บนโลกออนไลน์ไวรัลมีมยังคงทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน บางครั้งก็เกาะกระแสสถานการณ์โลกไปเรื่อย ๆ หรือบางทีก็เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วแพร่กระจายออกไป ไม่เว้นแม้แต่ช่วงโควิด-19 เพราะช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่หลายคนมีโอกาสอยู่บ้านและไถฟีดในโลกออนไลน์มากกว่าปกติจึงอาจเห็นมีมแปลก ๆ สร้างสรรค์ไม่เว้นแต่ละวัน “Safety Match” หรือมีมไม้ขีดไม่โดนเผา แอนิเมชันสั้น ๆ เพื่ออธิบายความหมายของ Social Distance คือหนึ่งในไวรัลที่เกิดขึ้นและแชร์กันไวบนโลกออนไลน์ หลายคนชื่นชมเพราะการอธิบายด้วยภาพ ทำให้เข้าใจได้ง่าย ว่าการทำ Social Distance มันมีประโยชน์อย่างไรในชีวิตจริง ลดความเสียหายได้มากมายขนาดไหน และถ้าเราทุกคนทำ Social Distance เช่นนี้วงจรการติดเชื้อจะลดลงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ งานนี้ถ่ายทำรวมตัดเสร็จภายใน 1 วัน ใช้ iPhone เป็นอุปกรณ์ถ่ายทำทั้งภาพและเสียง สร้างและจบงานใน Adobe Premiere สำหรับใครที่ยังไม่เคยเห็นลองมาดูอีกครั้งพร้อม ๆ กัน งานนี้ใครออกแบบ Juan Delcan และ Valentina Izaguirre 2 สามีภรรยาคือศิลปินเจ้าของผลงานการออกแบบแอนิเมชัน “Safety Match” โดย Izaguirre ทำหน้าที่ออกแบบฉาก ส่วน Declan
นอกจากการดูแลร่างกายที่หลายหน่วยงานบอกให้เราล้างมือ ยืนห่าง ใช้หน้ากาก และพยายามอย่าใช้มือสัมผัสใบหน้า ซึ่งเป็นการป้องกันเบื้องต้น แต่ยิ่งเราเข้าใจ Coronavirus มากเท่าไหร่ เรายิ่งสามารถป้องกันตัวเองจากมันได้มากขึ้น ล่าสุดมีผลวิจัยที่น่าสนใจจากประเทศอังกฤษ ประเทศที่มีตัวเลขการระบาดแบบก้าวกระโดด อธิบายระยะเวลาที่ Covid-19 มีชีวิตอยู่นอกร่างกายบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้นานแค่ไหน ซึ่งมันทำให้เห็นว่านอกจากการป้องกันเบื้องต้นตามที่หลายหน่วยงานแนะนำ เรายังควรฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวต่าง ๆ ที่เราต้องสัมผัส และการหมั่นล้างมือทุกครั้งเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ทุกคนน่าจะเข้าใจแล้วว่าเจ้าไวรัส severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 (SARS-CoV-2) ต้นเหตุของโรค Coronavirus disease (COVID-19) สามารถแพร่กระจายทางผ่านทางละอองของเหลว การสร้างระยะห่าง Social Distance ไม่น้อยกว่า 2 เมตร รวมถึงการหลีกเลี่ยงไม่รวมตัวในหมู่คนจำนวนมาก จึงเป็นวิธีป้องกันที่ถูกต้องและทุกคนควรทำตามอย่างเคร่งครัด แต่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ เจ้าไวรัสชนิดนี้มันมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายมนุษย์ได้นานหลายชั่วโมงไปจนถึงสูงสุดคือ 72 ชั่วโมง (3 วัน) ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิว เป็นการช่วยคอนเฟิร์มว่าเราจำเป็นต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ไม่น้อยกว่า 20 วินาที ทำความสะอาดผิวสัมผัสก่อนจับเสมอ เนื่องจากเจ้า SARS-CoV-2
ถ้าพูดถึงประเทศแห่งแฟชั่นในทวีปยุโรปก็ต้องฝรั่งเศส เมืองที่ถูกเรียกว่าแดนน้ำหอม เมืองแห่งแฟชั่นและความงาม ต้นกำเนิดของแบรนด์แฟชั่นชื่อก้องโลกทั้ง แอร์เมส (Hermes) ชาแนล (Chanel) หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) อีฟส์ แซ็งต์ ลอร็องต์ (Yves Saint Laurent) จีวองชี (Givenchy) รวมถึง คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) ซึ่งชื่อแบรนด์คุ้นหูเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแฟชั่นที่เกิดจากฝรั่งเศสเท่านั้น UNLOCKMEN เชื่อว่าหากใครติดตามเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอดต้องรู้จัก Louis Vuitton Moet Hennessy (LVMH) บริษัทจำหน่ายสินค้าแฟชั่นลักชัวรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานี้ เพราะเขามีแบรนด์แฟชั่นดัง ๆ เป็น prestigious band มากกว่า 60 แบรนด์ ไม่ได้ยิ่งใหญ่แค่โลกแฟชั่นเท่านั้นแต่ยังวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีนักธุรกิจนามว่าแบร์นาร์ด อาร์โนลด์ (Bernard Arnuault) เป็นผู้กุมบังเหียนของอาณาจักร LVMH เมื่อต้นปี 2020
ภาพจำเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นอย่างกรุงโตเกียวของคุณคืออะไร ? ภาพทางม้าลายหลายสายที่ผู้คนหลายร้อยสัญจรไปมาพร้อมกัน ภาพโบกี้รถไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน ภาพเหล่าวัยรุ่นแข่งกันแต่งตัวหลุดโลกย่านฮาราจุกุ หรือภาพเมืองตอนกลางคืนเหมือนกับหนัง Sci-Fi บรรยากาศหว่องจนจำไม่ได้ว่านี่คือเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและผู้คน Greg Girard ก็มีภาพจำของโตเกียวในมุมของตัวเอง เขาชื่นชอบการสำรวจบ้านเรือนในประเทศเอเชียพร้อมบันทึกความทรงจำที่พบเจอผ่านกล้องถ่ายรูป ตระเวนไปทั่วทั้งฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และมีภาพถ่ายเซตหนึ่งที่ UNLOCKMEN ให้ความสนใจเป็นอย่างมากนั้นคือภาพถ่ายนครโตเกียวช่วงปลายทศวรรษ 1970 (1976-1983) ทำให้เราเห็นเมืองหลวงญี่ปุ่นในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน การจะมองเห็นภาพแท้จริงของแต่ละเมืองเราต้องไม่เลือกดูแค่สถานที่ที่ประเทศเตรียมไว้พรีเซนต์ชาวต่างชาติ แต่การเดินไปยังย่านทำงาน ห้างสรรพสินค้าที่คนท้องถิ่นนิยมไปเดิน โรงภาพยนตร์ไปจนถึงย่านพักอาศัยราคามหาโหดยันแฟลชรูหนูคือการได้เห็นวิถีชีวิตจริง ๆ ของพวกเขา Greg Girard ช่างภาพหนุ่ม (ในสมัยนั้น) ออกจากห้องพักมุ่งหน้าไปยังคาบูกิโจ (Kabukicho) ย่านที่รวบรวมสถานบันเทิงน้อยใหญ่ทุกรูปแบบที่เปิดรอต้อนรับเหล่ามนุษย์เงินเดือนผู้เคร่งเครียดจากการทำงานทั้งวัน ในคืนฝนตกแหล่งบันเทิงที่ควรจะคึกคักกลับดูเงียบผิดหูผิดตา และเมื่อนำบรรยากาศของคาบูกิโจปี 1977 มาเทียบกับปัจจุบัน จะเห็นเลยว่าสถานบันเทิงในญี่ปุ่นเติบโตขึ้นต่อเนื่องจริง ๆ โปสเตอร์ภาพยนตร์สุดฉาวที่มีคนดูแล้วอ้วกจริง ๆ กับเรื่อง Solo: 120 Days of Sodom (1975) หรือชื่อภาษาไทย ‘สุขนาฏกรรมอเวจี’ ผลงานการรวมทุนสร้างของค่ายหนังอิตาลีและฝรั่งเศส ก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของโตเกียวปี 1977 ซึ่งตัวของช่างภาพที่ถ่ายรูปโปรเตอร์สุดวินเทจนี้เก็บไว้ก็ไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นมีมุมมองอย่างไรบ้างเกี่ยวกับหนังวิตถารเรื่องนี้ โตเกียวปี
“ผู้นำ” คือแกนหลักสำคัญของประเทศ องค์กร หน่วยงาน ผู้คนจำนวนมากไว้วางใจเลือกผู้นำคนใดคนหนึ่งขึ้นมา เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถเต็มเปี่ยม แต่การเป็นผู้นำไม่ได้หมายความแค่การนำพาประเทศหรือองค์กรให้ไปข้างหน้าแค่ในช่วงเวลาอันสงบสุขเท่านั้น แต่หมายความว่าในสภาวะคับขัน ภัยมา หรือถูกจู่โจมแบบฉับพลัน ผู้นำจะสามารถรับมือกับเรื่องเลวร้ายเหล่านั้นได้สมกับที่ผู้คนไว้วางใจ การบริหารจัดการในสภาวะวิกฤตก็สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันคือ “การสื่อสาร” ในสถานการณ์สุดตึงเครียด ในสภาวะที่ประชาชนหวาดกลัว การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและทรงพลังจากผู้นำนั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้หลายอย่างคลี่คลาย หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรเรียกความเชื่อมั่นจากฝูงชนให้พร้อมเผชิญอุปสรรคไปพร้อมกัน Angela Merkel วิกฤตล่าสุดที่คนทั้งโลกกำลังเผชิญความท้าทายร่วมกันคือวิกฤตไวรัสโควิด 19 ที่กำลังน่าเป็นห่วงในหลายพื้นที่ ผู้นำแต่ละชาติมีมาตรการรับมือ ป้องกันและแก้ไขแตกต่างกันไป รวมถึงสปีชกับประชาชนในชาติตัวเองที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของแต่ละคนด้วย Angela Merkel สมุหนายกแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (ที่ปกติว่ากันว่าเธอไม่ได้ออกมาแถลงอะไรลักษณะนี้บ่อยนัก) แถลงข่าวผ่านทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2020 โดยสปีชครั้งนี้ของเธอได้รับการกล่าวขวัญไปเป็นวงกว้างทั้งความตรงไปตรงมา มีเหตุมีผล เห็นอกเห็นใจผู้คน และสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้คนไปได้พร้อม ๆ กัน Angela Merkel ระบุว่าตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มา ไม่มีอุปสรรคใดที่คุกคามประเทศของเราได้มากขนาดนี้ ซึ่งทำให้เรายิ่งต้องร่วมมือกัน แม้หลายคนจะเคยกังวลว่าถ้าเป็นผู้นำแล้วออกมาพูดว่ามีปัญหาตรง ๆ จะทำให้คนมองว่าเราไม่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า? Angela Merkel ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการยอมรับว่านี่คือปัญหาที่หนักหนาที่สุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
แม้ Social Distance จะมีข้อดีมากกว่าข้อเสียและช่วยทุเลาปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก เพราะคนส่วนใหญ่ต้องกักเก็บตัวอยู่ที่บ้านและไม่ได้ออกไปสังสรรค์คลายเครียดที่ไหนเลย ช่วงเวลาเก็บตัวอยู่บ้านอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่แค่คุณที่รู้สึกเหงาหงอย เปล่าเปลี่ยว และโดดเดี่ยว แต่สาว ๆ ชาวญี่ปุ่นก็รู้สึกเช่นกัน และพวกเธอเริ่มเบื่อหน่ายกับการอยู่ในบ้านมาตลอดสามอาทิตย์ติด พวกเธอจึงนัดรวมตัวกันผ่านแอปพลิเคชัน Zoom และเปิดห้องเป็นสาธารณะให้คนอื่น ๆ ได้เข้ามาสนุกร่วมกัน ทั้งพูดคุยปรับทุกข์เพื่อคลายความเบื่อหน่าย หรือนั่งจิบเบียร์และไวน์คลายเครียดระหว่างสนทนา ซึ่งพฤติกรรมของสาว ๆ กลุ่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของคำศัพท์ใหม่ ‘On-nomi’ ข่าวในหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน (Asahi Shimbun) รายงานว่า กลุ่มสาว ๆ ชาวญี่ปุ่นที่นัดรวมตัวกันบนโลกออนไลน์เริ่มใช้คำศัพท์ オン飲み หรือ On-nomi (อน-โนมิ) นิยามถึงพฤติกรรมของพวกเธอที่นัดเจอกันผ่านแอปพลิเคชัน Zoom ตั้งแต่สิบคนขึ้นไป คำนี้จึงกลายเป็นศัพท์ใหม่ที่หมายถึงการดื่มสังสรรค์ทางออนไลน์ หรือ Online Drinking ในภาษาอังกฤษ จะนัดเจอเพื่อนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอสมาร์ตโฟนก็ได้ พูดคุยคลายเครียดแก้เบื่อ หรือหาเบียร์และไวน์สักแก้วมานั่งดื่มหน้ากล้องก็ยังได้ แทบไม่ต่างอะไรจากการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราทำกันอยู่เลย การรวมกลุ่มกันในวิดีโอแชตของคนญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดว่าจะต้องคุยผ่านแอปพลิเคชันไหนเป็นพิเศษ อาจเป็น Facetime, Zoom, Google Hangout,
ในสังคมที่เทคโนโลยีก้าวไกลขึ้นทุกวัน ผู้คนดูเหมือนจะตัวใครตัวมัน ไม่ค่อยได้พึ่งพากัน อยู่มาเป็น 10 ปีบางทีเราอาจจะไม่รู้จักคนข้างบ้านเลยก็ได้ เพราะสนใจโลกโซเชียลหรืออินเทอร์เน็ตมากกว่าจนบางคนก็มองว่ายุคนี้เป็นยุคแล้งน้ำใจ แต่ความจริงโลกไร้พรหมแดนที่ทุกคนเชื่อมถึงกันได้โดยไม่ต้องเดินทางผ่านอินเทอร์เน็ตนี้ ก็ยังมีแง่มุมเกื้อกูลและมิตรภาพอีกหลายด้านที่คุณอาจยังไม่รู้ ผู้คนเริ่มสร้างสรรค์ข้อมูลและการระงับวิกฤตกันผ่านช่องทางออนไลน์ และอาจมีใครอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า “เรามีสิ่งนี้เกิดขึ้นบนโลกด้วยเหรอ” ให้ทำกันในช่วงนี้ 4 สิ่งต่อไปนี้ที่เราเฟ้นมาจากทั่วโลก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บางอย่างอาจจะเป็นทางออกให้ชาว UNLOCKMEN และคนอื่น ๆ ได้ MASK MAP THAILAND หน้ากากที่หายไปให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่ตอนนี้ถ้าจะหาหน้ากากอนามัยมาใช้งานแบบไม่ต้องแห้วไปเดินสุ่มตามร้านขายยาอีกต่อไป เพราะล่าสุดในไทยมีเว็บไซต์ตามหาพิกัดหน้ากากอนามัยแบบเรียลไทม์ที่เพิ่งจะเปิดตัวเมือ่ไม่กี่วันมานี้แล้ว! ไอเดียสุดสร้างสรรค์นี้คือไอเดียของ Eggyothin Pila ชายไทยที่เอาความสามารถที่มีปั่นสร้างแผนที่เจาะตำแหน่งให้คนเข้าไปคีย์บอกจำนวนหน้ากากอนามัยแบบเรียลไทม์ โดยเขาเผยผ่านสเตตัสส่วนตัวในเฟซบุ๊กว่าได้รับแรงบันดาลใจจากข่าวการแก้ไขปัญหาของรัฐมนตรีไต้หวันที่ให้ทีมงานสร้างแอปฯ เพื่อดูสต็อกหน้ากากแบบเรียลไทม์ และภายใน 2 วันที่เขาทุ่มเท ในที่สุดวันนี้มันกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยคนทั้งประเทศได้! ข้อดี สามารถ Track สถานที่ขายที่อยู่ใกล้เราได้ทันที และมีรายละเอียดให้ทั้งชื่อร้านและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกรณีที่เราต้องการสอบถามข้อมูล รู้ราคาและจำนวนสินค้าเพื่อตัดสินใจตามกำลังเงินในกระเป๋า ข้อเสีย ยังมี Bug สำหรับการใช้งานอยู่บ้าง ระบบอาจรวนในบางครั้ง ระบบไม่มีการยืนยันข้อมูล หากผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าไปกรอกรายละเอียดอาจสร้างมีจำนวนลวงเกิดขึ้นบนแผนที่ GUIDEBOOK จากมูลนิธิ ALIBABA CLOUD
‘Bloody Mary’ ค็อกเทลสีแดงสดจากวอดก้าและน้ำมะเขือเทศแก้วนี้ คงไม่ใช่เครื่องดื่มที่ถูกจริตกับผู้ชายอย่างเรามากเท่าผู้หญิง ยิ่งถ้าเทียบกับคลาสสิกค็อกเทลหัวรุนแรงแก้วอื่น ๆ บอกเลยว่า Bloody Mary ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีเท่าไรนัก แต่เราเชื่อว่าค็อกเทลแต่ละแก้วล้วนมีเรื่องราว รสชาติ และความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่ง Bloody Mary ก็เป็นหนึ่งในค็อกเทลที่น่าสนใจไม่แพ้แก้วไหน วันนี้ UNLOCKMEN เลยขอเสิร์ฟเรื่องราวของค็อกเทลสีแดงสดรสจัดจ้านแก้วนี้ ไม่แน่ว่าอึกแรกที่ยกดื่มอาจเปลี่ยนนัยน์ตาหรี่ปรือของคุณให้เบิกโพลงได้ทันควัน ส่วนผสมหลักของ Bloody Mary คือน้ำมะเขือเทศ น้ำแข็ง และวอดก้า สุรากลั่นไร้สีจากรัสเซียที่ถูกใช้เป็นเบสของค็อกเทลหลากชนิด ตั้งแต่ Screwdriver, White Russian ไปจนถึง Vodka Martini ว่ากันว่าค็อกเทลแก้วนี้ได้สามารถรักษาอาการเมาค้างได้ดี เมื่อดื่มจะรู้สึกถึงรสชาติเผ็ดร้อน สดชื่น และร้อนรุ่มไปทั่วร่างกาย แต่สูตรและกรรมวิธีการทำค็อกเทลชนิดนี้วิวัฒนาการและดัดแปลงไปตามยุคสมัย เพื่อให้ถูกปากกับนักดื่มแต่ละคน จึงมีทั้งบาร์เหล้าที่เสิร์ฟ Bloody Mary แบบดั้งเดิม และบาร์ที่เติมเกลือ พริกไทยดำ หรือพริกชี้ฟ้าบ่นเพิ่มเข้าไป ราชินีอังกฤษผู้กระหายเลือด บ้างว่าชื่อค็อกเทล Bloody Mary ตั้งตามราชินีในศตวรรษที่ 16 นามว่า
Publicis Group (ปับลิซีส กรุ๊ป) เผยผลสำรวจความวิตกกังวลของผู้บริโภคไตรมาส 1 นี้ พบว่ากังวลกับโควิด-19 สูงถึง 92% ส่งผลให้ผู้บริโภคลดพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตในที่สาธารณะ ใช้ชีวิตในบ้าน ซื้อของและสั่งอาหารทางออนไลน์มากขึ้น แนะปรับใช้สื่อในบ้านทั้งโทรทัศน์และสื่อออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด นายอติพล อิทธิวัฒนะ, เฮด ออฟ มีเดีย – ปับลิซีส กรุ๊ป (Head of Media – Publicis Group) ในฐานะผู้บริหารสูงสุดธุรกิจกลุ่มธุรกิจสื่อโฆษณา ประกอบด้วย บริษัท สตาร์คอม บริษัท สปาร์ค ฟาวดรีย์ และ บริษัท ซีนิท เผยว่าเนื่องจากตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยได้เกิดประเด็นสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ภูมิอากาศและสุขภาพ ทำให้สังคมตื่นตัวและเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต แผนก Data Science Analytic & Consumer Research ของบริษัทฯ
ถ้าพูดถึง ‘เมืองแห่งการออกแบบ’ เชื่อว่านิยามของแต่ละคนคงต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางคนนึกถึงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนีที่เต็มไปด้วยสถาบันออกแบบชื่อก้องโลก บ้างว่ามอนทรีออลของแคนาดานี่แหละที่เป็นตัวเต็ง เพราะนอกจากจะพัฒนาเมืองด้านการออกแบบอย่างจริงจัง ยังมีผลงานเจ๋ง ๆ ซ่อนอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของเมืองนับไม่ถ้วน แต่ใครหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ‘เซินเจิ้น’ เมืองชาวประมงเก่าแก่ของประเทศแดนมังกร เปลี่ยนแปลงและพัฒนาข้ามขั้นจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการออกแบบและนวัตกรรมที่ถูกยอมรับในระดับสากลไปเรียบร้อยแล้ว จากเมืองประมงริมชายฝั่งสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ย้อนไปในอดีตเซินเจิ้นเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเก่าที่อยู่ตรงข้ามกับฮ่องกงเท่านั้น แต่ในช่วงปี 1980 เมืองนี้กลับถูกเลือกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของประเทศจีน จากนโยบายเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจในปี 1978 หลังจากนั้นเซินเจิ้นก็ถูกพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า ทันสมัย และกลายเป็นแหล่งการค้าการลงทุนที่สำคัญของจีน นอกจากความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งแล้ว ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจก็มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเมืองนี้ไม่แพ้กัน เมื่อ สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประกาศมอบสถานะพิเศษให้เซินเจิ้นเป็นพื้นที่ทดลองปฏิรูปเศรษฐกิจและการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม นับแต่นั้นเซินเจิ้นก็กลายเป็นหนึ่งในเมืองกลุ่ม Greater Bay Area อันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก เช่นเดียวกับ ฮ่องกง, มาเก๊า, กวางโจว, จูไห่ และอีกหลายเมืองสำคัญ รากฐานความสร้างสรรค์ของเจ้าแห่งการจำลอง ดูเผิน ๆ แล้วเซินเจิ้นแทบไม่มีรากฐานด้านศิลปะหรือการออกแบบเฉกเช่นปารีส มิลาน หรือฟลอเรนซ์ แต่เราเชื่อว่าเซินเจิ้นเองก็คงมีบางสิ่งเป็นเบ้าหลอมให้มุ่งมั่นพัฒนาเมืองไปในทิศทางการออกแบบอย่างแน่วแน่เช่นนี้ ถ้าเปรียบเทียบเรื่องราวของเซินเจิ้นให้เป็นเรื่องใกล้ตัวยิ่งขึ้น คงคล้ายกับเมืองโบราณในจังหวัดสมุทรปราการของบ้านเรา ที่รวบรวมสถานที่สำคัญต่าง


