เราต่างก็หวาดกลัวการถูกปฏิเสธ เพราะการปฏิเสธหมายถึงการไม่ได้อย่างที่ใจหวัง การถูกมองว่าเราดีไม่พอ เราไม่เป็นที่ต้องการ หรือการที่เราไม่ถูกเลือก แต่วันนี้ UNLOCKMEN ขอนำเสนอเรื่องราวของ Jia Jiang ชายหนุ่มชาวจีนที่จะทำให้คุณมองเรื่องราวของการถูกปฏิเสธเปลี่ยนไปตลอดกาล ความกลัวที่จะถูกปฏิเสธต้นเหตุของความไม่กล้า Jia Jiang ไม่ต่างอะไรจากผู้ชายอย่างเรา ๆ ที่มีไอดอลในดวงใจหนึ่งคนแล้วใฝ่ฝันว่าสักวันจะเป็นอย่างเขาคนนั้นให้ได้ ตอน Jia Jiang อายุ 14 เขาได้ฟัง Bill Gates พูด ทันทีที่ได้ฟังเขาก็รู้สึกฮึกเหิมมากและคิดว่าภายในอายุ 25 ปีเขาต้องมีบริษัทเป็นของตัวเองให้ได้และบริษัทนั้นต้องยิ่งใหญ่ ร่ำรวยมากพอที่จะซื้อบริษัทไมโครซอฟต์ของ Bill Gates ให้ได้เช่นกัน! แต่เวลาล่วงผ่านไปจนจะเข้าอายุ 30 เขาก็ยังไม่มีความกล้าหาญที่จะทำอะไรอย่างที่เขาตอนอายุ 14 พูดไว้แม้แต่น้อย เขารู้สึกท้อใจและนั่งทบทวนว่าอะไรกันแน่คือสาเหตุที่เขาไม่ประสบความสำเร็จ แล้วเขาก็พบว่ามันคือความกลัวที่จะถูกปฏิเสธนั่นเอง เราไม่กล้าออกไปพรีเซนต์งานเพราะกลัวจะถูกมองว่าทำได้ไม่ดี เราไม่กล้าเริ่มอะไรใหม่ ๆ เพราะกลัวจะผิดหวัง เราไม่กล้าลงมือทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนเพราะกลัวว่าจะถูกปฏิเสธให้พลาดไปจากความตั้งใจเดิมของเรา Rejection Therapy: เพราะเราต้องเผชิญหน้ากับการปฏิเสธ Jia Jiang ตัดสินใจแแล้วว่าเขาจะไม่ยอมให้ความกลัวมาทำให้เขาจมอยู่กับที่อีกต่อไปแล้ว เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาวิธีเอาชนะความกลัวการถูกปฏิเสธนี้จนกระทั่งเข้าไปเจอ Rejection Therapy เกมที่ถูกคิดค้นขึ้นโดย
ถ้าพูดถึงอาชีพนักแสดง คนส่วนใหญ่ที่มีหน้าที่เป็นผู้ชมมักมองข้ามถึงความยากก่อนจะมาเป็นภาพยนตร์หรือละครสนุก ๆ ให้เราได้รับชม เพราะภาพที่คนส่วนใหญ่เห็นคือนักแสดงที่มีคนคอยดูแลจัดการทุกอย่าง มีคนคอยกางร่มให้ มีคนแต่งหน้าให้ แถมยังเป็นอาชีพที่ใคร ๆ ก็มองว่าได้เงินง่าย หลาย ๆ สิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของนักแสดงดูเป็นอาชีพที่ได้เงินง่ายแถมมีคนคอยเอาใจอยู่เสมอ แต่น้อยคนนักที่จะเห็นถึงความยากลำบากที่นักแสดงก็ต้องพบเจอด้วยเช่นกัน ในวันนี้ UNLOCKMEN มีโอกาสได้พูดคุยกับนักแสดงมากความสามารถอย่างมาริโอ้ เมาเร่อ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าภายใต้อารมณ์ขันมากด้วยเสน่ห์ของเขาเต็มไปด้วยมุ่งมั่นทุ่มเททั้งการทำงานและสิ่งที่รักไปพร้อมกัน ความจริงจังในการทำงานที่คนส่วนใหญ่มักมองไม่เห็น จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงของ มาริโอ้ เมาเร่อ มันเริ่มมาจากตรงไหน ? เริ่มมาจากตอนเด็ก ๆ ผมออกมาช่วยงานที่บ้านครับ บ้านของผมสมัยก่อนทำปั๊มน้ำมันผมก็เลยเป็นเด็กปั๊ม เติมน้ำมันอยู่แล้วก็มีแมวมองมาเห็นผม แต่ก่อนที่แมวมองจะเจอผมก็เคยไปแคสงานหลายที่นะครับแต่ว่าไม่ได้เลยเพราะผมขี้อาย สุดท้ายไปแคสหนังเรื่องแรกชื่อว่า ‘รักแห่งสยาม’ ที่ทำให้คนรู้จักโอ้ขึ้นมา การเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นความฝันวัยเด็กของมาริโอ้รึเปล่า ? ไม่ได้เป็นครับ เพราะตอนเด็ก ๆ ไม่ได้คิดถึงเรื่องเข้าวงการเลย จริง ๆ แล้วผมอยากเป็นนักธุรกิจเพราะเห็นคุณพ่อทำธุรกิจแล้วเท่ แล้วผมก็รู้ว่าจริง ๆ แล้วการทำธุรกิจไม่ใช่แค่นั่งเท่ ๆ อยู่ติดโต๊ะ แต่เราต้องจัดการอะไรหลายอย่าง พอเห็นพ่อแม่ทำก็เลยรู้สึกว่าอยากทำบ้าง แต่ด้วยจังหวะชีวิตทำให้เราได้ไปแคสติ้งภาพยนตร์ ตอนนั้นผมไม่ได้มองเรื่องการแสดงเลย คิดแค่ว่าจะเอาเงินไปซื้อสเกตบอร์ดเล่น ทุกเส้นทางของชีวิตต่างต้องเจอกับอุปสรรคและเรื่องราวที่ยากลำบาก
“ชีวิตคืออะไร?” เราเชื่อว่าถ้าถามคำถามนี้กับคนร้อยคนอาจได้คำตอบร้อยแบบ ชีวิตอาจเป็นการผจญภัย ชีวิตอาจเป็นการได้ทำเพื่อคนที่เรารัก หรือชีวิตอาจเป็นความทุกข์ ในแต่ละครั้งที่เราถามหาความหมายหรือคำนิยามของชีวิตจากผู้คน เรามักได้คำตอบที่ทำให้เราต้องครุ่นคิดหรือถึงขั้นพลิกมุมมองต่อชีวิตตัวเองไปเลย วันนี้ UNLOCKMEN อยากพามาสัมผัสอีกความหมายของชีวิต ชีวิตในฐานะเรื่องเล่าและต้องเป็นเรื่องเล่าที่เราเชื่อ รับรองว่ามันจะเปลี่ยนมุมมองคุณไปตลอดกาล พลังของเรื่องเล่าที่เราบอกตัวเอง นอกจากคำถามที่ว่า “ชีวิตคืออะไร?” แล้ว เราอยากถามคุณต่อว่า “หน้าที่ของภารโรงคืออะไร?” คุณอาจตอบว่าทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของตึก คุณอาจตอบว่าเก็บกวาดเช็ดล้างเมื่อมีคนทำอะไรหกเลอะเทอะ หรือคุณอาจตอบว่าคอยเปิดปิดประตูขององค์กรนั้น ๆ ตามเวลาที่ได้รับคำสั่ง นี่คือนิยามหรือเรื่องที่เราเล่าเพื่อบรรยายหน้าที่ของภารโรงคนหนึ่ง แต่พลังของเรื่องเล่าที่ภารโรงคนหนึ่งเชื่อว่าตัวเองทำกลับมีความหมายมากกว่านั้น ย้อนกลับไปในช่วงที่มวลมนุษยชาติกำลังมุ่งมั่นกับภารกิจส่งมนุษย์ไปพิชิตดวงจันทร์ มีเรื่องเล่าว่าประธานาธิบดีผู้ทรงอิทธิพลเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีอวกาศเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของภารกิจยิ่งใหญ่ เขาเดินไปตามโถงทางเดินและแวะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บ้าง จนกระทั่งเจอภารโรงที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอะไรบางอย่าง ประธานาธิบดีจึงหยุดเพื่อทักทายภารโรงคนนั้น “คุณกำลังทำอะไรอยู่?” ก่อนที่ภารโรงประจำสถานีอวกาศจะสบตาประธานาธิบดี และตอบออกมาอย่างภาคภูมิใจว่า “ผมกำลังเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยมนุษย์ไปพิชิตดวงจันทร์อยู่ครับ” กวนตีนจัง! ตอบไม่เห็นตรงคำถามเลย ใครหลายคนอาจคิดแบบนี้ แต่ประธานาธิบดีกลับไม่ได้คิดแบบนั้นและคิดว่าทัศนคติและสิ่งที่ภารโรงคนนี้เชื่อนี่แหละที่ทำให้ภารโรงเห็นความสำคัญของสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ทิ้งทุกรายละเอียด เพราะการทำความสะอาดของเขา ไม่ใช่แค่เพื่อทำความสะอาด แต่เขาทำความสะอาดอยู่ในสถานีอวกาศที่ทุกคนกำลังมุ่งมั่นพิชิตดวงจันทร์กันอยู่และเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภารกิจนี้สมบูรณ์แบบ นักวิทยาศาสตร์ที่สวนมาจะไม่ต้องลื่นล้มถ้ามีใครทำของเหลวอะไรหก นักบินอวกาศได้มีสุขภาพจิตที่ดีจากการใช้ห้องน้ำที่สะอาดเอี่ยมอ่อง สิ่งเหล่านี้คือพลังของเรื่องเล่าที่ภารโรงคนนี้เชื่อ ในขณะที่ตัวประธานาธิบดีเองก็มองเห็นค่าของทุกรายละเอียดของคนตัวเล็ก ๆ ในภารกิจยิ่งใหญ่นี้ยิ่งขึ้นจากเรื่องเล่าของภารโรง คนอื่นบอกว่าเราเป็นอะไร ไม่สำคัญเท่าเราเชื่อว่าเราเป็นอะไร ชีวิตของเราจึงอาจมีนิยามสารพัดที่มาจากคนอื่น เราอาจเป็นพนักงานเงินเดือนตัวเล็ก ๆ ในสายตาหัวหน้า เราอาจเป็นลูกชายตัวน้อยของแม่อยู่เสมอ
มนุษย์กบ หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘หน่วยซีล (SEAL)’ เป็นกลุ่มทหารของกองทัพเรือที่ได้รับการฝึกฝนเข้มงวดที่สุดในบรรดาหน่วยรบพิเศษจากทุกเหล่าทัพ พวกเขาถูกกดดันทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างเข้มข้นเพื่อให้ทหารฝีมือดี ผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งในทะเล กลางอากาศ และภาคพื้นดินตามชื่อหน่วย SEAL (SEA-AIR-LAND) หน่วย SEAL ต้องผ่านการฝึกมหาโหดเพื่อทดสอบขีดจำกัดของร่างกาย และต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงท่ามกลางความกดดันที่ถาโถม แม้การฝึกฝนที่หนักหน่วงอาจทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนคิดว่าหน่วย SEAL จำเป็นต้องมีสมรรถภาพร่างกายในระดับสูง แต่มากกว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความแข็งแรงทนทานของสภาพจิตใจ วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะพาหนุ่ม ๆ ไปเรียนรู้ 4 เคล็ดลับทางจิตวิทยาที่ช่วยให้หน่วย SEAL บรรลุภารกิจและมีชีวิตรอดท่ามกลางความกดดันและอันตรายที่จู่โจมอย่างรวดเร็วจนพวกเขาแทบตั้งรับไม่ทัน ตั้งเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัดและเรียงลำดับเป้าหมายอย่างเป็นระบบ ช่วยให้หน่วย SEAL บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อดีตหน่วย SEAL นายหนึ่งกล่าวว่านี่เป็นเทคนิคที่เขาใช้ขณะทำการฝึกรบ และมันช่วยให้เขาสามารถจัดการกับเป้าหมายที่ยุ่งยากและความกดดันได้โดยง่าย เขาจะจำแนกแยกย่อยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นเป้าหมายขนาดย่อม แล้วค่อย ๆ ไล่จัดการเป้าหมายเล็ก ๆ พร้อมใช้ประโยชน์จากความสำเร็จของเป้าหมายขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการทะลุทะลวงเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ฝึกฝนสภาพจิตใจ การฝึกสภาพจิตใจอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการสร้างภาพข้อมูล (Visualization) เป็นการทำบางอย่างซ้ำไปซ้ำจนมันกลายเป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งหน่วย
‘โจ้ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต’ หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนามสกุลนี้ เพราะฟังแล้วคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นชื่อของดาราหรือนักการเมืองคนไหน แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อ ‘Joey Boy’ (โจอี้ บอย) ขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ อยู่ส่วนไหนในประเทศ เราเชื่อว่าคุณจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน บทเพลงของเขาคือยาปลุกความสนุกที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านาน ตลอด 25 ปี ที่เหยียบย่างเข้ามาในวงการ โจอี้ บอยเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง โค้ช กรรมการรายการประกวดร้องเพลง นักกีฬายิงธนู หรือแม้กระทั่งนักกีฬาทีมชาติพารามอเตอร์ก็เป็นมาแล้ว เขาคือชายที่ผ่านมาหมดทุกเวที ไม่แปลกที่หลายคนจะยกย่องให้เขาเป็นมากกว่าแค่ศิลปิน แต่เป็นถึง ‘เอนเตอร์เทนเนอร์’ ระดับพระกาฬ ที่ยากจะมีใครเทียบเท่า และวันนี้ UNLOCKMEN จะมานั่งคุยสบายกับเซียนเวทีผู้นี้ ที่บอกกับทางทีมเราว่า “วันนี้ไม่ได้มาในร่างโจอี้ บอยนะ แต่มาในร่างพี่โจ้” จำเวทีแรกของตัวเองได้ไหม จริง แล้ว ออดิชันแรกของผมคือการเปิดหมวกครับ ตอนนั้นผมยังไม่ได้เป็นโจอี้ บอยเลย แค่เข้าไปคุยกับพี่ ๆ ที่เบเกอรี่มิวสิคว่าผมอยากเป็นนักร้อง อยากทำอัลบั้ม เขาก็ให้ทำแบบนี้ คือเอาเครื่องเสียงไปตั้งอยู่หน้าร้าน ‘เปี๊ยก ดีเจสยาม’ ร้องเพลงอย่างไรก็ได้ให้คนเข้ามาดู
UNLOCKMEN เชื่อว่าผู้ชายทุกคนเวลาไปออกเดตกับหวานใจมักจะต้องถูกวานให้ถ่ายรูปสวย ๆ ให้เธออยู่เสมอ และบางคนก็ต้องปวดหัวทุกครั้งเพราะถ่ายรูปออกมาได้ไม่ถูกใจคุณเธอ แต่ถ้าตอบไปว่า “ก็ผมไม่ใช่ช่างภาพ” อาจทำให้ต้องเถียงกันอีกยาว เราเข้าใจปัญหาสุดคลาสสิกที่ผู้ชายพบเจออยู่เสมอ เพราะเราทุกคนไม่ได้ถนัดเรื่องการถ่ายภาพหรือจัดแจงท่าทางโพสให้ใคร จึงทำให้ UNLOCKMEN เกิดไอเดียแนะนำการถ่ายภาพเลี่ยงดราม่าจากแฟนสาวมาให้หนุ่ม ๆ ทุกท่านได้ดูเอาไว้เป็นแนวทาง ว่าด้วยกฎการถ่ายรูปให้สูงเพรียว เวลาออกไปเดินเที่ยวแล้วถูกสาวขอร้องให้ถ่ายรูปให้หน่อย ยอมรับเถอะครับว่าบางคนหยิบกล้องหรือโทรศัพท์มากดถ่ายรัว ๆ ให้มันจบไป และผลที่ได้ก็คือภาพสั่น ภาพเบลอเห็นแล้วชวนหงุดหงิด บางครั้งอาจลุกลามไปถึงปัญหาใหญ่อย่างถ่ายออกมาแล้วดูตัวเตี้ย ไม่ว่าการถ่ายรูปสาวออกมาตัวเตี้ยมันอาจจะเป็นปัญหาของรูปร่างหญิงสาวหรือเป็นเพราะเราที่ไม่ได้ใส่ใจจะถ่ายรูปตั้งแต่แรก ผลสุดท้ายคนที่โดนโกรธโดนงอนก็คงไม่พ้นเราอยู่ดี การแก้ปัญหาง่าย ๆ เวลาถ่ายรูปออกมาเตี้ยอย่างแรกคือแก้ที่ตัวนางแบบก่อน เพราะบางครั้งการโพสท่าแบบผิด ๆ ของเธอคือสาเหตุหลักที่ทำให้ดูตัวเตี้ย ดังนั้นก่อนจะถ่ายรูปให้เราดูว่าแฟนสาวยืนอย่างไรและจัดท่าทางของเธอให้ดีขึ้น อย่าให้เธอยืนตรงเหมือนเคารพธงชาติ จากนั้นบอกให้ยืนพอยต์ขาข้างหนึ่งออกมาข้างหน้า เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ภาพของเธอมีขายาวเรียวได้แล้ว ความสูงระหว่างผู้ถ่ายภาพและแฟนสาวก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับผู้ชายที่ตัวสูงกว่าผู้หญิงมาก ๆ ให้ยกกล้องไว้ระดับคางหรืออก จากนั้นเสยกล้องขึ้นนิดหนึ่ง แต่ให้ระวังการอย่าเสยเยอะเพราะไม่อย่างนั้นรูปร่างเพรียวบางกลายเป็นอ้วนได้ง่าย ๆ และอย่ากดกล้องลงเด็ดขาดเพราะภาพที่ได้จากการปักเลนส์กล้องทิ่มลงพื้นทำให้คนในภาพดูเตี้ยได้อย่างไม่น่าให้อภัย หลังจากนั้นเพียงแค่กะระยะของภาพให้ดีด้วยการเหลือพื้นที่ว่างด้านบน ส่วนด้านล่างห้ามตัดรองเท้าออกเพราะจะทำให้เธอดูเตี้ยทันที เพราะการเหลือพื้นที่ด้านบนและเก็บปลายเท้าของนางแบบจะทำให้ภาพสมดุลและแฟนสาวของเราก็จะได้รูปถ่ายสูงเพรียวไปลงโซเชียลได้สมใจ ถ่ายรูปสาวให้ผอมทำได้ง่ายกว่าที่คิด มาถึงหัวข้อนี้หนุ่ม ๆ บางคนอาจรู้สึกไม่เห็นด้วย เพราะหากแฟนของเราหรือสาวที่ขอให้ถ่ายรูปเป็นสาวร่างอวบมีน้ำมีนวล
ช่วงที่ลิโด้ปิด เราเห็นพลังความโหยหาของผู้คนที่มีต่อโรงหนังตำนานอายุ 51 ปีท่วมท้นทุกช่องทาง ก่อนที่วันนี้จะกลับมาปรับปรุงเปิดใหม่อย่างอลังการด้วยชื่อ “ลิโด้ Connect” แต่ไม่ใช่แค่ลิโด้และสกาล่าเท่านั้นที่เราผูกพัน มานึกดูดี ๆ “โรงหนังควบ” หรือโรงหนังชั้นสอง ฉายหนัง 2 เรื่องควบวนต่อกันก็เป็นหนึ่งในความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตของเรา วันนี้เราเลยถือโอกาสไปรียูเนียน ตีตั๋วเข้าโรงหนังควบที่อยู่ใกล้เราที่สุดอย่าง “ไชน่าทาวน์รามา” ถนนเยาวราชแทน “เฮ้ย! เคยไปโรงหนังควบที่เยาวราชไหม ไปกันไหม?” “เยาวราชมีโรงหนังด้วยเหรอ?” “เออ มี อยู่ตรงที่มีร้านขายกวยจั๊บอ้วนโภชนา” “แล้วมันยังเปิดอยู่อีกเหรอ” “เปิดดิ ไปดูกัน” เป็นการชวนดูหนังง่าย ๆ ที่ตัดสินใจแล้วไปเลยทันที ตั้งใจว่าจะนั่งดูหนังแบบวัดดวง เพราะเราไม่รู้โปรแกรมล่วงหน้าที่จะฉายเหมือนโรงอื่นที่สามารถเช็กรอบได้ และไม่เคยเข้าโรงหนังควบที่นี่มาก่อน แต่คิดเอาไว้ว่า ได้ดู 2 เรื่องก็ถือว่าอยู่ตัวแล้ว คุ้มค่าตั๋ว ถ้าไปพูดกับเด็ก Gen ใหม่ ๆ โรงหนังชั้นสองหรือโรงหนังควบที่พวกเขาสัมผัสคงมีแต่ภาพเก่าซอมซ่อ ดูสกปรกในสายตา หรือโรงแรมราคาถูกสำหรับมั่วสุม แต่สำหรับเราที่ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสเข้าไป จำได้ดีว่าโรงหนังเหล่านี้ก็เป็นโรงหนังชั้นหนึ่งดี ๆ มาก่อน เป็นแหล่งบันเทิงที่คนตั้งแต่ยุค 90 ขึ้นไปน่าเคยเข้าไปใช้บริการกันทั้งนั้น จนกระทั่งระบบมัลติเพล็กซ์ เสียง
เพราะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยโอกาส ทั้งงานที่ท้าทายขีดจำกัดศักยภาพ คอร์สการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบที่กระตุ้นให้เราพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ อีกทั้งแหล่งความรื่นรมย์ที่ชวนให้ Urban Men ออกไปเปิดหูเปิดตาได้ไม่รู้จบ และอีกสารพัดกิจกรรมมันส์ ๆ ที่ทำให้ “คนเมือง” อย่างเราหลงใหลเสน่ห์ของการใช้ชีวิตในเมือง แต่เมื่อเมืองคือพื้นที่รวมผู้คนจำนวนมากและหลากหลาย ปัญหาและอุปสรรคที่คนเมืองต้องฝ่าฟันก็มีจำนวนมากตามไปด้วย ทำให้คนเมืองอย่างเราต้องเจอความท้าทายที่ยังพิชิตไม่ได้ จนใช้ชีวิตได้ไม่สุดทางอย่างที่ใจต้องการ จะดีแค่ไหนถ้ามีใครสักคนที่ “คิด… เพื่อชีวิตคนเมือง” และเสนอ URBAN LIVING SOLUTIONS อย่างยั่งยืนและตอบโจทย์เพื่อเติมเต็มชีวิตคนเมืองอย่างเราใช้ชีวิตได้อย่างทรงศักยภาพและมีความสุข Raksa ป่วยทัก รักษา: แอปพลิเคชันที่ช่วยดูแลสุขภาพคนเมืองให้ดีขึ้น การอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความรื่นรมย์ ยิ่งผลักให้คนเมืองอย่างเรา ๆ ใช้ร่างกายหนักหน่วง เมื่อมีปัญหาสุขภาพมาเยือน บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้เวลาและร่างกายเยียวยาตัวเองจนหายโดยไม่ได้ใส่ใจมัน รวมถึงคนเมืองอย่างเราไม่มีเวลามากพอที่จะไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัย ซึ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพเพราะบางอาการ บางโรค เมื่อรู้เร็วก็สามารถรักษาหายได้เร็ว แต่หากปล่อยไว้อาจเกิดผลร้ายตามมา Raksa ป่วยทัก รักษา จึงเป็นแอปพลิเคชันดี ๆ ที่คิดมาเพื่อชีวิตคนเมืองที่ไม่มีเวลาใส่ใจสุขภาพโดยเฉพาะ เนื่องจากนี่คือแอปฯ ที่ทำให้เราสามารถพูดคุย ปรึกษา รวมถึงรักษา (เบื้องต้น) กับแพทย์ได้โดยตรง โดยมีแพทย์หลากหลายสาขาที่รอให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพของเราอย่างรวดเร็วทันใจ ความน่าเชื่อถือก็หายห่วงเพราะในแอปพลิเคชันจะมีประวัติของคุณหมอ โรงพยาบาลประจำ
Benjamin Franklin คือหนึ่งในบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา แม้เราจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากับใบหน้าขาวดำที่ปรากฏอยู่บนธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนยังไม่รู้ว่าเขาคือผู้ชายที่ถูกขนานนามว่า “ประสบความสำเร็จแทบทุกเรื่องในชีวิต” เขาเป็นทั้งช่างพิมพ์ นักเขียน นักปรัชญา นักการเมือง นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ และนักการทูต มีพรสวรรค์ในการเขียนหนังสือ แต่งเพลง เล่นไวโอลิน ทั้งยังมีทักษะการเล่นกีตาร์ในระดับสูง Benjamin Franklin คือผู้ให้กำเนิดหอสมุดแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้ง The University of Pennsylvania และเป็นหนึ่งในคนสำคัญแห่งยุคเรืองปัญญาที่คิดค้นสายล่อฟ้า จุดเริ่มต้นความรู้ครั้งใหญ่ของสาขาวิชาฟิสิกส์โลก แล้วที่สำคัญที่สุด Benjamin Franklin คือผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้แยกตัวออกจากอาณานิคม และก่อตั้งชาติสหรัฐอเมริกาขึ้นมาจนทุกวันนี้ ด้วยรางวัลความสำเร็จที่การันตีและชื่อเสียงจากหลากหลายแขนงวิชา ทำให้เราสงสัยว่า ทั้งที่มีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเฉกเช่นมนุษย์คนอื่น แต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงประสบความสำเร็จได้แทบทุกเรื่องในชีวิต? 9 กุญแจไขความสำเร็จของ BENJAMIN FRANKLIN ทำให้มันง่าย ในหนังสืออัตชีวประวัติของ Benjamin Franklin เผยว่าเขาแบ่งตารางกิจวัตรประจำวันอย่างเรียบง่าย โดยมีเพียง 6 เรื่องเท่านั้นที่ต้องทำในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องมีกิจกรรมมากมาย
คุณยังกระโดดอยู่ไหม? เราอยากเริ่มต้นบทสนทนากับ “ธนชัย อุชชิน” หรือ “ป๊อด-Moderndog” ด้วยวลีนี้ แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ทัน หรืออาจเป็นเพราะเมื่อเขานั่งอยู่ตรงหน้าทำให้เราประหม่าเล็กน้อย แววตาของเขาทรงพลังอย่างอธิบายไม่ถูก เราจึงทักทายเขาเพื่อมารยาทอันควรแล้วเริ่มต้นบทสนทนา ทุกครั้งที่สิ้นสุดคำถามของเรา เขาจะนิ่งนึก ก่อนตอบออกมาเป็นประโยคที่เราอยากจะโควตเป็นคำคมประจำใจเก็บไว้ทุกคำ “ยังกระโดด และที่กระโดดเพราะมีคนท้าว่ากระโดดไหวมั้ย” ท้ายที่สุดเราก็ได้คำตอบของคำถามที่เราอยากรู้ เขายังกระโดด กระโดดเหมือนที่ 25 ปีก่อนเขากระโดดบนเวทีประกวดดนตรีซึ่งปูทางเขาสู่การเป็นนักดนตรีมืออาชีพถึงทุกวันนี้ “ผมชอบพลังงานจากการเคลื่อนไหว” “การเคลื่อนไหว” ในคำตอบของเขาไม่ได้หมายความถึงแค่การกระโดดโลดเต้นบนเวทีเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเคลื่อนไปในมิติใหม่ ๆ ของชีวิต การท้าทายตัวเองให้สนุกกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ การกระตุ้นตัวเองให้ไม่ทิ้งสิ่งที่ทำมาตลอดอย่างดนตรี คู่ไปกับการที่ไม่เคยทิ้งความฝันวัยเด็กอย่างการทำงานศิลปะ เขาเคลื่อนไหวอย่างสุดขีดอย่างนี้มาโดยไม่หมดแรงได้อย่างไร? แรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนให้เขาก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดมาจากไหน? ให้บทสนทนานี้ไขข้อสงสัยของคุณ อนุญาตให้กระโดด หรืออยากนั่งนิ่ง ๆ แล้วกำซาบเรื่องของ “ป๊อด-ธนชัย อุชชิน” ไปพร้อมกันก็ย่อมได้ ชีวิตคือฤดูกาล เราจะผ่านทุกฤดูไปได้ ชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จ แต่เมื่อเราอยู่ตรงหน้าศิลปินที่เล่นดนตรีก็ประสบความสำเร็จ ทำงานศิลปะก็สำเร็จอย่างงดงามไม่แพ้กัน เราอดถามเขาไม่ได้จริง ๆ ว่า “ถ้ามีหนึ่งสิ่งที่ทำให้คุณมาถึงจุดนี้ คุณว่าหนึ่งสิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่” และบนถนนแห่งการทำงานสร้างสรรค์ ไอเดียมันสามารถพรั่งพรูออกมาได้เรื่อย ๆ จริงหรือ? หรือคนอย่างเขาจะมีเวทมนตร์บางประการที่เป็นความลับซ่อนไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้? “ผมว่าการเรียนรู้นะ ผมชอบการเรียนรู้ การเรียนรู้ไม่ใช่แค่ว่าไปรู้เรื่องราวอื่น
ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าการเปิดเพลงดัง ๆ ตอนใส่หูฟังไม่ดีต่อสุขภาพ อาจทำให้หูตึง หูหนวก ไม่ดีต่อแก้วหู ใช่ครับพวกเรารู้ แต่น้อยคนที่จะใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ยิ่งเป็นคนเสพติดเสียงเพลงบอกเลยว่ายาก ใครจะมาดึงหูฟังออกจากเรา บอกเลยว่าไม่มีทาง! เวลาเราเดินทาง หรือออกไปยังพื้นที่สาธารณะที่เต็มไปด้วยเสียงดังจอแจ เราก็ยิ่งเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้น เพื่อกลบเสียงเหล่านั้น คุณอาจจะคิดว่าก็ทำแบบนี้มาได้ตั้งนานไม่เห็นจะเป็นอะไร หูยังใช้การได้ไม่ตึงเสียหน่อย แต่เชื่อเถอะครับว่าการกระทำแบบนี้อาจส่งผลเสียได้มากและ ‘หลากหลาย’ กว่าที่คิด UNLOCKMEN จะบอกคุณให้ว่าการเปิดเพลงเสียงดังวันนี้ จะแถมฟรีโรคภัยอะไรบ้างที่อาจเกิดกับตัวคุณ เพราะต่อให้หูไม่ดับ อย่างอื่นก็อาจดับแทนได้… หูวิ้ง อาการหูวิ้งไม่เหมือนหูตึง เพราะแทนที่เราจะไม่ได้ยินเสียง เราดันได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตลอดเวลาอยู่ในหู (หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Baby Driver นั่นแหละครับมันคือโรคแบบที่เจ้าเบบี้เป็น) ซึ่งการหูวิ้งนี้ไม่ได้แปลว่าจะได้ยินเสียงวิ้ง ๆ เหมือนจิ้งหรีดเท่านั้น เพราะมีทั้ง ได้ยินเสียงลมในหูตลอดเวลา เสียงตุบ ๆ เสียงคลิก เสียงหึ่ง ๆ จนไปถึงได้ยินเสียงเพลงที่เราคุ้นเคยวนอยู่ในหูซ้ำ ๆ ตลอดไป! แค่คิดก็น่ารำคาญจนจะร้องไห้ อาการหูวิ้งมีทั้งที่รักษาได้และรักษาไม่ได้ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการฟังเพลงดังเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก โรคอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
‘ศิลปะ’ เป็นศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดอีกแขนงหนึ่งของโลกที่ไม่เพียงสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ และแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานของศิลปิน หากยังเป็นสิ่งที่ช่วยจรรโลงจิตใจมนุษย์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบทุกรายละเอียดยิบย่อยในชีวิตเราล้วนมีศิลปะเกี่ยวพันอยู่เสมอ แม้ศิลปะจะไม่เคยหยุดอยู่กับที่และถูกนิยามความหมายใหม่ในบริบทที่แตกต่างกัน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังจำกัดศิลปะไว้เพียงในแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ติดภาพจำเดิม ๆ ว่าศิลปะต้องเป็นภาพวาดหรืองานประติมากรรมที่ตั้งตระหง่าน แต่ในความเป็นจริงแล้วศิลปะกว้างขวางมากกว่านั้น แล้วความสงสัยใคร่รู้ด้านศิลปะแขนงใหม่ก็พาเราเดินดุ่มมาหาคุณ ‘เบียร์-พันธวิศ’ คอลเลกเตอร์มือทองควบตำแหน่งพ่อมดแห่งวงการอีเวนต์ที่เชื่อเหมือนเราว่า ศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่ในแกลเลอรีเสมอไป มุมมองของคนเล่นของและศิลปะนอกแกลเลอรี “เบียร์-พันธวิศ” ถ้าเอ่ยชื่อนี้ในวงการอีเวนต์ เชื่อว่าหลายคนคงพอคุ้นหูกันอยู่บ้าง เพราะเขาคือหนุ่มนักสร้างสรรค์ที่มีไอเดียในหัวพลุ่งพล่านไม่รู้จบ เป็นเจ้าของบริษัทด้าน New Media & Interactive Media, บริษัทตกแต่งภายใน, บริษัทร่วมทุนรับเหมาก่อสร้าง หรือแม้แต่ดิจิทัลเอเจนซี่น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ นอกจากตำแหน่งงานในหลากมิติอุตสาหกรรม สิ่งหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือคุณเบียร์ พันธวิศ ลวเรืองโชค เป็นหนึ่งในคอลเลกเตอร์ตัวยงที่รวบรวมของสะสมไว้เต็มโกดัง เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คือศิลปะอย่างหนึ่งที่แตกแขนงแยกย่อย “ศิลปะมันไม่ใช่อะไรที่สูงส่ง แค่เป็นสิ่งที่คนเข้าถึงได้” “ตั้งแต่เด็ก ๆ มาจนถึงตอนนี้ ผมรู้สึกว่าคนที่ทำงานในแวดวงศิลปะกำลังถูกละเลย ไม่ว่าจะนักออกแบบ ศิลปิน หรืออาชีพอะไรต่อมิอะไร เพราะหากพูดถึงงานศิลปะ ผู้คนมักจะนึกถึงภาพวาดและงานประติมากรรมเท่านั้น แต่แก้วน้ำ เสื้อผ้า จานชาม ผ้าห่ม หรือเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นศิลปะเหมือนกัน หากอยู่ใกล้ตัวมากไปจนผู้คนมองข้าม แค่นั้นเอง” แรงบันดาลใจที่เปลี่ยน ‘คนเล่นของ’


