Advertisement
Survival
SKILLS EVERY MAN SHOULD KNOW
  • Survival

    วิธีรับมือกับ Hedgehog’s Dilemma ความสัมพันธ์แบบยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ ห่างกันก็เปลี่ยวเหงา

    By: BAO August 24, 2021

    มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน คนในครอบครัว หรือ คนรัก แต่บางครั้งพวกเราก็พบว่า ยิ่งพยายามใกล้ชิดกับคนอื่นมากเท่าไหร่ เรายิ่งรู้สึกห่างเหิน และเจ็บปวดมากเท่านั้น สุดท้ายแม้เราจะอยากใกล้ชิดสนิทสนมกับคนอื่นมากแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะอยู่คนเดียว และดำดิ่งสู่โลกแห่งความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาต่อไป   เหตุการณ์แบบนี้มีชื่อเรียกเท่ ๆ ว่าเป็น “Hedgehog’s Dilemma” หรือ บางคนก็เรียกว่า “Porcupine’s Dilemma” อันเป็นแนวคิดปรัชญาของ ‘อาเทอร์ โชเพนเฮาเออร์’ นักปรัชญาชาวเยอรมันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1788-1860 และได้รับความสนใจในปัจจุบัน เพราะงานของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ และการ์ตูนอนิเมะในตำนานอย่าง Neon Genesis Evangelion ที่ถ่ายทอดแนวคิดนี้ผ่านตัวละครเอก ‘อิคาริ ชินจิ’ และ ‘คัตซึรางิ มิซาโตะ’ ซึ่งต่างคนต่างกลัวว่าถ้าใกล้ชิดกันแล้ว จะทะเลาะกัน จนเกิดความเจ็บปวดและร้างรากันในอนาคตต่อไป   Hedgehog’s Dilemma ได้เปรียบความสัมพันธ์ของมนุษย์เหมือนกับความสัมพันธ์ของกลุ่มเม่นที่พยายามเกาะกลุ่มกันเพื่อสร้างความอบอุ่นในวันที่เหน็บหนาวของฤดูหนาว แต่เมื่อเม่นแต่ละตัวเริ่มเข้าใกล้กัน หนามของพวกมันแต่ละตัวก็เริ่มทิ่มแทงซึ่งกันและกัน จนเหล่าเม่นที่รู้สึกเจ็บปวดต้องถอยห่างจากกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และความหนาวก็ทำให้มันเริ่มเข้าใกล้กันอีกครั้ง เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา

    อ่านต่อ
  • Survival

    “เหมือนตื่นและฝันในเวลาเดียวกัน” รู้จักภาวะ Derealization สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพของเรา

    By: BAO August 23, 2021

    ต้องมีสักครั้งในชีวิต ที่เราตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในภวังค์ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับกำลังอยู่ในฝัน บางครั้งความรู้สึกนี้ก็ทำให้เราสับสนว่า “กำลังตื่น หรือ หลับอยู่กันแน่นะ” ซึ่งอาการนี้ ทางการแพทย์ เรียกว่า ความจริงวิปลาส และถ้าประสบกับมันบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคจิตเวชได้   ความจริงวิปลาสคืออะไร ปกติแล้ว ภาวะความจริงวิปลาส (Derealization) นับเป็นหนึ่งในอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคดิสโซสิเอทีฟ (Dissociative Disorders) เช่นเดียวกับบ ภาวะบุคลิกภาพแตกแยก (Depersonalization) ทำให้บางครั้งสองอาการนี้ก็ถูกใช้แทนกันด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองอาการไม่ได้มีความเหมือนกันซะทีเดียว แต่มีความแตกต่างกันอยู่ดังต่อไปนี้ Derealization จะเป็นอาการที่เรารู้สึกขาดการเชื่อมต่อกับความเป็นจริงหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว จนเกิดอาการเช่น สิ่งที่อยู่รอบตัวดูเชื่องช้า หรือ ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมด เราจะรู้สึกเหมือนสิ่งที่อยู่รอบตัวไม่มีอยู่จริง เหมือนกำลังอยู่ในโลกจำลอง หรือ โลกแห่งความฝัน ไม่สามารถประมวลผลหรือทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่รอบตัวของเราได้ จนเราเกิดความไม่คุ้นเคยกับสถานที่เราอยู่ และเกิดความสับสันระหว่างโลกแห่งความฝันและความเป็นจริง ส่วน Depersonalization คือ ภาวะที่เรารู้สึกตัดขาดจากร่างกาย อารมณ์ และความคิดของตัวเอง คนที่มีอาการนี้มักจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นภาชนะว่างเปล่า เป็นเพียงผู้ชมร่างกายตัวเอง หรือ เป็นหุ่นยนต์ที่คอยรับคำสั่งจากคนอื่น ไม่สามารถบังคับร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป แม้พวกเขาจะขยับแขนขยับขา หรือ รู้สึกถึงอารมณ์ของตัวเองได้ก็ตาม

    อ่านต่อ