ศิลปะญี่ปุ่นถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่โดดเด่นหาใครเปรียบ แม้ศิลปินญี่ปุ่นจะมีลวดลายเส้นสีที่ต่างออกไป แต่พวกเขามักนำแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานมาจากเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน อาทิ ซาเอกิ โทชิโอะ ชายผู้ถูกขนานนามว่าเจ้าพ่อแห่งวงการอีโรติกอาร์ตญี่ปุ่น (Godfather of Japanese Erotica) ก็มีมุมมองทางเพศที่สื่อออกมาเป็นศิลปะด้วยกลิ่นอายคล้ายงดงามชวนขนลุก หรือแม้กระทั่งนักวาดการ์ตูนสยองขวัญสั่นประสาทลายเส้นสุดหลอนอย่าง อิโต้ จุนจิ กับ ทากาชิ มุราคามิ ต่างก็หยิบความเจ็บช้ำและบาดแผลของชาวญี่ปุ่นจากสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงบุคลิกซ่อนเร้นเก็บกดของชาวญี่ปุ่นมาเล่าในงานภาพในมุมมองที่ไม่ซ้ำกัน ดังนั้น เมื่อเอ่ยถึงศิลปะญี่ปุ่น ผู้คนส่วนใหญ่อาจตอบชื่อศิลปินญี่ปุ่นที่นึกถึงเป็นชื่อแรกไม่ตรงกัน แต่ถ้าถามลึกลงไปอีกสักหน่อยว่า ‘อีโรติกอาร์ต’ ชื่อศิลปินที่ถูกพูดถึงก็จะน้อยลงเรื่อย ๆ และถ้าเจาะลึกยิ่งกว่าลงไปอีกด้วยคำคีย์เวิร์ดที่ว่า ‘ภาพพิมพ์’ ‘เซ็กซ์’ ‘หญิงสาว’ และ ‘หมึก’ ภาพที่ทั้งชายและหญิงจะนึกออกก็คงหนีไม่พ้นภาพที่มีชื่อว่า ‘The Dream of the Fisherman’s Wife’ หรือในชื่อภาษาไทยว่า ‘ความฝันของเมียชาวประมง’ ของศิลปินระดับตำนานอย่าง คัตสึชิกะ โฮกุไซ กันอย่างแน่นอน คัตสึชิกะ โฮกุไซ (Katsushika Hokusai) เป็นศิลปินระดับตำนานของยุคเอโดะ ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ทางเรื่องเพศของญี่ปุ่น ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยม บ้านเมืองสงบสุขติดกันหลายปี
“กูอยากแต่งตัวแต่งบ้านแบบมินิมัลว่ะ แล้วไม่ใช่มินิมัลแบบธรรมดาด้วยนะ กูจะแต่งมินิมัลแบบญี่ปุ่น” วลีนี้คือสิ่งที่พวกเราชาว UNLOCKMEN เคยได้ยินมากกว่าหนึ่งครั้ง เวลาพูดถึงแฟชั่นแบบมินิมัล (Minimal) ไปจนถึงการแต่งบ้านสไตล์มินิมัล ชาติแรกที่คนส่วนใหญ่จะต้องนึกถึงความมินิมัลมักเป็นประเทศญี่ปุ่นเสมอ จนพานให้พวกเราสงสัยว่า ไอ้หนุ่มที่บอกว่าอยากแต่งตัวแต่งบ้านมินิมัลสไตล์ญี่ปุ่น มันเป็นมินิมัลแบบเดียวกับที่คนอื่น ๆ เข้าใจหรือไม่ แล้วที่มาของการทำให้คนญี่ปุ่นกลายเป็นต้นแบบของความเรียบโก้ มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ มินิมัล หรือ มินิมัลลิสม์ (Minimalism) ในแง่ของศิลปะคือสุนทรียศาสตร์ที่ว่าด้วยความเรียบง่าย เกิดขึ้นโดยบางกลุ่มบางคนในช่วงยุค 50-60s ที่เบื่อกับศิลปะสไตล์ Abstract แบบสุด ๆ รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านกับความยุ่งเหยิงฉูดฉาดเต็มไปด้วยสีสันจนไม่รู้จะโฟกัสตรงไหนก่อน (บางคนคิดแบบนี้จริง ๆ) จนทำให้พวกเขาต้องผลิตผลงานหรือบางสิ่งที่สบายตามากกว่าออกมาเสพกันเอง บางคนนำความเรียบง่ายมาจากจิตรกรรมนามธรรมแบบเรขาคณิต มุ่งหน้าเข้าหาความเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น และตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเสีย แต่หากพูดถึงมินิมัลในแง่ของแฟชั่น ดีไซน์ หรือการตกแต่งบ้าน สิ่งที่คนไทยจะคุ้นเคยคือมินิมัลแบบญี่ปุ่น อาจเป็นเพราะประเทศไทยอยู่ในทวีปเดียวกับญี่ปุ่น มีความใกล้ชิดรู้จักกับมินิมัลญี่ปุ่นมากกว่ามินิมัลแบบอื่น ๆ และนอกจากญี่ปุ่นที่คนไทยส่วนใหญ่นึกถึง อีกที่ที่หนีไม่พ้นคือความเรียบง่ายแบบสแกนดิเนเวีย ชาวมินิมัลทุกโลกต่างให้ความสำคัญกับวัตถุดิบไม่น้อยไปกว่าสไตล์ พวกเขาจะพยายามเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่สะอาดตา มีกรรมวิธีสร้างที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ปราศจากการปรุงต่างมากจนเกินไป ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่พุทธศาสนานิกาย ‘เซน’ ได้รับความนิยมนับถือโดยชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ใจความสำคัญของนิกายเซนคือการปลูกฝังให้ผู้คนเห็นความสำคัญถึงความเรียบง่าย สามารถนำตัวเองอยู่ร่วมกับธรรมชาติมากกว่าวัตถุ