ความโปรดักทีฟดูจะมีประโยชน์ต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตลูกผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือ การพัฒนาตัวเอง ถ้าเราตั้งใจทำงาน มีความกระตือรือร้นในการทำผลงานให้ออกมาดีอยู่เสมอ เราสามารถก้าวหน้าได้เร็วกว่าใครเพื่อน แต่ความโปรดักทีฟที่มากเกินไปอาจให้ผลแย่ต่อชีวิตของเราเหมือนกัน เพรามันอาจนำมาซึ่งความรู้สึกผิดจากการหยุดทำงาน และทำให้เราไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างสุขใจ เราเรียกความคลั่งไคล้ความโปรดักทีฟแนวนี้ว่า Toxic Productivity หรือ ภาวะผลิตภาพเป็นพิษ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำลายสุขภาพจิตของมนุษย์ได้มากพอสมควร UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการเอาชนะอาการนี้ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้น รับรู้อาการ Toxic Productivity ก่อนที่เราจะลงมือแก้ปัญหาอะไรก็ตาม เราควรเข้าใจปัญหานั้นในระดับหนึ่งก่อน เพราะถ้าเราไม่เข้าใจปัญหา เราก็จะไม่มีความรู้เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหา สำหรับเรื่อง Toxic Productivity ก็เช่นกัน ถ้าเราไม่รับรู้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหานี้ การแก้ปัญหามันก็ยาก เราเลยอยากพูดถึงสัญญาณของ Toxic Productivity เพื่อให้ทุกคนลองเช็คตัวเองกันดู ได้แก่ สูญเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำหรือคิดเรื่องงาน คาดหวังปริมาณงานที่ตัวเองควรทำได้สูงเกินไป รู้สึกผิดหรือล้มเหลวเมื่อหยุดทำงาน รู้สึกว่าทำงานได้น้อยเกินไปบ่อย ๆ รวมถึง มีอาการนอนไม่ค่อยหลับ เพราะกังวลถึงเรื่องที่ยังค้างคา รับฟังคนที่รู้ใจ บางทีเราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเรื่องงานครอบงำชีวิตมากเกินไป หรือ บางทีก็รู้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร เมื่อเราไม่พูดคุยกับคนอื่น เราอาจเกิดอาการคิดเองเออเอง ซึ่งส่งผลเสียต่อเราและคนรอบข้าง อย่างการใช้ชีวิตคู่
หลังจากที่โปรแกรม MAN UP ของเราเคยได้พา พี่คลัง-คูณคลัง เค้าภูไทย Professional ด้านกีฬา Extream ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Surf Skate สอน เทคนิคการเล่น Surf Skate เบื้องต้น กันไปแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เลยเป็นโอกาสอันดีที่เราจะมาต่อยอดความสนุกของกีฬา Surf Skate ไปอีกระดับ เพราะเราเชื่อว่าในตอนนี้หลายคนก็คงเริ่มที่จะโปรขึ้น เก่งขึ้น แถมในปัจจุบันนี้ก็มีสนามสำหรับเล่น Skate เปิดขึ้นมามากมายเต็มไปหมด ดังนั้น โปรแกรม MAN UP กลับมาทั้งที เราเลยจะพาทุกขยับสเต็ปต่อยอดความมันส์จากคราวที่แล้ว ด้วยการชวนทุกคนมา Up Skill การเล่น Surf Skate ให้เร้าใจไปอีกขั้น ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN และ SWATCH ‘Bioceramic’ จะมาช่วยให้คุณเล่นสเก็ตได้สนุกขึ้น โดยการพาผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการ Skate อย่าง คุณ เพชร–จตุรพร กุลถิรธรรม Co-Founder 9INE 5IVE
เป็นความจริงที่ว่าชีวิตของทุกคนมีความไม่แน่นอนสูง เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา วันหนึ่งเรากับแฟนกำลังไปกันได้ดี วันรุ่งขึ้นอาจถูกบอกเลิกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็เป็นได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่น่าพอใจมักสร้างความเจ็บปวดให้กับคนไม่มากก็น้อย และพอเราเจอกับเหตุการณ์แบบนี้กันบ่อย ๆ มันก็สร้างบาดแผลหยั่งลึกในจิตใจให้เราได้เหมือนกัน UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการรับมือกับความทรมานที่ชื่อว่า Radical Acceptance ซึ่งเป็น Distress Tolerance Skill ที่จำเป็นมากสำหรับปี 2021 WHAT IS RADICAL ACCEPTANCE ? Radical Acceptance เป็นหนึ่งในทักษะที่อยู่ใน Dialectical Behavioral Therapy (DBT) วิธีการทำจิตบำบัดรูปแบบหนึ่งที่พัฒนาโดย Marsha M. Linehan นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน โดย Radical Acceptance จะหมายถึง ความสามารถในการรับรู้ความทรมานทางกายและใจ และทำใจยอมรับมันได้ทั้งหมด ซึ่งทักษะนี้จะช่วยให้เราสามารถเผชิญหน้ากับอารมณ์หรือเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดได้ดีขึ้น รักษาอารมณ์ของเราในช่วงที่เจอความเจ็บปวด ช่วยให้เราก้าวข้ามสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ง่ายขึ้น พร้อมลดความทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็นให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นด้วย HOW TO PRACTICE RADICAL ACCEPTANCE ? เมื่อ Radical Acceptance เป็นเหมือนกับ
ตอนนี้หน้ากากอนามัยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้ว เพราะทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ไปยังพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เราถูกบังคับให้ต้องใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อยู่เสมอ (หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับเป็นเงินถึงหลักสองหมื่นได้) แต่การสวมใส่หน้ากากอนามัยก็มี side effects ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น การหายใจไม่ะดวก หรือ ความอึดอัดที่เกิดขึ้นกับใบหน้า ฯลฯ เพราะฉะนั้น การสวมใส่หน้ากากเป็นเวลานานก็อาจนำไปสู่ปัญหาที่เรียกว่า ‘Mask Fatigue’ ที่อาจทำให้บางคนไม่อยากสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากอนามัยดูเป็นสิ่งของที่เราต้องใช้กันอย่างต่อเนื่องไปอีกสักพัก UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการป้องกันการเกิดอาการ Mask Fatigue เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตในยุค COVID-19 ได้อย่างปลอดภัยทั้งทางกายและทางใจ เลือกหน้ากากที่เหมาะกับใบหน้าของเรา ในช่วงแรกที่ COVID-19 ระบาด เราเจอกับปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย ทำให้หลายคนต้องหยิบหน้ากากที่หาได้เร็วที่สุดมาใส่ก่อน แต่ตอนนี้ เรามีหน้ากากอนามัยเยอะขึ้นแล้ว การเลือกซื้อหน้ากากอนามัยที่เหมาะสมกับใบหน้าเราจึงทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งหน้ากากอนามัยที่เหมาะสมควีมคุณสมบัติดังนี้ ต้องปกปิดดั้งจมูกและคางของเราได้อย่างมิดชิด สามารถแนบชิดกับแก้มของเราได้ นอกจากนี้ควรมีการประกอบชิ้นเหล็กด้ายในที่สามารถงอให้เข้ารูปกับจมูก เพื่อให้หน้ากากฟิตกับรูปหน้าของเราได้ดียิ่งขึ้น อย่าสวมหน้ากากต่อเนื่องนานเกินไป ถ้าเราสวมหน้ากากมาเป็นเวลานาน ควรหาพื้นที่ใกล้ที่สุดที่สามารถถอดหน้ากากและพักผ่อนได้ เช่น ในห้องน้ำ พื้นที่ปลอดผู้คน หรือ ร้านอาหาร เป็นต้น เพราะถ้าเราอดทนกับความอึดอัดที่เกิดจากการสวมหน้ากากนานเกินไป
กีฬาบาสเก็ตบอลเรียกได้ว่ามีส่วนสำคัญต่อหน้าประวัติของสนีกเกอร์ของโลกอย่างมาก เพราะหากว่ากันตามตรงแล้วรองเท้าโมเดลตลอดกาลที่เราสวมใส่กันอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น Converse All Star Chuck Taylor , Nike Air Force 1 , Air Jordan Series ล้วนเคยเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลมาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นบรรดาเหล่าแบรนด์ดังมากมายถึงให้ความสำคัญกับการว่าจ้างพรีเซ็นเตอร์ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อผลักดันไลน์สินค้านี้ รวมถึงพยายามดึงตัวซุปเปอร์สตาร์ของลีค NBA มาไว้ในมือ เอาที่เห็นภาพชัดที่สุดก็คือ Nike ที่ต้องยอดควักเงินมหาศาลรวมนักกีฬาระดับ MVP ไว้แทบทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น Lebron James , Kevin Durant , Kylie Irving ,Giannis Antetokounmpo หรือในอดีตอย่าง Michael Jordan และ Kobe Bryant ผู้ล่วงลับ แต่การที่แบรนด์เหล่านี้ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อดึงนักกีฬาดังไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ สิ่งที่แลกตามมาคือต้นทุนที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับรองเท้าโมเดล Signature รุ่นดังกล่าวจะมีราคาที่สูงขึ้น อย่างต่ำๆ เราต้องเสียเงินให้ค่างวดรองเท้ารุ่นพิเศษไม่ต่ำกว่า $150 (4,500 บาท) ทำให้บรรดาเด็กที่ต้องการจะดำเนินตามไอดอลของเขาไม่มีกำลังซื้อหรืออาจจะต้องไปรบกวนเงินของผู้ปกครอง เพื่อได้ครอบครองรองเท้าคู่ที่ตัวเองต้องการ เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหมือนปมให้กับอดีตนักบอลระดับออลสตาร์คนหนึ่งอย่าง Shaquilie O’neal รู้สึกว่าไม่ได้หละ ทำไมเด็กคนที่มีไอดอลเป็นของตัวเองจะสามารถซื้อรองเท้าที่สวยและราคาถูกไม่ได้ โดยเขาคิดว่าตัวเองต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง กระทั่งมีอยู่วันหนึ่งสมัยที่เขาเล่นอยู่กับทีม Orlando Magic ขณะที่เขาซ้อมเสร็จ เขาได้พบกับแม่คนนึงมายืนร้องไห้ต่อหน้าเขา พร้อมบอกว่าเธอทำให้ลูกชายของเธอเสียใจเพียงเพราะไม่สามารถซื้อรองเท้างี่เง่าของพวกคุณในราคาแสนแพงได้ และด้วยความที่ Shaq เป็นคนที่ค่อนข้างเฟรนลี่และเป็นกันเองกับแฟน ๆ Shaq จึงพยายามให้เงินแก่แม่คนนั้น เพื่อเป็นซื้อรองเท้าให้ลูกเธอ แต่เธอปฎิเสธและบอกฉันไม่ได้ต้องการเงินคุณพร้อมเดินจากไป ปมนี้คือเรื่องในใจของ Shaq ตั้งแต่นั่นมา และเป็นไอเดียที่ว่าอยากจะทำรองเท้าในราคาที่สมเหตุสมผลออกมาขาย ซึ่งในช่วงแรกของอาชีพการเล่นของเขาไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้มากนัก เนื่องจาก Shaq ได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ Reebok ตั้งแต่ปีที่เป็น Rookie แล้วมีสินค้ารุ่นพิเศษของตัวเองรุ่น Attaq ออกมาอยู่ต่อเนื่อง ทว่ารองเท้าไลน์พิเศษของเขานั้นเรียกได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย และเป็นเหมือนคำสาปสำหรับนักบอลในตำแหน่งเซ็นเตอร์ เพราะไม่ว่าคุณจะดังระดับซุปเปอร์สตาร์อย่าง Kareem Abdul Jabbar หรือ Patrick Ewings แต่รองเท้าของพวกเขาก็จะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับผู้เล่นตำแหน่ง ฟาวเวิร์ด์ หรือ การ์ด เช่นเดียวกับ Shaq จนกระทั้งเขาย้ายออกจาก La Lakers ในช่วงกลางๆ การเล่นของเขาที่รองเท้าของเขาจะเริ่มมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ตามเป้าที่ Reebok คาดหวังไว้ ซึ่งมีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า Shaq พยายามนำเสนอโปรเจครองเท้าราคาถูกให้กับทาง Reebok ช่วงก่อนที่เขาจะหมดสัญญา แต่แน่นอนว่าสำหรับ Reebok ที่กำลังตีตลาดสร้างแบรนด์ ต้องมาขายรองเท้าราคาถูก ไอเดียนี้จึงถูกปรับตกอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับยอดขายรองเท้าของ Shaq ก็ไม่ได้ดีพอที่จะมีปากมีเสียงมากนั้น ทั้งคู่จึงบอกเลิกสัญญากันไป และ Shaq ก็เป็นนักกีฬาที่ไม่มี Sponsorship ส่วนตัวใดๆ ในระหว่างนั้นเองเขาก็ได้เจอกับผู้บริหารของ ACI International ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาราคาถูกอย่าง la Gear และอีกมากมาย ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันในไอเดียการสร้างรองเท้าราคาถูกเพื่อทุกคน จึงได้สร้างไลน์สินค้าใหม่ที่เรียกว่า Dunkman และมีสัญลักษณ์เป็นภาพของ Shaq กำลัง Two Hand Dunk ขึ้นมา สำหรับดีไซน์แรกๆ ของ Dunkman เรียกว่าได้ถูกคนวิจารณ์อย่างหนักมาก เนื่องจากมีความคล้ายคลึงหรือแทบจะถอดแบบมาจากรองเท้าสุดฮิตอย่าง Air Jordan เลยก็ว่าได้ แต่ Shaq ก็ไม่ได้สนใจคำวิจารณ์เหล่าเพราะเขาบอกว่าของที่มันดีอยู่แล้วจะไปเปลี่ยนมันทำไม อีกทั้งเขารู้ว่าปนิธานของการทำแบรนด์นี้คืออะไร โดยรองเท้าของ Shaq เรียกได้ว่าสวนทุกกฎการตลาดทั้งหลายเลยก็ว่าได้ เนื่องจากราคาสุดถูกเพียง $35 ( 1,050 บาท ) แต่มีดีไซน์สวยเหมือนรองเท้าราคาแพง แถมมี endorser เป็นระดับผู้เล่น All Star ของลีค ( โดยในขณะนั้น Shaq เพิ่งจะคว้าแหวนแชมป์วงที่สามร่วมกับ La Laker ) อีกทั้งเขาเลือกที่จะวางขายมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ไม่ว่าจะเป็นร้านอย่าง Payless, Walmart และหลายที่ เพียงแค่ปีแรกรองเท้า Dunkman ขายมาก 2 ล้านคู่ เรียกว่ามากที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของ NBA แม้ว่าจะราคาถูกแต่เนื่องจากปริมาณที่สูงลิบทำให้ Shaq ได้รับส่วนแบ่งคร่าวๆ ราวๆ $ 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ( 180 ล้านบาท ) เทียบกับค่าจ้างที่เขาได้รับจากทีมในตอนนั้น สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จนี้ทาง Matthew Powell นักวิเคราะห์จาก SportsOneSource ได้อธิบายว่ารองเท้าของ Shaq เป็นรองเท้าที่ราคาถูก เด็กสามารถซื้อใส่ไปเรียนหรือเล่นบาสจนทำให้มันพังได้โดยไม่เสียดาย แถมไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนผู้ปกครอง มันง่ายขนาดที่ว่าหากวันนี้เด็กคนนึงลืมนำรองเท้าบาสไป และเขาอยากลงไปเล่นกับเพื่อน เพียงแค่เขาเดินเข้า Payless ซื้อมันออกมาลงสนามเหมือนกับพวกเราซื้อของออกจากร้านสะดวกซื้อเลยก็ว่าได้ ความสำเร็จของ Dunkman ไม่ได้ประสบความสำเร็จเพียงแค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เพราะว่าในจีนเอง Shaq ก็มีฐานแฟนคลับค่อนข้างมากๆ เนื่องจากเขาเป็นคนที่สนิทสนมกับ Yao Ming เซ็นเตอร์ออลสตาร์ชาวจีน รองเท้าของเขามียอดขายมากกว่า $ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
หลายคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือ ผู้หญิง มักจะมีนิสัยไม่กล้าแสดงความไม่พอใจกับใครอย่างตรงไปตรงมา อาจเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการประทะ หรือ การพูดทำร้ายจิตใจคนอื่น จึงแก้เผ็ด โดยการแสดงพฤติกรรมที่สร้างความอึดอัดใจให้กับเป้าหมายของพวกเขา พฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า Passive Aggressive Behavior ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ส่งผลเสียต่อทั้งการทำงานและทำให้ความสัมพันธ์พังทลายลงได้เลย UNLOCKMEN จึงอยากมาแนะนำวิธีการรับมือกับพฤติกรรมนี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างสันติ พฤติกรรม Passive-Aggressive คือ อะไร Passive-Aggressive Behavior คือ วิธีการแสดงความรู้สึกด้านลบ (เช่น ไม่เห็นด้วย โกรธ หรือ ไม่ชอบ) แบบหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนทีมีปัญหาด้วยโดยตรง แต่จะแสดงออกมาผ่านการกระทำที่ซับซ้อนและเข้าใจได้ยากแทน อย่างเช่น อาการปากไม่ตรงใจ ซึ่งเห็นผลเสียได้ผ่านตัวอย่างในความสัมพันธ์แบบคู่รัก คนที่มีพฤติกรรม Passive-aggressive เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำเรื่องที่ไม่น่าพอใจขึ้นมา พวกเขาจะไม่พูดกับอีกฝ่ายโดยตรง แต่เลือกทำในสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกลำบากใจแทน เช่น ไม่ยอมไปตามนัด ไม่ตั้งใจทำตามคำขอขออีกฝ่าย พูดถึงเรื่องความรู้สึกแย่บ่อย ๆ เปิดเพลงเสียงดังเพื่อรบกวนคนอื่น หรือ งอนไม่ยอมคุยด้วย เป็นต้น พฤติกรรมนี้ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การทำงานร่วมกับคนอื่น
เราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างดูจะเดินทางได้เร็วไปหมด ไม่ว่าจะเป็น การพูดคุย การรับส่งข่าวสาร หรือ การทำงาน ฯลฯ ซึ่งวิถีชีวิตที่เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนนี้ อาจทำให้เรากลัวการใช้ชีวิตแบบ slow life ขึ้นมา ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น กลัวว่าจะตามกระแสไม่ทัน กลัวว่าจะทำงานไม่ทัน เป็นต้น และถ้าความกลัวหนักข้อขึ้น มันจะพัฒนาเป็น Hurry Sickness ได้ ซึ่งอาการนี้กระทบต่อความสุขของเราได้พอสมควร เราเลยอยากมาพูดถึงวิธีการรับมือกับ Hurry Sickness ให้อยู่หมัด Hurry Sickness คือ ภาวะที่เรารู้สึกว่าต้องทำทุกอย่างด้วยความเร่งรีบตลอดเวลา โดยคนที่มีอาการนี้มักจะรู้สึกกดดันหรือตื่นตระหนกเหมือนต้องแข่งขันกับเวลา ส่งผลให้พวกเขาทำทุกเรื่องด้วยความเร่งรีบ ซึ่งสาเหตุที่อาการนี้เกิดขึ้นมา อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าเวลาหนึ่งวันมีน้อยเกินไปสำหรับทำสิ่งต่าง ๆ หรือกลัวว่าถ้าทำอะไรช้าไปแล้ว จะพลาดอะไรบางอย่างไป จึงต้องรีบทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว กล่าวคือ Hurry Sickness เกิดขึ้นจากอาการยอดฮิตอย่าง Fear of Missing Out (FOMO) ได้เหมือนกัน พฤติกรรมที่ชัดเจนในกลุ่มที่เป็น Hurry Sickness คือ
หากถามว่านักบอลคนใดเก่งที่สุด คำถามนี้พวกเราอาจจะต้องเกาหัวไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เพราะตัวชี้วัดนั้นช่างยากเสียเหลือเกินที่จะเอามาเป็นตัวตัดสิน แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนคำถามเป็นว่า คุณคิดว่านักฟุตบอลคนไหนมีสไตล์เท่ที่สุดในโลก ? เราเชื่อว่าทุกคนต้องพร้อมใจยกให้กับชายที่ David Robert Joseph Beckham เพราะแม้แต่คนที่ไม่เคยดูฟุตบอลเลย ก็ต่างรู้ว่าเขาคือหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว แฟชั่น หรือแม้แต่เรื่องราวครอบครัว เรียกได้ว่าอยู่ในสปอร์ตไลท์ตลอดเวลา ซึ่งเราคงไม่สาธยายเล่าความโด่งดังของชายคนนี้อีก เพราะเชื่อว่าทุกคนคงจะเคยทราบประวัติรวมถึงผลงานต่างๆ ของเขาผ่านสื่อหลักต่างๆ มานับไม่ถ้วน แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะขอนำ Evolution Style & Look รวมถึงถอดรหัสสไตล์การแต่งตัวของ David Beckham ที่หลายสำนักยกให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ชายที่เท่ตลอดกาล จนกาลเวลาไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย Academy to Pro Player หากย้อนกลับไปช่วงยุค 90s ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคทอง David Beckham เริ่มต้นพร้อมๆ กับช่วงเวลาที่เขาได้ออกเดทกับ Victoria Beckham ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกัน โดยมีการบอกเล่าว่าช่วงเริ่มแรกคนที่ดูแลเรื่องสไตล์การแต่งตัวให้เขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นภรรยาสุดที่รักที่เป็น Stylist ส่วนตัว คอยจัดสรรเสื้อผ้ามาให้เนื่องจาก David Beckham ก็ไม่ต่างจากนักกีฬาคนอื่นที่เน้นใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ อย่าง Tracksuit กางเกงขา Baggy กับเสื้อยืดง่าย ๆ ทว่า Victoria Beckham มักกำชับให้เขาใส่ใจเรื่องเสื้อผ้า เพราะจะมีปาปารัสซี่คอยจับตาอยู่ตลอดเวลา และจะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าของทั้งคู่จะไปในแนวทางเดียวกัน The Sophisticated Moto Cafe Racer หลังจากที่เขาย้ายไปใช้ชีวิตใน Los Angeles เราก็เริ่มเห็นว่า Beckham ได้อิทธิพลการแต่งตัวที่เอนไปทาง Biker เล็กน้อย
นับเป็นปีแห่งสีสัน, ความหลากหลาย และความเรียบง่าย สำหรับการแจกรางวัล 93rd Academy Awards หรือ Oscars ประจำปี 2021 ท่ามกลางความเงียบเหงาของวงการภาพยนตร์ที่ซบเซาจากวิกฤตไวรัสโคโรนาที่เข้ามาทำให้โปรแกรมใหญ่ ๆ ต้องลี้หนีไป แถมล่าสุดบ้านเราเองที่โดนวิกฤตระลอกใหม่จนทำให้ต้องปิดโรงหนังอีกรอบ แต่ใช่ว่าปีนี้ Oscars ครั้งที่ 93 จะไม่น่าสนใจ ตรงกันข้ามภาพยนตร์สะท้อนสังคมในยุคโควิดกลับเฉิดฉายในงานอย่างสมศักดิ์ศรี และเป็นปีที่นักดูหนังทั้งหลายต่างไม่กังขากับผลรางวัลที่ออกมา เรามาดูกันว่าปีนี้ไฮไลท์สำคัญและสถิติที่สร้างขึ้นประจำปีนี้มีอะไรกันบ้าง เหมือนดังเช่นทุกการแจกรางวัลในทุกเทศกาลที่มีการจำกัดรูปแบบของผู้เข้าชม โดยครั้งนี้รางวัลออสการ์แจกเลทกว่าปกติถึง 2 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้หนังที่ฉายปลายปีได้มีโอกาสเฉิดฉายให้คนดูหนังและคณะกรรมการที่ช่วงเวลาปลายปียังไม่ได้รับวัคซีนทั่วถึงได้รับวัคซีนกัน ซึ่งปีนี้หนังหลายเรื่องก็ตัดสินใจฉายในระบบสตรีมมิ่งที่สามารถรับชมทางบ้านได้พร้อมกับการฉายผ่านโรงหนัง ส่วนพิธีการแจกรางวัลจากปกติที่จะจัดกันอย่างใหญ่โตอลังการ ปีนี้ก็งดยิ่งใหญ่ จำกัดจำนวนคนที่มาร่วมงาน เว้นระยะห่างและจัดกัน 2 ที่ นั่นก็คือ Dolby Theatre และ Union Station ด้วยความที่งานจัดไม่ได้เลิศหรูอลังการเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ปีนี้การแจกรางวัลคือการแจกจริง ๆ ไม่ต้องอิงพิธีรีตรอง การเดินบนพรมแดง หรือแสดงโชว์ให้มากความ หลายคนจึงรู้สึกดีที่การแจกรางวัลแบบ New Normal นี้ได้ให้ความสำคัญกับรางวัลมากกว่าโชว์ที่ไม่จำเป็น เราจึงได้เห็นผู้รับรางวัลที่มาในชุดทะมัดทะแมงมากกว่าจะมาแบบหรูอลังการเหมือนในปีก่อน ๆ อาทิ Chloe
ปัญหาหนึ่งที่พนักงานประจำในองค์กรหรือธุรกิจ มักเจอกัน คือ “การถูกกลั่นแกล้ง” จากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า ซึ่งจอมกลั่นแกล้งเหล่านี้ มักมีลักษณะร่วมกัน คือ มีความสามารถในการประจบคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเก่ง และการกลั่นแกล้งลูกน้องเป็นเหมือนการโชว์พาวอย่างหนึ่ง พฤติกรรมสุดนี้มีชื่อเรียกว่า “Kiss Up Kick Down” โดย Kiss Up หมายถึง การเอาอกเอาใจคนที่อยู่เหนือกว่า ส่วน Kick Down หมายถึง การเตะหรือทำร้ายคนที่อยู่ต่ำกว่า Kiss Up Kick Down เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ทำงาน ตัวคนทำ รวมถึง ลูกน้องที่เป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้น จะเป็นเรื่องดี ถ้าคนทำงานรู้จักพฤติกรรมนี้ และสามารถรับมือกับได้อย่างมีประสิทธิภาพ นิยามดั่งเดิมของ Kiss Up Kick Down คือ สถานการณ์ที่พนักงานระดับกลางในบริษัทหรือองค์กร แสดงความสุภาพ หรือ เลียแข้งเลียขา คนที่มีตำแหน่งสูงกว่า เช่น ผู้บริหาร หรือ CEO แต่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม


