ถือว่าเป็นครั้งแรกและที่แรกในโลกเลยทีเดียว สำหรับอีเว้นท์เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของ ‘MSX’ มินิไบค์แนว Sport ที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ตลอดกาลจากฮอนด้า โดยในคราวนี้ได้ฤกษ์เปิดตัว Generation ใหม่ล่าสุดของเจ้า ‘MSX’ นั่นก็คือ ‘New Honda GROM’ จัดขึ้นที่ Centerpoint Studio Thailand เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา วันนี้จึงพลาดไม่ได้ที่ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปดูกันว่า ภายในงานเปิดตัว ‘New Honda GROM’ ที่ผ่านมานี้มีสิ่งน่าสนใจอันแน่นมากแค่ไหน เริ่มกันที่ผู้บริหารของทางบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เล่าถึงคอนเซ็ปต์ของ ‘New Honda GROM’ ที่ให้คำนิยามว่า ‘Mod It Yourslef’ แต่งใหญ่…ใส่ให้สุด หรือเรียกสั้นๆ ว่า M.I.Y. โดยที่มาที่ไปของคอนเซ็ปต์นี้ ต้องการจะสื่อความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำว่า ‘GROM’ ซึ่งหมายถึง ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ หรือที่บ้านๆ อาจจะใช้คำว่า ‘เล็กพริกขี้หนู’ นั่นเอง
ดาบคาตานะญี่ปุ่นคือความงดงามที่ทำให้ชายหนุ่มจำนวนมากรู้สึกหลงใหล บางคนหลงรักรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ บางคนชื่นชมความคมกริบที่ตวัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถบั่นคอศัตรูจนกระเด็น หลายคนชื่นชอบตำนานเรื่องเล่าของดาบที่ผ่านการต่อสู้อย่างโชกโชนจนมีอายุเป็นร้อยเป็นพันปี และมีดาบญี่ปุ่นอยู่เล่มหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความบ้าคลั่งคล้ายกับถูกปีศาจสิงสู่อยู่ในดาบ ซึ่งอาวุธที่ว่านั้นมีชื่อว่า ‘มุรามาสะ’ หากใครชื่นชอบอ่านมังงะที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับซามูไร ดาบญี่ปุ่น หรือเล่นเกมที่อิงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมักจะต้องเคยได้ยินชื่อสำนักตีดาบมาซามุเนะ (Masamune) ที่ตีดาบ ‘มิคาสึกิ มาเนะจิกะ’ ที่อยู่ในตระกูล 5 ดาบใต้หล้า และ สำนักมุรามาสะ (Muramasa) กันสักครั้งแน่นอน เพราะดาบสองเล่มนี้คือดาบที่เกิดมาคู่กันและในเวลาเดียวกันก็เป็นศัตรูกัน เพราะอุดมการณ์ที่แตกต่างของผู้ครอบครองทำให้ดาบสองเล่มไม่มีวันมาบรรจบกันได้ ย้อนกลับไปยังญี่ปุ่นสมัยโบราณ ตระกูลช่างตีดาบมาซามุเนะเป็นสำนักตีดาบที่ถูกนับหน้าถือตาในสังคม ทว่าต่อมา ‘เซ็นโง มุรามาสะ’ (Sengo Muramasa) ที่อยู่ในสำนักมาซามุเนะตัดสินใจแยกตัวออกมาตั้งสำนักตีดาบเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า ‘มุรามาสะ’ ช่างตีดาบสองสำนักนี้ไม่ต่างอะไรกับพี่น้อง พวกเขาต่างเรียนรู้เคล็ดลับของกันและกัน แล้วเมื่อการตีดาบชั้นยอดสำเร็จเสร็จสิ้น พวกเขาก็มักนำดาบของตัวเองมาประลองเพื่อดูว่าคมดาบของใครจะยอดเยี่ยมกว่ากัน ดาบของมุรามาสะขึ้นชื่อเรื่องใบมีดคมกริบ แข็งแรง หนักแน่น และจับเข้ามือ ทว่าดาบชั้นดีกลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งขบวนการต่อต้านโชกุนผู้ยิ่งใหญ่อย่างอิเอะยาสุ โทกุงาวะ และเหล่าข้าราชบริพาร นอกจากดาบคาตานะ อาวุธทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น มีด ง้าว หอก ปืน หรืออะไรก็ตามที่ผลิตจากสำนักมุรามาสะก็ถูกสั่งห้ามมีไว้ในครอบครองเพราะคำสาปที่ติดมากับอาวุธเหล่านี้จะทำให้บ้านเมืองวินาศฉิบหาย จนถูกเรียกว่าคาตานะต้องสาป (妖刀) ชาวญี่ปุ่นโบราณเชื่อเรื่องคำสาปและคำทำนาย มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่อ ๆ
“กฎข้อแรกของไฟต์คลับ คือห้ามพูดถึงไฟต์คลับ” เชื่อว่าคอหนังหลายคนอาจคุ้นเคยกับประโยคสุดฮิตนี้จากภาพยนตร์เรื่อง Fight Club ที่กลายเป็นหนังยอดฮิตเมื่อใครสักคนถามถึงหนังเจ๋ง ๆ สักเรื่อง หากใครที่ดูเรื่องนี้แบบละเมียดหน่อย จะสังเกตได้ถึงรายละเอียดของคาแร็กเตอร์ โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ การเล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง หากคุณหลงรัก Fight Club คุณจะต้องรักผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเยี่ยมนี้อย่าง “David Fincher” อย่างแน่นอน UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาเพิ่มเติมหนังในลิสต์ด้วย 5 ผลงานขึ้นหิ้งของ “David Fincher” เจ้าพ่อฟิล์มนัวร์ ตัวละครหลากมิติ บนการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์แบบชัดเจน เหมือนทุกครั้งที่เราอยากบอกเสมอว่า นี่ไม่ใช่การจัดอันดับหนังดี เราไม่ได้แนะนำด้วยคะแนนวิจารณ์ หรือตัดสินด้วยอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเพียงลิสต์หนังที่เราอยากบอกต่อเหมือนเพื่อนแชร์หนังหรือชวนกันดู อย่าได้หัวเสียถ้าหากไม่มีหนังที่ตรงใจคุณในลิสต์นี้ Se7en (1995) สำหรับหนังสืบสวน Thiller แล้ว ผู้กำกับเบอร์แรก ๆ ในใจของใครหลายคน คงไม่พ้น David Fincher โดยเฉพาะเรื่องนี้ ที่เป็นเรื่องราวการตามหาฆาตกรที่โคตรตื่นเต้น ให้เราได้ลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย ยิ่งเวลาเดินไปนานเท่าไหร่ หนังยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เนื้อเรื่องคร่าว ๆ คือ ตำรวจวัยเก๋าอย่าง วิลเลี่ยม รับบทโดย มอร์แกน ฟรีแมน
เราคงเคยได้ยินเรื่องราวรักแรกพบสุดโรแมนติกจากภาพยนตร์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Titanic หรือ Wicker Park บางคนอยากจะมีความรักประเภทนี้สักครั้ง แต่นักวิทยาศาสตร์บอกว่า เรื่องรักแรกพบอาจเป็นเรื่องที่เราคิดกันไปเอง ซึ่ง UNLOCKMEN จะมาอธิบายว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รักกับชอบแตกต่างกันยังไง ? ก่อนอื่นเราอยากให้ทุกคนเข้าใจคำว่า ‘รัก’ ตรงกันก่อน เพราะ รักเป็นคำที่มีความหมายซับซ้อน บางคนอาจแยกไม่ออกว่ามันต่างจากคำว่าชอบอย่างไร เรื่องนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้ว่า ความชอบ หมายถึง การคิดในแง่ดี และรู้สึกดีกับใครสักคน พร้อมกับได้รับมวลดีๆ จากการอยู่กับคนๆ นั้น เช่น ความอบอุ่น ความใกล้ชิด เป็นต้น ส่วนความรัก จะคล้ายกับ ความชอบ แต่จะแตกต่างตรงที่ มีความรู้สึกห่วงใย และความรู้สึกผูกมัดกับคนๆ นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ John Lee นักจิตวิทยายังได้แบ่งความรักออกเป็น 3 สไตล์ ตามความเชื่อและทัศนคติเกี่ยวกับความรักที่แตกต่างกัน ได้แก่ – Eros จะเป็นความรักสไตล์อิโรติกที่โฟกัสกับความดึงดูดทางกาย การมีเซ็กซ์ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความรู้สึกอันแรงกล้ากับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว และการมีความใกล้ชิดอย่างหนักกับอีกฝ่าย
นี่ก็ตีหนึ่งแล้ว เรายังนั่งดูซีรีส์ใน Netflix อยู่เลย ทั้งๆ ที่ก็รู้ตัวว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า อยากหยุดดูก็หยุดไม่จริงๆ เพราะฉากนี้พระเอกกับนางเอกยังบู๊ไม่ทันเสร็จ ก็โดนตัดจบให้ไปดูต่อตอนต่อไปอีก พออดใจไม่ไหว รู้ตัวอีกทีเวลานอนก็เหลือน้อยเต็มที การดูมากเกินไป หรือ Binge-watching คือ คำอธิบายเหตุการณ์ที่เราได้กล่าวไว้ด้านบน ซึ่งการ Binge-watching สามารถส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตของเราได้ เช่น ทำให้เรานอนไม่พอ แต่มันก็สามารถส่งผลดีได้เหมือนกันหากเราทำมันได้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้ UNLOCKMEN เลยอยากอธิบายถึงวิธีการจัดการกับพฤติกรรม Binge-watching อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เราสามารถดูซีรีส์ไปด้วย ใช้ชีวิตไปด้วยได้อย่างไม่ติดขัด ทำไมเราถึงหยุดดูซีรีส์ไม่ได้ ? ช่วงนี้ถ้าเราลองทักไปถามคนรอบตัวว่าทำไมถึงนอนดึก ? ต้องมีสักหนึ่งคนที่ตอบว่า เพราะดูซีรีส์ หรือ ไม่ก็ภาพยนตร์อย่างหนัก ซึ่งสาเหตุของพฤติกรรมดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ว่าเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองที่ไม่สามารถทำให้เราหยุดดูได้แบบตามใจนึก การดูซีรีส์หลายต่อต่อๆ กันเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความสุข เพราะมันทำให้สมองหลั่งสารโดปามีน ที่มักจะหลั่งเวลาทำกิจกรรมสนุกสนาน ยกตัวอย่างเช่น การ Binge-watching ซึ่งโดปามีนจะมีหน้าที่ในการให้รางวัลกับร่างกายของเรา กล่าวคือ เมื่อเราทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ร่างกายจะให้ ‘ความสุข’ เป็นรางวัลโดยการหลั่งโดปามีนออกมา เพื่อให้เรายังคงทำกิจกรรมนั้นต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น
ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ทำให้เราต้องคิดมากทุกวัน อะไรหลายๆ อย่างเข้ามากวนใจเราได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิต รวมถึง เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องเหล่านี้บางครั้งเป็นปัญหาใหญ่ทำให้เราคิดมากจนเครียด และคนที่สุขภาพจิตเสียเพราะเรื่องเหล่านี้ก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับความยากลำบากได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะความยากลำบากที่พบเจอในที่ทำงาน UNLOCKMEN จึงอยากให้ทุกคนรู้จักกับแนวคิดของลัทธิสโตอิก พร้อมแนะนำหลักคำสอนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เพื่อให้เราไม่เครียดจากการทำงานจนสุขภาพจิตเสีย ‘Stoicism’ หลักปรัชญาที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการควบคุมตัวเอง ลัทธิสโตอิก (Stoicism) เป็นแนวคิดที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยผู้ที่ก่อตั้งลัทธินี้เป็นนักปรัชญาชาวกรีกชื่อว่า เซโน (Zeno of Citium) มีชีวิตระหว่างปี พ.ศ.210 – 279 คำสอนของลัทธินี้จะเน้นไปที่การควบคุมความคิดของตัวเอง และการไม่ยึดติดกับอารมณ์ แม้คำสอนของลัทธิสโตอิกจะมีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปีแล้ว แต่บางส่วนก็ยังมีความร่วมสมัยบ สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตในปัจจุบันได้ โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน UNLOCKMEN เลยอยากนำคำสอนของลัทธิสโตอิกที่เห็นว่าน่าสนใจมาฝากทุกคน ไม่ใช้เวลามากเกินไป ลัทธิสโตอิกสอนให้เราให้สนใจกับอะไรก็ตามในสัดส่วนที่เหมาะสม กล่าวคือ ไม่ใช้เวลาไปกับการทำเรื่องเล็กๆ มากเกินไป เราสามารถนำคำสอนนี้มาใช้กับการทำงานได้ เช่น เรื่องการบริหารเวลาในการทำงาน หากเราแบ่งเวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม เราจะ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้
หลายคนอาจเบื่อเวลาบริษัทจัดการประชุมงานตอนเช้า โดยอาจเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เสียเวลา และตัวเองก็รู้สึกไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับการประชุมมาก การประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพบ่อยๆ ให้ผลเสียมากกว่าผลดีต่อทุกฝ่าย ทั้งคนที่จัดประชุมและผู้เข้าร่วมการประชุม UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำวิธีการจัดการประชุมเช้าที่มีประสิทธิภาพ เพราะเห็นว่า การประชุมเช้ามีประโยชน์ต่อการทำงาน และถ้ามีการจัดประชุมที่ดี จะส่งผลดีต่อทุกคน วิธีการประชุมในตอนเช้าที่ดีที่สุดควรไม่ใช่เวลานาน แต่ควรเป็นในแบบที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า ‘morning huddle’ คือ เป็นการพบปะกันโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 – 20 นาที เพราะตอนเช้าเป็นเวลาที่หลายคนอาจมีงานที่ค้างอยู่ และไม่สามารถให้ความสนใจกับการประชุมยาวๆ ได้เต็มที่ การประชุมสั้นๆ จึงมีประสิทธิภาพมากกว่า แม้จะเป็นการประชุมสั้นๆ แต่ ‘morning huddle’ ก็ให้ประโยชน์กับองค์กรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทำให้เกิดการพูดถึงปัญหาที่พบเจอในการทำงาน เพราะ ทุกคนได้รับโอกาสในการพูด ทำให้การทำงานเป็นทีมเวิร์กมากขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น และทำให้ทุกคนมีความเข้าใจตรงกันและรู้ทิศทางในการทำงาน สามารถวางแผนการทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรได้ สร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วมในการทำงานอย่างแท้จริง และองค์กรยังสามารถใช้ morning huddle สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงานในบริษัทได้ด้วย เช่น ให้ทุกคนท่อง motto ขององค์กร พูดถึงวิสัยทัศน์ขององค์กร ฯลฯ ความสำคัญของ morning huddle เห็นได้จากการที่บางประเทศจัดกันเป็นวัฒนธรรม
ผู้อ่านหลายคงเป็นแฟนทีมกีฬาฟุตบอลสักทีม ไม่ว่าจะเป็น chelsea liverpool ฯลฯ และคงเคยเชียร์ทีมที่ตัวเองชอบอย่างสุดใจเวลาชมการแข่งขันต่างๆ แต่รู้ไหมว่า การเชียร์กีฬาที่ลุ้นหนักๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อหัวใจของเราได้เช่นกัน และงานวิจัยหลายชิ้นก็พบว่า การได้เห็นทีมที่ตัวเองเชียร์แพ้อาจทำให้เรามีความเสี่ยงต่อหัวใจวายมากขึ้น ในบทความนี้ UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการป้องกันตัวไม่ให้การเชียร์กีฬาทำร้ายหัวใจเรา เพื่อที่จเราจะได้ชมกีฬาที่เราชื่นชอบไปได้อีกนานๆ ทำไมเราถึงใจเสียเมื่อเห็นทีมฟุตบอลที่ตัวเองเชียร์เล่นแพ้ ? แม้การชมกีฬาจะเน้นความบันเทิงเป็นหลัก แต่ถ้าเราเป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอลสักทีม และทีมนั้นเล่นแพ้ อารมณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นอาจส่งผลเสียต่อหัวใจของเราได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการรับรองจากงานวิจัยหลายชิ้น เช่นมหาวิทยาลัย Medical University of Bialystok ที่พบว่า ความเครียดและผลกระทบทางจิตใจที่เกิดจากการเห็นทีมฟุตบอลพ่ายแพ้ สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจได้ ผ่านการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลงานการเล่นของทีมฟุตบอล Jagiellonia Bialystok และการแอดมิทภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งทีมวิจัยได้สำรวจผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และได้รับการแอดมิทที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย Medical University of Bialystok จำนวน 10,529 คน ในระหว่างปี ค.ศ.2007 – 2018 ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดมีอายุเฉลี่ยราว 66 ปี และ 62% เป็นเพศชาย ในช่วงของการวิจัย ทีมฟุตบอล
การแบ่งเวลาไม่ดีสามารถส่งผลเสียให้เราได้หลายอย่าง เช่น ทำให้เราทำงานได้น้อยลง ช้าลง หรือ ใช้เวลาในการทำงานมากจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เป็นต้น ดังนั้น ในยุคที่เรามีอะไรต้องทำอะไรหลายอย่าง จึงต้องมี Work life-balance และทักษะการบริหารเวลาที่ดีมีความสำคัญต่อชีวิตเรา ในบทความนี้ UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำเทคนิคการบริหารเวลาแบบหนึ่งชื่อว่า Time blocking ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผู้มีชื่อเสียงในระดับโลกใช้กัน เช่น Elon Musk เพื่อให้ทุกคนสามารถบริหารเวลาของตัวเองได้ดีขึ้น และมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้นตามมา Time Blocking คือ อะไร? Time blocking คือ เทคนิคการบริหารเวลาโดยการแบ่งวันในแต่ละสัปดาห์ออกเป็นส่วนย่อยๆ หรือ บล็อก สำหรับการทำงานที่เฉพาะเจาะจง มันเป็นเทคนิคที่มีความเก่าแก่พอๆ กับหลักฐานการใช้งานปฎิทินในยุคทองแดง (Bronze Age) ซึ่งในยุคนั้นมีการใช้ปฏิทินเพื่อกะเวลาในการทำเกษตรกรรม ไม่มีใครทราบว่า ผู้คิดค้น Time blocking คือใคร แต่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า คนแรกๆ ที่ใช้วิธีการนี้ในการบริหารเวลาชีวิต คือ Benjamin Franklin โดยเขาได้มีการแบ่งกิจกรรมต่างๆ ที่เขาจะทำในแต่ละชั่วโมงของวัน Time blocking จะเป็นวิธีการที่ให้ความสำคัญกับการทำอะไรทีละอย่าง
วันหนึ่ง Kyle Burgess ชาวสหรัฐฯ ในรัฐยูทาห์ ได้ออกจากบ้าน เผื่อมาวิ่งบนภูเขา วันนั้นน่าจะเป็นวันที่เขาได้ออกกำลังกายชิลๆ ถ้าไม่เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซะก่อน! เมื่อเขากำลังวิ่งในหุบเขา Slate Canyon ที่อยู่ใกล้เมือง Provo ของรัฐยูทาห์ โดยที่ไม่ทันตั้งตัว เขาก็โดนสิงโตภูเขาเพศเมีย หรือที่เรียกกันว่า คูการ์ (cougar) ไล่ตามเป็นเวลากว่า 6 นาที ซึ่งเขาได้ถ่ายคลิปตอนที่เผชิญหน้ากับมันไว้ด้วย “Go away! I’m big and scary!” ถ้อยคำที่ Burgress พูดใส่ cougar เพื่อขู่ให้มันเลิกตามเขา ซึ่งในขณะที่เขาโดนมันไล่ตาม เขาก็เดินถอยหลัง เพื่อเผชิญหน้ากับมันตลอดเส้นทางโดยที่ไม่หันหลังให้มันเลย สุดท้าย เมื่อเขาเห็นว่ามันไม่ได้ผล จึงได้รวบรวมความกล้า และปาหินใส่สิงโตตัวเมียตัวนั้น และมันก็วิ่งหนีไปในที่สุด UNLOCKMEN เห็นว่าเหตุการณ์นี้น่าสนใจ เลยอยากพูดถึงวิธีการเอาตัวรอดจาก cougar ที่ถูกต้องซะหน่อย เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาชีวิตรอด เวลาไปเที่ยวบนภูเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่ามากมาย cougar ดุร้ายแค่ไหน? Cougar เป็นคำเรียกสิงโต หรือ


