ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกอย่างไม่ว่าจะในแวดวงแฟชั่นหรือกีฬา ทำให้รองเท้าสนีกเกอร์แบบธรรมดาอาจจะต้องมีร้อน ๆ หนาว ๆ บ้างแล้วในตอนนี้ เพราะบริษัทจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาผลิต Smart shoes ด้วยกันทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Alphabet เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักข่าว CNBC รายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของบริษัท Verily ส่วนวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ที่อยู่ภายใต้ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ว่าบริษัทกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดสนีกเกอร์อัจฉริยะโดยการเปิดตัวรองเท้าต้นแบบที่สามารถวิเคราะห์น้ำหนักของผู้สวมใส่และติดตามการเคลื่อนไหวได้ รองเท้าผ้าใบต้นแบบที่ว่ามาพร้อมฟีเจอร์ที่ไม่ธรรมดา โดยการซ่อนเซ็นเซอร์ที่สามารถระบุน้ำหนักไว้ในรองเท้าพร้อมประมวลผลน้ำหนักของผู้ใส่ได้ทันทีที่สวม และจะคอยบันทึกข้อมูลแต่ละครั้ง เมื่อน้ำหนักตัวของผู้ใส่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเร็วผิดปกติ smart shoes คู่นี้จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนทันที เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของน้ำหนักสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ตามมาได้ นอกจากจะสามารถเตือนเรื่องน้ำหนักตัวของผู้สวมใส่ได้แล้ว รองเท้าอัจฉริยะของ Verily จะเน้นไปยังกลุ่มผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไปไม่ใช่แค่กับนักกีฬา เพราะ smart shoes สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลายประเภท เช่น ในกรณีที่ผู้สูงอายุเดินอยู่คนเดียวตามท้องถนนแล้วเกิดหกล้ม รองเท้าจะทราบถึงความผิดปกติและแจ้งเตือนไปยังครอบครัวหรือแพทย์ประจำตัวได้ทันที อย่างไรก็ตามรองเท้าอัจฉริยะของ Verily คู่ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแค่รองเท้าต้นแบบเท่านั้น โดยทางบริษัทจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิตว่าจะผลิตเมื่อไหร่ จะออกขายตอนไหน หรือมีราคาคู่ละเท่าไหร่ แต่การที่บริษัทหลายเจ้าเริ่มวางแผนออกแบบ smart shoes กันมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวในวงการสนีกเกอร์ที่นำเทคโนโลยีมาสร้างลูกเล่นให้กับรองเท้า เช่น แบรนด์
ในปีนี้กระแสอาหารอะไรกำลังมาบ้าง ? นี่เป็นคำถามที่เหล่านักชิมและผู้รักสุขภาพถามหากันตั้งแต่ต้นปี จึงทำให้เว็บไซต์อย่าง michelin.com ที่โด่งดังในเรื่องของการจัดอันดับมิชลินสตาร์ ร่วมกับสำนักข่าว CNBC ได้รวบรวมเทรนด์อาหารที่น่าสนใจประจำปี 2019 เอาไว้เป็นที่เรียบร้อย และ UNLOCKMEN จะพาไปชมกับ 5 เทรนด์อาหารที่น่าสนใจของปีนี้ 1. อาหารเอาใจนักกินสายเขียว เพราะกัญชาคือประเด็นที่ร้อนแรงมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งการทำให้กัญชาถูกกฎหมายและกลายเป็นพืชที่ใช้ในการสันทนาการ ในบางประเทศที่กัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้วก็ไม่รอช้านำเจ้าพืชสายเขียวนี้มาเป็นส่วนประกอบของอาหารนานาชนิดเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะอาหารคาวอย่าง ซูชิ ขนมปังกระเทียม แซนวิช สลัด ไปจนถึงของหวานอย่างบราวนี่ มัฟฟิน และไอศกรีม ที่หลาย ๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าจะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน เพราะกัญชานั้นมีส่วนช่วยคลายความเครียด ทำให้หลับสนิท และบางคนก็มีความคิดว่าการใส่กัญชาลงไปในอาหารเล็กน้อยก็จะช่วยทำให้คึกคักในเรืองทางเพศได้ 2. Pacific Rim Cuisine ถึงแม้ชื่อจะเหมือนกับหนังแอคชั่น Sci-fi ชื่อดังอย่าง Pacific Rim แต่อาหารประเภทนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด Pacific Rim Cuisine คือชื่ออาหารฟิวชันซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบที่ได้มาจากหมู่เกาะต่าง ๆ ทั่วมหาสมุทรเอเชียแฟซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นปลา สาหร่าย
ประเทศไทยในเวลานี้คงไม่มีเรื่องไหนจะร้อนแรงและน่าสนใจไปกว่าประเด็นทางการเมืองอีกแล้ว เพราะตอนนี้หลังจากที่เรารอคอยมาเกือบ 5 ปี ในที่สุดอีกแค่ 1 เดือนเราก็จะสามารถใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งได้เสียที ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองก็เป็นอีกหนึ่งตัวจุดชนวนชั้นดีที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าตื่นเต้นขึ้นไปอีกโดยเฉพาะพรรคไทยรักษาชาติ… ก่อนจะเลยเถิดไปไกล ขอจบประเด็นการเมืองไทยไว้เพียงเท่านี้ เรามาเข้าเรื่องมังงะประจำสัปดาห์กันดีกว่า แต่ยังไงก็หนีการเมืองไม่พ้น เพราะในบรรยากาศแบบนี้ถ้าจะหามังงะสักเรื่องมาอ่านคงไม่มีแนวเรื่องไหนที่จะเหมาะไปกว่ามังงะการเมืองอีกแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำเรื่องที่เราชอบ 5 เรื่องด้วยกัน เอาไว้อ่านอุ่นเครื่องก่อนจะเดินเข้าคูหาในเดือนหน้า (มีนาคม 2562) มาเรียนรู้ผ่านลายเส้นกันก่อนว่า 1 เสียงของประชาชนธรรมดาอย่างเราก็มีค่าเหมือนกัน คุนิมิตซึ คนจริงจอมกะล่อน Written by ยูมะ อันโดะ, มาซาชิ อาซากิ โดยปกติถ้ามังงะสักเรื่องจะพูดถึงประเด็นการเมืองก็มักจะมาในรูปแบบของส่วนประกอบเสริมมากกว่า เช่นมังงะแอ็คชั่นการเมืองหรือแฟนตาซีการเมือง เพราะการเมืองกับมังงะนั้นดูจะไปกันได้ยาก แต่ Kunimitsu no Matsuri คุนิมิตซึ คนจริงจอมกะล่อน คือมังงะการเมืองเพียว ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนผสมใด ๆ เพิ่มเติม ความสนุกของมันอยู่ที่การหักเหลี่ยมเฉือนคม ชิงไหวชิงพริบในเกมการเมืองล้วน ๆ ก็ตามชื่อเรื่อง นี่คือเรื่องราวของ มุโต้ คุนิมิตซึ ลูกชายเจ้าของร้านยากิโซบะธรรมดา ๆ ที่จับพลัดจับผลูได้ไปเป็นหัวคะแนนให้กับสจ.ของเมือง ๆ หนึ่ง แน่นอนว่าหน้าที่ของเขาคือการใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ผลักดันสจ.คนนี้ให้ก้าวขึ้นไปเป็นผู้ว่าเมืองให้ได้ ระหว่างทางเราจะได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมมากมาย
‘ทองหล่อ’ คืออีกหนึ่งย่านที่เราพูดได้เต็มปากว่าคือบ้านหลังที่ 2 โดยหลังพระอาทิตย์ตกเรามักจะมาใช้เวลาที่ถนนสุขุมวิท 55 สายนี้เป็นประจำ แต่ร้านที่เราจะพาทุกคนไปวันนี้กลับเล็ดลอดสายตาเราไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้ง ๆ ที่มันตั้งอยู่ในทองหล่อมากว่า 18 ปี นี่จึงเป็นโอกาสดีของเราที่ได้ค้นพบแหล่งพักพิงอีกแห่ง และเราก็ชอบที่นี่เสียด้วย ใช่ เรากำลังพูดถึง ‘Shades of Retro’ บาร์เล็ก ๆ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ตั้งอยู่ในซอยธารารมณ์ 2 บรรยากาศเงียบสงบ ตัดขาดจากถนนทองหล่อเส้นหลัก และที่เราพูดว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงเพราะว่าที่นี่นอกจากจะเป็นบาร์ไว้สำหรับดื่มกินสังสรรค์เฮฮาแล้ว ยังเป็นร้านขายของเก่าในตัวอีกด้วย ดังนั้นถูกใจเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนก็สามารถซื้อกลับบ้านได้เลย ‘Shades of Retro คือร้านขายของเก่าที่มีบาร์อยู่ในตัว’ นี่คือคำนิยามของเราเกี่ยวกับการตกแต่งร้านของที่นี่ เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็ละลานตาไปด้วยของเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว น่าจะถูกใจหนุ่ม ๆ สายวินเทจไม่น้อย Shades of Retro มีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้เลือกนั่งได้ตามสะดวก ส่วนหนุ่ม ๆ ที่มาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะที่นี่มีเคาน์เตอร์บาร์ และระหว่างที่เราอยู่ในร้านก็เห็นลูกค้าหลายรายมานั่งชิลคนเดียวที่เคาน์เตอร์อย่างไม่เคอะเขิน นอกจากการตกแต่งที่ไม่เหมือนใครแล้ว ความพิเศษอีกอย่างของ Shades of Retro คือความอาวุโสของร้านที่เปิดให้บริการมากว่า 18 ปี เราบังเอิญโชคดีได้พูดคุยกับคุณบอยเจ้าของร้าน เขาเล่าให้ฟังว่า Shades of
เคยไหมเมื่อบางครั้งรู้สึกโกรธมาก ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่พอใจอะไรต้องเก็บไว้ในใจและไม่รู้ว่าจะไประบายพลังงานลบได้ที่ไหน แล้วถ้าต้องจ่ายเงิน 700 บาท แต่สามารถระบายอารมณ์โดยการทำลายข้าวของได้ตามใจเพื่อคลายความหัวร้อนลงคุณจะยอมจ่ายหรือไม่ ? ถ้าคำตอบที่มีอยู่ในใจคือใช่ UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับห้องที่ทุกคนสามารถแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาได้ดั่งใจ เพราะอารมณ์โกรธคือสิ่งที่ทุกคนจะต้องเคยพบเจอสักครั้งในแต่ละวันทำให้บริษัทมีชื่อว่า Smash เกิดไอเดียสร้างรายได้จากความโกรธอย่างห้องที่มีชื่อว่า ห้องระบายอารมณ์ หรือ Anger Room ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นห้องที่พร้อมรับมือผู้คนที่นำพาความโกรธมาระบาย ณ ที่แห่งนี้ ก่อนที่ลูกค้าจะได้เข้าไปใช้บริการในห้องระบายอารมณ์ ทางบริษัท Smash จะมอบไม้เบสบอลหรืออาวุธเบาอื่น ๆ ให้ลูกค้าถือติดมือ และกำหนดให้ลูกค้าทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันก่อนเข้าสู่ห้องระบายอารมณ์ เพื่อป้องกันสิ่งของที่แตกกระจายเพราะภายในห้องจะมีข้าวของต่าง ๆ เช่น ขวดแก้วหรือแจกัน เตรียมไว้ให้หวดอย่างเต็มแรงเป็นเวลา 30 นาที ในราคา 158 หยวนหรือราว 700 บาท เจ้าของบริษัท Smash นามว่า Jim Meng บอกเล่าถึงธุรกิจของตัวเองว่าห้องระบายอารมณ์นี้เปิดมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2018 และลูกค้าราว 600 คนต่อเดือนของเขาได้ทำลายขวดแก้วไปแล้วเดือนละกว่า 15,000 ขวด แถมเขาเคยเห็นลูกค้าหญิงรายหนึ่งนำภาพถ่ายในวันแต่งงานของตัวเองมาทุบทิ้งจนเละและทิ้งไว้ในห้องอีกด้วย สำหรับเสียงตอบรับของเหล่าลูกค้าที่ได้ลองใช้บริการห้องระบายอารมณ์ต่างบอกว่ารู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ทำลายสิ่งของต่าง
สำหรับคอหนังแอคชั่นคงต้องเคยได้ดูผลงานการแสดงของพระเอกตลอดกาลอย่าง เลียม นีลสัน นักแสดงชาวไอร์แลนด์มากฝีมือ ที่ใครหลายคนคุ้นตากันดีกับบทคุณพ่อสุดโหดจากเรื่อง Taken ในครั้งนี้จะไม่ได้มาพูดถึงภาพยนตร์ที่เขาแสดง หรือประวัติของเลียม แต่จะพูดถึงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อพระเอกชื่อดังวัย 66 ปีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Independent ของอังกฤษในระหว่างการโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง Cold Pursuit ว่าช่วงสมัยวัยรุ่นเขาเคยมีความคิดอยากฆ่าชายผิวสี เขาเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว เพื่อนผู้หญิงที่ของเขาถูกข่มขืนอย่างทารุณ เรื่องเศร้าของเธอได้กระตุ้นความรู้สึกของเลียมเป็นอย่างมาก และเขาถามเธอว่ารู้จักชายที่ทำร้ายหรือเปล่า เธอตอบกลับมาว่าเป็นชายผิวสีที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เลียมเล่าต่อว่า หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขาเริ่มออกไปเดินกลางถนนในช่วงกลางคืนพร้อมพกอาวุธติดตัวไปเกือบสัปดาห์ ด้วยความหวังที่ว่าจะเจอชายผิวสีนิสัยแย่เข้ามาหาเรื่อง เพื่อเขาจะได้มีเหตุผลเพียงพอที่จะฆ่าชายคนนั้นเพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับเพื่อน แต่กลับกันเขาไม่ได้เล่าต่อว่าชายที่ข่มขืนเพื่อนของเขาได้รับโทษตามกฎหมายหรือไม่ หรือเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เมื่อเลียมได้เปิดเผยความลับในช่วงวัยรุ่นที่ไม่เคยบอกให้ใครได้รู้มาก่อน เขากล่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากนั้นเขาเติบโตมีวุฒิภาวะมากขึ้น เขารู้ว่าความคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่แย่มาก และเมื่อคิดย้อนกลับไปทีไรก็จะทำให้รู้สึกแย่กับตัวเองทุกครั้ง อย่างไรก็ตามผลที่ตามมาจากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ทำให้เลียม นีลสัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในเรื่องของการใช้ภาษาสัมภาษณ์ที่เผยให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีอคติทางเชื้อชาติ และค่อนข้างเหยียดผิว บทสัมภาษณ์ดังกล่าวสร้างคำถามต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น หากคนที่ข่มขืนเพื่อนของเลียมเป็นชายผิวขาว เขาจะพกอาวุธและออกไปเดินเตร่ในตอนกลางคืนเพื่อรอให้มีนักเลงมาหาเรื่องหรือไม่ หรือคำถามที่ว่าการฆ่าคนผิวสีคนอื่นจะช่วยล้างแค้นได้จริงหรือ และถ้าเลียมคิดว่าชายผิวสีคนไหนก็เหมือนกันหมดนั่นถือเป็นการเหยียดที่ร้ายแรง ถ้าหากฟังในบทสัมภาษณ์ดี ๆ ก็จะรู้ว่าเลียมเคยกล่าวถึงกรณีนี้ไว้แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นชาวไอริชด้วยกัน หรือเป็นคนอังกฤษก็ตาม ไม่ว่าใครเขาก็จะพยายามรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของเพื่อนสาวด้วยวิธีการแบบโง่ ๆ ของเขา ซึ่งมันเป็นวิธีคิดที่เขารู้ตัวว่ามันล้าสมัยมาก
ถ้าพูดถึง ‘สาทร’ คงต้องนึกถึงย่านที่เป็นศูนย์กลางของอาคารสำนักงานต่าง ๆ เป็นบ้านหลังที่ 2 ของเหล่าพนักงานออฟฟิศมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย แน่นอนว่าเมื่อ Work Hard อย่างเคร่งเครียดมาทั้งวันแล้ว เป็นธรรมดาที่ต้องอยาก Play Hard เพื่อผ่อนคลายกันบ้าง แต่ด้วยการเดินทางในช่วงหลังเลิกงานที่ทุกคนน่าจะรู้ดีว่าเป็นยังไง การจะไปแฮงเอาต์ไกล ๆ ดูจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก วันนี้ UNLOCKMEN จึงจะมาแนะนำ 5 บาร์ย่านสาทร-เย็นอากาศ ให้ทุกคนสามารถไปชิลกันได้ง่าย ๆ หลังเลิกงาน เอาล่ะ ไปชิลกันเลย! Charm Eatery and Bar Charm Eatery and Bar คือร้านอาหารกึ่งบาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง เพราะตัวร้านตกแต่งด้วยสไตล์ Colonial Contemporary ย้อนยุค ทำให้เรานึกถึงบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ไม่ต้องบินไปไหนไกล เพราะร้านนี้อยู่แค่ย่านสาทรเท่านั้น เรียกว่าเลิกงานปุ๊ปก็มาสัมผัสความชิลได้ปั๊ปเลย แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า Charm Eatery and Bar จะเป็นบาร์สไตล์ยุโรปจ๋า เพราะที่นี่ได้สอดแทรกความเป็นไทยใส่ลงไปไม่น้อย ทั้งอาหารที่มีการฟิวส์ชั่นกันระหว่างอาหารไทยกับอาหารอิตาเลี่ยน และในส่วนของค็อกเทลที่มีการใช้วัตถุดิบของไทยด้วยเช่นกัน ชาวสาทรคนไหนอยากผ่อนคลายสบาย ๆ ในบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียน ลองมาที่ Charm
โจ๊กเกอร์-ณศิวัชร์ นพภิรมย์ไชย คือชื่อที่เรามั่นใจว่าใครหลายคนรู้จักดีอยู่แล้วด้วยบทบาทหน้าที่อันหลากหลายทั้งการเป็นนักแสดง พิธีกร นักร้อง ไปจนถึงการทำงานเบื้องหลังทำให้ทั้งเขาและผลงานของเขาต้องผ่านหูผ่านตาเราไม่ว่าเราจะสังเกตหรือไม่ก็ตาม นอกจากการทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊กแล้ว คุณโจ๊กเกอร์ยังเป็นคุณพ่อที่ต้องดูแลลูกฝาแฝดสองคนวัยกำลังซน แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้พลังในตัวเขาดับมอดลงไปแม้แต่น้อย เขากำลังมีซิงเกิ้ลใหม่หลังจากที่ไม่ได้ทำเพลงของตัวเองมา 20 ปี “พอเรามีความมั่นใจ มันสร้างความมั่นใจทำให้มีพลังทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เราได้ความมั่นใจกลับมา เราก็อยากทำอะไรที่เรารัก” คุณโจ๊กเกอร์ให้เหตุผลว่าความมั่นใจนี่แหละที่เป็นกุญแจสำคัญของการกลับมาสร้างผลงานเพลงของตัวเองในแบบที่เขารักอีกครั้ง แต่ความมั่นใจที่ทรงพลังแบบนี้มีที่มาจากอะไร เราก็ไม่รอช้าเริ่มต้นบทสนทนากับผู้ชายมากพลังและเต็มไปด้วยความมั่นใจทันที เพราะเป็นผู้ชายสายลุยจึงต้องไปให้สุดกับทุกสิ่งที่ทำ “ทำอะไรต้องไปให้สุด” เราเชื่อว่าผู้ชายหลาย ๆ คนยึดถือวิธีคิดแบบนี้เป็นหนทางการทำงาน แต่สำหรับคุณโจ๊กเกอร์การไปให้สุดไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานเท่านั้น แต่เขาอยากเต็มที่กับทุกสิ่งในชีวิตโดยเฉพาะสิ่งที่เขารัก “ยังทำงานในวงการบันเทิง เพียงแต่ไม่ได้รับละคร ด้วยเงื่อนไขเรื่องเวลา เราทำพิธีกรรายการท่องเที่ยว ต้องเดินทางตลอดจึงจัดสรรเวลายาก เราเลยให้น้ำหนักการทำรายการมากกว่าเล่นละคร ยังอยู่ในแวดวงเพลงมาตลอด ช่วยทำเพลง เขียนเนื้อร้อง ดีไซน์ ทำเพลงประกอบรายการเพื่อให้ไม่ลืม” นอกจากการเป็นพิธีกรรายการท่องเที่ยวสายลุยของตัวเอง การทำงานเบื้องหลังในวงการเพลงและกลับมาทำซิงเกิ้ลของตัวเองในรอบ 20 ปีซึ่งต้องซ้อมอย่างหนัก เขายังเป็นพ่อของลูกสาวฝาแฝดที่น่ารักอีกด้วย “วันนี้เราไม่ใช่แค่คนคนเดียว เราเป็นพ่อคน เป็นพ่อของลูกสาวฝาแฝดที่เราเลี้ยงเอง เวลาที่ใช้กับลูกเราคือคุณพ่อคนหนึ่ง ตัดภาพของดารานักแสดงออกไปได้เลย เราต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมข้าว ขับรถรับส่งที่โรงเรียน” แม้การมีลูกสาวจะหมายถึงความชุ่มชื่นหัวใจ แต่ก็ทำให้คุณโจ๊กเกอร์ต้องสละเวลาที่เคยมอบให้ตัวเองให้กับลูก ๆ แทน
ครั้งสุดท้ายที่เราเอาจริงกับการจัดบ้านมันเมื่อไหร่นะ? จู่ ๆ เราก็ตั้งคำถามตัวเองหลังจากเปิด Netflix เพลิน ๆ แล้วไปเจอซีรีส์สอนจัดบ้านของ Marie Kondo สาวญี่ปุ่นผู้หลงใหลการจัดระเบียบตั้งแต่ 5 ขวบ ตอนเรียนชั้นประถมก็ชอบจัดหนังสือในห้องสมุดมากกว่าไปวิ่งเล่น ถึงจะน่าเหลือเชื่อแต่นั่นแหละ มีสาวคุณสมบัติเพียบพร้อมแบบนี้อยู่จริง ๆ ความมหัศจรรย์ของข้าวของในบ้านที่โดนเคลียร์เสียเรียบเนี้ยบนิ้งในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นถูกดองให้รกมาเป็นสิบ ๆ ปี แถมพอเอาของทุกอย่างฉบับ before มากองสุมรวม ๆ ซ้อนกันแล้ว มันยังสูงกว่าตัวเธอ หรือครอบครัวที่เธอไปแก้ปัญหาให้เสียอีก เป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่า เอาวะ! เขาทำได้เราก็ต้องทำได้ แต่เบื้องหลังความเรียบร้อย กองผ้าผ่อนที่พับอย่างดี ของที่จัดวางอย่างเป็นหมวดหมู่ก็ทำให้เผลอไปคิดถึงอีกพฤติกรรมนึงที่เราเคยได้ยินอย่างโรค OCD (โรคย้ำคิดย้ำทำ) ประเภทที่ว่าเป็นคนระเบียบจัดแบบสุด ๆ ตลอดเวลาด้วย แล้ว Marie Kondo เป็น OCD หรือเปล่า? หรือการเป็น OCD มันคืออะไรกันแน่ เกี่ยวข้องกับความชื่นชอบจัดบ้านไหม ใครที่สงสัยเหมือนเราลองตามไปดูพร้อมกัน แต่ถ้ามีคำตอบในใจอยู่แล้วก็อย่าพลาด มาเช็กให้ชัวร์อีกทีว่าเหมือนกันกับที่คิดไหม WHO’S MARIE
Audi TT รถยนต์สปอร์ต 2 ประตูจากสายการผลิตรถยนต์ที่เริ่มต้นจากการเป็นรถที่ต้องการนำเสนอความโดดเด่นของดีไซน์มาตั้งแต่ช่วงยุค 90’s ซึ่งแน่นอนว่าความสวยงามของมันก็ทำให้ได้รับความนิยมจากหนุ่ม ๆ มาทุกยุคสมัย แต่ในปัจจุบันกับรุ่นล่าสุดอย่าง 2020 Audi TT RS กลับไม่ได้มาพร้อมความสวยงามเท่านั้น แต่มาพร้อมอัตราการเร่งบนท้องถนนที่ทำได้ไม่แพ้บรรดาซุปเปอร์คาร์เลยทีเดียว TT RS เปิดตัวครั้งแรกที่ Geneva Auto Show 2009 เป็นรถยนต์ที่ถูกพัฒนาโดยแผนกผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงของ Audi ที่รู้จักกันในชื่อ Quattro GmbH ในโรงงานที่เมือง Neckarsulm ประเทศเยอรมนี โดยถูกผลิตออกมาเป็นรถสปอร์ตขนาดกะทัดรัด 2 รูปแบบด้วยกันเป็นโมเดล Coupe และ Convertible และยังคงสายการผลิตมาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง 2020 Audi TT RS ที่กำลังจะเข้าตีตลาดยุโรปในเร็ว ๆ นี้ 2020 Audi TT RS มาพร้อมดีไซน์เอกลักษณ์กับความโค้งมนของตัวรถที่ตัดด้วยเส้นที่เริ่มจากฝากระโปรงยาวไปจนส่วนท้ายของตัวรถ พร้อมไฟหน้า Matrix LED ที่โฉบเฉี่ยวและช่องระบายอากาศด้านหน้ารูปทรงหกเหลี่ยมสีดำ โดยยังคงให้ความสำคัญในสีสันของตัวรถ มีเฉดสีให้เลือกมากถึง


