สำหรับแลมเบรตติสต้า หรือชาวแลมสายลึก เราเชื่อว่าเมื่อพูดถึง LAMBRETTA เป็นต้องนึกถึงสกู้ตเตอร์ดีไซน์หล่อคลาสสิก รวมถึงโทนสีวินเทจจี๊ดใจที่สร้างเสน่ห์ให้แฟน ๆ หลงใหลมาถึงปัจจุบัน และต้องบอกว่ารุ่นใหม่อย่าง LAMBRETTA X300 SR ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Colors Of Time คืออีกหนึ่งตัวแทนความทรงจำดี ๆ ที่ถ่ายทอด DNA งานออกแบบ และโทนสีสุดฮิตในช่วงรอยต่อของยุค 60s และยุค 70s ที่โดดเด่นในเรื่องความสดใส สะท้อนไลฟ์สไตล์, แฟชั่นการแต่งกาย รวมไปถึงสีสันของสกู้ตเตอร์คู่ใจ ซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของวัยรุ่นยุคนั้น และสีสันแห่งช่วงเวลาอันน่าประทับใจจากอดีต ได้ถูกส่งต่อเป็นความทรงจำที่จับต้องได้ผ่าน LAMBRETTA X300 SR ซึ่งถอดรหัสความเท่คลาสสิกสไตล์สปอร์ต และหยิบยกเอาสีสันจากแลมยอดนิยมในยุคนั้น มาแต่งแต้มเป็นตำนานบทใหม่ของ LAMBRETTA ที่เข้าขากันได้ดีกับไลฟ์สไตล์ของชาวแลมยุคปัจจุบัน แต่ที่สำคัญคือเอกลักษณ์ความเก๋าของแลมวินเทจยังคงเดินทางข้ามเวลามาแบบไม่ตกหล่น กับจุดเด่นเหล่านี้ที่เราอยากชวนชาว UNLOCKMEN ไปสัมผัส เพื่อยืนยันว่า LAMBRETTA X300 SR คือตัวแทนสีสันแห่งช่วงเวลาอย่างแท้จริง ส่งตรงจิตวิญญาณสปอร์ตจาก LAMBRETTA GP/DL ปี 1969
การกลับมาอีกครั้งของ MB&F HM9 อภิมหาเรือนเวลาที่ถูกเรียกขานว่าเป็นหนึ่งในกลไกที่สวยงามที่สุดในโลก บรรจุในเคสใสสามชิ้นผลิตจาก sapphire crystal ขนาด 57mm x 47mm x 23mm สามารถรับชมการทำงานของตัวเครื่องได้จากทุกมุม มีสองสีใหม่คือ หน้าปัด PVD-coated สีฟ้าในกรอบ white gold และ PVD-coated สีเขียวในกรอบ yellow gold ราคาเรือนละ 16 ล้านบาท ผลิตเพียงสีละ 5 เรือนในโลก MB&F HM9 “Sapphire Vision” Diameter: 57mm x 47mm Caliber: In-house movement Functions: Hours, minutes Power Reserve: 45 hours Winding: Manual Water Resistance: 30 meters
เข้าสู่ปีที่ 40 แล้วสำหรับ G-SHOCK แบรนด์นาฬิกาจากญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าใครหยิบขึ้นมาใส่บนข้อมือก็จะถูกตีตราด้วยความเท่และแข็งแกร่งทันที แต่จิตวิญญาณของสิ่งนี้สำหรับ G-SHOCK มันไม่ใช่แค่การออกแบบภายนอกเท่านั้น แต่รวมไปถึงกลไกภายในด้วยที่ทำให้ DNA ของแบรนด์เดินทางผ่านกาลเวลาอย่างยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน และเรือนเวลาซีรีส์ล่าสุด CLEAR REMIX ได้จับนาฬิการุ่นยอดนิยมของ G-SHOCK มาดีไซน์ให้เป็น skeleton เป็นครั้งแรก Skeleton หน้าปัดแบบมองเห็นกลไกด้านใน นำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของการจัดวางส่วนประกอบต่าง ๆ มีการใช้วัสดุแบบมองผ่านได้สำหรับหน้าปัด ตัวบอกเวลา และวงแหวนบนหน้าปัด การออกแบบให้การมองเห็นที่ชัดเจนของการขึ้นรูปหน้าปัดที่โดดเด่น ไปจนถึงรูปแบบของส่วนประกอบแต่ละชิ้นในตัวเรือน การพิมพ์สีดำที่ด้านล่างของหน้าปัดช่วยป้องกันการทะลุผ่านของแสงจากภายนอก ซึ่งอาจทำให้เกิดการทำงานผิดปกติ และช่วยเสริมหน้าปัดดูสวยงามน่าประทับใจ See-Through Design คือคอนเซ็ปต์ของงานดีไซน์รุ่นนี้ ความโปร่งใสราวกับคริสตัลตั้งแต่หน้าปัดไปจนถึงสายนาฬิกา มาพร้อมกับการเลือกใช้วัสดุที่พิเศษยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทั้งการเลือกใช้เรซินเสริมใยแก้วแบบใสจนมองทะลุผ่านได้บนตัวเรือน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีเยี่ยม ส่วนประกอบหลักที่ประกอบกันเป็นโครงสร้างป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และดีไซน์แบบโปร่งใสก็ยังสามารถถูกจับไปแมทช์กับลุคไหนก็ดูแพงไปหมด แสดงออกถึงความโมเดิร์นที่หมุนทันโลกตลอดเวลาของแบรนด์ ต้องบอกว่า G-SHOCK Clear Remix นั้นเป็นเรือนเวลาที่เล่าภาพของการเดินทางอันยาวนานของ G-SHOCK โดยการเคารพต้นกำเนิดของตัวเอง ผ่านแนวคิดในการสร้างสรรที่เรียกว่า Philosophy Reborn ซึ่งแตกออกเป็น 2 คำหลัก
นาฬิกา แอร์เมส เอช08 ถูกรังสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ. 2021 ถ่ายทอดถึงการผสมผสานระหว่างหลักการอันเข้มแข็งเข้ากับมาตรฐานระดับสูง ที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและลื่นไหลผ่านสัญลักษณ์แห่งผลงานออกแบบอันร่วมสมัย พร้อมด้วยสไตล์อันทรงพลังนี้ได้สร้างรูปเป็นดั่งวัตถุที่ถ่ายทอดไว้ทั้งหมดระหว่างความสมดุลและความตรงข้ามกัน ธรรมชาติอันมีมิติที่หลากหลายจึงได้ถูกสะท้อนผ่านการนำกับรูปทรงและวัสดุมาสร้างสรรค์ ด้วยความเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันในรายละเอียดและทักษะอันแม่นยำซึ่งผนึกรวมกันสู่เอกลักษณ์หนึ่งเดียวของความสปอร์ตและความสง่างาม พร้อมทั้งยังมอบพลังอันมีชีวิตชีวาและสัมผัสแห่งอารมณ์ความรู้สึกของเส้นสาย เผยให้เห็นถึงสุนทรียะความสวยงามเฉพาะหนึ่งเดียว โดยถ่ายทอดบนหน้าปัดวงกลมพร้อมทั้งฟอนต์สไตล์ดั้งเดิม และหลอมรวมภายในตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมกับขอบมนอันแสนนุ่มนวล ออกแบบโดย ฟิลิปป์ เดโลตัล (Philippe Delhotal) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่ง แอร์เมส ออร์โลเฌอร์ (Hermès Horloger) นาฬิกา แอร์เมส เอช08 คือผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างพื้นผิวและแร่ กับเฉดสีเข้มและสัมผัสที่เต็มไปด้วยสีสัน ผสานโดยเส้นสายเรขาคณิตที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป ร่วมกับสไตล์การตกแต่งทั้งแบบด้านและเงาวาว เอกลักษณ์อันโดดเด่นของผลงานล่าสุดนี้ยังได้ต้อนรับความหลากมิติแห่งเสน่ห์ของเฉดสีอันเรืองรอง ทั้งในโทนสีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน หรือสีส้ม ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมมน หรือคุชชัน (cushion-shaped) ร่วมถ่ายทอดความทันสมัยที่ได้มาจากบล็อกของคอมโพสิต วัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความแข็งแกร่งทนทานสูง พร้อมทั้งภาพลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียว โดยประกอบด้วยกลาสไฟเบอร์อะลูมิไนซ์ถักและผงชนวน ซึ่งให้เม็ดสีธรรมชาติ มอบแสงสะท้อนสีเงินอันลุ่มลึก ตัดกับขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมเซรามิกสีดำโดดเด่น สร้างสรรค์เป็นมิติของแสงและเฉดสีที่ขับเน้นมิติอันลุ่มลึกของหน้าปัดสีคอนกรีต พร้อมทั้งตกแต่งแบบเกรนอย่างประณีตละเอียดอ่อน รวมถึงยังมอบการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนแม่นยำโดยเข็มชี้และตัวเลขอารบิกแบบนำมาติดสีดำเรืองแสง สัมผัสของเฉดสีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน หรือสีส้มบนขอบผนึกของกระจกหน้าปัดนาฬิกา
“ผมพยายามสร้างตัวเอง สร้างความอ่อนแอของตัวเอง สร้างความห่วยแตกของตัวเอง สร้างความขี้กังวลของตัวเอง ให้ออกมาในรูปแบบของความตลก หรืออะไรก็ตามที่สามารถหัวเราะไปกับมันได้” Tetsuya Ishida ศิลปินผู้ล่วงลับชาวญี่ปุ่น (1973-2005) ตอนที่คุณอิชิดะอายุได้ 8 ขวบ เขาได้เห็นผลงานของศิลปินชาวอเมริกันชื่อ Ben Shahn สร้างภาพที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตึการณ์หายนะในญี่ปุ่นที่ชื่อ Yaizu เมืองท่าการประมง-เมืองซึ่งโดนลูกหลงจากการทดสอบปรมาณู จนส่งให้สารกัมมันตรังสีคร่าชีวิตชาวประมงไปหลายคน และที่นั่นคือบ้านเกิดของอิชิดะ ซึ่งคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจเขียนลงในไดอารี่ของตัวเองว่าจะเป็น ‘ศิลปิน’ ก่อนจะทำตามความฝันโดยการเข้าเรียนที่โรงเรียนศิลปะ Musashino Art University ในเวลาต่อมา ญี่ปุ่นในช่วงเวลาจบการศึกษาของคุณอิชิดะยุค 1990s นั้น ถูกเรียกว่า ‘Lost Decade’ (ทศวรรษที่สูญหาย) เป็นช่วงเวลาที่เกิดวิกฤษใหญ่ทางเศรษฐกิจ จากทั้งแผ่นดินไหว การฆาตกรรมหมู่ ผู้คนหมกหมุ่นกับทฤษฎีวันโลกแตก ความสิ้นหวังเหล่านี้ส่งผลต่องานของคุณอิชิดะโดยตรง และอาจจะส่งผลมากเกินไป จนมันกัดกินทำให้เขามีอายุการเป็นศิลปินในวงการอยู่แค่ 10 ปีเท่านั้น ก่อนจะจบชีวิตลงในปี 2005 อย่างน่าเศร้า ทิ้งผลงานที่ไม่ว่าจะเป็นยุคของเขาเอง หรือว่ายุคในปัจจุบันก็สามารถสัมผัสได้เสมอ Source : 1 / 2
บอกเลยว่าอย่าง Hype งานนี้ถูกใจทั้งเกมเมอร์ และเหล่า Sneaker อย่างแน่นอน กับ Onitsuka Tiger x Street Fighter 6 งาน Collab ระหว่าง 2 แบรนด์ตัวพ่อเแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Onitsuka Tiger และ CAPCOM Co., Ltd. ที่ร่วมมือกันเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยครั้งนี้ได้มีการสร้างสรรค์รองเท้ารุ่นใหม่อย่าง ENDACTUS™ ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเกม Street Fighter 6 ภาคใหม่ล่าสุดที่วางขายไปเมื่อ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดีเทลของรองเท้าจัดเต็มกลิ่นอายของตำนานเกมต่อสู้ชื่อดัง มีการตกแต่งด้วยโลโก้ Onitsuka Tiger ที่ส้นเท้าด้านซ้าย และโลโก้ Street Fighter ที่ส้นเท้าด้านขวา พร้อม Packaging อย่างกล่องรองเท้าและถุงช็อปปิ้งที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโลโก้ Street Fighter 6 เช่นกัน นอกจากนี้
เรียกว่าเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองนาฬิกาที่ไม่มีใครเท่เกินกว่านี้อีกแล้ว สำหรับ Seiko 5 Sports ซีรีส์เรือนเวลาสุดภาคภูมิใจของแบรนด์ Seiko นั่นเอง ! แต่ก่อนจะพูดถึงนาฬิกาที่เป็นเนื้อหาหลักของบทความนี้ เรามารีแคปภาพของความเจ๋งรุ่นนี้กันอีกสักครั้ง Seiko 5 Sports เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 เป็นนาฬิกาบอกวันที่แบบอัตโนมัติเรือนแรกของประเทศญี่ปุ่น ในตอนแรกนั้น Seiko ใช้ชื่อเรียกรุ่นนี้ว่า Seiko 5 ก่อนที่ในปี 2019 จะเปิดตัวใหม่อีกครั้ง แล้วเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Seiko 5 Sports พร้อมกับปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีความทันสมัย แต่ก็ไม่ทิ้งฟังก์ชั่นสุดแข็งแกร่ง 5 ประการของรุ่น เพื่อเป็น Everyday Watch ของทุกคน และในปี 2023 นี้ Seiko ก็ได้ส่งนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นเข้าร่วมเทศกาลแห่งการฉลองครบรอบการเดินทาง 55 ปี ของซีรีส์ Seiko 5 Sports รุ่นที่มีชื่อว่า Seiko 5 Sports 55th Anniversary Limited Edition
กว่าจะขึ้นแท่นตำนานเจ้าสมุทรของ OMEGA ในทุกวันนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นของ Seamaster ต้องย้อนไปในปี 1932 ซึ่ง ณ ขณะนั้นชื่อของ Seamaster ยังไม่ถูกกล่าวขาน แต่เป็นปีที่โลกได้รู้จักกับบรรพบุรุษของ Seamaster อย่าง OMEGA “Marine” เรือนเวลาที่มาจากฝันอันทะเยอทะยานในการสร้างนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีสำหรับใช้งานใต้น้ำ เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมที่สามารถนำนักสำรวจให้ดิ่งลึกไปยังโลกเบื้องล่างที่ไม่มีใครรู้จัก นอกจากนี้ “The Marine” ยังครองตำแหน่งนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของโลกที่วางจำหน่ายให้แก่พลเรือน ถือเป็นการปูเส้นทางให้กับอนาคตของนาฬิกาดำน้ำ ก่อนที่ OMEGA จะให้กำเนิด Seamaster ในปี 1948 หลังจากผ่านมา 16 ปี ก็ได้เวลาที่ประวัติศาสตร์ของ Seamaster เริ่มต้นจารึกเรื่องราวปฐมบท เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี 1945 ทาง OMEGA ได้ใช้เวลาหลังจากนั้นร่วม 3 ปี ในการนำความรู้ทางการทหารจากประสบการณ์การสนับสนุนเครื่องบอกเวลาให้เหล่านักบินของกองทัพอากาศ และราชนาวีแห่งสหราชอาณาจักรมากกว่า 110,000 เรือน มาประยุกต์ให้เป็นคอลเลกชั่นเรือนเวลาสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน และผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิกา OMEGA Seamaster ซึ่งเปิดตัวในปี 1948
เมื่ออาดิดาส ออริจินอลส์ เปิดประตูสู่ความหรูหราอีกระดับ นำรองเท้าสุดคลาสสิกอย่าง STAN SMITH จับคู่กับ BLUE VERSION คอลเลกชันเสื้อผ้าสุดพรีเมียมอีกครั้งในซีซันใหม่ ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกการสวมใส่ ตั้งแต่ถนนคอนกรีตในเมืองไปจนถึงพื้นดินย่านชนบท พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของอาดิดาส ที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับโลกแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อตอกย้ำความคลาสสิกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของรองเท้าโมเดลฮิตตลอดกาลอย่าง STAN SMITH รองเท้ารุ่นนี้จึงได้ถูกนำมาพัฒนาและปรับโฉมใหม่อีกครั้งในคอลเลกชัน FW23 STAN SMITH โดยคู่แรก STAN SMITH CS โดดเด่นด้วยโทนสีที่แตกต่างจากปกติและร่องรอยการตัดเย็บสุดประณีต ในขณะเดียวกัน STAN SMITH LUX ถูกยกระดับด้วยวัสดุและดีเทลสุดพรีเมียม โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และความซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าเทนนิสไว้ทั้งหมด ตอกย้ำการเป็นแฟชันไอเทมชิ้นสำคัญของรองเท้า STAN SMITH ที่กลับมาโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาสำหรับคนรุ่นใหม่ สำหรับเสื้อผ้าในคอลเลกชัน BLUE VERSION ได้ผสมสานสุนทรียะสไตล์เรโทรกับกิมมิคในรายละเอียด โดยมีสินค้าหลักในคอลเลกชันเป็นบอดี้สูท เสื้อและกางเกงแทรค Bluebird Montreal ที่เข้าชุดกัน กระเป๋าดัฟเฟิล รวมถึง หมวก เสื้อ และแอกเซสซอรี่อีกมากมาย การเปิดตัว FW23 STAN SMITH STYLED
ก็คนเท่ ๆ อย่างเรามันจะไปนอนห้องธรรมดา ๆ ได้ยังไง เพราะห้องนอนคือภาพสะท้อนตัวตนของเจ้าของ เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวที่เราอยากตกแต่งในแบบที่ชอบ ในแบบที่เป็นตัวเรามากที่สุด ในวัยเด็กเชื่อว่าเทรนด์ที่หลาย ๆ คนคงเคยทำ คือการแปะภาพการ์ตูนที่ชอบ หรือศิลปินที่รักเอาไว้ ทำให้เพื่อนที่มาเที่ยวบ้านรู้เลยว่าเราด้อมไหน แต่ในตอนนี้เทรนด์การตกแต่งห้องนอนที่มาแรงมาก ๆ เรียกได้ว่าใครคิดอะไรไม่ออกก็จะแต่งห้องนอนแบบนี้คือ การตกแต่งห้องโทนดาร์ก ที่ดูเรียบ เท่ ดึงดูดให้อยากอยู่แต่ในห้องมันทั้งวัน แต่มันจะดาร์กแบบมั่วซั่วไม่ได้ วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้เอา 5 เรฟแต่งห้องแบบสายดาร์ก ที่คัดมาแล้วว่าเรียบเท่ดูดีจากเว็บสายดีไซน์มาฝากทุกคนกัน ดาร์กถึงใจ มากันที่เรฟแรก เปิดด้วยความดาร์กแบบสุด ๆ ไปเลย กับการตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นผนังสีเทา ฝ้าสีเทา ผนังหินติดหัวเตียงที่เสริมความดิบเท่ด้วย Texture หินสีเทาเข้ม พื้นไม้สีน้ำตาลเทา และองค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีเทาไปหมดทุกสิ่ง เหมาะกับคนที่ชอบความดาร์กอย่างแท้จริง ดาร์กแบบเรียบหรู สำหรับใครที่ไม่อยากให้ห้องนอนดูทึม หรือดาร์กจนเกินไป เราแนะนำให้ใช้องค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ามาช่วย สีน้ำตาลของไม้ไม่ว่าจะเป็นโทนอ่อนหรือเข้มนั้น สามารถเข้ากันได้ดีกับพื้นผิวของห้องสีเข้ม ตัดกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่ชอบไม้อยู่แล้วแนะนำมาก ๆ ว่าให้เลือกไม้คุณภาพดี กลิ่นหอม ๆ จะช่วยให้เราผ่อนคลายเวลานอนได้ดีมาก
เมื่อพูดถึงแบรนด์ ALBA ภาพสะท้อนของเรือนเวลาที่เข้มข้นไปด้วยจิตวิญญาณความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยความประณีตของงานออกแบบ รวมไปถึงคุณภาพที่ถูกส่งต่อจากรุ่นพี่อย่าง SEIKO คือคาแรคเตอร์อันชัดเจนของนาฬิกา ALBA ที่ตอกย้ำคอนเซ็ปต์หลักอย่าง The Reflection of Japan ออกมาได้อย่างหนักแน่น และ DNA ของแบรนด์ที่เด่นชัดได้ถ่ายทอดสู่ ALBA SPORTIVE THAILAND CREATION ที่มาพร้อม 3 สีใหม่ล่าสุด สะท้อนภาพความสปอร์ต เท่ สนุกสนาน ตอบโจทย์ทุกสไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว กับดีไซน์สปอร์ตเทรนดี้ที่แอบแฝงไปด้วยความสง่างาม ซึ่ง ALBA SPORTIVE THAILAND CREATION เป็นนาฬิกามาพร้อมกลไกการทำงานแบบอัตโนมัติ ตัวเรือนและสายผลิตจากวัสดุสเตนเลสสตีลคุณภาพ การันตีมาตราฐานโดย SEIKO โดดเด่นด้วยหน้าปัดซันเรย์ 3 สี เล่นกับแสงได้อย่างงดงามยามที่สวมใส่ ตัวเรือนมีขนาดกำลังเข้าข้อที่ 43 มม. พร้อมช่องหน้าต่างย่อยแสดงวันที่และวันประจำสัปดาห์ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ระดับเดียวกับเม็ดมะยม รับกับหลักชั่วโมงและชุดเข็มเคลือบสารเรืองแสง ช่วยให้สามารถอ่านค่าได้ง่ายแม้ในที่แสงน้อย สวมใส่สบายด้วยสายแบบบานพับปลดล็อคด้วยปุ่มกด และเสริมประสิทธิภาพการกันที่ระดับ 100 เมตร
โลกร้อน น้ำท่วมโลก ดูจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราเจอกับอากาศร้อนระดับทำลายสถิติกันวันต่อวัน ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่สภาพอากาศโหดร้ายเกิดขึ้นทั่วโลก Creative Agency “Mother” จึงออกแบบ Bliss Sofa conceptual furniture ที่ดูสวยงาม แต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่สะกิดให้ผู้คนตระหนักถึงความใกล้ตัวของน้ำท่วมโลก ออกแบบโดยใช้ผ้ากันน้ำ water-resistant Sunbrella fabric สีส้มคาดดำที่นำมาจากสีเสื้อชูชีพ ช่วยให้มองเห็นได้จากระยะไกล และมันยังช่วยให้เรานั่งพักผ่อนได้สบาย ๆ แม้ยามที่น้ำมาอีกด้วย ภายใต้ Sunbrella fabric ที่วางแขนของ Bliss Sofa สามารถเปิดออกเป็นที่สูบลมเหมือนห่วงยางที่รองรับปริมาณลมมากพอให้โซฟาพร้อมคนนั่งลอยน้ำได้ ด้านหลังโซฟายังมีไม้พายสำหรับบังคับทิศทางหากคุณโดนน้ำซัดออกทะเลอีกด้วย มาพร้อมที่พักเท้าซึ่งบรรจุอุปกรณ์ทำค็อกเทลไว้ด้านใน เผื่อใครอยากนั่งจิบเครื่องดื่มระหว่างรอน้ำลด


