Survival
SKILLS EVERY MAN SHOULD KNOW
  • Survival

    “ฟีลมันหมดไฟ แต่ใจต้องทำงาน” จะทำอย่างไรดีเมื่อการออกจากงานไม่ใช่คำตอบ

    By: BAO January 12, 2021

    ช่วงนี้หลายคนน่าจะมีความเครียดและความกังวลกัน เพราะทุกอย่างในตอนนี้ดูไม่แน่นอนเสียเหลือเกิน ไม่มีใครรู้ว่า COVID-19 จะหายไปเมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรเราจะได้ใช้ชีวิตกันแบบปลอดภัยไม่กลัวโรค ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่สถานที่ต่าง ๆ จะเลิกโดนสั่งปิด ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรเราถึงจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำได้อย่างเต็มที่ซะที เหล่านี้คงทำให้หลายคนรู้สึกดาวน์ และไม่อยากทำงานกันบ้างแหละ การทำงานที่ไม่อยากทำอาจทำให้เราเกิดความขี้เกียจ ซึ่งนอกจากจะทำให้เราไม่โปรดักทีฟแล้ว งานวิจัยบอกเราว่า ความขี้เกียจในระยะยาวอาจทำให้เรามีสุขภาพแย่ลง ร่ำรวยน้อยลง และมีความสุขน้อยลงด้วย แต่การออกจากงาน หรือ เปลี่ยนงานในช่วงนี้ คงเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่า ยังไม่ปลอดภัยที่จะทำมัน เพราะอาจทำให้ถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ ไม่สู้งาน และขัดขวางความก้าวหน้าในการทำงาน บางคนจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ในใจ มากกว่าที่จะพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง และเผชิญหน้ากับปัญหานี้เพียงลำพังต่อไป ฟังดูเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนซัฟเฟอร์ แต่โชคดีที่มันยังมีวิธีการประคับประคองตัวเองให้ทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกัน เราได้นำวิธีเหล่านั้นมาแชร์กับทุกคนในบทความนี้ ลองทำตามดูแล้วดูว่ามันได้ผลมากแค่ไหน !! ตอบให้ได้ว่าทำไมเราถึงยังต้องทำงานนี้อยู่ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ควรจะมีการตั้งเป้าหมาย เพราะถ้าไม่ เราอาจรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไร้ค่าไร้ความหมาย และหมดแพสชั่นในการทำมันได้อย่างรวดเร็ว ในการทำงานที่เรารู้สึกว่าไม่อยากทำก็เช่นกัน ถ้าเราจมอยู่กับความรู้สึกที่ว่าทำไมเราถึงยังตัองทำงานนี้ต่อไป ทุกอย่างมันก็คงมีแต่จะแย่ลง เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรทำเป็นอย่างแรก คือ การหาให้ได้ว่าทำไมเราถึงยังต้องทำงานที่น่าเบื่อหน่ายอยู่ ? เพราะเงิน? เพราะความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน? เพราะฐานะสังคม? เมื่อเป้าหมายในการทำงานเราชัดแล้ว กำลังใจมันก็มักจะมาเอง แต่ข้อควรระวังเมื่อเราจะตั้งเป้าหมายในการทำงาน คือ

    อ่านต่อ
  • Survival

    อยู่ในห้องแคบทำงานยาก ? ลองดู 4 วิธีจัดการห้องที่จะช่วยให้เราทำงานจากที่อยู่อาศัยขนาดเล็กได้ดีขึ้น

    By: BAO January 7, 2021

    ช่วงนี้คนทำงานต้อง ‘เวิร์กฟอร์มโฮม’ บ้านใครใหญ่ก็อาจทำงานได้สะดวกหน่อย แต่คนที่ทำงานอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ อาจต้องปวดหัว และเกิดอาการไม่อยากทำงานกันบ้าง เพราะไม่รู้จะไปนั่งทำงานตรงไหน สุดท้ายก็ตัดสินใจออกไปนั่งทำงานข้างนอกอยู่ดี บทความนี้เรามีเทคนิคที่จะช่วยให้ทุกคนทำงานจากบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่แคบและจำกัด เริ่มตั้งแต่ วิธีการจัดบ้าน ไปจนถึง การรับมือกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการอยู่ในที่แคบ กำหนดพื้นที่ทำงานที่ชัดเจน สิ่งแรกที่เราควรทำเวลาจะต้องทำงานนอกออฟฟิศ แถมที่ทำงานยังมีพื้นที่น้อยด้วย คือ การแบ่งพื้นที่ในการทำงานที่ชัดเจน เพราะสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการทำงานของเรา เรามักจะรู้สึกอยากนอนมากขึ้นเมื่ออยู่ในห้องนอน หรือ อยากอู้มากขึ้นเมื่ออยู่ในห้องนั่งเล่น ดังนั้น การจัดสรรพื้นที่ที่ชัดเจนจึงช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้นได้ เราสามารถใข้ฉากกั้นห้อง พรม หรือ ถ้าลงทุนหน่อยก็การทาสีกำแพงใหม่ มาช่วยในการแบ่งความแตกต่างของแต่ละส่วนได้เช่นกัน แต่ที่สำคัญ เราต้องไม่ใช้งานแต่ละส่วนเกินหน้าที่ของมันด้วย เช่น ไม่ใช้ห้องนอนเป็นห้องทำงาน ไม่ใช้ห้องนั่งเล่นเป็นที่ทำงาน เพราะมันจะทำให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่ในบรรยากาศของการทำงานจริง ๆ จัดที่นั่งให้ดี นอกจากการกำหนดพื้นที่ในการทำงานที่ชัดเจนแล้ว ที่นั่งทำงานกับท่านั่งทำงานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเราจัดที่นั่งไม่ดี เราก็นั่งทำงานได้แบบไม่สะดวกสบาย แถมการนั่งทำงานผิดท่าก็อาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาอีกด้วย เช่น อาการปวดหลัง ดังนั้น เลือกโต๊ะ หรือ ที่วางคอมที่เหมาะสมตามความสูงของเรา วางหน้าจอคอมหรือแล็ปท็อปให้อยู่ในระดับสายตา ถ้ามันเตี้ยเกินไปก็อาจหาหนังสือมารองด้านใต้เพื่อเพิ่มความสูง หรือ ซื้อขาตั้งแล็ปท็อปมาช่วย จัดตำแหน่งของคีย์บอร์ดและเมาส์ให้ไหล่และแขนรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด

    อ่านต่อ