ครบรอบ 1 ปี หลังการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาของอดีตยอดนักบาสเก็ตบอลระดับตำนาน Kobe Bryant จากทีม La Laker ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2020 พร้อมลูกสาวและผู้ร่วมเดินทางอีก 9 ชีวิต ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ต่อวงการกีฬาของโลก เพราะ Kobe Bryant เปรียบดังซุปเปอร์สตาร์หรือไอดอลลำดับต้น ๆ เทียบเท่ากับ Michael Jordan ของวงการบาสเก็ตบอล ถึงขั้นมีการถกเถียงระหว่างแฟน ๆ ว่าใครเจ๋งกว่ากัน หรือแม้แต่นักกีฬาในสาขาอื่น ๆ ต่างออกมาคารวะในความสามารถทางด้านกีฬาอันเป็นเลิศของเขา source นอกเหนือจากเรื่องผลงานบนคอร์ทไม้ที่ สวยงาม ดุดัน รวดเร็ว และทรงพลังดั่ง Black Mamba อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญตลอดการเล่นอาชีพของ Kobe Bryant คงจะหนีไม่พ้นรองเท้า Signature Shoes ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาที่มีรองเท้าของตัวเองมากกว่า 10 รุ่น และ colorway อีกนับไม่ถ้วน ที่ต่างโดนใจทั้งนักสะสมรองเท้าหรือแม้แต่นักบาสด้วยกันต้องมีเก็บสะสมอยู่ในคลัง วันนี้ทางเราเลยขอนำทุกท่านมาไล่ไทม์ไลน์อดีตรองเท้ารุ่นต่าง
หลายคนคงคิดว่า เมื่อเราเป็นเจ้าของชีวิต เราก็น่าจะควบคุมการตัดสินใจของตัวเองได้เสมอ แต่ในความเป็นจริง มนุษย์มีระบบการตอบสนองแบบอัตโนมัติอยู่ หรือที่เรียกกันว่าโหมด autopilot เมื่ออยู่ในโหมดนี้เราจะตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ โดยใช้ความเคยชิน และคิดน้อยลง การใช้โหมดนี้อาจจะดีเมื่อเราทำเรื่องที่เป็นรูทีน เช่น การขับรถ หรือ กินข้าว เพราะช่วยประหยัดพลังงานสมอง แต่เมื่อเจอกับเรื่องที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การแต่งงาน การแก้ปัญหาในที่ทำงาน โหมดนี้อาจส่งผลให้เราตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นได้แย่ลงได้ เราเลยอยากมาแนะนำวิธีการออกจากโหมด autopilot เพื่อให้เราสามารถควบคุมชีวิตตัวเอง และตัดสินใจเรื่องยาก ๆ ได้ดีขึ้น โหมด AUTOPILOT ทำงานยังไง ? ว่ากันว่า โหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือ autopilot ของเราเกี่ยวข้องกับโครงข่ายของสมองที่เรียกว่า Default Brain Network (DMN) ซึ่งจะทำงานในเวลาที่เราไม่โฟกัสกับโลกภายนอก หรือ กำลังใจลอยอยู่ โดยโครงข่ายนี้จะเกี่ยวข้องกับสมอง 3 ส่วน ได้แก่ Posterior cingulate cortex (PCC) และ precuneus ที่อยู่ในสมองกลีบข้าง
หากเอ่ยถึงนักวาดการ์ตูนที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ เชื่อได้เลยว่าชื่อของ อิโนอุเอะ ทาเกฮิโกะ (Inoue Takehiko) จะต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอน แม้เขาจะคิดว่าตัวเองไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็นศิลปินได้ แต่ผลงานทั้งหมดได้การันตีแล้วว่าทาเกฮิโกะคือหนึ่งในตำนานนักวาดการ์ตูนที่ขึ้นหิ้งไปเสียแล้ว แม้เขาจะกลายเป็นหนึ่งในปรมาจารย์ แต่ชายคนนี้ก็ต้องประสบปัญหากับตัวเองที่ต้องทบทวนว่าเขาจะสามารถก้าวเดินต่อในเส้นทางนี้ได้หรือไม่ อิโนอุเอะ ทาเกฮิโกะ เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 1967 เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองชอบวาดรูป พอได้เรียนวาดรูปจริง ๆ จัง ๆ ทาเกฮิโกะกลับเคยคิดว่าแม้จะชอบวาดรูป แต่เขาอาจไปไม่ถึงขั้นศิลปิน จึงจำต้องเบนสายมาเรียนวรรณกรรมในมหาวิทยาลัยคุมาโมโตะ แม้เขาจะมองว่าตัวเองไปไม่ถึงฝัน แต่เวลาว่างก็ยังไม่ละทิ้งสิ่งที่ชอบ ซ้ำยังจับความชอบส่วนตัวมาคู่กับสิ่งที่การเรียนวรรณกรรมสอนแก่เขา ทาเกฮิโกะจึงวาดการ์ตูนส่งประกวดอยู่บ่อย ๆ และเคยอยู่ในทีมผู้ช่วยของอาจารย์โฮโจ สึคาสะ (Hojo Tsukasa) นักวาดการ์ตูนเรื่อง City Hunter ที่ทำให้เขาได้เห็นการทำงานของนักวาดการ์ตูนแบบใกล้ชิดนานเกือบหนึ่งปี การ์ตูนที่เขาซ้อมมือบ่อย ๆ เรื่อง Kaede Purple สามารถคว้ารางวัลที่จะมอบให้กับศิลปินหน้าใหม่ Tezuka Prize ไปได้เมื่อปี 1988 ถ้าจะให้พูดถึงผลงานที่ทำให้คนส่วนมากรู้จักชื่อเสียงของเขาคงหนีไม่พ้นมังงะเกี่ยวกับทีมบาสเกตบอล Slam Dunk ในปี 1990
หลายขวบปีที่ผ่านมากระแสแฟชั่นทั้งฝั่งเกาหลี หรือแม้แต่จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นมุดหมายสำคัญของวงการแฟชั่นโลกอย่างน่าเหลือเชื่อ และแม้ว่ากระแสแฟชั่นของทั้งสองประเทศนั้นจะร้อนแรงเพียงใด คงไม่มีใครกล้าปฎิเสธได้ว่าเจ้าแห่งแฟชั่นแห่งโลกตะวันออก และยังคงเป็นจุดกำหนดทิศทางของโลกแฟชั่นต้องมาจาก ญี่ปุ่น เท่านั้น ประเทศที่ส่งออกวัฒนธรรมแฟชั่น หรือเหล่าดีไซน์เนอร์น้อยใหญ่ที่ต่างประสบความสำเร็จในเวทีระดับสากล อาทิ Yoji Yamamoto , Rei Kawakubo , Hiroshi Fujiwara , Nigo เป็นต้น อย่างไรก็ดีแม้จะมีแบรนด์แจ้งเกิดมากมายประดับวงการแฟชั่นแล้วก็ตาม พวกเขาก็ยังเปิดกว้างให้กับดีไซน์เนอร์คลื่นลูกใหม่ ที่ทยอยสร้างชื่อกันขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN จะขอมาแนะนำแบรนด์ #FR2 (Fxxking Rabbits) ที่น่าจะถูกจริตผู้อ่านหลาย ๆ คนที่มีคาแรกเตอร์เป็นหนุ่ม ซุกซน ขี้เล่น เพลย์บอย ชอบอะไรกวน ๆ เสียดสีสังคม สำหรับแบรนด์ #FR2 นั้นเข้ามาทำตลาดในบ้านเราสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งวางขายใน Carnival ร้านสตรีทมัลติสโตร์เมื่อหลายปีก่อนที่จะขยับขยายไปวางยังร้านอื่น ๆ ในห้างดีพารท์เมนสโตร์ตามลำดับ ก่อนอื่นเลยเราขอพาไปรู้กับแบรนด์ #FR2 (Fxxking Rabbits) ก่อนสักเล็กน้อย แบรนด์นี้ก่อตั้งโดย Ryo Ishigawa
ช่วงนี้เราเห็นหลายคนบ่นว่า เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เดือนมกราคมยาวนานเหมือนใช้ชีวิตมาได้ครึ่งปีแล้ว บางคนดูจะซัฟเฟอร์กับเรื่องนี้กันด้วย บทความนี้ เราอยากจะมาแนะนำวิธีการที่จะช่วยให้เวลาชีวิตของเราเร็วขึ้น เพื่อให้ทุกคนไม่ต้องเป็นทุกข์กับเวลาที่ยาวนานอีกต่อไป !! ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า ? หลายคนคงสงสัยว่าทำไมบางครั้งถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า บางครั้งถึงรู้สึกเวลาผ่านไปเร็ว บางคนอาจเดาว่าน่าจะเป็นเพราะปัจจัยภายนอก เช่น เวลาในการทำงานที่ยาวนาน จำนวนงานที่เยอะ หรือ ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม แต่ในความเป็นจริงแล้ว งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า มันอาจเป็นเรื่องของปัจจัยภายในมากกว่าที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้เวลาของเรา โดยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เรารับรู้ความเร็วและความช้าของเวลาต่างกันออกไป ได้แก่ นิสัยของแต่ละคน – เราอาจรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามาก ถ้าเราเป็นคนประเภทที่ไม่มีความอดทน หุนหันพลันแล่น และโกรธเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการทันที งานวิจัยของ ดร.มาร์ค วิตแมน (Dr.Marc Wittmann) นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน ได้บังคับให้ผู้เข้าร่วมการทดลองนั่งในห้องโดยที่ไม่ทำอะไรเป็นเวลา 7 นาทีครึ่ง และพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองแต่ละคนจะรู้สึกเวลาผ่านไปไม่เท่ากัน บางคนบอกว่าเวลาผ่านไปแค่ 2 นาทีครึ่ง ในขณะที่ คนที่หุนหันพลันแล่นมากที่สุดจะรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไป 20 นาที สมอง – เวลาเราไม่มีอะไรทำ เกิดอาการเบื่อ และอยู่กับตัวเองมาก ๆ เราอาจรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามากขึ้น โดยการทดลองหนึ่งที่ทำโดย ดร.วิตแมน
คุณชอบดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ไหม? แล้วถ้าชอบ คุณดูหนังฮีโร่ฝั่งมาร์เวลหรือดีซี? หรือคุณไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ชื่นชอบที่จะเห็นค่ายสร้างหนังฮีโร่แห่งยุคแข่งขันกัน เพราะผู้ชมอย่างเราก็จะได้กำไรแบบสองต่อ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวงการฮอลลีวูดหลายยุคหลายสมัย ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนเรามีซูเปอร์แมนหลายภาค มีวันเดอร์วูแมนฉบับคนแสดงที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก แต่ทิศทางของความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในแต่ละช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป อาจเพราะค่านิยมตามสมัย รวมถึงวิสัยทัศน์ของผู้กุมบังเหียนค่าย NIHON STORIES สัปดาห์นี้จะพาผู้อ่านไปพบกับหัวหอกคนสำคัญแห่งยุคของบริษัทสร้างภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ วอร์เนอร์บราเธอส์ (Warner Bros.) หรือในนามอักษรย่อว่า WB อย่าง วอลเตอร์ ฮามะดะ (Walter Hamada) ที่ขึ้นกุมบังเหียนค่าย DC ที่อยู่ในสังกัด WB ในช่วงเวลาแสนสำคัญที่ทำให้ค่ายหนังกวาดคำชมจากกลุ่มนักดูหนังไปได้อีกครั้ง ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ฮามาดะจะเป็นผู้ควบคุมโปรเจกต์ภาพยนตร์หนังผี New Line Cinema ในปี 2007 ค่ายหนังในเครือ WB และมีส่วนร่วมกับการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญขึ้นหิ้งหลายเรื่องทั้ง The Conjuring ที่ทำร่วมกับ เจมส์ วาน (James Wan) หรือ IT, The Gallows และ Annabelle เขาเป็นผู้บริหารและหุ้นส่วนบริษัท H2F
ไม่เพียงโลกที่เกิดปรากฏการณ์มากมายในแต่ละวัน ผู้คนต่างก็ไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ต้องยอมรับว่า Digital Marketing Skill นับเป็นอีกหนึ่งทักษะยอดนิยมที่ผู้คนให้ความสนใจในยุคนี้ เพราะกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ที่สำคัญ ยังเป็นสายงานที่อาศัยการลงมือทำจริงและอัปเดตความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เรียกได้ว่าไม่มีหลักสูตรหรือทฤษฎีตายตัวตราบใดที่อัลกอริธึ่มยังพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ Source: Theverge ไม่ว่าคุณจะเป็น first jobber จบใหม่ไฟแรงที่อยากหาความท้าทายในชีวิตการทำงาน หรือกำลังวางแผนเปลี่ยนสายมาทำเกี่ยวกับ Digital Marketing ต่างก็ต้องศึกษากระแสใหม่ ๆ ทั้งในแวดวงธุรกิจที่สนใจและทักษะ Digital เฉพาะทางควบคู่กันไปด้วย นอกจากลงคอร์สเรียนแล้ว การอ่านเกร็ดความรู้หรือติดตามข่าวสารก็จำเป็นเช่นกัน บทความได้รวบรวมบล็อกและเว็บไซต์ Digital Marketing ตามสายงานมาไว้ให้ เอาไว้กด follow หรือ subscribe กัน มาดูกันว่าจะมีเว็บไซต์ไหนที่ตรงกับสายงานในอนาคตของเรากันบ้าง Digital Marketing Skill สายการจัดการ/สายวางแผน Source: 108Novel จริง ๆ แล้ว สายงาน Digital Marketing ที่ต้องใช้ทักษะด้านการจัดการและวางแผนมักเป็นอาชีพที่ต้องทำหน้าที่ติดต่อพบปะกับลูกค้าภายนอกองค์กรและประสานงานกับทีมภายใน
26 ปีก่อน หากใครมาบอกว่า จะมีไอ้หน้าจ๋อง ๆ ที่เป็นมือกลองและพูดไม่เยอะ จะยืนอยู่หน้าเวทีแล้วเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นกีตาร์และร้องนำ หลายคนคงขำและคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดนอกจากเขาจะทำได้แล้ว ชายคนนั้นยังชี้ชะตาวงการดนตรีร็อครุ่นใหม่ และกลายร่างเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางดนตรีในกาลต่อมาอีกด้วย แม้ Nirvana จะแลกคำว่าตำนานกับเลือกจะปลิดชีพลมหายใจของ Kurt Cobain แต่ Dave Grohl กลับเลือกที่จะสร้างตำนานบทใหม่ด้วยความบ้า และบทเพลงทรงพลังด้วยตัวเขาเองด้วยวง Foo Fighters ที่เปรียบได้ดั่งจานผีลึกลับที่มาสร้างความปั่นป่วนให้วงการ Alternative Rock “แม่งเหมือนผมกำลังทำโปรเจกต์ และออกไปรายงานหน้าชั้น แม่งโคตรตื่นเต้นและกดดันสัส ๆ ” Foo Fighters [1995] หลังจาก Icon แห่งยุคสมัยอย่าง Kurt Cobain ได้จากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับและนำพา Nirvana สู่นิพพานทางดนตรีจริง ๆ ไม่แปลกใจที่สมาชิกที่เหลือทั้ง 2 อย่าง Krist Novoselic และ Dave Grohl จะสับสนในการจัดการชีวิตต่ออย่างไร จน Dave
เมื่อว่าด้วยเรื่องการขาย แน่นอนว่าเราต่างหนีไม่พ้นที่ต้องขาย…ในแต่ละวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะขายของสำหรับอาชีพพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ (ซึ่งน่าจะเห็นชัดเจนที่สุดเมื่อพูดถึงเรื่องการขาย) ขายไอเดียเมื่อถูกกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ขายงานให้ผ่านการอนุมัติเมื่อต้องพิชชิ่งกับคู่แข่งข้างนอกมากมาย หรือแม้แต่ขายความเก่งของตัวเองในกรณีที่ต้องการรับเลือกให้เป็นแคนดิเดตในการสมัครงานตำแหน่งที่ใช่ บทความนี้จึงอยากลองชวนคุณมาสวมบทบาท “นักขาย…” โดยลองนำเทคนิคที่ถอดมาจากแนวคิดการทำงานของเหล่าศิลปินที่สร้างผลงานให้คนรักทั่วโลก มาดูกันว่า กว่าพวกเขาจะก้าวขึ้นมาอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์ได้นั้น พวกเขายึดหลักการอะไรในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงที่ “ขาย” ให้คนฟังทั่วโลกยอมรับในฝีมือจนได้ Eminem จริงจังและจริงใจในสิ่งที่ทำ ตำนานแร็ปเปอร์ระดับโลกอย่าง Eminem ผู้ที่ไม่ยอมเรียกตัวเองว่า King of Rap แต่เลือกจะขนานนามตัวเองว่าเป็น Rap God เหมือนเพลงที่เขาแต่ง แน่นอนว่าผู้คนต่างไม่ปฏิเสธ เพราะนอกจากจะสร้างสถิติแรปได้เร็วที่สุด โดยแรป 330 พยางค์ ภายใน 31 วินาที จากเพลง Godzilla แล้วนั้น เขายังสร้างผลงานเพลงมากมายจนเป็นที่ยอมรับอีกด้วย Source: Ft หากจะบอกว่าสารตั้งต้นการสร้างผลงานให้คนรักเกิดจาก “ความรัก” ก็ไม่ผิดนัก เพราะเขาค้นพบว่าตัวเองหลงใหลการเรียงร้อยถ้อยคำภาษาอังกฤษและดนตรีฮิปฮอปตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาสานต่อความรักและความฝันที่จะทำเพลงฮิปฮอปจนโด่งดังขึ้นมาได้นั้นล้วนใช้ความพยายามและตั้งใจมากท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงเริ่มต้น อันเกิดจากอคติสีผิว เพราะฮิปฮอปเป็นวัฒนธรรมของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน จึงไม่แปลกที่คนมักค่อนแคะว่าคนผิวขาวอย่างเขาจะทำมันได้จริงหรือ ถึงอย่างนั้น Eminem ก็ทลายทุกกำแพงอคติที่ว่าลงได้เมื่อเขาได้แสดงให้เห็นศักยภาพด้านดนตรีจนได้เดบิวต์อัลบั้มแรกออกมา ที่สำคัญ เขายังวางเป้าหมายในการแต่งเพลงอัลบั้มต่อไปด้วยจุดมุ่งหมายที่จะสร้างสรรค์งานที่จุดประกายแรงบันดาลใจชีวิต
เมื่อเทคโนโลยีทำให้เราสามารถทำงานนอกออฟฟิศได้ง่ายขึ้น เราสามารถทำงานได้จากทุกที ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ร้านอาหาร หรือ ร้านกาแฟ สิ่งที่ตามมา คือ เราอาจเกิดความสับสนระหว่างเวลาในการใช้ชีวิต และนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น ความเครียด ไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน จนสุดท้ายราอาจเจอกับความล้มเหลวทั้งในเรื่อง Work และเรื่อง Life บทความนี้ UNLOCKMEN อยากให้ทุกคนรู้จักวิธีการกำหนด work-life boundaries หรือ ขอบเขตระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถบริหารเวลาได้ดีขึ้น และเป็นผู้ชนะทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน WORK-LIFE BOUNDARIES คืออะไร ? ถ้าจะสรุปคอนเซ็ปท์ของ work-life boundaries ให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือการที่เราไม่เอาเวลาทำงานมาทำเรื่องส่วนตัว และไม่เอาเวลาทำเรื่องส่วนตัวมาทำงาน ซึ่งการกำหนด work-life boundaries ที่ชัดเจนก็มีงานวิจัยยืนยันด้วยว่า ส่งผลดีต่อการทำงานเหมือนกัน เช่น งานวิจัยของ เอลเลน เอินส์ท คอสเสก (Ellen Ernst Kossek) จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเพอร์ดู พบว่า การบริหาร work-life


