! แน่นอนว่าทางลัดที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวไปมันส์กับเทศกาลดนตรีที่ต่างแดน (หรือจะในไทยก็ได้) ไม่ใช่การร่ำเรียนจากตำรา แต่เป็นการ ‘สอบถาม’ ผู้ที่เคยไปงานเหล่านั้นและผ่านประสบการณ์จริงมาก่อนเราแล้วนั่นเอง สำหรับมือใหม่ไร้ชั่วโมงบิน วันนี้ UNLOCKMEN ได้หยิบยกคำแนะนำดี ๆ จากเหล่ามนุษย์คอนเสิร์ตหลายชีวิตที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวในเทศกาลดนตรีต่างแดน ทั้งที่ไปกับกลุ่มเพื่อนก็ดี ไปคนเดียวก็ได้ ว่ามีอะไรบ้างที่เขาอยากจะแนะนำนักผจญคอนฯ หน้าใหม่ ๆ กันบ้าง ? แน่นอนว่าเพียบ ในระดับร่ายยาวเป็นห่างว่าว! เราจึงคัดสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์คร่าว ๆ มาให้ทุกคนได้รู้ไว้ใช่ว่า จะมีอะไรบ้าง มาดู! 1. ติดตามแฟนเพจที่อัปเดตข่าวสาร ฟังดูอาจจะรู้สึกว่า
คุณขี้อิจฉาไหม? คุณอยากดังหรือเปล่า? คุณอยากเป็นคนที่เมาเละได้ แต่ก็เป็นคนมีของ มีความสามารถซ่อนอยู่หรือไม่? เป็นคำถามแปลกประหลาดที่เรามั่นใจว่าต่อให้ถามใครหลายคน ก็คงไม่มีใครหาญกล้าตอบกลับมาง่าย ๆ โดยเฉพาะในบทสัมภาษณ์กับสื่อแปลกหน้า แต่ไม่ใช่กับ “เป๋ง-ชานนท์ ยอดหงษ์” อาร์ตไดเรกเตอร์ที่เราพยายามหาคำมานิยามเขาแล้ว แต่ก็หาได้ยากเหลือเกิน จนกระทั่งเขานิยามตัวเอง และเรารู้สึกว่า โห! ใช่ว่ะ เขาเป็นแบบนี้แหละ “เลอะเทอะ เมาเรื้อนอะไรก็ได้ แต่ผมต้องมีความสามารถที่ทำให้คนอื่นเห็นว่ากูก็มีของ ถึงกูจะเหลวแหลกแต่ก็มีอะไร” เรื้อนแต่เทพ เมาแต่มีของ เหลวแหลกแต่ก็มีอะไร จะมีใครกล้านิยามตัวเองแบบนี้ คงมีแค่เขาที่อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าคนที่รู้จักเขา หรือแม้แต่ตัวเขาเองรู้ว่าคำเหล่านี้ไม่ใช่คำเชิงลบอะไรต่อตัวเขาก็เพราะเขารู้ดีว่าความจริงคืออะไร และงานออกแบบจากสมองและสองมือของเขานี่แหละที่โดดเด่นยิ่งกว่า สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าอาร์ตไดเรกเตอร์คนนี้มีของอะไร เทพแบบไหน เราอยากเล่าสั้น ๆ ว่าเขาเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ด้านเพลงที่หาตัวจับยาก เด่น ๆ คือการออกแบบปกซิงเกิ้ล ปกอัลบั้มของค่าย genie records ทั้ง BMW Be My World Project, Bodyslam, Big Ass, Paradox, Ebola , Sweet Mullet
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เคยต้องเลือก ระหว่างสิ่งที่ทำได้กับสิ่งที่ใจรัก และเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ระหว่างการเดินไปเรื่อย ๆ บนพื้นราบที่ไร้อุปสรรคกีดขวาง กับการยอมเดินลงบนเส้นทางที่ขรุขระแต่มีจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝัน คุณจะเลือกเส้นทางไหน ? แม้ว่าคุณจะได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง แต่หลายครั้งเบื้องลึกในจิตใจก็คอยพร่ำกระซิบให้คุณไขว่คว้า ‘อะไรบางอย่าง’ แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งในชีวิต ‘เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร’ หรือที่เรารู้จักเขาในชื่อ ‘เล็ก Greasy Cafe’ เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นเช่นกัน จากอดีตช่างภาพอนาคตไกล ผู้ได้รับการยอมรับในวงการ สู่การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งจากศูนย์ในฐานะศิลปิน อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่งที่เคยสร้าง UNLOCKMEN ขอยกเรื่องเล่าจากปากของเขาในงาน ZERO TO HERO TALK AND CONCERT: “The Art of Giving Up” วงสนทนาที่ไม่ได้ว่าด้วยความสำเร็จ มาให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้งในวันนี้ ก่อนหน้านี้คุณเคยมีอาชีพที่มั่นคงอยู่แล้ว อะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเริ่มต้นใหม่จาก ‘ศูนย์’ ในวงการดนตรี? จริง ๆ มันเป็นเรื่องของโอกาสด้วยครับ เผอิญว่า ‘คุณรุ่ง สมอลล์รูม’ เขารู้จักกับเราอยู่แล้ว แล้วเขาก็รู้ว่าเราทำเพลง แม้ตอนนั้นจะไม่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอัน รุ่งเขามาบอกว่ากำลังจะเปิดค่ายเพลง
“The Gated Community” เป็นคำที่ Urban Men หลายคนอาจไม่คุ้นมากนัก แต่ถ้าพูดถึงบ้านพักสุดเอกซ์คลูซีฟ พื้นที่กว้างขวางปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัวและรายล้อมด้วยสังคมเพื่อนบ้านคุณภาพอย่างที่ Cristiano Ronaldo สุดยอดนักเตะแห่งยุคสมัยอาศัยอยู่ ผู้ชายอย่างเราคงจินตนาการออกได้ไม่ยาก เพราะเขามักโพสต์ภาพพื้นที่อยู่อาศัยของตัวเองลงบนโซเชียลมีเดียของตัวเองอยู่บ่อย ๆ Cristiano Ronaldo อาศัยที่ La Finca ประเทศสเปนซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด The Gated Community โดยชุมชนรูปแบบนี้ยังไม่แพร่หลายในไทยมากนัก แต่ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในหมู่เซเลบริตี้หลากหลายวงการต่างเลือกอาศัยใน The Gated Community กันแทบทั้งนั้น อย่างหมู่บ้านที่ Cristiano Ronaldo อาศัยอยู่ Conor McGregor ตำนานนักสู้ MMA แห่ง UFC ที่ผู้ชายหลายคนชื่นชม รวมถึงนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลกหลายคนก็อาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน ทำไมคนดังระดับโลกหลายคนถึงเลือกอาศัยใน The Gated Community? The Gated Community คืออะไรกันแน่? UNLOCKMEN ชวนมาทำความรู้จัก The
ข่าวปลด CEO ของ McDonald แบบฟ้าผ่า เพราะเขาดันไปมีความสัมพันธ์กับพนักงาน (consensual relationship) แม้ว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเขาจะเคยสร้างผลงานดี ๆ ไว้มากมาย ทั้งการนำระบบดิจิทัลมาใช้งานและเพิ่มคุณภาพวัตถุดิบผลิตอาหารจนได้รับการยอมรับ แต่ก็ไม่อาจกู้ตำแหน่งไว้ได้ ส้มจึงหล่นไปเป็นของ Chris Kempczinski ในเมื่อนี่กลายเป็นปัญหาที่ทำให้สื่อระดับโลกหลายเจ้าเลือกมาเล่น ทั้ง Bloomberg, TIME, CBS ฯลฯ หรือกับสื่อไทยเองก็ยังต้องพูดถึงเช่นกัน UNLOCKMEN จึงอาสาหาเหตุผลที่ทำให้ Steve Easterbrook เลือกเทใจให้คนในออฟฟิศ แทนประชากรจำนวนหลายพันล้านคนบนโลกที่อยู่นอกออฟฟิศเขา จากหลักจิตวิทยาที่มาแบ่งปันให้คุณคิดตามว่า…จริงไหมที่เราสามารถหลงรักเพื่อนร่วมงานได้ง่าย ๆ ? WORK RELATIONSHIP ทำไมเราถึงต้องหวั่นไหวกับเพื่อนร่วมงาน ก่อนอื่นต้องยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญเพราะมีผลการศึกษาทางจิตวิทยาบอกว่าคนเรามีแนวโน้มเผลอใจให้คนที่ทำงานได้ ถึงจะเจอกฎเหล็กบริษัทก็พร้อมจะแหกมันให้ได้ จากเหตุผลเหล่านี้ “1,680 ชั่วโมงต่อปี คือเวลาขั้นต่ำที่เราใช้ร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นธรรมดาที่เราจะใช้เวลาร่วมกับพวกเขามากกว่าคนอื่น ๆ” – CEO และผู้ก่อตั้งแอปฯ รักษาสุขภาพจิต ‘Remente’ กล่าว มีคำกล่าวว่าเราใช้เวลา 200 ชั่วโมงเพื่อสร้างมิตรแท้กับใครสักคน ดังนั้น
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตนกำลังใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจขาลงที่ขัดกับค่าครองชีพที่ทะยานสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องมุ่งมั่นทุ่มเทกับการทำงาน และหวังว่าสักวันสิ่งที่ทำมาอย่างเหน็ดเหนื่อยจะสร้างความก้าวหน้าและมั่นคงให้กับชีวิตได้ เมื่อระบบทุนนิยมบีบบังคับจนเราไม่สามารถบริหารเวลาได้อย่างเหมาะสม แนวคิดเรื่อง Work-Life Balance ก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในสังคมและมีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น Work-Life Balance เป็นแนวคิดที่ไม่ได้มุ่งเน้นให้ทำงานหนักอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่ได้อยากให้พักผ่อนสบายเกินจนหลงลืมหน้าที่การงาน หากตอกย้ำวิถีการดำเนินชีวิตแบบทางสายกลางที่ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป ซึ่งมันผนวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี แทบไม่อยากเชื่อว่าแบ่งเวลาทำงานและใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างสมดุล จะเพิ่มประสิทธิภาพของคนและประสิทธิผลของงานได้จริง แต่บริษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft) ในญี่ปุ่นพิสูจน์แล้วว่า การทำงาน 4 วัน และหยุด 3 วัน นั้นมีศักยภาพมากกว่าการทำงาน 5 วัน และหยุด 2 วันเสียอีก! บริษัทไมโครซอฟต์ในประเทศญี่ปุ่นจัดแคมเปญ “Work Life Choice Challenge 2019 Summer” เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดยเพิ่มวันหยุดให้กับพนักงาน 2,300 คน จากที่เคยหยุดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เปลี่ยนมาเป็นหยุดทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ของเดือนแทน แถมยังให้พนักงานทำงานเต็มเวลาและจ่ายค่าจ้างเท่าเดิมตามปกติ นอกจากจะกำหนดระยะเวลาการประชุมสูงสุดไว้ที่ 30 นาที ยังตัดการประชุมใหญ่ ๆ ให้สั้นลง และเลือกประชุมด้วยข้อความอิเล็กทรอนิกส์แทนตัวบุคคล
“ชีวิตคุณภาพ” เมื่อพูดถึงคำนี้ขึ้นมา Urban Men อย่างเราคงอดรู้สึกไม่ได้ว่าเป็นเหมือนความฝัน เพราะเราทุกคนล้วนอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่ทุกสิ่งล้วนเร่งรีบ ทั้งหน้าที่การงานที่ต้องดีที่สุดเสมอ การเดินทางที่ต้องเผื่อเวลาตลอด หรือช่วงเวลาแห่งการปาร์ตี้สังสรรค์ที่ต้องสุดขีดอยู่เป็นประจำ ทำให้ชีวิตคุณภาพคงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ “ชีวิตคุณภาพ” ก็ไม่ใช่โจทย์ที่ยากเกินไปและไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อม ถ้ามี “พื้นที่อยู่อาศัย” ที่ช่วยเติมเต็มชีวิต พิถีพิถันเรื่อง Service Design ใส่ใจทุกรายละเอียดการออกแบบมาเพื่อดูแลชีวิตเราให้มีคุณภาพที่ดีได้ รวมถึงตอบทุกโจทย์ความต้องการอันเร่งรีบในเมืองใหญ่แห่งนี้ “SERVICE DESIGN” จุดเริ่มต้นชีวิตคุณภาพ พื้นที่อยู่อาศัยที่ดีควรออกแบบมาเพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตของลูกบ้านด้วยแนวคิดใหม่ ๆ โดยไม่ใช่แค่ Facility ที่หรูหราเท่านั้น แต่ Facility ต้องผ่านการคิดมาอย่างใส่ใจเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน STAY HEALTHY TODAY AND TOMORROW ได้ครบทุกมิติ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เมื่อ “SERVICE DESIGN” คือจุดเริ่มต้นชีวิตคุณภาพ SENA HANKYU HANSHIN จึงร่วมพัฒนา “SENA-AZU” คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่เพื่ออนาคต ที่ให้ความสำคัญเรื่อง Service Design หรือบริการเพื่อการอยู่อาศัย โดยศึกษาจากข้อมูลความต้องการเชิงลึก
เวลาใครถามว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าถ้าเลือกได้ผู้ชายทุกคนก็อยากมองเห็นตัวเองประสบความสำเร็จ เป็นที่ยอมรับและชื่นชมจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือแผนการต่าง ๆ ในชีวิต คงไม่มีใครที่อยากมองเห็นตัวเองล้มลุกคลุกคลานหยิบจับอะไรก็เหลวไม่เป็นท่าแน่นอน แล้วถ้าอยากเป็นผู้ชายที่ประสบความสำเร็จจะต้องทำยังไง บอกเลยว่าไม่ต้องเกิดมารูปหล่อพ่อรวยเสมอไป ของแบบนี้มันเริ่มต้นได้จากความคิดและการใช้ชีวิตของตัวเรานี่แหละ ดูอย่างแนวคิดของ TISSOT (ทิสโซต์) นาฬิกาชั้นนำสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์อายุ 166 ปี ที่ประสบความสำเร็จสุด ๆ โดยเฉพาะในวงการกีฬา ก็มีเคล็ดลับแห่งชัยชนะที่ถ้าผู้ชายคนไหนทำได้ เชื่อว่าความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเช่นกัน ถูกต้อง เที่ยงตรงและแม่นยำ สำคัญเสมอ รักจะมีชีวิตก้าวหน้า จะมาใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยคงไม่ได้ สำหรับ TISSOT (ทิสโซต์) ความถูกต้อง เที่ยงตรงและแม่นยำในการบอกเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ทั้งนวัตกรรมและระบบกลไกต่าง ๆ จึงเน้นจุดนี้เป็นหลัก สร้างความเชื่อมั่นจนได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำและสาวกนาฬิกาทั่วโลก ในฐานะ Official Timekeeper หรือ ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการให้เกมการแข่งขันกีฬาทั่วโลก เช่น MotoGP, NBA, FIBA และ Tour de France ผู้ชายหัวก้าวหน้าอย่างเราก็ไม่ต่างกัน ลองฝึกให้ตัวเองรักความเนี้ยบและเป๊ะเข้าไว้ อย่าคิดว่าเรื่องแค่นี้แล้วทำเบลอ ๆ
“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” แทบไม่อยากจะเชื่อว่าประโยคข้อคิดของ “ซุนวู” นักปราชญ์ผู้เขียนตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ อันเป็นตำรายุทธศาสตร์ทางทหารที่มีอิทธิพลมากของจีน จะสามารถนำมาปรับใช้ในเชิงธุรกิจหรือแม้แต่ในชีวิตจริงของใครหลายคนได้ ยิ่งเราเรียนรู้ข้อมูลของคู่แข่งมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเอาชนะพวกเขาได้มากขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับในชีวิตจริงที่ต่อให้คุณจะเจอกับความล้มเหลวและผิดพลาดมากสักแค่ไหนก็ตาม มันกลับแปลว่าคุณเริ่มเข้าใกล้ความสำเร็จและเป้าหมายที่ตั้งไว้เบื้องหน้ามากขึ้นทุกที ถึงจะทราบดีว่าหนทางแห่งความสำเร็จนั้นมีอุปสรรคและความล้มเหลวมาคอยขัดขวาง แต่ต้องยอมรับว่าความล้มเหลวที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งบั่นทอนกำลังใจของผู้ชายเราไปไม่น้อยเลย วันนี้ UNLOCKMEN เลยมาบอก 3 กลยุทธ์ที่จะทำให้คุณ ‘เลิกกลัวความล้มเหลวในชีวิต’ และมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จที่ตั้งไว้โดยไร้กังวล เปลี่ยนความคิด กลยุทธ์แรกในการเอาชนะความล้มเหลวคือต้องเปลี่ยนแปลงความคิด จากที่จดจ่ออยู่กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ให้คิดเสียว่ามันเป็นการเรียนรู้แบบต่อเนื่องและเปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของการเรียนรู้ ความผิดพลาดและความล้มเหลวในอดีตจะช่วยให้คุณมีประสบการณ์ และสร้างภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยพลาดกับเรื่องอะไรสักครั้งในชีวิต ตั้งค่าความกลัว อีกกลยุทธ์ที่จะเอาชนะความล้มเหลวคือการตั้งค่าความกลัว โดยจินตนาการถึงความล้มเหลวที่คุณกลัวที่สุดในชีวิตหรือสถานการณ์เลวร้ายที่ยากจะรับมือ จากนั้นให้ลองคิดวิธีการป้องกันสิ่งที่คุณไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริงนั้น กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณเลิกกลัวความล้มเหลวและพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพราะคุณได้คิดขั้นตอนการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เข้าใจความล้มเหลว ความล้มเหลวถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตหรือหนึ่งส่วนของความสำเร็จเลยก็ว่าได้ แม้แต่ชายที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ก็เคยพลาดพลั้งและล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขายอมที่จะล้มเหลวเพื่อเรียนรู้และเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องปกติของชีวิต บางครั้งทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้เสมอ แต่เมื่อคุณเข้าใจสัจธรรมแห่งความล้มเหลว คุณจะมองเห็นความล้มเหลวเบื้องหน้าเป็นอีกเส้นทางที่จะพาคุณไปเหยียบเส้นชัยที่เรียกว่าความสำเร็จ แม้แต่ Steve Jobs พ่อของสถาบัน Apple ยังเคยล้มเหลวกับการลงทุนธุรกิจคอมพิวเตอร์ Lisa ในปี 1983 เขาผิดหวัง ท้อแท้ และล้มลุกคลุกคลานไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไป แต่เขากลับลุกยืนอีกครั้งอย่างกล้าหาญ เดินต่อ และเอาชนะความล้มเหลวในอดีต
เราเชื่อว่าผู้ชายหลายคนรู้ดีอยู่แล้ว ว่าถ้าอยากมีสุขภาพแข็งแรงและมีรูปร่างที่ดี ก็ต้องหันมาจริงจังกับการออกกำลังกายให้มากขึ้น ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ต้องบอกว่าการออกกำลังกายของผู้ชายเรานั้นมีอุปสรรคมากมายมาคอยขัดขวาง ทั้งความขี้เกียจ อาการเหนื่อยล้า หรือแม้แต่การขาดแรงจูงใจกลางคันที่ทำให้เราล้มเลิกภารกิจเรียกเหงื่อนี้ไปอย่างง่ายดาย แต่สำหรับผู้ชายบางคนอุปสรรคในการออกกำลังกายไม่ใช่อาการเหนื่อยล้าหรือขี้เกียจแต่อย่างใด หากเป็นบรรยากาศวุ่นวาย ผู้คนที่พลุกพล่าน และการต่อแถวรอเครื่องเล่นในยิมที่ยาวพอ ๆ กับต่อคิวร้านอาหารชื่อดัง นี่ยังไม่นับรวมพวกที่ชอบนั่งแช่ นั่งเล่นมือถือ หรือบรรดาเจ้าถิ่นที่อวดกล้ามโชว์กร่างในยิม ต่อให้ ‘ยิม’ จะเป็นสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะ แต่การออกกำลังกายด้วยตัวเองก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้กัน วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะมาบอก 4 เหตุผลดี ๆ ที่หนุ่ม ๆ ควรเริ่มมาออกกำลังกายด้วยน้ำหนักของตัวเองแทน โดยไม่ต้องไปเผชิญกับความวุ่นวายในยิมอีกต่อไป! 4 ข้อดีของการออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัวเอง การออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัวเอง หรือ Bodyweight Exercises เป็นการฝึกความแข็งแรงโดยใช้น้ำหนักตัวต้านทานกับการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน ยังไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้วุ่นวายและได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้การออกกำลังกายในยิมเลย อิสรภาพ การออกกำลังกายแบบ Bodyweight Exercises ตอบโจทย์สำหรับผู้ชายที่ไม่มีเวลาว่าง ทุนทรัพย์ หรือไม่สะดวกเดินทางไปยิม เพราะคุณสามารถออกกำลังกายที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ โดยที่ชีวิตไม่ต้องผูกติดกับยิมอีกต่อไป นอกจากจะไม่ต้องต่อสู้กับการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน หนุ่ม
หากกล่าวถึง แอร์ พงศกร ลิ่มสกุล หรือ ‘แอร์ – The Mousses’ เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงลุคเท่ ๆ ทรงผมแหวกแนว และแฟชั่นจัดจ้านของผู้ชายคนนี้ ภาพจำของเขาคือนักร้องอินดี้ขวัญใจวัยรุ่น ผู้ฝากผลงานเพลงเพราะ ๆ มากมายเอาไว้ในใจแฟนเพลง หลายคนอาจจะคิดว่าผู้ชายคนนี้จะต้องมีความติสก์ หรือมีวิถีชีวิตสุดเหวี่ยงสมกับเป็นร็อกสตาร์ แต่หลังจากที่เรามีโอกาสได้สนทนากับเขา เรากลับค้นพบว่า ‘แอร์’ ยังมีหลายมุมที่ไม่สามารถตัดสินได้เพียงผิวเผิน นอกจากความมุ่งมั่นอย่างที่ศิลปินคนหนึ่งพึงมีแล้ว แอร์ยังมีมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับเรื่องวงดนตรี จัดสรรกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างเป็นระบบระเบียบ อีกทั้งทุกลมหายใจของเขายังอุทิศให้สิ่งที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ อย่างไร้เงื่อนไข วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากจะพาคุณไปทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น กับชีวิตหลายโหมดของผู้ชายคนนี้ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ จำได้ไหมว่าอยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว? จริง ๆ เริ่มตั้งแต่ช่วงรอยต่อระหว่างขึ้นปี 4 สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้น่าจะขึ้นปีที่ 12 แล้วครับ จุดเริ่มต้นของวง The Mousses ต้องเท้าความก่อนว่าผมกับจ๊ะ (มือกีตาร์) เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก ๆ สมัยประถมแล้วครับ พอมัธยมเราก็เล่นดนตรีมาด้วยกัน แล้วผมสองคนเป็นมือกีตาร์กันทั้งคู่


