หากจะให้เอ่ยรายชื่อการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อเด็ก ๆ ที่เติบโตในช่วงยุค 90’s มากที่สุด เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องมีชื่อของ Dragon Ball Z อยู่ในใจอย่างแน่นอน ผลงานสุดคลาสสิคของอาจารย์อากิระ โทริยามะ เป็นการ์ตูนที่โดดเด่นด้วยลายเส้น คาแรคเตอร์ของตัวละคร รวมไปถึงเนื้อเรื่องที่บู๊ล้างผลาญสะใจแบบสุด ๆ เรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นมากนับจากช่วงภาคเด็กของซุนโกคู มีการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจมากกว่าเดิมและเก่งขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฟรีซเซอร์, เซลล์ และจอมมารบู สำหรับคนที่ดูมาก่อนก็น่าจะพอจำเนื้อเรื่องได้ไม่มากก็น้อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการ์ตูนเรื่องนี้มี 5 ข้อมูลลับที่ไม่ลับที่คุณอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ซ่อนไว้ให้เหล่าคนช่างสังเกตได้เก็บไว้เป็นข้อมูล ซึ่งทาง UNLOCKMEN ขอยกหัวข้อเด่น ๆ มาให้ทุกคนได้อ่านกันดังต่อไปนี้ *เนื้อหามีสปอยล์เนื้อเรื่อง 1. โกคูฆ่าคนอื่นตายไปเพียง 2 ครั้ง (ไม่นับใน The Movie) สมชื่อพระเอกจริง ๆ สำหรับโกคู ที่ถือได้ว่าเป็นนักสู้ที่มีคุณธรรม มีความเมตตา และจิตใจอ่อนโยน นอกจากฝีมือการต่อสู้จะร้ายกาจแล้ว โกคูยังพัฒนาการต่อสู้ของตัวเองได้ตลอดเวลา เขายังมีความสามารถในการเปลี่ยนจิตใจคนชั่วร้ายให้กลับกลายเป็นคนดีได้ ตัวอย่างชัด ๆ เลยคือ พิคโกโล่ อดีตราชาปีศาจสุดท้ายกลายเป็นพ่อทูลหัวของโกฮังลูกชายของโกคู
หลายคน รู้จักเขาจากในฐานะผู้เปิดกระแสดนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ในยุคที่ Britpop ครองเมือง หลายคน คุ้นเคยในฐานะ Virtual Band สุดเท่ Gorillaz และหลายคนจดจำเขาในบทบาทของเจ้าพ่อโปรเจกต์ที่สร้างงานหลากสไตล์หลายรูปแบบที่นับไม่หวาดไม่ไหว แน่นอนว่าคำว่า “ดนตรีในหัวใจ” อาจจะเป็นคำที่ดูแสนเชย แต่สำหรับ Damon Albarn แล้ว กว่า 30 ปี ในวงการดนตรีแล้ว ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมเท่ากับคำๆนี้แล้ว Blur ผู้เปิดศักราชใหม่แห่งดนตรี Britpop สำหรับแฟน ๆ ยุค 90s แฟนเพลงร็อคหลายคน ไม่มีใครไม่รู้จักวง Blur หนึ่งในวงดนตรีที่เปิดศักราชแห่งยุคสมัยของ Britpop Era ให้กลายเป็นกระแสหลักของโลก ด้วยการหยิบจับอัตลักษณ์ของชาวอังกฤษในซาวด์ผู้ดีสุดเนี๊ยบ ผสมผสานกับการขี้แซะและประชดประชัน จนทำให้แนวดนตรีนี้สามารถยึดหัวหาดของกระแสให้กับนักฟังเพลง และทำให้วงการดนตรีอังกฤษคึกคักเป็นอย่างมากในยุคนั้น แต่มันไม่ง่ายเลยกว่าจะถึงจุด ๆ นั้น เขาและเพื่อนพ้องวง Blur ต่างดิ้นรนขวนขวายในการสร้างวงดนตรี กว่าจะเป็นที่จดจำในวงกว้างนั้นยากลำบากมาก Damon ร่วมกับเพื่อนพ้องทำวง Blur ในช่วงปลายยุค ’80s กับ
ตอนนี้ วลี “จริงๆแล้ว ฉันเป็นประธานบริษัท” ดูจะฮิตในโลกโซเชียลเป็นพิเศษ ซึ่งในวงการดนตรี มีศิลปินหลายคนที่นอกจากเป็นนักร้องสุดฮอตรุ่นใหญ่ของวงการแล้ว เขาและเธอเหล่านี้ยังควบตำแหน่งประธานค่ายเพลง ผลักดันและต่อยอดศิลปินรุ่นใหม่ให้โดดเด่นในวงการเพิ่มขึ้นไปอีก มาดูกันว่า มีใครบ้างในวงการ ที่สร้างชื่อในฐานะเจ้าของค่ายเพลงกัน แล้วคุณจะอึ้งถึงศักยภาพที่พวกเขามีอย่างเหลือเชื่อ Madonna – Maverick ในช่วงปลายทศวรรษที่ 80s Madonna เจ๊ใหญ่แห่งวงการพ็อพ รู้สึกอึดอัดที่การ Performance อย่างโจ้งแจ้งของเธอนั้นถูกปิดกั้นจากค่ายเพลงที่เธอสังกัด ปี 1992 เธอจึงจัดการค่ายเพลงของตัวเองเสียเลย เพื่อสร้างอิสระในการทำเพลง รวมไปถึงภาพลักษณ์อันแสน sexy ของเธอ โดยชื่อ Maverick นั้นมาจากการรวมตัวหุ้นส่วนทั้ง 3 คน (ซึ่ง Ma นั้นก็มาจากชื่อ Madonna ของเธอนั่นเอง) โดยผลงานชิ้นแรกที่ออกมานั่นก็คืออัลบั้ม Erotica (1992) อัลบั้มสุดอื้อฉาวที่ออกพร้อมหนังสือภาพ Sex อันลือลั่นนั่นเอง และผลงานของศิลปินที่สร้างชื่อมากๆของค่าย Maverick ก็คือ Alanis Morissette ศิลปิน Alternative Rock ที่ฮอตสุดในยุค
มาทำความรู้จักกับ Alex Turner หัวหอกวงลิงซน ที่เขาว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะของการเขียนเพลง
เสียงเพลงนอกจากจะมอบความบันเทิงให้กับผู้ฟังแล้ว แต่ในหลาย ๆ ครั้งมันก็เป็นข้อความของความรู้สึกจากภายใน หรือแม้กระทั่งเป็นการเรียกร้องอะไรบางอย่างผ่านเนื้อหาที่สื่อสารออกมาเช่นกัน หนี่งในเพลงเหล่านั้นคือ “Fuck Tha Police” เพลงสุดอื้อฉาวแห่งยุค 80’s จากคณะโอลด์สคูล ฮิพฮอพ ในตำนานนามว่า N.W.A. บทเพลงต่อต้านการกดขี่ข่มเหงคนผิวสี ท่อนบีท, เสียงเทิร์นเทเบิ้ล และการพ่นท่อนแร็ป คือส่วนผสมทางดนตรีที่ผลิตออกมาจาก 6 สมาชิกตัวจี๊ดของ N.W.A. ประกอบไปด้วย Eazy-E, Ice Cube, Dr.Dre, Mc Ren, DJ Yella และ Arabian Prince จนออกมาเป็นอัลบั้ม Straight Outta Compton ในปี 1988 พวกเขาคือกลุ่มเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยอารมณ์สุดเดือดดาล มีทั้งความสดและความเรียล กล้าที่จะ Express ความคิดเห็นบางอย่างออกมาแบบไม่ต้องแยแสสนใจหรือเกรงกลัวอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะในเพลง “Fuck The Police” ที่พวกเขาได้ถ่ายทอดความเก็บกดจากการถูกกดขี่และความอยุติธรรมจากบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงเพราะว่าพวกเขาเป็น “คนผิวสี” ทุก
หากจะพูดถึงเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ หลาย ๆ คนน่าจะนึกถึงสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่แท้จริงแล้วเมืองแห่งนี้ได้ผลิตศิลปินสุดเจ๋งมาประดับวงการดนตรีมากมาย และหลาย ๆ วงก็เข้าขั้นระดับตำนานไปแล้ว จนถึงขนาดมีการใช้คำจำกัดความวงดนตรีที่มาจากเมืองนี้ว่า “แมดเชสเตอร์ (Madchester)” Unlockmen ขอพาทุกคนไปท่องโลกของเสียงกีตาร์แตกพร่าและความเกรี้ยวกราดจาก 5 วงร็อกยุค 80’s และ 90’s สุดเจ๋งจากเมืองแมนเชสเตอร์ 1. OASIS ชื่อของ Oasis คงไม่มีใครไม่รู้จัก วงร็อกที่นำโดยสองพี่น้อง Gallagher ได้แก่ “Liam” และ “Noel” ผู้มีฝีปากกล้าแกร่งเกินจะจินตนาการ แต่ความปากดีของพวกเขาคงจะส่งให้วงโด่งดังจนก้าวข้ามมาเป็นระดับตำนานไม่ได้หากตัวดนตรีมันไม่เจ๋งพอ Oasis สร้างปรากฎการณ์มากมายให้กับวงการดนตรีบริตป๊อปในยุค 90’s ทันทีที่พวกเขาวางจำหน่ายอัลบั้มแรก “Definitely Maybe” (ปี 1994) ก็สามารถทุบสถิติอัลบั้มเดบิวต์ที่ขายได้รวดเร็วมากที่สุดในประเทศอังกฤษ รวมไปถึงการได้แสดงคอนเสิร์ต 2 วัน 2 คืน ที่ Knebworth ท่ามกลางคนดูรวมกันมากกว่า 250,000 คน
ในช่วงเวลานี้ วงการหนังคงไม่มีอะไรคึกคักเท่ากับหนังไทย “ร่างทรง” ที่สร้างความหลอนจนทำรายได้และสร้างกระแสทั้งในจอและนอกจอ แม้กระทั่งมีหนังที่หลุดในโลกออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้ลดทอนกระแสของหนังเรื่องนี้ให้จืดจางลงได้เลย ซ้ำยังมีผู้ที่พร้อมไปพิสูจน์ความหลอนด้วยตาตัวเองในโรงอย่างแน่นขนัด แต่ท่ามกลางความสำเร็จระดับโลกนั้น ก็แลกด้วยข้อถกเถียงกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะรูปแบบที่หนังพยายามนำเสนอในรูปแบบหนังสารคดี จนส่งผลให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น “หนังเสียงแตก” อย่างชัดเจน คือถ้าชอบจะชอบมาก แต่ถ้าไม่ชอบก็พาลเกลียดไปเลย โดยเฉพาะการถ่ายทำในรูปแบบของสารคดีนั้น แม้จะไม่ใช่สิ่งใหม่ในโลกภาพยนตร์ แต่ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับหนังไทย เราจึงชวนคุณมาทำความรู้จักกับหนังแนวนี้ มาดูกันว่าทำไมนักสร้างหนังหลายคนถึงเลือกที่จะทำในแนวทาง Mockumentary และคำ ๆ นี้แปลว่าอะไรกันแน่ Mockumentary ความไม่จริง สะท้อนความจริงอย่างชัดแจ้ง หนังสารคดี หรือ Documentary นั้น มักถูกใช้สะท้อนภาพความจริง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์หรือบุคคลนั้น ๆ เพื่อใช้โน้มน้าวหรือสร้างความน่าเชื่อถือ ผ่านหลักฐานไม่ว่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกได้ หรือการบอกเล่าจากปากผู้ประสบเหตุนั้นมา สารคดีส่วนใหญ่จึงทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนที่มุ่งหวังหรือตั้งคำถามต่อสิ่ง ๆ นั้นโดยใช้ “ความจริง” เพื่อเป็นสิ่งประจักษ์แก่ผู้รับสาสน์ ในขณะเดียวกัน ยาขมของ Documentary ก็ทำให้คนบางคนรู้สึกเบื่อ เมื่อภาพจริงในบางครั้งก็ไม่อาจนำพาอารมณ์ให้ตื่นเต้นจนคนคล้อยตามได้ หนังสารคดีบางส่วนจึงจำต้องสร้างฉากบางฉาก ซีนบางซีน เพื่อสอดรับกับสิ่งที่นำเสนอ เช่นการสัมภาษณ์ของผู้ให้สัมภาษณ์อาจจะน่าเบื่อจนเกินไป หรือบางเหตุการณ์ที่กล้องจับภาพไม่ทัน การใส่สีสันไม่ว่าจะเป็นภาพที่ถ่ายใหม่เพื่อจำลองเหตุการณ์จริงที่กล้องไม่ทันได้ถ่าย เพื่อทำให้เหตุการณ์นั้น ๆ
ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา อาจมีนักแสดงหลายคนที่ได้ฝากผลงานการแสดงภาพยนตร์อันโดดเด่น จนกลายเป็นรอยประทับในหัวใจผู้ชมจำนวนไม่น้อย แต่ถ้าพูดถึงนักแสดงฮ่องกงทรงเสน่ห์ระดับตำนานที่ยืนหนึ่งเรื่องการแสดงที่ลุ่มลึกและหลากหลาย จนข้ามฟ้ามาครองหัวใจคนไทยได้อยู่หมัด ‘เหลียงเฉาเหว่ย’ หรือ ‘โทนี่ เหลียง’ คงเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคน ผู้ชมถูกเขาตรึงไว้กับสารพัดบทบาท ทั้งตำรวจในคราบโจรที่หักเหลี่ยมเฉือนมุมดุเดือดแต่ก็ดำดิ่ง บทบาทร้าวลึกของชายผู้มีความสัมพันธ์ลับท่ามกลางควันบุหรี่ฟุ้งหม่น ไปจนถึงบทบาทชายรักชายในดินแดนข้ามขอบฟ้าห่างไกล ฯลฯ โดยเฉพาะในปี 2021 ที่เขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูดเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีของชีวิตนักแสดง โดยเหลียงเฉาเหว่ยรับบทบาท ‘แมนดาริน’ วายร้ายตัวฉกาจใน Marvel Studios’ Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings (ชาง-ชี กับตำนานลับเท็นริงส์) นอกจากเป็นครั้งแรกของการร่วมงานกับฮอลลีวูด นี่ยังเป็นการแสดงฝีมือครั้งสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่านับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่วงการแสดงในปี 1981 นี่คือ 4 ทศวรรษที่เขาพร้อมเปิดรับและเรียนรู้ทุกความท้าทายที่เข้ามา จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สู่แถวหน้าแห่งวงการบันเทิงฮ่องกง สำหรับนักแสดงคนอื่น ๆ การแสดงอาจหมายถึงอะไรก็ได้ แต่กับเหลียงเฉาเหว่ย เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ครังหนึ่งว่าการแสดงเปรียบเสมือนความฝันที่เขาจะสามารถหลบหนีจากโลกความเป็นจริง กลายเป็นคนอื่น รับบทคนอื่นโดยลืมการเป็นตัวเองเป็นชั่วขณะได้ แม้ฟังเผิน ๆ
ดุลยเกียรติ เลิศสุวรรณกุล หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “เต๋า” นักร้องนำวง Sweet Mullet ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมากที่สุดวงหนึ่งของวงการดนตรีไทย ฝากผลงานเพลงดังเอาไว้มากมายไม่วาจะเป็น ‘ตอบ’, ‘เพลงของคนโง่’, ‘หลับข้ามวัน’, ‘สภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน’, ‘ภาพติดตา’ และ ‘พลังแสงอาทิตย์’ รวมไปถึงผ่านการขึ้นเวทีในราชมังคลากีฬาสถานกับเทศกาลดนตรี G19 ท่ามกลางคนดูนับหมื่นมาแล้ว แต่ภาพของความสำเร็จที่ดูสวยงาม แท้จริงแล้วกว่าที่จะออกมาให้ทุกคนได้เห็น มันต้องผ่านทั้งความอดทน การต่อสู้ และความเหน็ดเหนื่อยมาอย่างมากมาย ทำให้ชีวิตต้องเจอกับความท้าทายไต่เย้ยนรกที่แวะเข้ามาทักทายตลอดไม่เว้นแต่ละวัน ชีวิตของเต๋าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง Unlockmen มีคำตอบให้กับบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ชีวิตวัยเด็ก เน้นเล่นไม่เน้นเรียน “ผมก็เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่สนใจเรียน วัน ๆ เอาแต่สนใจเรื่องเล่นมากกว่า เช่น พวกการ์ตูน เกม จำได้ว่าเคยสอบได้ที่โหล่ของห้องด้วย เคยโดนเชิญผู้ปกครองมาคุยว่าทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน ผมชอบนั่งคุยกับเพื่อนครับ ไม่ได้สนใจคุณครูที่อยู่ตรงหน้าเลย หรือต่อให้นั่งฟัง ผมก็จะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ พอว่างก็วาดรูปในสมุดเล่น ตอนมัธยมเกือบเรียนไม่จบ ผ่านไปด้วยคะแนนที่แบบ คือถ้าเปิดสมุดพกมาจะเห็นชัดเลย แต่พอช่วงที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย มันตรงกับช่วงที่บ้านมีปัญหาทางการเงิน ผมก็เลยเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้แล้วนะ เราเรียนที่มหาวิทยาลัยสยาม เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าหน่วยกิตมันแพงมาก ผมก็เลยคิดว่าเราต้องตั้งใจเรียนแล้วนะ
สาวช้ำรักผู้มูฟออนความชอกช้ำเป็นวงกลม เปลี่ยนประสบการณ์เศร้าหมองให้กลายเป็นบทเพลงสุดฮิต ULM Playlist เดือนนี้มาทำความรู้จักกับ Adele ผ่าน 10 บทเพลงที่เป็นตัวตนของเธอ เพื่อต้อนรับอัลบั้มใหม่ชุดที่ 4 “30” ที่จะให้ฟังกันในเดือนพฤศจิกายนนี้ Hometown Glory Round my hometown Memories are fresh Round my hometown Ooh the people I’ve met Are the wonders of my world Are the wonders of my world Are the wonders of this world Are the wonders of my world บทเพลงประเดิมอาชีพการเป็นนักร้องของ Adele


