ถ้าจะมีสักช่วงวัยที่ทิ้งคราบน้ำตาและความทรงจำปวดเจ็บยากลืมเลือนไว้ในชีวิตเราได้มากพอ ๆ กับที่ฝากเสียงหัวเราะและเรื่องราวชวนอุ่นในใจเอาไว้ วันวัยที่ว่านั้นก็คงเป็น “วัยรุ่น” ช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน ณ ขณะที่ชีวิตคาบเกี่ยวระหว่างการเป็นเด็กและการเป็นผู้ใหญ่ ณ ขณะที่เราเชื่อว่ามีแต่ความเป็นไปได้รอเราอยู่ วัยที่เต็มไปด้วยความหวังเจิดจ้า แต่ขณะเดียวกันการเติบโตก็นำบาดแผลใหม่ ๆ มาสอนให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทุกที ๆ แม้บางคนจะผ่านวัยนั้นมาแล้ว แต่เมื่อหวนนึกถึงทีไรก็ชวนให้รู้สึกอะไรบางอย่างในใจทุกที เพราะนั่นคือชั่วขณะสำคัญที่ประกอบร่างสร้างให้เราเป็นผู้ใหญ่อย่างที่เราเป็นในตอนนี้ เพื่อให้ทบทวนตัวเองได้ดื่มด่ำกว่าเดิม เพื่อให้ระลึกถึงทุกเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ เราเลยอยากเอา ‘5 หนัง COMING OF AGE’ตีแผ่รอยยิ้มและบาดแผลของการเติบโตมาปลอบประโลมความทรงจำ และความเจ็บปวดจากการเติบโต The Perks of being a wallflower วินาทีที่เราตระหนักได้ว่าชีวิตตอนมัธยมก็ไม่เห็นจะหนักหนาอะไรนี่หว่า นั่นอาจเป็นวินาทีที่เราข้ามผ่านช่วงวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าหมุนเข็มนาฬิกากลับไปช่วงวัยก่อนจะ 20 ปี ความพยายามไขว่คว้าคะแนนดี ๆ มาครอบครอง การวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อเป็นที่รักในแก๊งเพื่อน การเอื้อมสุดแขนเพื่อให้สาวสักคนหันมามอง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายของเราในวัยรุ่น The Perks of being a wallflower พาเราย้อนกลับไปในช่วงมัธยมปลาย ตอนที่ตัวละครหลักเพิ่งเข้าไฮสคูลเป็นครั้งแรก ที่ที่เราต้องปรับตัว
ชีวิตเรายากกันไปคนละแบบ มีเรื่องท้าทายกันไปคนละอย่าง โดยเฉพาะในสถานการณ์ตอนนี้ที่เหมือน COVID-19 พาชีวิตเราขึ้นประจำที่นั่งบนรถไฟเหาะตีลังกาที่ไม่มีจุดหมาย บางช่วงพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่บางทีก็ตีลังกาพลิกกลับหลัง หรือดำดิ่งจนหัวใจแทบวาย การคิด การวางแผน หรือการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งมั่นทำให้ชีวิตให้ดีขึ้นนั้นไม่ผิดอะไร แต่การวางแผนหรือการแก้ปัญหาก็ต่างกับ “การคิดมาก” พอสมควร หลายคนคิดมากแล้วสามารถพาตัวเองออกจากความคิดเหล่านั้นได้ ในขณะที่บางคนจมอยู่กับ “การคิดมาก” จนบั่นทอนตัวเองและคนใกล้ตัว “กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ดึงดันกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว” สำรวจตัวเองหน่อยว่าคุณคิดมากไปหรือเปล่า? การเป็นคนคิดมาก กับการเป็นคนช่างคิดและวางแผนรอบคอบนั้นมีเส้นแบ่งบาง ๆ กั้นอยู่ หลายคนปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิด ความกังวล หรือสิ่งที่แก้อะไรไม่ได้แล้ว แต่อ้างกับคนอื่นว่า ผมแค่เป็นคนรอบคอบ ฉันแค่เป็นคนช่างคิดช่างวางแผน ลองสำรวจตัวเองอีกครั้งว่าเรากำลังครุ่นคิด หมกตัวอยู่กับสิ่งที่เราจัดการได้แน่ ๆ จริงไหม? หรือบางเรื่องมันพลาดไปแล้ว ให้ตายอย่างไรก็แก้ไม่ได้ (ซึ่งคนละเรื่องกับการคิดถึงทางแก้ในอนาคต) ในขณะที่บางสิ่งที่เรากังวลก็คือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และบางทีมันอาจไม่ได้มาถึงในรูปแบบที่เราเอาแต่คิดถึงมันก็ได้ (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการวางแผนรับมือกับปัญหาที่เราเจอ) ดึงดันกับอดีต คิดมากในสิ่งที่แก้ไม่ได้และคิดไปก็ไม่ได้อะไร “เมื่อเช้าไม่น่าพูดแบบนั้นในที่ประชุมเลย หัวหน้าจะมองเรายังไงนะ? คนในทีมต้องมองว่าเราโง่แน่ ๆ” “ไม่น่าตัดสินใจลาออกจากที่ทำงานเก่าเลยว่ะ ถ้ายังอยู่ที่นั่น ป่านนี้คงมีความสุขไปแล้ว จะตัดสินใจลาออกทำไมวะ?” “ถ้าเลือกแผนการตลาดอีกแผนคงดีกว่านี้ เลือกแผนนี้แล้วห่วยจัง ทำไมทีมเลือกแผนห่วยแบบนี้?” กังวลกับอนาคต
ภายในปี 2563 จำนวนผู้เป็นโรคซึมเศร้าจะมำจำนวนมากเป็นลำดับ 2 รองจากโรคหัวใจ ผู้ชายหว่อง ๆ อย่างคุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า…
ผู้ชายสายลุยอาจต้องอดลุยกันมาพักใหญ่ ๆ เนื่องจาก COVID-19 แม้ตอนนี้หลายสถานที่ในประเทศจะเริ่มกลับมาเปิดตามปกติ และการคลายมาตรการบางส่วนทำให้เราออกเดินทางไปต่างจังหวัดได้บ้างแล้ว แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าไม่รู้เมื่อไรเราถึงจะกลับมาผจญภัย ออกเดินทาง หรือมีทริปแบบปกติ ๆ เหมือนก่อน COVID-19 มาเยือนได้อีก UNLOCKMEN เข้าใจหัวอกสายลุยดียิ่งกว่าดี จึงไม่มีอะไรเยียวยาได้ตรงจุดไปกว่า SPACE by Ecocapsule® เพราะนี่คือบ้านแคปซูลขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ล้ำ ฟังก์ชันคูลที่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปตั้งแคมป์ (แถมจะไปตั้งที่ไหนก็ได้เพราะไม่ง้อไฟฟ้า) ไม่ต้องคอยระวังอะไรเหมือนไปพักตามรีสอร์ทอีกต่างหากว่าเราเผลอละเมิดกฎ New Normal อะไรไปบ้างหรือเปล่า ส่วนใครเบื่อ ๆ บรรยากาศในบ้าน จะเอามาตั้งในสวนแยกตัวมามีเวลาส่วนตัวแบบคูล ๆ ก็ไม่ผิดกติกา เรียกว่าดีต่อใจสายลุยในวันที่ไม่ได้ออกไปลุยมานานได้กริบทุกมิติจริง ๆ วัสดุภายนอก SPACE by Ecocapsule® ทำจากเปลือกไฟเบอร์กลาสหุ้มฉนวนโครงเหล็ก มาพร้อมระบบการผลิตพลังงานที่สายรักษ์โลกก็ต้องรัก ส่วนสายลุยก็ยิ่งชอบเพราะไม่ต้องกังวลว่าจะไปตั้งที่ไหน มีไฟฟ้าไหม? เดินไฟให้วุ่นวายหรือเปล่า? SPACE by Ecocapsule® ใช้ระบบการผลิตพลังงานจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงติดตั้งบนเสาแบบยืดหดได้ ให้กำลังไฟ 200W ส่วนระบบความร้อนและการระบายอากาศนั้น SPACE by Ecocapsule® ดีไซน์หน้าต่างที่สามารถเปิดเป็นช่องรับลมไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ไหน
เชื่อว่าผู้ชายสายรักสุขภาพหลายคนคงมีดัมเบลติดบ้านกันไว้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันฟิตเนสหลายแห่งก็เริ่มกลับมาให้บริการอีกครั้ง QUICK WORKOUT จึงอยากมาแนะนำโปรแกรมออกกำลังเรียกความฟิตในเวลา 30 นาที ด้วย 5 ท่าดัมเบลคู่แบบ FULL BODY แต่เซตออกกำลังในวันหยุดโปรแกรมนี้ จะประกอบไปด้วยท่าอะไรบ้าง มาชมไปพร้อมกันเลย Dumbbell Push Press เริ่มท่าแรกด้วย Dumbbell Push Press ท่าดัมเบลคู่ที่สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนไหล่ โดยเฉพาะไหล่หน้า (Anterior Deltoids) รวมถึงกล้ามเนื้อหลังแขน (Tricep) เตรียมฝึก Dumbbell Push Press ด้วยท่ายืน มือทั้งสองข้างถือดัมเบลประคองความสูงระดับบ่า โดยหันฝ่ามือเข้าหาลำตัว ย่อหัวเข่าเล็กน้อยเพิ่มเสริมแรง ในจังหวะเดียวกันให้ออกแรงดันดัมเบลขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนลดระดับกลับมาในท่าเตรียมและทำซ้ำจนครบเซต 3 เซต เซตละ 10-12 ครั้ง Dumbbell Bent-Over Row สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการมีแผ่นหลังสวย ปีกกว้างเพื่อสร้างร่างกายท่อนบนโดยรวมสุดแมน Dumbbell Bent-Over Row ถือเป็นท่าที่ขาดไม่ได้สำหรับโปรแกรมฝึกของคุณ เริ่มฝึกด้วยการโน้มตัวไปข้างหน้าในท่ายืน
การนอนหลับ หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่ใช้เวลาถึง 1 ใน 3 ของชีวิต ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการพักผ่อนของทั้งร่างกายและจิตใจ ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างเน้นย้ำเสมอว่าเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ เพราะพฤติกรรมการนอนหลับมีผลกับช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตมนุษย์ แต่ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเครียด” กลายเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ ที่ทำให้พวกเรานอนหลับได้ยากเย็นขึ้น ก่อนส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่เหมือนที่ Alison Mitzner แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับได้บอกว่า “เมื่อมนุษย์ขาดการนอนหลับที่เพียงพอ ความเครียดและอารมณ์ก็สามารถเล่นงานพวกเขาระหว่างวันได้ง่ายมากขึ้น” โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตระหว่างวันอยู่ในห้องแคบเป็นส่วนใหญ่ Raul A Perez Vazquez อายุรแพทย์ที่เคยศึกษาเกี่ยวกับการนอนหลับให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า มนุษย์ที่ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ปิดระหว่างวันมากเกินไป จะทำให้นาฬิกาของร่างกายหยุดชะงัก เพราะไม่รู้วันเวลาและอุณหภูมิระหว่างวันที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอตลอดเวลา แสงสีน้ำเงินจะยิ่งทำให้เมลาโทนินตามธรรมชาติของร่างกายเปลี่ยนแปลงลดลงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหลายชิ้นล้วนพูดและพิสูจน์เป็นเสียงเดียวกันว่าปัญหา “นอนไม่หลับ” สามารถบรรเทาให้ดีขึ้นได้ด้วยการออกกำลัง แต่การออกกำลังจะส่งผลต่อพฤติกรรมการนอนของเรายังไงบ้าง วันนี้เรามารู้ถึงประโยชน์ รวมถึงแนวทางการออกกำลังเพื่อการนอนหลับที่เหมาะสมไปพร้อมกัน ออกกำลัง ช่วยให้นอนหลับได้ยังไง ? Sleep Foundation เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าการออกกำลังกายประจำวัน ส่งผลต่อการนอนหลับได้ โดยระหว่างการออกกำลังร่างกาย ร่างกายคนเราจะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส และหลังการออกกำลังอุณหภูมิของร่างกายจะค่อย ๆ ปรับกลับมาอยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดอาการง่วงนอน ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
ถ้าเอ่ยถึงชื่อ Ford Mustang พวกเราคงมีรุ่นที่ชอบเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น King Cobra, Bullit, GT หรือ Shelby GT500 รถทุกคันล้วนเป็นสายพันธุ์ม้าป่าตัวแรงที่ได้รับความนิยมข้ามยุคสมัย และแฟนพันธุ์แท้ของมัสแตงหลายคนคงทราบกันดีว่ามีอีกหนึ่งรุ่นคลาสสิกเตรียมกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในปี 2021 ชื่อของมันคือ Ford Mustang “Mach 1” การคืนชีพของ Ford Mustang Mach 1 รุ่นปี 2021 เป็นการสานต่อตำนาน Mach 1 ที่ถือกำเนิดมานาน 52 ปี และเชื่อว่าการกลับมาครั้งนี้ทำให้แฟนมัสแตงหลายคนต้องประทับใจแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปพบกับโฉมใหม่ของ Mach 1 ที่ยังถูกปิดบังไว้ วันนี้ไปทำความรู้จักจุดเริ่มต้นของม้าป่าสายพันธุ์นี้ใหัมากขึ้นกันก่อน ย้อนกลับไปในปี 1960 ช่วงเวลาที่ฟอร์ดต้องการเพิ่มรุ่นของในสายการผลิตของ Mustang ซึ่งเน้นเรื่องความเร็วที่มากกว่ารุ่นปกติ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับอเมริกันผู้ชื่นชอบเครื่องใหญ่ม้าเยอะ จึงเริ่มพัฒนารถต้นแบบในเดือนสิงหาคม 1968 และเปิดตัวในปีต่อมา โดยใช้ชื่อว่า Ford Mustang Mach 1 ซึ่งรถยนต์คัน Prototype
ใครบางคนเคยนิยามว่าความรักคือความป่วยไข้ ยามใดที่ติดเชื้อเข้าแล้ว พิษรักอาจเสกโลกทั้งใบให้งดงามหมดจด แต่พิษรักก็ทำให้เพ้อคลั่งอกกลัดหนอง แบบที่เราในยามปกติไม่มีวันเป็นได้ เพราะอย่างนี้ความรักจึงอาจเป็นความป่วยไข้สำหรับบางคน เป็นพรวิเศษสำหรับหลายคน เป็นสวงสวรรค์หรือขุมนรก แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนจะนิยาม ไม่ว่าเราอายุเท่าไร เรียนสูงเพียงไหน ผ่านอะไร ๆ มามากมายเพียงใด ความรักก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่คุณต้องทำความรู้จักอีกหนเมื่อมันเดินมาทักทาย แต่นอกจากความรักที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ความรักพิสูจน์ได้หรือไม่? มีทฤษฎีอะไรมารองรับหรือเปล่า? เราเชื่อว่าหลายคนเคยอยากรู้ เราถึงแวะเอาหนังสือ 5 เล่มที่ว่าด้วยความรัก แต่เป็นความรักที่เชื่อมโยงกับทฤษฎีทั้งทางวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เผื่อว่าสักเล่มในนี้จะทำให้ความรักดูแปลกหน้าน้อยลง หรือเข้าใจตัวเองและเรื่องราวรักใคร่ที่ผ่านมาได้ราบรื่นขึ้น ทำไมต้องตกหลุมรัก: Alain Badiou ความรัก และ The Lobster บางคนบอกว่าความรักไม่มีเหตุผล นั่นอาจเป็นเพราะมันเหนื่อยเปล่าที่จะต้องหาคำตอบว่าทำไมเราถึงตกหลุมรักใครสักคน แต่หลายหนเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าการจะตกหลุมรักใครสักคนได้นั้นมีปัจจัยอะไรมาข้องเกี่ยวบ้าง? ทำไมต้องตกหลุมรักเล่มนี้จะพาเราสวมแว่นทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ทำให้เรามองความรักผ่านเลนส์ที่เราไม่เคยมองมาก่อนว่าการตกหลุมรักใครสักคนอาจมีเกณฑ์บางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้ ในขณะเดียวกันยุคสมัย ทุนนิยม และอีกหลายสิ่งรอบตัวเราก็ลอบลดทอนความรักให้เหลือเพียงอะไรบางอย่าง อย่างกำไร ขาดทุน ไปด้วย การอ่านเล่มนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเห็นด้วยกับทุกประโยค แต่เรารับรองได้ว่าคุณจะได้กระโจนเข้าหาอีกมุมของความรักที่คุณอาจไม่ทันคิดว่ามันก็มีมุมแบบนี้อยู่ รวมถึงชวนคุณตั้งคำถามบางแบบที่คุณอาจไม่เคยกล้าแม้แต่จะถามตัวเองเกี่ยวกับความรัก จงรักสิ่งที่คุณจะไม่มีวันได้เจออีกเป็นครั้งที่สอง ถอดรหัสรักออนไลน์ รักออนไลน์มันปลอม! บางคนกล่าวหาความรักที่พบเจอกันในโลกเสมือนไว้แบบนั้น แต่รู้หรือไม่ว่าเว็บไซต์หาคู่อาจช่วยจับคู่ให้คุณได้ถึงเดือนละ 70 คน
ความรักมักลึกลับและซับซ้อน ทั้งในเรื่องความรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายจนปวดหัว และเรื่องบนเตียงที่บอกเล่าความรู้สึกที่แตกต่าง ดังเช่นการมีการมีเซ็กซ์กันแบบธรรมดา กับการร่วมรักเพื่อกระชับความสัมพันธ์ สองอย่างนี้แม้จะมีปลายทางที่เรียกว่าเสร็จได้ไม่แพ้กัน แต่เชื่อเถอะว่าในระหว่างทางนั้น มีผลกับความรู้สึกที่ต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างที่รู้กันว่า เซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครต่างก็ต้องการ โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น เรื่องแบบนี้มักเป็นเรื่องปกติ และผู้ชายมักจะมีอารมณ์ในเรื่องนี้มากกว่าผู้หญิงทั้งในด้านของสิ่งเร้า และฮอร์โมนทางเพศที่มีความต้องการมากกว่า เพียงแต่ว่าเมื่อมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง การมีเซ็กซ์ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวช่วยที่จะกระตุ้นให้ความสัมพันธ์ หรือที่เราเรียกว่าการสร้างเมคเลิฟร่วมกันระหว่างคู่รักนั่นเอง หากไม่เคยได้ลองกับตัวเอง หลายคนอาจจะไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้สักเท่าไหร่ หรือบางทีเราอาจจะยังสงสัยอยู่ว่า ที่ผ่านมาเราแค่มีเซ็กซ์กันปกติ หรือเมคเลิฟอยู่กันแน่? วันนี้เราจึงจะพาไปหาคำตอบกันว่าจะได้หายข้องใจกันสักทีว่า สรุปแล้วรักของเรามันเป็นแบบไหนกันแน่ แรงจูงใจในความสัมพันธ์ที่แตกต่าง เป้าหมายของการมีเซ็กซ์ อาจหมายถึงแค่การสำเร็จความใคร่เพียงอย่างเดียว ไม่ได้คิดจะผูกพันหรือสร้างความสัมพันธ์กันต่อ หรือที่รู้จักกันดีในรูปแบบของ One night stand หรือ Friend With Benefits ไม่มีการผูกมัด แค่สนองอารมณ์แล้วจบ ในขณะที่การเมคเลิฟ หรือร่วมรักกันนั้น จะมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก อยากครอบครอง แสดงความเป็นเจ้าของในทุก ๆ ส่วนของร่างกายของอีกฝ่าย ส่งผลให้มีความแตกต่างกันในรูปแบบของการจูบ กลิ่นกาย และการมีเซ็กซ์กันอย่างลงตัว ไม่เพียงแค่เอาแต่ความรู้สึกของตัวเองเป็นหลักเท่านั้น เราจะรู้สึกใส่ใจคู่ของเรามากเป็นพิเศษ แถมการร่วมรักในครั้งนี้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้น มากกว่าการมีเซ็กซ์แบบธรรมดา รูปแบบของการสื่อสารที่ต่างกัน
สุขภาพกายคือสิ่งสำคัญที่เราพยายามดูแลมันอย่างสุดกำลังความสามารถ เลือกกินอาหารที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด เลือกออกกำลังกายอย่างอดทนเพื่อความแข็งแกร่งที่คุ้มค่า แต่ดูเหมือนว่า “สุขภาพใจ” อาจไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร โดยเฉพาะในวันที่โลกไม่เป็นไปตามอย่างใจหวัง สภาวะเศรษฐกิจที่คาดเดาไม่ได้ หน้าที่การงานที่ไม่แน่ใจว่าจะมั่นคงไปถึงเมื่อไร สภาวะแบบนี้ที่เรายิ่งต้องดูแลหัวใจของเราให้แกร่งเข้าไว้ เมื่อร่างกายก็เต็มที่ และหัวใจก็พร้อมชน ไม่ว่าอุปสรรคหรือความยากลำบากแบบไหนก็ทำอะไรเราไม่ได้ แม้หัวใจจะไม่ได้มีอาหารดี ๆ หรือการออกกำลังอย่างเป็นรูปธรรมเหมือนร่างกาย แต่ “ทัศนคติ” ก็เป็นอีกอย่างที่เราสามารถฝึกหัวใจของเราให้แกร่งอยู่เสมอได้ และนี่คือวิธีฝึกใจให้แกร่งในวันที่ COVID-19 ยังทำให้อะไรหลายอย่างมัวหม่นกว่าที่เคยเข้าใจ โลกมันเลวร้าย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรู้สึกเลวร้ายเสมอ สภาพเศรษฐกิจถดถอย ผู้คนตกงาน โรคระบาดที่ยังไม่มีทางรักษา ฯลฯ เราไม่ได้ให้คุณปฏิเสธว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่จริง สิ่งเหล่านี้คือข้อเท็จจริงและใช่มันคือเรื่องเลวร้าย แต่วิธีหนึ่งที่เราจะยังสามารถฝึกใจให้แกร่งอยู่ได้เสมอคือเราต้องยอมรับความจริงว่าโลกมันแย่ แต่ตัวเราไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่ตามสถานการณ์ไปทุกเรื่อง ทุกอณู ความเครียด ความเจ็บปวดที่บ่อนทำลายหัวใจเรานั้น ลองตั้งสติถามตัวเองดี ๆ ว่าเรากำลังเอาใจไปผูกกับบางเรื่องหนักหนาเกินกว่าที่มันจะเป็นหรือไม่? และบางอย่างมันยังไม่ทันส่งผลกระทบกับเราเลยใช่หรือเปล่า? การตระหนักถึงปัญหาเป็นสิ่งที่ดี แต่การตระหรักและพยายามหาทางรับมือแก้ไข กับการตระหนักแล้วปล่อยใจตัวเองจมไปกับความเครียดเศร้าและรู้สึกเลวร้ายจนไม่เป็นอันทำอะไรนั้นก็เป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นวิธีการฝึกใจให้แกร่งขึ้นแรกคือต้องเข้าใจเสมอว่า ใช่ โลกเลวร้าย แต่เราไม่ต้องรู้สึกแย่ตามเสมอไป ตั้งสติพาตัวเองออกมาห่าง ๆ ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาก็รับมือกับมันไป ขอเพียงอย่าเอาใจไปจมกับมัน โซเชียลมีเดียไม่ใช่ทุกอย่าง ยิ่งโลกอยู่ในสภาวะที่มีหลายสิ่งหลายอย่างประเดประดังเข้ามา โซเชียลมีเดียคือพื้นที่หนึ่งที่เราสามารถส่งและรับความคิดเห็นต่อสิ่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว


