หลายคนที่อยู่ในวงการเกมคอมพิวเตอร์ คงรู้จัก Razer บริษัทผลิต Gaming Gear เจ้าแรก ๆ ของโลกกันดีอยู่แล้ว ทางบริษัทได้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีดีไซน์และฟังก์ชันถูกใจชาวเกมมาโดยตลอด และล่าสุดพวกเขาก็ออกของที่น่าสนใจให้เราเห็นอีกแล้ว โดยของชิ้นใหม่นี้เป็นคีย์บอร์ดคอมชื่อว่า Huntsman V2 Analog ซึ่งมาพร้อมกับความพิเศษถูกใจชาวคอนโซลเลย คือ ฟังก์ชันปุ่มที่ทำให้การใช้งานคีย์บอร์ดตัวนี้คล้ายกับการใช้จอยสติกมากทีเดียว เดี๋ยวจะพาทุกคนไปดูต่อว่า เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้มีความเจ๋งอย่างไร ที่ผ่านมาทาง Razer ได้ออกคีย์บอร์ด Huntsman มาหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Razer Huntsman Razer Huntsman Elite หรือ Razer Huntsman Mini มาจนถึง Razer Huntsman V2 Analog ซึ่งมีดีไซน์ที่ไม่ต่างจาก Huntsman รุ่นที่ผ่านมานัก แต่ในด้านฟังก์ชันปุ่มถือว่าเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร Huntsman V2 Analog จะมาพร้อมกับสวิตช์แสงอินฟาเรด หรือ optical switch ซึ่งรองรับ analog input ด้วย
หลายคนเชื่อว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ต้องทุมเทพลังงานและเวลา บางคนที่อยากมีอายุยืนนานจึงตัดสินใจเข้ายิมหรือฟิตเนสเป็นประจำ ส่วนคนที่ไม่มีเวลาก็อาจจะไม่ออกกำลังกายไปเลย เพราะคิดว่าถ้าทำได้เพียงนิดเดียวคงไม่มีประโยชน์อะไร แต่ในความเป็นจริง ถ้าเราอยากมีสุขภาพดี เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไห้กับการออกกำลังกายมากก็ได้ เพราะงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างการทำกิจกรรมที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น ลุกขึ้นมาเดินระหว่างการนั่งทำงาน แม้จะทำเป็นเวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาที ก็ส่งผลดีต่อสุขภาพของเราได้ จึงเกิดเป็นแนวคิดการออกกำลังกายแบบใหม่ที่ชื่อว่า Exercise Snacking ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมให้คนมาออกกำลังกายกันมากขึ้น WHAT IS EXERCISE SNACKING? Exercise Snacking จะเปรียบการออกกำลังกายเป็นเหมือนกับขนม คือ เป็นสิ่งที่ใช้เวลากับมันไม่นาน และเราสามารถสนุกกับมันได้ทุกที่ทุกเวลา การออกกำลังกายประเภทนี้จึงไม่ใช่การออกกำลังกายแบบหนักและใช้เวลานานอย่างการวิ่งรอบสนามฟุตบอล 1 ชั่วโมง แต่เป็นการออกกำลังกายที่เราสามารถทำมันเสร็จได้ในเวลาสั้น ๆ และสามารถทำในระหว่างที่ทำกิจกรรมอื่น ๆ อยู่ด้วยได้ เช่น ลุกขึ้นเดิน 2 นาที ในระหว่างนั่งทำงานอยู่ เป็นต้น การออกกำลังกายประเภทนี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยแล้วว่าส่งผลดีต่อสุขภาพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยให้เรามีความฟิตทางแอโรบิกมากขึ้น อายุยืนยาวมากขึ้น รวมถึง ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการนั่งนาน ๆ เป็นประจำอย่างเบาหวาน หรือ โรคอ้วน งานวิจัยชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัยบาธ
ในศตวรรษที่ 16 มีอาวุธล้ำสมัยที่ถูกสร้างเพื่อทำลายกองทัพศัตรูจากระยะไกล มีบทบาทสำคัญในปกป้องเกาหลีจากการถูกรุกรานจากชาติมหาอำนาจ โดยอาวุธชนิดดังกล่าวคือเครื่องยิงธนูที่มีชื่อว่า ฮวาชา (Hwacha) สำหรับชาว UNLOCKMEN สายเล่นเกมต้องเคยเห็นเจ้าอาวุธชนิดนี้ผ่านตามาอย่างแน่นอน เพราะมันได้ปรากฏตัวในฐานะอาวุธสุดโหดจากเกมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Ghost of Tsushima, Age of Empires II ,Civilization ,Black Desert ,TABS และเกมอื่นๆ อีกมากมาย ฮวาชาเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงศตวรรษที่ 16 เพราะมีบทบาทสำคัญในการปกป้องอาณาจักรโชซ็อนจากการรุกรานของญี่ปุ่น แต่ในความเป็นจริงนั้น ฮวาชาถูกใช้งานครั้งแรกย้อนกลับไป 200 ปีก่อนในช่วงศตวรรษที่ 14 สมัยที่แผ่นดินเกาหลีถูกปกครองโดยราชวงศ์โครยอ ในยุคสมัยนั้น จีนคือชาติมหาอำนาจทางการทหาร และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดินปืน ถึงแม้โครยอจะเป็นพันธมิตรกับจีน แต่ทางจีนไม่ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องดินปืนให้โครยอ เนื่องจากเป็นความลับขั้นสุดยอดทางการทหารที่ช่วยให้จีนได้เปรียบโครยอ โชมูซอน (Choe Museon) นักประดิษฐ์ และนักวิทยาศาสตร์เอกของโครยอในสมัยนั้น พยายามทดลองผลิตดินปืนขึ้นมาใช้งานเอง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง จนเกือบล้มเลิกความพยายาม แต่ได้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อเขาบังเอิญได้ยินชื่อเสียงของพ่อค้าชาวจีนคนหนึ่งที่มีความรู้เรื่องดินปืน เขาจึงทำการผูกมิตรกับพ่อค้าคนนั้น และทำการติดสินบนเพื่อให้ลักลอบนำสูตรลับสำหรับผลิตดินปืน และตัวอย่างดินปืนออกมาจากจีน โครงการวิจัยอาวุธดินปืนของโชมูซอนจึงได้เริ่มขึ้นอีกครั้งระหว่างปี ค.ศ.1374 –
ผู้ชายบางคนอาจรู้สึกอับอาย หรือ กล้า ๆ กลัว ๆ เวลาต้องโชว์เรือนร่างของตัวเองต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะคนแปลกหน้า เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองหุ่นไม่ดี หรือ มีรอยตำหนิตามร่างกายที่ทำให้มันดูไม่สวยงาม แต่รู้ไหมว่า การแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นอาจช่วยให้เรารู้สึกดีกับร่างกายตัวเองมากขึ้น งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร The Journal of Sex Research (2020) นักวิจัยได้พยายามศึกษาว่า การมีประสบการณ์โป๊เปลือยร่วมกับคนอื่นจะช่วยให้เรารู้สึกดีกับรูปร่างของตัวเองมากขึ้นหรือไม่ โดย คีออน เวส (Keon West) รองศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจาก Goldsmiths-University of London และผู้ทำงานวิจัยชิ้นนี้ ได้ค้นหาอาสาสมัครผู้ชาย 27 คน และผู้หญิง 24 คนทั่วเมืองลอนดอน ผ่านโฆษณาออนไลน์ซึ่งมีการเตือนก่อนแล้วว่า “ผู้เข้าร่วมบางคนอาจต้องร่วมกิจกรรมโป๊เปลือยแบบปลอดภัย (safe, non-sexual nude activity)” ผู้เข้าร่วมการทดลองจะมาพบกันที่บาร์แห่งหนึ่ง ที่มีห้องแยกกัน 2 ห้อง และถูกแบ่งแบบสุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม ซึ่งคนกลุ่มนี้จะถูกบอกว่าให้เอนจอยกับคนอื่นเท่านั้น
ทุกวันนี้เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่งศิลปินที่อยู่ในครรภ์มารดาก็สามารถทำอัลบั้มได้แล้ว ทุกท่านอาจจะงงว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ลูกในท้องที่ยังไม่คลอดเนี่ยนะ จะเป็นไปได้อย่างไร แต่มันก็เป็นไปแล้วจริงๆ เมื่อ Luca Yupanqui ผลิตผลอันแสนภาคภูมิใจของแม่นักดนตรีอย่าง Elizabeth Hart มือเบสวง Psychic Ills และ พ่อ Lee “ Scratch” Perry ได้ทำงานร่วมกันกับซาวด์เอนจิเนียริง Iván Diaz Mathe ได้สร้างบทเพลงที่บันทึกความเคลื่อนไหวผ่านอุปกรณ์ที่ชื่อ Biosonic MIDI ที่ติดอยู่ตรงท้องของ Elizabeth และแปลการเคลื่อนไหวของลูกเธอให้กลายเป็นเสียง ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้มีทั้งเสียงหัวใจ การขยับตัว และถอดเป็นเสียงซินธิไซเซอร์ซึ่งเกิดจากกระบวนการทำสมาธิของเธอเป็นเวลา 5 ชั่วโมงนั่นเอง และบทเพลงที่เปรียบเสมือนสัญญาณชีวิตของเด็กน้อยที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกนี้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นงาน Ambient อันน่าทึ่งที่คุณจะได้รับฟังมิติของเสียงในรูปแบบใหม่โดยทั้งพ่อและแม่ต่างคารพในการเคลื่อนไหวของลูกน้อย Luca Yupanqui พวกเขาทำหน้าที่เพียงผสมเสียงเท่านั้นไม่ได้ดัดแปลงเพิ่มเติมใดๆ มันจึงกลายเป็นบทเพลงแห่งความบริสุทธิ์ที่สร้างขึ้นจากเด็กน้อยจริงๆ อัลบั้ม Sounds of the Unborn จะได้รับการจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ศิลปินตัวน้อยอย่าง
รู้ไหมว่ามันมีเส้นบาง ๆ ระหว่าง ‘แก้ปัญหา’ กับ ‘กังวล’ หลายคนมักสับสนและมองว่าสองสิ่งนี้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง และทำให้เราคลี่คลายปัญหาได้ต่างกันด้วย UNLOCKMEN เลยอยากมาอธิบายว่า การแก้ปัญหา กับ การกังวล มันต่างกันอย่างไร ? WHAT IS PROBLEM SOLVING ? เวลาเราเผชิญหน้ากับปัญหา แต่ละคนอาจมีวิธีแก้ปัญหาแตกต่างกัน บางคนใช้ ‘ทักษะในการแก้ปัญหา’ (problem solving skills) ในการแก้ปัญหาจริง ๆ แต่หลายคนก็มักใช้ ’ความกังวล’ ในการแก้ปัญหา อาจเป็นเพราะเข้าใจว่า ‘กังวล’ กับ ‘แก้ปัญหา’ เป็นสิ่งเดียวกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ สองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กังวล (worrying) คือ การคิดเพื่อแก้ปัญหาเหมือนกับ problem-solving แต่ต่างกันตรงที่ว่า มันจะโฟกัสกับเรื่องร้าย ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเดียว โดยไม่ดูเรื่องดี ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเลย เมื่อเราเกิดความกังวล
เรียกได้ว่ากระแสรถซิ่งยุค 90 นั้นกำลังมาแรงสุด ๆ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเรา แต่ต้องบอกว่ามันบูมไปทั่วโลก เห็นได้ชัดจากราคาที่หลายคนจะต้องร้องโอ้โห เพราะในรถบางคันบางรุ่นที่เป็นตำนานจริง ๆ นั้น ราคามันกระโดดขึ้นไปอยู่สูงกว่า Supercar มือ 1 รุ่นใหม่ ๆ ซะอีก แน่นอนว่า ด้วยราคา และเสน่ห์ของมันทำให้ทั้งนักสะสมรถ และนักลงทุนตาลุกวาว และในบทความนี้เราจะมาพูดถึงของสะสมของคนรักรถ ที่น้อยคนนักจะไปได้สุดทางแบบนี้ กับนักสะสม JDM Car หรือ JAPAN DOMESTIC MARKET ที่จะมานั่งคุยกัน รับรองว่าจะต้องถูกใจนักซิ่งยุค 90 อย่างแน่นอน เพราะนอกจากเราจะพาทุกคนไปดูรถซิ่ง JDM ยุค 90 ที่มีอยู่หลายคันแล้ว เราจะพูดเจาะลึกถึงรถอีกคันที่ถูกยกขึ้นหิ้งให้เป็นตำนาน และเป็น 1ใน 4 ราชา แห่งวงการรถ JDM 90 ซึ่งจะเป็นคันอื่นไปไม่ได้ นอกจาก ‘Honda NSX’ กับ ‘คุณล้าน ศักดิ์ชาย เกรียงสมุทร’
หลายคนคงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า ถ้าเราอยากจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น เราต้องใช้เวลาร่วมกับเขานาน ๆ จนเกิดความสนิทสนม แต่ในความเป็นจริงประโยคนี้อาจจะผิดก็ได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ยิ่งเราใกล้ชิดสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ เราอาจจะยิ่งเข้าใจและรับฟังกันน้อยลง ปรากฎการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า ‘closeness communication bias’ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นพอสมควร CLOSENESS COMMUNICATION BIAS เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ถ้าเราถามว่า “ทำไมเราถึงรับฟังกันน้อยลงเมื่อเราสนิทกันแล้ว ?” คำตอบ คือ เมื่อเรารู้จักใครสักคนเป็นอย่างดี จนเรียกได้ว่าสนิทกัน เรามักจะไม่พยายามปรับตัวเข้าหาอีกฝ่ายเหมือนกับตอนแรก ๆ ที่รู้จักกันอีกแล้ว เพราะเราคิดว่าตัวเองจำอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับคน ๆ นั้นได้แล้ว เช่น รู้ว่าเขาจะพูดอะไร หรือ คิดอะไร เราเลยใช้ความเคยชินตอบโต้มากกว่าจะตั้งใจฟังพวกเขาจริง ๆ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่า คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา ในแต่ละวันเราเจอกับอะไรมากมาย ซึ่งบางอย่างก็อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาลเลยก็มี ดังนั้น การใช้ความเคยชินรรับมือกับฝ่ายตรงข้ามจึงอาจนำมาซึ่งปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ความเข้าใจผิด การทะเลาะเบาะแว้ง จนอาจต้องเลิกกันในท้ายที่สุด งานวิจัยชิ้นหนึ่งชื่อว่า “The
เมื่อเราเจอกับเรื่องที่น่าผิดหวังบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทำงานพลาด โดนแฟนทิ้ง หรือ ไม่ได้รับในสิ่งที่หวังไว้ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เรามักคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า และไม่สมควรได้รับความรักจากใครแม้แต้ตัวเอง พอนาน ๆ เข้า เราก็อาจจะดาวน์ และนำไปสู่ปัญหาด้านการใช้ชีวิตในที่สุด การรักตัวเอง หรือ self-love จะเป็นสกิลสำคัญในเวลาที่เจอเรื่องแบบนี้ มันจะช่วยให้เรารอดพ้นจากเรื่องแย่ ๆ ได้ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดังเดิม ทำไม self-love ถึงเป็นสกิลเอาตัวรอด ? หลายคนคงได้ยินคำว่า ‘รักตัวเอง’ บ่อยแล้วจากคนรอบข้าง แต่พอจะหันมารักตัวเองจริง ๆ อาจเริ่มรู้สึกสับสน เพราะคำนี้มีความหมายค่อนข้างกว้าง เราเลยอยากอธิบายบริบทของการ ‘รักตัวเอง’ ที่กำลังจะกล่าวถึงว่ามันคืออะไรกันแน่ self-love คือ การรักตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น คนที่รักตัวเองจะเข้าใจว่าตัวเองอยากทำอะไร และเข้าใจด้วยว่าความคิดและอารมณ์ส่งผลต่อตัวเองอย่างไร เมื่อเรารักตัวเอง เราจะมองเห็นคุณค่าของตัวเองอยู่เสมอ แม้เราจะเจอกับเรื่องที่ทำให้เราโกรธ เกลียด หรือ ผิดหวังในตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม เราก็จะไม่ดาวน์ และสามารถรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี คนที่รักตัวเองมักทำเรื่องเหล่านี้ ได้แก่ พูดสิ่งดี
หลังจากมีการพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์สำหรับกระแส Anti fast fashion ที่กำลังตื่นตัวไปทั่วโลก เมื่อธุรกิจแฟชั่นบนโลกทุนนิยมได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ร้ายตัวสำคัญที่สร้างมลพิษให้กับโลกของเราอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่เรียกว่า fast fashion ที่เล่นกับความเบื่อง่าย หน่ายเร็ว การผลิตสินค้าออกมาจำนวนมาก เน้นความรวดเร็ว กดต้นทุนให้ต่ำ และใช้วัสดุคุณภาพต่ำ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง แต่ทว่าการเร่งกระบวนการผลิตที่เน้นปริมาณมากแบบนั้น กลับนำมาซึ่งการทำลายสิ่งแวดล้อมมากมายไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียออกสู่น้ำทะเล หรือการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถนำไปแปรรูปหรือขายต่อได้ และเกิดเป็นขยะตามมา แม้ว่ากระแสบริโภคนิยมในยุค fast fashion จะมีมากมายเพียงใด แต่ในสังคมตะวันตก เริ่มมีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง มีหลักแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกจัดสรรเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับยุคโลกาภิวัตน์ โดยมีหลักแนวคิดหนึ่งจากหนังสือ The Minimalist Fashion Challenge That Proves Less Really is So Much More ของ Courtney Carver ที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจกับทุกคนให้หันมาใช้วิธี minimalism เพื่อเลือกเฉพาะเสื้อผ้าที่เราจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งได้รับความนิยมและมีการส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ออกไปจำนวนมาก จนเกิดเป็นแคมเปญ Project 333


