แม้ญี่ปุ่นจะเต็มไปด้วยดินแดนแห่งโอกาส แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะโดดเด่นและเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศได้ในเวลาไม่นาน หลายปีที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการดูกีฬาหรืออ่านหนังสือพิมพ์กีฬาอยู่บ่อย ๆ จะต้องเคยได้ยินหรือได้เห็นชื่อของ อิเคเอะ ริคาโกะ (Ikee Rikako) อยู่เสมอ ชื่อของนักว่ายน้ำดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี เธอสามารถพาตัวเองไต่ทะยานไปตามเส้นทางนักกีฬา ควบคู่กับการพาธงชาติญี่ปุ่นไปให้โลกได้รู้จัก ในฐานะประเทศที่มีนักว่ายน้ำหญิงอายุน้อยที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อันแสนน่าจับตามอง เส้นทางชีวิตของริคาโกะถูกชาวญี่ปุ่นยกย่องชื่นชม หลายปีก่อน คนใกล้ชิดต่างแนะนำให้เธอลงชื่อเป็นหนึ่งในตัวแทนคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติญี่ปุ่นในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก เพราะอยากให้เป็นตัวแทนแข่งขันในปีที่บ้านเกิดของตัวเองเป็นเจ้าภาพ สื่อและนักวิจารณ์ในญี่ปุ่นต่างมั่นใจว่าดาวรุ่งคนนี้จะต้องได้สิทธิเข้าแข่งมาอย่างไม่ยากเย็น ทว่าชีวิตของนักกีฬาหญิงคนนี้กลับต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าตัวเองกำลังเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ‘ลูคีเมีย’ โรคร้ายส่งผลให้เส้นทางชีวิตอันรุ่งโรจน์ของ อิเคเอะ ริคาโกะ หยุดชะงักกลางคัน ฝันที่วางไว้อาจไม่มีวันเป็นจริงอีกต่อไป คนไทยที่ไม่ได้ตามข่าววงการว่ายน้ำอาจไม่รู้ว่า อิเคเอะ ริคาโกะ ประสบความสำเร็จมากถึงขั้นไหน เธอหัดว่ายน้ำก่อนจะเรียนรู้ตัวอักษรคันจิเสียอีก เด็กสาวชื่นชอบการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ และไม่ใช่แค่การว่ายเล่นเอาสนุก เธอหมั่นฝึกฝนอย่างหนักเป็นประจำ ข้อได้เปรียบใหญ่ที่ทำให้เธอโดดเด่นกว่านักกีฬาว่ายน้ำคนอื่น ๆ คือ ริคาโกะพบความฝันของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันว่ายน้ำเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี และคว้าแชมป์ระดับประเทศในประเภทที่ตัวเองแข่งขัน ถือเป็นใบเบิกทางให้เธอติดหนึ่งในเยาวชนทีมชาติ เธอเป็นเด็กสาวที่มีความสามารถ เปี่ยมด้วยความมั่นใจ และขยันทำลายสถิติการว่ายน้ำท่าต่าง ๆ อยู่เสมอ แม้จะเต็มไปด้วยพรสวรรค์ที่มาคู่กับความพยายาม แต่คนที่เพอร์เฟกต์ที่สุดย่อมต้องเคยพบกับความผิดหวัง
หลังจากที่สถานการณ์ Covid-19 ในประเทศเรากลับมาแพร่กระจายจนต้องพยายามเก็บตัวอยู่บ้านกันอีกครั้ง เชื่อว่าหลายคนน่าจะเบื่อการ Work From Home และคิดถึงการไป Camping ชิว ๆ ต่างจังหวัด หรือบางคนที่ยังไม่เคยไป แต่ไม่อยากเปลี่ยนบรรยากาศที่บ้านให้สดชื่นแปลกใหม่เหมือนได้ออกไปเที่ยว ดังนั้นโปรแกรม MAN UP วันนี้ เราจะพาชาว UNLOCKMEN ทุกคนไป Up Skill ในการตั้งแคมป์กางเต็นท์กับผู้เชี่ยวชาญกัน เผื่อใครสนใจลองเอาไปทำตามกันดูก็สามารถทำได้ง่าย ๆ จะทดลองกางแก้ขัดในบริเวณบ้าน หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศในการพักผ่อน เบื่อการนอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ก็สามารถเอาเต็นท์มาลองกางนอนดูได้ จะได้ไม่ต้องออกไปไหน เพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์ Covid-19 ที่กำลังระบาดแรงมากตอนนี้ ผู้ที่จะมาแนะนำวิธีตั้งแคมป์อย่างถูกต้องทีละขั้นตอนใน Man Up ครั้งนี้ก็คือ พี่สนู๊ป เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ Camping ที่มีชื่อว่า Siam Moon Camping และยังมีคาเฟ่ที่ชื่อว่า The Campsite Cafe “สวัสดีครับ ผมชื่อ สนู๊ป นะครับ ปัจจุบันเปิดร้าน Camping
ช่วงนี้หลายคนคงรู้สึกเหมือนชีวิตห่อเหี่ยว โฟกัสกับชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้ และช่างไม่มีความสุขเอาเสียเลย เพราะความเครียด ความกังวล หรือ ความกลัวที่เกิดขึ้นจากปัญหา COVID-19 ได้ทำร้ายจิตใจเรามาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ซึ่งอาการนี้อาจไม่ใช่สัญญาณของภาวะซึมเศร้า หรือ เบิร์นเอ้าท์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Languishing ภาวะเฉื่อยชาที่ระบาดมากขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤต COVID-19 ก็เป็นได้ ภาวะนี้ได้รับการพูดเป็นครั้งแรกโดย Corey Keyes นักสังคมวิทยา ในงานวิจัยของเขาที่เผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสาร Journal of Health and Social Research เมื่อปี 2002 และได้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในปี 2021 เพราะบทความของสำนักข่าว New York Times ได้กล่าวถึงมัน โดย Languishing จะไม่ถือเป็นความผิดปกติทางจิต เพราะแม้คนที่มีอาการนี้จะตกอยู่ในสภาพไร้เป้าหมายในชีวิต ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ไม่มีความสุขหรืออารมณ์ด้านบวกอื่น ๆ กับชีวิตเลย ไปจนถึง จิตใจทำงานได้แย่ ซึ่งคล้ายกับภาวะซึมเศร้า แต่คนที่มีอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีประวัติการเป็นภาวะซึมเศร้าในช่วงก่อนหน้าด้วย เพราะฉะนั้นจึงเรียก Languishing ว่าเป็นความเจ็บป่วยด้านสุขภาพจิตใจเหมือนซึมเศร้าไม่ได้ แต่เป็นเพียงอาการที่คาบเกี่ยวระหว่าง ’ภาวะซึมเศร้า’
บางทีการดูตลกก่อนเข้าประชุม ก่อนไปพรีเซ้นงานให้ลูกค้าฟัง หรือ ก่อนไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ก็ถือเป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าได้เหมือนกัน เพราะตลกนอกจากจะช่วยให้เราอารมณ์ดีแล้ว ยังช่วยให้เราคิดได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วโดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัยเมื่อปี 2010 ที่ทำโดย Ruby Nadler นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออนทาริโอ ประเทศแคนาดา ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองที่เป็นเด็กนักเรียน ดูคลิปวิดีโอทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทลบ (การรายงานข่าวแผนดินไหวในประเทศจีน) ประเภทปกติ (รายการทีวี Antiques Roadshow) และประเภทบวก (คลิปเด็กทารกหัวเราะอย่างมีความสุข) และหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมการทดลองแต่ละคนต้องทำแบบทดสอบแบ่งหมวดหมู่ภาพที่มีรูปแบบซับซ้อน แล้วนักวิจัยจะนำข้อมูลมาประเมินผลงานของผู้เข้าร่วมการทดลองต่อไป ซึ่งผลการทดลองออกมาว่า คนที่หัวเราะคลิปเด็กทารกสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคนอื่น ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันความเชื่อก่อนหน้าที่ว่า อารมณ์ด้านบวก ช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึง ความสามารถในการคิดอย่างรอบคอบ โดยสาเหตุที่อารมณ์ขันช่วยให้เราทำงานได้ดี เป็นเพราะ cognitive flexibility หรือ ความสามารถในการรับข้อมูลใหม่ และนำมาปรับใช้กับสิ่งที่เราอยู่แล้ว ได้รับการพัฒนามากขึ้น หลังจากที่เราได้ชมสิ่งที่ตลก หรือ เรียนรู้ที่จะเล่นมุกตลก กิจกรรมเหล่านี้ช่วยฝึกสมองให้รู้จักคิดไว (nimble thinking) ซึ่งก็สมเหตุสมผลอยู่ เพราะทักษะอย่างหนึ่งอย่างการรับส่งมุกตลก ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ไหวพริบพอสมควร นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่น
ถ้ารู้สึกว่า ตัวเองยังขยัน เก่ง ฉลาด หรือ ยังตามคนอื่นไม่ทัน และมักรู้สึกผิดเมื่อเอาเวลาว่างมาพักผ่อนทำเรื่องไร้สาระไปวัน ๆ บางทีคุณอาจกำลังเป็น Internalized Capitalism อยู่ก็เป็นได้ ซึ่งอาการนี้ไม่ได้ถูกอธิบายในพจนานุกรมใด ๆ แต่เป็นคำที่ใช้อย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ เพื่ออธิบายถึงปัญหาของการใช้ชีวิตในสังคมทุนนิยม (Capitalism) ที่บีบบังคับให้คนต้องแสดงความโปรดักทีฟ และพยายามเอาชนะคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้คนเอาความโปรดักทีฟมาเป็นตัวประเมินคุณค่าของตัวเอง ดังนั้น พอคนที่ออกอาการ Internalized Capitalism ใช้เวลาทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยโปรดักทีฟ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เที่ยวเล่น หรือว่า กิจกรรมพักผ่อนจิตใจอื่น ๆ พวกเขาเลยมักรู้สึกเครียด หรือ รู้สึกแย่จากการทำสิ่งเหล่านั้นอยู่เสมอ แถมบางคนที่มีอาการนี้ยังมีพฤติกรรมทำลายสุขภาพตัวเองด้วย เช่น อ่านหนังสือจนดึกดื่น กดดันตัวเองอย่างหนัก กินข้าวไม่เหมาะสม ฯลฯ มันจึงเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วง และควรได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วยิ่งดี ซึ่งในบทความนี้ เราได้นำวิธีในการฟื้นฟูตัวเองมาฝากทุกคนด้วย จะมีวิธีอะไรบ้าง ลองไปดูกันเลย ใส่ใจกับตัวเองมากขึ้น บางทีพอเราโฟกัสกับงานมากเกินไป จนเกิดความไม่สบายใจ หรือ ความเครียดในระหว่างการทำงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักเป็นอุปสรรค์ต่อการทำงาน และการใช้ชีวิตของเราด้วย ดังนั้น
เวลาทำงานร่วมกับคนอื่น เรามีโอกาสเจอปัญหาได้สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ ปัญหาเรื่องระยะเวลาในการทำงาน ปัญหาเรื่องบัดเจท ไปจนถึง ปัญหาเรื่องความสะอาดของที่ทำงาน และเมื่อปัญหามีจำนวนมากอย่างที่บอกไป ‘การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า’ คงเป็นเรื่องที่ทำให้เหนื่อยพอสมควร ดังนั้น PROACTIVE MINDSET (แนวคิดการทำงานเชิงรุก) เลยเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนทำงาน เพราะมันจะช่วยให้เรา handle ปัญหาเหล่านั้นได้ล่วงหน้า และปลดล็อกประสิทธิภาพในการทำงานของเราด้วย PROACTIVE MINDSET คือ แนวคิดในการทำงานอย่างมีเป้าหมายและการวางแผนไว้ล่วงหน้า โดยคนที่มี PROACTVE MINDSET มักจะมองการณ์ไกล และพยายามทำอะไรบางอย่าง เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปดั่งที่หวัง ต่างจากคนที่มี REACTIVE MINDSET ที่มักรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยลงมือแก้ แต่คนกลุ่มนี้ก็มีข้อดีตรงที่ว่ามีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม คนที่มี REACTIVE MINDSET มักจะสะดุดเมื่อ ‘ปัญหาจำนวนมาก’ เข้ามารุมเร้าต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาเหมือนต้องเล่นวิ่งไล่จับกับปัญหาอยู่ตลอดเวลา และเกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจได้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนนำ PROACTIVE MINDSET มาปรับใช้ เพราะมันจะช่วยให้เรามองเห็นปัญหาได้ล่วงหน้า และมีความพร้อมในการรับมือกับปัญหาเหล่านั้นมากขึ้น แถมงานวิจัยบางชิ้นยังบอกว่าคนที่มีลักษณะ PROACTIVE จะทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย สำหรับใครที่อยากพัฒนา
บางทีการใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์นาน ก็อาจทำให้เราเสียขวัญและตื่นกลัวกับโลกแห่งความเป็นจริงมาเกินไปก็เป็นได้ เพราะเรามักเอาสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์ มาใช้ในการอธิบายโลกแห่งความจริง ดังนั้น ถ้าเรารับฟัง อ่าน หรือ ดูแต่เรื่องราวความรุนแรงที่ไม่น่าสบายใจบ่อย ๆ ก็สามารถนำไปสู่อาการคิดว่าโลกเต็มไปด้วยเรื่องเลวร้ายและน่ากลัวได้เหมือนกัน ซึ่งอาการนี้มีชื่อเรียกว่า Mean World Syndrome และส่งผลเสียต่อเราได้ไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องการอยู่ร่วมกับคนอื่น เราเลยอยากจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้ทุกคนฟัง Mean World Syndrome คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อ เรารับสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงมากเกินไป เช่น หนังโหด ซีรีส์สยองขวัญ หรือ ข่าวฆาตกรรม จนกระทั่ง เราเอาสิ่งที่เห็นในสื่อเหล่านั้นมามองโลกนี้ว่าโหดร้ายทารุณมากกว่าความเป็นจริง อาการนี้ได้รับการศึกษาโดย George Gerbner ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ซึ่งได้สนใจและศึกษาเรื่องความรุนแรงที่พบเห็นได้ในทีวีมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1967 จนเขาได้พบว่า ความรุนแรงที่พบเห็นได้ในสื่ออย่าง ทีวี ส่งผลต่อมุมมองเรื่องความรุนแรงในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป กล่าวคือ มันทำให้คนมองโลกเป็นที่ที่น่ากลัวและอันตรายเกินกว่าความเป็นจริง และก่อกำเนิดอาการ Mean World Syndrome ขึ้นมา คนที่มีอาการ Mean World Syndrome มักจะคิดไปเองว่า อัตราการก่ออาชญากรรมกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย
โลกของสตรีทแวร์เป็นกระแสหลักของแฟชั่นในยุคปัจจุบัน แต่ต้องไม่ลืมว่าเครื่องแต่งกายชายนั้นยังมีโลกคู่ขนานของเสื้อผ้าประเภท Dresswear หรือสูทที่เป็นเครื่องแบบชั้นสูงเพิ่มความภูมิฐานและบุคลิกภาพให้ผู้ชายทุกคนเมื่อสวมใส่ และแม้ว่าเรื่องของสูทจะดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับชายไทยไปเสียบ้าง แต่เมื่อถึงวาระสำคัญ เสื้อสูท Formal นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นไอเทมสำคัญอย่างขาดเสียไม่ได้เลย ถ้าพูดถึงผู้มีอิทธิพลของโลก Dresswear ชายแล้ว คงปฎิเสธชื่อของสองดีไซน์เนอร์ที่กำลังขับเคลื่อนวงการ และทั้งคู่ที่เรากล่าวถึงนี้ดันมีชื่อเรียกที่เหมือนกันนั้นคือ Thom Browne และ Tom Ford Thom Browne และ Tom Ford ถือเป็นแรงบันดาลใจและผู้กำหนดทิศทางและนิยามของคำว่าเสื้อผ้าสุภาพบุรุษที่ใคร ๆ ก็ล้วนอยากมีสไตล์เหมือนกับเขา มีการเปรียบเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ว่าจริง ๆ แล้วแฟชั่นและสไตล์ของใครนั้นเจ๋งและโดดเด่นกว่ากัน ระหว่าง Tom Ford กับ Thom Browne เนื่องจากดีกรีของทั้งคู่ล้วนแต่ไม่ธรรมดา เพราะ Tom Ford ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับพยัคฆ์ร้าย 007 : James Bond ยุคของ Daniel Craig รวมถึงภาพยนตร์ Kingsman ที่โดดเด่นในเรื่องของสูทเป็นอย่างมาก ด้านของ Thom Brown เองก็ไม่น้อยหน้า
หากพูดถึงอนิเมะยุคนี้ หลายคนคงจะนึกถึงอนิเมะสุดฮิตอย่าง “ดาบพิฆาตอสูร” หรือ อนิเมะสุดเก๋อย่าง “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” ถ้าเน้นการต่อสู้ที่กำลังเข้มข้นก็คงไม่พ้น “ผ่าพิภพไททัน” หรือถ้าสายกีฬาก็ไม่น่าพลาด “โอตาคุน่องเหล็ก” แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ที่อื่นคงจะมีการแนะนำไปจนปรุแล้ว UNLOCKMEN เข้าใจว่าช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับวิกฤตโควิดแบบไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน จึงอยากใช้ช่วงเวลานี้ให้ผ่อนคลายด้วยการหาอนิเมะสายฮาให้คุณได้ผ่อนคลายความเครียดดีกว่า ไม่ใช่แค่ฮาอย่างเดียว แต่ยังไอเดียแหล่มจนต้องเผลออุทานว่า “คิดได้ยังไงวะ” อีกด้วย อย่าเสียเวลา เรามาดูกันว่า อนิเมะสายฮาเหล่านี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เตรียมขากรรไกรเอาไว้ขำกันได้เลย The Way of the Househusband พ่อบ้านสุดเก๋า อนิเมะเรื่องแรก ไม่แนะนำก็คงไม่ได้ เพราะตอนนี้ฮิตติดลมบนจนติดอันดับต้น ๆ ของ Netflix ไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องของอดีตยากูซ่าในตำนาน ที่วางอาวุธมาจับมีดทำครัว ล้างมือจากวงการมาล้างจานหั่นผัก เลิกแย่งชิงความเป็นหนึ่งในภูมิภาคมาแย่งสินค้าลดราคาในห้างแทน จากมังงะชื่อกระฉ่อนจากปลายปากกาของอาจารย์ Kousuke Oono ที่เล่าเรื่องของ ทัตซึ ยากุซ่าหน้าบากในตำนาน ผู้วางมือจากวงการอาชญากรรมที่ทำให้เขาขึ้นชื่อกระฉ่อนไปทั่วโตเกียว เพื่อเลี้ยวมาใช้ชีวิตในฐานะพ่อบ้านที่ทุกวันจะดูแลบ้าน ทำอาหารกล่อง และใช้ชีวิตพ่อบ้านแบบฟูลไทม์ เพื่อปล่อยให้แฟนสาวไปทำงานอย่างไม่ติดขัด มังงะแก๊กชุดได้รับความนิยมทันทีเมื่อออกตีพิมพ์จนบัดนี้ได้ดำเนินเรื่องมาถึงเล่ม 7
ช่วงนี้หลายคนคงใช้วันหยุดยาว ในการพาตัวเองไปเที่ยวต่างจังหวัด สัมผัสผืนทราย และน้ำทะเล เพื่อคลายความอึดอัดและความร้อนอบอ้าวที่เกิดขึ้นจากฤดูซัมเมอร์กันเยอะ ซึ่งแว่นกันแดดถือเป็นไอเทมสำคัญที่จะช่วยปกป้องสายตาเราจากการใช้ชีวิตกลางแจ้ง UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำแบรนด์แว่นกันแดดที่เป็นที่รู้จัก พร้อมแนะนำทรงแว่นที่ทุกคนควรไปหามาใส่กัน *เราได้สำรวจความนิยมของแบรนด์แว่นกันแดดทั้ง 5 ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ของ Wisesight โดยทำการเก็บข้อมูลการกล่าวถึงแว่นกันแดดเหล่านี้บนโลกออนไลน์ ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม ถึง 16 เมษายน เวลา 19.18 น. PLAYBOY PLAYBOY เป็นชื่อนิตยสารผู้ชายจากสหรัฐฯ ที่หลายคนรู้จักกันดีตั้งแต่ปี ค.ศ.1953 และเพิ่งออกนิตยสารฉบับสุดท้ายเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนี้เอง โดยสัญลักษณ์ ‘กระต่ายผูกโบว์’ ของแบรนด์ ถือเป็น ICONIC และเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก จนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่ได้ทำธุรกิจนิตยสารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ได้ขายแฟชั่นในชื่อแบรนด์ของตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า จนถึง แว่นกันแดด ที่มีสไตล์และเพิ่มความมีระดับให้กับผู้ชายได้อย่างมากโข !! จากการสำรวจด้วยเครื่องมือ Social Listening พบว่า แว่นกันแดดของ PLAYBOY


