News | Video
UNLOCKMEN Logo
News | Video
Unlockmen Facebook Page Unlockmen Twitter Unlockmen YouTube channel
  • World
  • Entertainment
    :
    Films
    |
    Music
  • Guide
    :
    EVENT
    |
    MENU
    |
    TRAVEL
  • TECH
    :
    APPS
    |
    CARS
    |
    GADGETs
  • Style
    :
    DESIGN
    |
    FASHION
    |
    GROOMING
  • Business
  • Girls
  • Life
  • Work
  • Play
  • Survival
UNLOCKMEN Logo

News

World Entertainment Guide TECH Style Business Girls Life
Work Play Survival

Videos

Tag "world"

  • World
    By: unlockmen April 1, 2020
    เมื่อรัฐสั่งห้ามคนออกจากบ้านส่งผลให้ ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ พุ่งสูงจนน่าใจหาย

    “แม้รักกันมากแค่ไหนแต่คู่รักส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตัวติดกันตลอด 24 ชั่วโมง” วลีข้างต้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคู่รักและครอบครัวคนทั่วโลก เพราะแต่ละคนต่างก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง บางบ้านสามีออกไปทำงานส่วนภรรยาอยู่บ้าน หรือคู่รักบางคู่ก็มีงานทำด้วยกันทั้งคู่ ครอบครัวที่มีลูกแล้วก็ต้องแบ่งเวลากันดูลูกและแบ่งเวลาให้กับชีวิตส่วนตัว ไม่ต้องพูดถึงครอบครัวใหญ่ที่มีกันหลายคนทั้งปู่ ย่า พ่อ แม่ ลูก หลาน เราเชื่อว่าคงไม่มีใครอยู่กับคนอื่นตลอด 24 ชั่วโมงแน่นอน  ตอนนี้ไวรัสโควิด-19 ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องอยู่ติดบ้าน หลายประเทศสั่งห้ามประชาชนออกจากไปไหนถ้าไม่จำเป็น สำนักงานจำนวนมากสั่งให้พนักงานทำงานที่บ้าน ทำให้สมาชิกในครอบครัว คู่รักหลายคู่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แต่แทนที่จะมีแต่ความโรแมนติก อยู่ด้วยกัน เห็นหน้ากันตลอด กลายเป็นว่าความรุนแรงในครอบครัวกลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย  ประเทศฝรั่งเศสเริ่มปิดประเทศเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2020 โดยตั้งเป้าว่าจนถึงวันที่ 25 เมษายน จะมีประชาชนออกจากบ้านน้อยลงเว้นแต่ออกไปซื้ออาหารหรือยารักษาโรค จูงสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่นได้วันละครั้ง ออกไปออกกำลังกายวันละครั้งตามคำแนะนำของแพทย์  หลังจากเริ่มมาตรการฉุกเฉินได้สักพักรัฐบาลฝรั่งเศสพบความผิดปกติ หลังจากสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่บ้าน มีคนจำนวนมากโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนในครอบครัวทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้นถึง 36% ซึ่งจำนวนนี้แค่เฉพาะในเมืองปารีสเท่านั้น ส่วนเมืองอื่น ๆ ของฝรั่งเศสก็มีบันทึกเหตุทารุณกรรมเพิ่มขึ้น 32% รวมถึงมีคดีฆาตกรรมในช่วงวิกฤตไวรัสอีกสองคดี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิและความเท่าเทียมแสดงความเป็นห่วงต่อกรณีดังกล่าว พวกเขามองว่าการโดนสั่งให้กักตัวจะทำให้เหยื่อความรุนแรงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ยากขึ้น เหยื่อต้องยกหูโทรศัพท์แจ้งความอย่างเดียวโดยไม่สามารถหลอกว่าจะออกไปทำธุระข้างนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ หากการกักตัวอยู่แต่บ้านยังคงดำเนินต่อไปเป็นเดือน ๆ จะต้องมีคนโดยทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้นแน่นอน  Marlene Schiappa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเสมอภาคทางเพศ

  • World
    By: unlockmen March 31, 2020
    FORD จับมือ GE ลุยภารกิจสร้างเครื่องช่วยหายใจ 50,000 เครื่องใน 100 วัน

    การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อในหลายประเทศยังเดินหน้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความพร้อมของภาครัฐ รวมถึงการช่วยเหลือจากภาคเอกชนในแต่ละประเทศก็มีวิธีรับมือที่ได้ผลแตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกันสหรัฐอเมริกาที่ปัจจุบันมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 140,000 คน และเสียชีวิตไปแล้วกว่า 2,400 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563) ความสูญเสียในครั้งนี้ทำให้บริษัทรถยนต์อย่างฟอร์ดและ General Electric หรือ GE บริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่เตรียมจับมือกันผลิตเครื่องช่วยหายใจให้ได้หลักหมื่นเครื่องให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคม สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกายังคงเพิ่มจำนวนและไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้ ทำให้บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาหลายแบรนด์เริ่มเปลี่ยนโรงงานของตัวเองเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์ป้องกันและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยสนับสนุนทีมแพทย์ที่ทำงานอยู่ด่านแรกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ล่าสุดค่ายยนตรกรรมจากเมืองลุงแซมอย่างฟอร์ดก็กระโดดเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน แถมจับมือมาพร้อมกับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการผลิตอย่าง GE โดยพวกเขามีความตั้งใจร่วมกันว่าจะสร้างเครื่องช่วยหายใจจำนวน 50,000 เครื่องภายในเวลา 100 วัน ฟอร์ดเตรียมกลับมาเปิดโรงงาน Rawsonville ในรัฐมิชิแกนอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้เปิดสำหรับผลิตรถยนต์แต่เพื่อผลิตเครื่องช่วยหายใจ และพัดลมดูดอากาศ โดยได้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและช่วยในการนำเข้าวัสดุโดยบริษัท GE ทั้งสองบริษัทวางแผนการร่วมกันว่าจะผลิตเครื่องช่วยหายใจให้ได้จำนวน 50,000 เครื่องภายในเวลา 100 วันหรือภายในวันที่ 4 กรกฎาคม โดยมีคนงาน 500 คนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้บรรลุแผนการแรกคือการผลิตเครื่องช่วยหายใจ

  • Business
    By: unlockmen March 31, 2020
    สรุปเศรษฐกิจถดถอยโควิด-19 ส่อหนักกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์และทางออกที่เป็นไปได้

    วิกฤตเศรษฐกิจโลกตอนนี้ พยากรณ์กันว่าสหรัฐฯ จะแย่กว่าตอนเจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เพราะ Social Distancing สร้างปรากฏการณ์ Economic Distancing ตามมา คนไม่ได้ตกงานจากการเลิกจ้างแต่มาจากการกักกัน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบ่งเป็นระลอกคลื่น 4 ลูก ได้แก่ สภาวะสังคมแช่แข็งกะทันหัน, คนตกงาน, คนเกษียณบั้นปลายพัง และอุตสาหกรรมการลงทุนที่โดนตัดแขนขา ตามลำดับ ไทยอยู่ในเฟสแจกเงิน แต่หากเป็นไปตามการพยากรณ์ที่เทียบกับสหรัฐฯ การแจกเงินให้คนไปเก็บไว้ ไม่ได้ทำให้คนหายตกงานและคนจะไม่ออกมาใช้เงิน ธุรกิจขนาดเล็กและ SMEs ที่โดนก่อนอาจจะไม่รอด จึงควรมีมาตรการด้านอื่นช่วยส่งเสริมและธุรกิจเหล่านี้ก่อนลูกโซ่ของโดมิโนตัวแรกจะล้มลง เมื่อถึงคราวอัดฉีดเงินหลังไวรัสจากไป รัฐควรมีส่วนสนับสนุนและอัดฉีดเพื่อให้กราฟที่ดิ่งเด้งขึ้นในเร็ววัน หากสถานการณ์ยืดเกินเดือน พ.ค. ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายประเทศคาดการณ์ว่าอาจยาวได้ถึงปลายปี ก็มีโอกาสสูงที่บาดแผลนี้จะยิงยาวไป 4-5 ปี   เมื่อไม่กี่วันก่อน เรามีโอกาสได้ออกไปข้างนอกซื้อของเข้าบ้าน เห็นชัดว่าธนาคารสีชมพูสาขาใกล้บ้านมีคนมาอออยู่หน้าธนาคารเพียบ มั่นใจได้ว่าช่วงนี้คงไม่ได้ออกันเพื่อเอาเงินเข้า แต่เป็นยืนรอถอนเงินออกเพราะไม่มั่นใจว่าสภาวะนี้เงินสดในมือจะพอใช้หรือเปล่า หรือถ้าวันไหนเกิดธนาคารปิด ถอนเงินออกมาไม่ได้เราจะเอาอะไรกินกัน? แล้วไวรัสหรือข้าวปลา อันไหนที่น่ากลัวกว่ากัน ? เศรษฐกิจตอนนี้มันตกหรือกระทบกันแค่ไหน UNLOCKMEN ขอสรุปเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าง่าย ๆ ที่เราย่อยมาจากบทความสัมภาษณ์ Mark Zandi หัวหน้าเศรษฐศาสตร์ของ

  • Life
    By: unlockmen March 30, 2020
    “5 วิธีเอาชนะความโดดเดี่ยว”จากนักบินอวกาศผู้อยู่บนสถานีฯสุดเดียวดาย 1 ปีเต็ม

    ชีวิตยามปกติที่เคยนอนในบ้าน กินอาหารข้างนอก ทำงานที่ทำงาน อยากผ่อนคลายก็ไปทะเลสักแห่ง ถูกสถานการณ์ COVID-19 บีบบังคับให้เราต้องกิน นอน ทำงาน ผ่อนคลาย มีชีวิตเกือบ 100% เต็มในสถานที่จำกัด บางคนอาจมีบ้านยังพอเดินไปเดินมาให้ผ่อนคลาย (แต่ก็ไม่อิสระเหมือนการได้ไปข้างนอกอยู่ดี) แต่หลายคนที่อาศัยอยู่ในห้องขนาดไม่ใหญ่มาก ยิ่งต้องเผชิญความท้าทาย ความกดดันทางอารมณ์มากขึ้นไปอีก ความโดดเดี่ยวในสถานที่คับแคบ การแบ่งเวลางานและเวลาพักผ่อน การพยายามหาหนทางผ่อนคลายให้ตัวเองจึงไม่ง่ายเลยสำหรับใครหลายคน จะมีใครเข้าใจ “วิธีมีชีวิตรอดในความโดดเดี่ยว” ดีไปกว่า Scott Kelly นักบินอวกาศผู้ต้องใช้เวลาบนสถานีอวกาศยาวนาน 1 ปี เขากิน นอน ทำงาน และผ่อนคลายที่นั่น ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้ง หรือห่างจากสถานีอวกาศไปไหนไกลและนี่คือเคล็ดวิธีที่เขาอยากแนะนำ ในห้วงเวลาที่เราต้องอยู่ติดบ้านไปอีกพักใหญ่ อย่าปล่อยเวลาให้ไหลไป “กำหนดตารางเวลา” ให้ตัวเองเสมอ สิ่งหนึ่งที่ Kelly แนะนำคือเมื่อเราต้องอยู่ในสถานที่เดียวนาน ๆ แต่ทำสารพัดอย่าง เราต้อง “กำหนดตารางเวลา” ให้ตัวเอง ตัวเขามีตารางเวลาที่แน่นขนัด ตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาตื่นไปจนถึงเข้านอน เพราะเรานั้นไม่สามารถใช้ “สถานที่” มาเป็นตัวกำหนดเวลาและกิจกรรมได้อีกแล้ว เช่น เมื่อก่อนเราไปถึงออฟฟิศ เราจะรู้โดยอัตโนมัติว่านี่คือเวลาทำงาน

  • Entertainment
    By: unlockmen March 27, 2020
    7SEEDS: แอนิเมชันลายเส้นตาหวานแต่เนื้อเรื่องหนักอึ้งของผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายในญี่ปุ่น

    ตอนนี้ใคร ๆ ก็ต้องอยู่บ้าน รวมถึงพวกเราชาว UNLOCKMEN ต้องอยู่ติดบ้าน พยายามออกไปข้างนอกให้น้อยเท่าที่จะทำได้ และการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในพื้นที่เดิมอาจทำให้เราเบื่อหน่าย บางคนดูหนังจนไม่รู้ว่าจะดูเรื่องอะไรแล้วก็มี จึงทำให้วันนี้เราอยากแนะนำแอนิเมชันที่ฉายบนระบบสตรีมมิง Netflix ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนขี้เบื่อ  แอนิเมชัน 7SEEDS สร้างจากมังงะที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนรายเดือนโชโจปี 2001 และนิตยสารการ์ตูนรายเดือนฟลาวเวอร์ในปี 2002 ผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของทามูระ ยูมิ (Tamura Yumi) นักเขียนมังงะสไตล์สดใสที่คนไทยชอบเรียกกันว่า “การ์ตูนตาหวาน” แต่ถึงจะตาหวานภาพสวยน่ารักแต่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของอาจารย์ยูมิมักมีเนื้อหาแหวกแนวจากการ์ตูนตาหวานเรื่องอื่น ๆ 7SEED จะเล่าเรื่องราวของคนญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้สักแห่งหนึ่งของโลก เด็กสาวชื่อ ‘นัตสึ’ ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่บนเรือลำหนึ่งกลางมหาสมุทรกับคนแปลกหน้าอีกสองคน พวกเขาสามารถขึ้นฝั่งบนเกาะที่ไม่รู้จัก แถมพบว่ายังมีคนอื่นที่ติดอยู่บนเกาะด้วยเหมือนกัน ผู้รอดชีวิตทั้งนักเรียนมัธยมปลาย นักดนตรี ตำรวจหญิง แต่ละคนล้วนอุปนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกคนต่างต้องงัดความรู้และไหวพริบเท่าที่มีทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดบนเกาะที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาด เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ทำให้เราลืมภาพการ์ตูนตาหวานไปจนหมดสิ้น เพราะเนื้อหาของมังงะเรื่องนี้เล่นกับจิตใจคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ มีคนที่เชื่อมั่นสุดหัวใจว่าหากร่วมมือกันทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะให้ได้ และก็มีบางคนเชื่อว่ามนุษย์สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว ดำรงชีวิตอยู่บนเกาะโดยไม่ต้องพยายามหาทางออกไป จนทำให้เราย้อนกลับมาคิดว่าหรือถ้าเป็นเองจะเลือกอยู่บนเกาะหรือไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ?  “ที่นั่น มีแต่ภาพแห่งความสิ้นหวัง” แท้จริงแล้วมนุษย์ถูกจับมาอยู่รวมกันโดยโครงการ 7SEEDS เพื่อค้นหาเมล็ดพันธุ์ยอดเยี่ยมจากกลุ่มเซอร์ไววัลมาเป็นต้นแบบเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ของมนุษย์จากเหตุการณ์บางอย่างที่อาจทำให้เกิดการสูญพันธุ์ ท่ามกลางการ์ตูนภาพสวยกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวหนักอึ้ง

  • World
    By: unlockmen March 27, 2020
    “ภาวะผู้นำกับสายสัมพันธ์การทูต” เมื่อวิกฤตไวรัสทำให้ผู้มีอำนาจวางทิฐิจับมือกันชั่วคราว

    “ไม่ว่าใครก็ติดไวรัสได้ ไม่ว่าจะรวยหรือจนหรือมีอำนาจล้นฟ้า” ประโยคดังกล่าวคือการนิยามถึงภัยร้ายจากการระบาดของไวรัสได้เป็นอย่างดี เพราะใคร ๆ ก็สามารถป่วยได้ด้วยกันทั้งนั้น จึงทำให้สถานการณ์การเมืองโลกในช่วงนี้ลดความร้อนระอุลงอย่างไม่น่าเชื่อ  UNLOCKMEN จะพาทุกคนสำรวจไปทั่วโลกว่าประเทศน้อยใหญ่แต่ละที่เขามีมาตรการรับมือกับไวรัสอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะประเทศที่มีคู่กรณีหรือไม่ค่อยจะลงรอยกัน ดูสิว่าไวรัสระบาดสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการทูตมากน้อยแค่ไหน  ช่วงแรกประเทศจีนเผชิญกับไวรัสโควิด-19 ทำให้คนทั่วโลกรู้จักเมืองอู่ฮั่นในฐานะเมืองแพร่เชื้อ ประเทศจีนกล่าวหาว่ากองทัพสหรัฐฯ อาจเป็นผู้ปล่อยเชื้อใส่ประเทศจีน ส่วนทางสหรัฐอเมริกากล่าวว่าเป็นจีนเองนี่แหละที่คิดค้นเชื้อโรคและเกิดความผิดพลาดจนทำให้คนตายไปจำนวนมาก  ประเทศคู่กรณีอย่างไต้หวันกับจีนที่ทะเลาะกันอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อไต้หวันบอกว่าพวกเขาเตือนองค์การอนามัยโลก (WHO) ไปตั้งแต่แรกแต่กลับไม่มีใครสนใจฟัง เพียงเพราะไต้หวันไม่ถูกนับว่าเป็นประเทศในสายตาของจีนและองค์การอนามัยโลก ทางฝั่งญี่ปุ่นที่มีข้อพิพาทกับจีนแถมยังไม่ค่อยลงรอยกับเกาหลีใต้ก็มาร่วมวงครั้งนี้ด้วย สำนักข่าวญี่ปุ่นเรียกร้องให้จีนแสดงความรับผิดชอบเพราะเป็นประเทศแรกที่เกิดการแพร่ระบาด ส่วนเกาหลีใต้ก็มีท่าทีแข็งกร้าวเมื่อเกิดการระบาดใหญ่ทั่วประเทศ หลายเมืองเกิดการโทษกันไปมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกไวรัสโควิด-19 ว่า “ไวรัสจีน” องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์เตือนผู้คนทั่วโลกว่าโปรดอย่าเรียกชื่อไวรัสชนิดนี้ว่า “ไวรัสจีน” เพราะการกระทำดังกล่าวจะสร้างภาพลักษณ์ผิด ๆ ให้กับเพื่อนร่วมโลก เพราะไวรัสไม่รู้เรื่องพรมแดน ไม่สนใจชาติพันธุ์อันแตกต่าง สีผิว หรือเงินเก็บที่คุณฝากธนาคารเอาไว้ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกท่านอย่าสร้างภาพเหมารวมผิด ๆ ก่อให้เกิดความแตกแยก  หลังจากหลายชาติต่างสลับสับเปลี่ยนวิวาทกันไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีไวรัสโควิด-19 ก็แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยย้ายจากจีนมาเป็นอิตาลีที่อาการหนักเข้าขั้นโคม่า ถัดจากอิตาลีคือสหรัฐฯ ที่มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นจนน่าใจหาย และจำนวนผู้ติดเชื้อกับผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย

  • World
    By: unlockmen March 27, 2020
    “มนุษย์สูญพันธุ์ โลกอยู่ไม่ได้ เราต้องย้ายไปดาวอื่น”สตีเฟน ฮอว์คิง เตือนไว้ก่อนไวรัสบุก

    “ถ้าอยากให้มวลมนุษยชาติมีชีวิตรอด เราคงต้องย้ายไปดาวดวงอื่น” ถ้าคุณได้ยินคำพูดทำนองนี้เมื่อ 3 ปีก่อน คุณอาจคิดว่าใครคนนั้นกำลังเขียนนิยาย Sci-Fi พล็อตว่าด้วยหายนะล้างโลก หรือไม่ใครคนนั้นก็อาจเสียสติไปแล้วแน่ ๆ แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากสตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นักฟิสิกส์ทฤษฎี และนักจักรวาลวิทยา ก็อาจพอกระทุ้งให้ผู้คนหยุดฟังบ้าง แต่ท้ายที่สุดความคิดที่ว่ามวลมนุษยชาติจะสูญพันธุ์ โลกจะถึงกาลอวสาน จนเราต้องหาอาณานิคมใหม่บนดาวสักดวงในเวิ้งอวกาศก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวเราอยู่ดี อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2020 เดินทางมาถึงพร้อมวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดไปทั่วโลกก็ทำให้หลายคนนึกย้อนไปถึงคำพูดของนักฟิสิกส์ผู้ล่วงลับ โดยครั้งหนึ่งเขาเคยพูดถึงการสูญพันธุ์ของมวลมนุษยชาติด้วยหลายสาเหตุ และหนึ่งในสาเหตุนั้นคือ “ไวรัส” “ผมเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกกวาดล้างจนสูญพันธุ์ ทั้งจากสงครามนิวเคลียร์ หรือจากไวรัสที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม มนุษยชาตินั้นคงสิ้นอนาคต ถ้าเราไม่ออกไปสู่ห้วงอวกาศ” นอกจากนั้นเขายังเคยกล่าวไว้ว่าหายนะที่จะกวาดล้างมวลมนุษยชาติ ยังมีอีกหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การโจมตีจากดาวเคราะห์น้อย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกของเองที่เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงการคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเป็นนักฟิสิกส์ นักจักรวาลวิทยาและความสงสัยใคร่รู้ของเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งทำให้เขาครุ่นคิดถึงเรื่องอนาคตของมวลมนุษยชาติอยู่บ่อย ๆ สตีเฟน ฮอว์คิงขึ้นพูดใน Starmus Festival ที่ประเทศนอร์เวย์ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2017 เรื่องอนาคตของมวลมนุษยชาติเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ “พื้นที่บนโลกใบนี้กำลังร่อยหรอลงทุกที ๆ และที่ที่เราจะไปได้คือดาวดวงอื่น

  • Style
    By: unlockmen March 26, 2020
    ครีเอตจัด! CONGRATS IDEA มิติใหม่เพื่อบัณฑิตจบปี 2020 ถ้าปีนี้ไปไหนไม่ได้เราจะรับปริญญากันยังไง

    ไม่กักตุนก็มีข้าวกิน ไม่ออกข้างนอก ไม่ใส่หน้ากากอนามัยก็ได้ ไม่เข้าออฟฟิศ ก็ทำงาน Work from Home ไปดิ ถึงภาวะนี้เราจะอยู่ได้ เรื่องเงินทอง ปากท้องจะสำคัญขนาดไหน แต่อีกมุมที่อยู่นอก target ของคนทำงานที่ทุกสื่อกำลังประโคมข่าว เรายังไม่ค่อยเห็นคนพูดถึงเยาวชนที่กำลังจะข้ามชั้นวัยหัวเลี้ยวเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ ทั้งที่พวกเขากำลังจะเรียนจบและรอคอยเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตของความพากเพียรอย่างการรับปริญญา แม้การเรียนจบ รับปริญญา มีรูปสักใบที่ถ่ายกับเพื่อและคนใกล้ชิดในชุดที่เช่ามาไว้เป็นที่ระลึก เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อแม่และตัวเองจะไม่ใช่ฝันสำหรับคนทุกคน แต่สำหรับคนที่อยากมีมันไว้นี่คือความคับข้องใจที่เกิดขึ้น และเมื่อมีปัญหา GEN Z ก็ถึงเวลาระดมไอเดียรอรับปริญญาตอนอยู่บ้านกันหน่อยว่ารู้สึกยังไงหรือจะทำอย่างไรต่อ เด็กประถมญี่ปุ่นที่อยากรับประกาศนียบัตร เรื่องนี้มันเริ่มจากเราเห็นข่าวของเด็กชายวัยประถมชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ทวีตผ่านโซเชียลว่าตัวเองกำลังจัดพิธีจบการศึกษาในช่วงโควิด-19 วันที่ผู้คนยังไม่ได้ออกไปนอกบ้าน ด้วยการสร้างโถงการจบการศึกษาเองในเกม Minecraft จากนั้นก็เชิญชวนเพื่อน ๆ ที่ตอนนี้โดนกักตัวอยู่เหมือนกันมารับการศึกษาในห้องนั้น 一日中オンラインで集まってゲームをやって笑い転げている。楽しそうで良いねぇ。 pic.twitter.com/sYqoJ1zYaj — 柏原周平 (@backyennew) March 14, 2020   สีสันของการรับปริญญาในเกม เสียงหัวเราะ ไอเดียแบบเด็ก ๆ ที่เขาสร้างขึ้นช่วยคลายเครียดในสภาวะนี้แล้วทำให้เราได้มาพบปะกันอย่างปลอดภัย ใครอยากตั้งอวตารสวยหล่อแต่งตัวอย่างไรก็ทำได้ อยากคุยกันนานแค่ไหน หรือเล่นกันด้วยไอเทมที่มีก็เป็นอีกฟีลของการมีตติ้งที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด แล้วนอกจากเด็กญี่ปุ่นล่ะ? จะมีคนสนใจเรื่องนี้กันแค่ไหน…หลังจากเราลองไปสำรวจดูก็พบว่า บัณฑิตฟากตะวันตกเขาก็สนใจเรื่องนี้ไม่ต่างกัน หลายคนแห่แชร์กันในทวีต

  • World
    By: unlockmen March 26, 2020
    “ที่นี่บราซิล”แก๊งมาเฟียสั่งปิดเมืองป้องกันไวรัส ออกหน้าแก้ปัญหาแทนรัฐบาลที่นิ่งดูดาย

    ทั่วโลกต่างตื่นตระหนกกับไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วและยังไม่สามารถหยุดยั้งได้ หลายประเทศออกมาตรการฉุกเฉิน ยกเลิกเที่ยวบิน ปิดห้างสรรพสินค้า ปิดประเทศ ห้ามผู้คนสัญจรไปมาเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงประเทศในอเมริกาใต้อย่างบราซิลที่เริ่มปิดบางย่านในเมืองหลวงแล้วเช่นกัน แต่การปิดเมืองของพวกเขาแปลกกว่าที่อื่นเพราะคนสั่งปิดไม่ใช่รัฐบาลแต่เป็นแก๊งมาเฟีย การปิดบางย่านในเมืองหลวงริโอ เดอ จาเนโร (Rio De Janeiro) ถูกตีข่าวโดยสำนักข่าวใหญ่ชื่อดังของโลก reuter (รอยเตอร์) เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อแก๊งพ่อค้ายาเสพติดผู้มีอำนาจใน Favela (ย่านสลัมที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงริโอฯ) นำกองกำลังติดอาวุธลงพื้นที่ บังคับไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านในยามวิกาล ปิดตลาดสดชั่วคราว สั่งใช้เคอร์ฟิวกับคนในชุมชนอย่างเข้มงวดเพราะกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยไม่แคร์รัฐบาลที่ยังไม่ยอมออกมาตรการใด ๆ เพื่อประชาชน ความกังวลต่อไวรัสของแก๊งมาเฟียคุมย่านสลัมของเมืองริโอฯ ถึงจุดแตกหัก เมื่อกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่าพบผู้เชื้อไวรัสในย่านเสื่อมโทรมมากขึ้นทำให้พวกเขาทนไม่ไหวตัดสินใจออกโรงเอง การเคลื่อนไหวของมาเฟียพวกนี้แสดงให้เห็นว่าไวรัสสามารถเข้าถึงทุกคนโดยไม่สนว่าจะรวยหรือจน หรือมีอำนาจล้นมือมากแค่ไหน แถมไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดในประเทศบราซิลไม่ได้เริ่มมาจากคนจนในชุมชนแออัด แต่ติดมากับพวกผู้ดีมีอันจะกินที่เดินทางกลับจากยุโรปและนำเชื้อไวรัสมาแพร่ให้คนอื่น ๆ ในประเทศ  ไวรัสแพร่จากคนรวยสู่ผู้คนทุกชนชั้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งในชุมชนสลัมแออัดมีคนอยู่รวมกันเยอะ ๆ พวกเขาคือคนโชคร้ายรับภาระหนักกว่าคนอื่น จนทำให้คนบราซิลพากันเรียกชื่อไวรัสโควิด-19 กันว่า “The disease of the rich” หรือ “โรคของคนรวย”  Thamiris Deveza แพทย์ผู้ทำงานอยู่ในย่าน Favela

  • DESIGN
    By: unlockmen March 25, 2020
    ‘COVID-19 DESIGNWORKS’ รวมงานเจ๋งเข้าใจง่าย เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และลดโอกาสแพร่กระจายไวรัส

    ต้องยอมรับว่าจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมที่เป็นปัจเจกบุคคลอาจยังไม่พอทุเลาสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 การกระตุ้นและรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์จึงเป็นอีกเครื่องมือช่วยเปลี่ยนปรับพฤติกรรมที่ใช้ได้ผล ทว่าบางครั้งข้อมูลที่ประชาชนได้รับเป็นทางการมากเกินไป ใช้ศัพท์วิชาการที่เข้าใจได้เฉพาะกลุ่ม หรืออัดแน่นเบียดเสียดไปด้วยตัวอักษรที่มักจะทำให้ใครหลายคนไม่อยากคลิกเข้าไปอ่าน งานดีไซน์เจ๋ง ๆ ที่ทำให้คนเข้าใจไวรัสง่ายกว่าเดิม ต่อให้ใช้ข้อมูลเดียวกันและส่งไปยังกลุ่มผู้อ่านที่ต่างกัน ก็ไม่อาจรับประกันว่าผู้รับสารที่เป็นทั้งเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุจะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดในทิศทางเดียวกันได้ เหล่าศิลปินและนักออกแบบจึงผลิตผลงานสุดสร้างสรรค์เพื่อรณรงค์และแนะนำวิธีการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาด พวกเขานำความคิดสร้างสรรค์ผนวกเข้ากับสัญลักษณ์ รูปภาพ ตัวอักษร และการจัดองค์ประกอบเพื่อสื่อความหมายเชิงทัศนศิลป์ และช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจเนื้อหาสาระทั้งหมดที่ต้องการสื่อได้ง่าย ๆ เพียงตาเห็น ภาพเคลื่อนไหวจำลองพลังของเชื้อไวรัส Harry Stevens จากหนังสือพิมพ์ The Washington Post จำลองภาพโมชั่นกราฟิกให้เห็นถึงพลังของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งประชาชนอยู่ใกล้ชิดกันในพื้นที่สาธารณะมากเท่าไร ยิ่งทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายง่ายขึ้นมากเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตามมาได้ นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานดีไซน์ที่ตอกย้ำว่า Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างจากสังคม ยังเป็นเรื่องสำคัญเสมอตราบเท่าที่เราไม่อาจมองเห็นเชื้อไวรัสด้วยตาเปล่า หรือยังไม่มีวัคซีนจำนวนมากพอจะยับยั้งไวรัสได้อย่างขาดรอย ภาพประกอบสุดกวนที่เล่าอาการของผู้ติดเชื้อ ผู้สื่อข่าวสายข้อมูลชาวอังกฤษ Mona Chalabi โพสต์ภาพวาดประกอบของเธอลงใน Instagram ส่วนตัวเพื่ออธิบายอาการของผู้ติดเชื้อ COVID-19 แบบเข้าใจง่าย เธอใช้ภาพวาดสุดกวนที่ดูตลกและสร้างสรรค์ในเวลาเดียวกันสื่อความหมายว่าอาการผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ต่างจากผู้ป่วยโรคไข้หวัดอย่างไร แถมสีสัน สายเส้น และฟอนต์ตัวอักษรที่เธอเลือกใช้ก็ไม่ได้ดูหดหู่หรือเคร่งเครียดเกินไปด้วย ไม้ขีดไฟที่ไม่ถูกเผาไหม้

« Previous 1 … 17 18 19 20 21 … 103 Next »

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

  • 1
    CARS
    THE LANDROVERS PANTERRA: ฉีกกฎคลาสสิกด้วย EV DEFENDER ขุมพลัง 600 แรงม้า
  • 2
    FASHION
    GARMIN FORERUNNER 170 x CARNIVAL เมื่อนาฬิกาวิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Streetwear
  • 3
    CARS
    Koenigsegg CCGT1 ไฮเปอร์คาร์ 1,600 แรงม้า พร้อมเกียร์สับมือสไตล์ตัวแข่ง
  • 4
    CARS
    ที่สุดแห่งวงการ Restomod! Singer x Louis Vuitton ยกระดับความ Rare ด้วย Porsche 911 สองรุ่นพิเศษที่ประเมินค่าไม่ได้
  • 5
    DESIGN
    SEIKO x TRADMAN’S BONSAI ยกระดับจิตวิญญาณงานคราฟต์ญี่ปุ่น สู่เรือนเวลาลิมิเต็ดอิดิชันบนข้อมือ
  • 6
    Play
    THE LOBB CLUB: สปอร์ตคลับดีไซน์เท่ที่รวมเทนนิส พิคเคิลบอล และไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว
< Prev Next >

most popular video of the week

#7daysinarow

THE REAL EP 1 : Tamaryn Cooper
Unlockmen Channel
32,992

EVERYTHING GUYS NEED
TO UNLOCK YOUR TRUE
POTENTIAL EVERYDAY

Unlockmen

Subscribe now

Unlockmen
  • About Us
  • Our team
  • Jobs
  • Contact Us
  • Terms of Use
  • Privacy Policy
© 2016 whiteline thaithayan. All rights reserved.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement (effective 1/4/2016) and Privacy Policy (effective 1/4/2016).The material on this site may not be reproduced,
distributed, transmitted, cached or otherwise used, except with prior written permission of thaitayan ltd.