กุชชี่ (Gucci) ลักชัวรี่แฟชั่นแบรนด์ระดับโลก ผู้บุกเบิกโปรเจ็คคอลลาบอเรชั่นระดับแถวหน้าแห่งโลกดิจิทัล เปิดตัวโปรเจ็คล่าสุด ที่ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ อเลสซานโดร มิเคเล่ ได้เชื้อเชิญเหล่าศิลปิน visual artists จากทั่วโลก มาร่วมตีความและนำเสนองานศิลป์ผ่าน นาฬิกา G-Timeless automatic ในมุมมองที่แตกต่างกันไป ผลงานในโปรเจ็คนี้รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดยบรรดาศิลปิน ทั้งนักวาดภาพประกอบ จิตรกร และดิจิทัลอาทิสต์ ที่ได้รับโจทย์ให้ร่วมถ่ายทอดจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ที่มีต่อนาฬิกา G-Timeless automatic หลากหลายรุ่น ถือเป็นความ ท้าทายในการตีความอย่างสร้างสรรค์ตามแบบของตนเอง โดยมีเอเลเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น G-Timeless เป็นธีมหลัก ทั้งลวดลายรูปผึ้ง ที่เป็นไอคอนของแบรนด์มาตั้งแต่ยุค 1970s ซึ่งถูกนำมาใช้ตกแต่งเป็นไอเทมหลักบนหน้าปัดสโตน รวมถึง อินเด็กซ์บอกชั่วโมง ศิลปินแต่ละท่านถือเป็นตัวแทนชุมชนระดับโลกอย่างแท้จริง ในขณะที่บางศิลปิน เช่น Winnie Chi จากจีน และ Kieron Livingstone จาก UK เคยร่วมงานคอลแลบกับ Gucci มาก่อนแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นการค้นพบศิลปินหน้าใหม่สำหรับแบรนด์ เช่น Oh de
บรรดาแฟนหนัง และเหล่าผู้หลงใหลในเรือนเวลา คงรู้กันดีว่านาฬิกา Hamilton เป็นแบรนด์โปรดของเหล่าผู้สร้างภาพยนตร์มานานหลายทศวรรษ ได้รับบทบาทสำคัญในภาพยนตร์มาหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ออกแบบสำหรับ 2001: A Space Odyssey ในปี 1968 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้งของผู้กำกับ Stanley Kubrick และยังเป็นผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้มีการประดิษฐ์นาฬิกาดิจิทัลเรือนแรกของโลกขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเรือนที่เรียกได้ว่าเป็นอีกชิ้นงาน Masterpiece ที่ Hamilton ได้รังสรรค์ให้กับวงการภาพยนตร์ กับ The Murph Watch จาก Interstellar ของผู้กำกับ Christopher Nolan ที่ได้กลายมาเป็นนาฬิกาข้อมือยอดนิยมของแฟนหนังเรื่องนี้ ที่ยังคงตราตรึงกับเรื่องราวความรักความผูกพันของพ่อลูกในภาพยนตร์ที่ถูกเชื่อมโยงเอาไว้ด้วย The Murph Watch จาก Hamilton จากวันนั้นถึงวันนี้ ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง Hamilton และ Hollywood ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง กับการรวมเอายอดทีมนักออกแบบและวิศวกรจาก Hamilton และ ทีม Production Design ระดับหัวกะทิผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง TENET มาสร้างสรรค์เรือนเวลารุ่นพิเศษสำหรับใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของโคตรผู้กำกับอย่าง Christopher
ถ้าพูดถึงรองเท้าผ้าใบของ Converse (คอนเวิร์ส) เชื่อว่าหนุ่ม ๆ แต่ละคนคงมีความชื่นชอบในรองเท้าแบรนด์นี้อยู่ไม่ใช่น้อย ๆ ซึ่งความชื่นชอบเหล่านั้นอาจเกิดจากเหตุผลที่มีแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ของงานดีไซน์สุดคลาสสิก เรื่องราวที่มากับตัวรองเท้า รวมไปถึงความทนทานในการใช้งานที่ทำให้สามารถสวมใส่ลุยแบบถึงไหนถึงกันได้โดยไม่ต้องเป็นกังวล แต่สำหรับ ‘โย-อภิชิต วิวัฒน์เวคิน’ หรือที่หลายคนรู้จักเขาในฐานะแฟนพันธุ์แท้รองเท้า Converse ชายผู้ใช้เวลามากกว่าครึ่งชีวิตไปกับการทำความรู้จัก ตามหา จนนำมาสู่การเก็บครอบครองรองเท้าของ Converse มากกว่า 700 คู่ อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเขาสนใจในรองเท้าเหล่านี้ และความหลงใหลที่มีจะให้มุมมองที่น่าสนใจในด้านไหนบ้าง วันนี้เราจะชวนชาว UNLOCKMEM มาทำความรู้จักตัวตนของชายคนนี้ รวมถึงคอลเลกชันรองเท้า Converse ของเขาไปพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของความหลงใหลในเรื่องรองเท้า ความหลงใหลในรองเท้าของชายคนนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ระดับชั้นป.5 หรือตอนที่อายุประมาณ 11 ปี ช่วงเวลาที่กลุ่มเพื่อนรอบตัวเริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับรองเท้าอย่าง Reebok Pump ซึ่งเป็นรองเท้าที่มีการทำโฆษณาเผยแพร่ทางทีวีในเมืองไทยในเวลานั้น ซึ่งกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเขาหันมาให้ความสนใจในเรื่องรองเท้าเพิ่มมากขึ้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาหลังขยับขึ้นมาเรียนในระดับม.ปลาย พี่โยก็มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับรองเท้าอย่าง Converse Jack Purcell และถูกใจงานดีไซน์ที่แตกต่างของรองเท้าคู่นี้เข้าไปเต็ม ๆ ขณะเดียวกันการเข้ามาของกระแสเพลงแนว Alternative ก็มีส่วนทำให้ทุกคนเห็นว่ามีศิลปินจำนวนมากสวมใส่รองเท้าของ Converse ซึ่งกลายมาเป็นเหตุผลที่ให้เขาตัดสินใจซื้อ Converse Jack Purcell เข้ามาเป็นรองเท้าจาก Converse
Levi’s® X Peanuts® 2020 คอลเลคชั่นที่รอคอย กลับมาอีกครั้งด้วยดีไซน์ Sportwear และ Street Style จาก Levi’s® Vintage ปี 1984 ผสมผสานความน่ารักและความโดดเด่นในด้านกีฬาของเจ้า Snoopy แห่งแก๊งพีนัทส์ พบไอคอนนิคผสมความคลาสสิกบนแบบฉบับของลีวายส์® และพีนัทส์ในคอลเลคชั่น LEVI’S® X PEANUTS® 2020 ลีวายส์® กลับมาร่วมมือกับพีนัทส์อีกครั้งในคอลเลคชั่น LEVI’S® X PEANUTS® ซึ่งได้ออกแบบไอเทมที่มีลวดลายของสนูปี้สุนัขตัวเล็กพันธ์บีเกิลสุดน่ารัก ซึ่งเป็นนักกีฬาตัวจริงแห่งแก๊งพีนัทส์ ที่เล่นกีฬาได้ทั้ง ฟุตบอล เบสบอล เทนนิส และอีกมากมาย คอลเลคชั่นนี้มาในลุคสปอร์ตทั้ง ชุดวอร์ม เสื้อยืด สเวตเตอร์แขนยาว ฮู้ดดี้ กระเป๋า และหมวก ลวดลายหมาน้อยสนูปี้สุดน่ารักมาให้เหล่าแฟนๆได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ในคอลเลคชั่น LEVI’S® X PEANUTS® 2020 นี้ ลีวายส์® ได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นด้วยลวดลายกราฟฟิกสนูปี้ที่ส่งตรงจากทีมของ ชาร์ลส์ มอนโร ชูลส์
สำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ ไม่ว่าจะชอบแต่งตัวสไตล์ไหน หรือแม้กระทั่งเป็นหนุ่มเซอร์ไม่สนใจกระแสแฟชั่นใด ๆ เน้นแต่งตามสบายเข้าว่า แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตของลูกผู้ชาย ยังไงก็ไม่วายที่จะต้องเจอกับช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะต้องนัดประชุมลูกค้า เข้าหาผู้ใหญ่ในโอกาสต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งต้องเข้าร่วมงานพิธีทั้งหลาย ที่จำเป็นต้องแต่งตัวดูดี ภูมิฐาน เพื่อเป็นการให้เกียรติคู่สนทนา เคารพสถานที่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการพบปะเจรจางานต่าง ๆ แต่จะว่าไปการแต่งตัวในโอกาสสำคัญมันคงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ใส่ใจเรื่องเสื้อผ้าเป็นทุนเดิม เพราะคงมีไอเทมมากมายรออยู่ในตู้เสื้อผ้าพร้อมให้เลือกสวมใส่ในทุกโอกาส แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับการแต่งตัวที่เป็นทางการนัก หากต้องออกงานกับเขาสักทีอาจต้องมีปาดเหงื่อกันบ้าง เพราะไม่รู้จะไปหาอะไรมาใส่ให้เหมาะสมดูดีเสริมความมั่นใจ และเหมาะกับสภาพอากาศร้อน ๆ ของไทย เพราะการเพิ่ม layer มักจะมาพร้อมความร้อนอบอ้าวจนหลายคนหลีกเลี่ยง ซึ่งคอลัมน์ Style Guide ในวันนี้ UNLOCKMEN ขอแนะนำสิ่งที่จะเข้ามาคลายความกังวลเรื่องการแต่งตัวของหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย ด้วย PASAYA ZERO SWEAT SUIT ไอเทมเด็ดที่เข้ากันได้กับผู้ชายทุกสไตล์ ครั้งแรกในการทำ Jacket Suit จากแบรนด์ Pasaya ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพผ้ามายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มมาดเนี้ยบสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็ค หรือหนุ่มเซอร์เน้นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ก็สามารถอัพลุคให้ดูเท่ ภูมิฐาน
“ความสง่างาม” คือคุณสมบัติที่ผู้ชายหลายคนใฝ่หา เพราะความสง่างามคือส่วนผสมอันลงตัวจากทั้งภายในและภายนอก การเป็นผู้ชายสง่างามจึงต้องมีองค์ประกอบสารพัดที่แสดงถึงความเนี้ยบ ความเรียบหรู และความมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Attitude ที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันเพื่อเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองและผู้อื่น เพราะ ELEGANCE IS AN ATTITUDE การสง่างามจากทัศนคติที่พิถีพิถัน จึงนำมาสู่ภายนอกที่เนี้ยบตามไปด้วย ถ้าจะให้พูดถึงความสง่างามที่ทั้งเรียบหรู น่าเกรงขาม ผู้ชายอย่างเราคงนึกถึงความสง่างามในแบบ “จอมราชันย์” เนื่องจากเต็มไปด้วยภาพลักษณ์แสนสง่าฟันฝ่าทุกอุปสรรคอันตราย พร้อม ๆ กับความน่าเคารพยำเกรง ควบคู่กับ Attitude แน่แน่วในแบบที่ผูชายล้วนอยากครอบครองความสง่างามแบบนี้ได้สักครั้งในชีวิต อย่างไรก็ตามความสง่างามแบบจอมราชันย์นั้น เมื่อมาโลดแล่นอยู่บนภาพยนตร์หรือซีรีส์สักเรื่องแล้ว การสรรสร้างให้ตัวละครที่รับบทกษัตริย์นั้นสง่างาม เนี้ยบได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หลายครั้งผู้ชมรับรู้ว่าคนนี้รับบทกษัตริย์แต่กลับไม่อาจสัมผัสถึงความสง่างามจากตัวละครนั้น แต่ “The King: Eternal Monarch จอมราชันบัลลังก์อมตะ” ซีรีส์เกาหลีที่กำลังฉายทาง Netflix และใคร ๆ ก็พูดถึงอยู่ตอนนี้ กลับทำได้อย่างไร้ที่ติ โดย Lee Min Ho ผู้รับบทกษัตริย์อีกนผู้ต้องเดินทางข้ามเวลามาในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อพิชิตภารกิจสุดท้าทายนั้นเป็นตัวแทนความสง่างามไร้กาลเวลาได้อย่างน่าทึ่ง กษัตริย์อีกนแห่ง The King: Eternal
ต้องยอมรับว่า “เสื้อยืดวินเทจ” คือหนึ่งในไอเทมที่ได้รับความนิยมในทุกยุคสมัย เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนก็ยังหลงใหลและชื่นชอบการสวมใส่ไอเทมชิ้นนี้อยู่ตลอดเวลา กระแสที่มีมานานและไม่เคยจางหายไป ส่วนนึงอาจเป็นเพราะเหล่าแฟชั่นนิสต้าผู้ทรงอิทธิพลหลายคนหยิบมันมาสวมใส่มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ร้านเสื้อวินเทจในบ้านเราเกิดขึ้นตามมาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบการตามหาเสื้อวงปีหายากหรือเสื้อยืดวินเทจในสไตล์ที่อยากครอบครอง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องไปที่ไหน วันนี้ UNLOCKMEN อยากมาชี้เป้า 5 ร้านเสื้อยืดวินเทจที่คุณควรไปเยือนสักครั้ง หากคุณไม่พลาดของแรร์และงานคุณภาพดีไป จะมีร้านไหนบ้างมาชมไปพร้อมกันเลย ร้านแรกที่เราอยากแนะนำคือ Know Where Studio อาณาจักรเสื้อยืดวินเทจของ โย-โยธิน พูนสำโรง เจ้าของร้านผู้ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การจัดร้านที่ออกมาสวยงามไม่ต่างจากการจัด exhibition โชว์ของหายาก รวมถึงการตามหาของเข้าร้านที่เรียกได้ว่ามีของปีลึก ของหายาก ของออกคล่อง ครบทุกสไตล์ในแห่งเดียว ที่ Know Where Studio เราจะได้เห็นกองทัพเสื้อวินเทจถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อวง เสื้อทัวร์ เสื้อแนวสปอร์ตเรโทร รวมไปมอสกีโต้เฮด และเสื้อยืดลายตัวการ์ตูนที่มีให้เลือกจำนวนมาก ล่าสุดเพิ่งเปิดสาขาใหม่ใกล้กับ BTS สะพานควาย หนุ่ม ๆ ที่อยากรู้จักเสื้อวินเทจให้ดีขึ้นสามารถแวะเวียนไปเยี่ยมชมและเลือกซื้อกันได้เลย Facebook: www.facebook.com/Knowwherestudio Instagram: www.instagram.com/knowwherestudio/
เมื่อคุณต้องการนาฬิกาที่มีกลไกเที่ยงตรงแบบ Swiss Made รวมเข้ากับความอึดทนเทคโนโลยีกันกระแทกของ G-shock จากญี่ปุ่น ไอเดียนั้นกลายเป็นจริงในที่สุด จะเรียกว่าเป็น Independent Watch ชนิดนึงก็ได้ นี่คือ ‘Swiss Shock’ ผลงานการ Custom โดย Wolfensohn ซึ่งไม่ใช่ชื่อแบรนด์บริษัทนาฬิกาใหญ่โตอะไร เค้าเป็นเพียงผู้ชายที่มีชื่อว่า Wolfensohn Michael อายุ 35 ปี ผู้ชื่นชอบในเรื่องของงานดีไซน์ แฟชั่น มอเตอร์ไซค์ และนาฬิกา โปรเจคนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อวันนึง Wolfensohn เกิดหลงรัก full-metal G-Shock GMW-B5000D-1 เวอร์ชั่นวัสดุ Limited เข้าเต็มเปา แต่พอจะซื้อก็กลับพบว่ามัน Sold Out จึงคิดว่าอยากได้นาฬิกาที่กลไกล้ำสมัย และวัสดุเคสรวมถึงหน้าปัดมีความหรูหราเหมือนในนาฬิกาจาก Switzerland Wolfensohn จึงเลือกใช้ตัวเครื่อง ETA 2824-2 automatic movement ที่มีชื่อเสียงในด้านความซับซ้อนและความเที่ยงตรงระดับ f +/-4 sec/day up
Squaring หรือตัวเลขยกกำลังสองที่ทวีคูณเพิ่มเป็นเท่าตัว เปรียบเสมือนการยอมรับว่าไอเดียหนึ่งสามารถอยู่ร่วมกันกับอีกไอเดียได้ สำหรับฤดูกาล Pre-Fall 2020 หลุยส์ วิตตอง เปิดตัวคอลเล็คชั่น LV2 – ‘Louis Vuitton squared’ – คอลเล็คชั่นพิเศษที่เป็นความร่วมมือระหว่าง เวอร์จิล อาโบลห์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งหลุยส์ วิตตอง และ นิโกะ ดีไซเนอร์ชื่อดังจากแดนอาทิตย์อุทัย ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Human Made และก่อนหน้านี้ได้ก่อตั้งแบรนด์ BAPE และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Billionaire Boys Club โดยนับเป็นแคปซูลคอลเล็คชั่นที่รวมการรังสรรค์เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ เครื่องหนัง รองเท้า และแอ็คเซสซอรี่ ที่นำเสนอการตีความบทใหม่ของลวดลายกราฟฟิคอันเป็นไอคอนนิคของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งเวอร์จิลได้เชื้อเชิญดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Human Made มาร่วมออกแบบผลงานในไลน์พิเศษที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของทั้งคู่ การเล่นกับเรื่องราวการเดินทางที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์นำมาสู่แรงบันดาลใจให้กับคอลเล็คชั่น LV2 ที่นำสไตล์ของผู้ชายในแบบ London Mod era มาเสนอผ่านมุมมองของเลนส์ในแบบฉบับหนุ่มโตเกียว การผสมผสานข้ามเชื้อชาติสร้างมู้ดแอนด์โทนใหม่ให้กับเสื้อผ้าสไตล์แบบเทเลอร์ ซึ่งนำมาจากรูปแบบเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ของ นิโกะ (Nigo) ดีไซเนอร์ผู้ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากซับคัลเจอร์ในลอนดอน ในขณะที่ดีไซน์จากคอลเล็คชั่น
เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนคงคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในวันร้อน ๆ ของอากาศบ้านเรา ที่แม้จะหยิบเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นมาใส่แต่ก็ยังรู้สึกอบอ้าวอยู่ดี นั่นเพราะไม่ใช่แค่การเลือกเสื้อผ้าผิดประเภทที่ทำให้เรารู้สึกร้อนกว่าปกติ เพราะไอเทมสำคัญอย่างรองเท้าก็มีส่วนกับเรื่องนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุที่ระบายอากาศไม่ดี หรือดีไซน์ที่ไม่ตอบโจทย์การสวมใส่ที่สะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ชายที่อยากมีรองเท้าเท่ ๆ ใส่แล้วเย็นสบาย เหมาะจะใช้งานในวันอากาศร้อน STYLE GUIDE วันนี้เรามาแนะนำรองเท้า 5 สไตล์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การใส่เดินในบริเวณบ้าน ไปจนถึงออกงานคู่กับชุดทางการ แต่ละคู่จะเหมาะสมด้วยเหตุผลอะไร มาทำความรู้จักไปพร้อมกันได้เลย เริ่มต้นกับรองเท้าที่หนุ่ม ๆ ทุกคนต้องพึ่งพาอย่างรองเท้าแตะ (Sandals) ผู้ชายอย่างเราใช้งานรองเท้าชนิดนี้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน ไปซื้อของ รวมถึงใช้ในการแต่งตัวแบบลำลอง เช่นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ลุคสวมรองเท้าแตะของตัวเองดูธรรมดาจนเกินไป Leather Scandals คือรองเท้าอีกชนิดที่เราอยากแนะนำ Leather Scandals หรือรองเท้าแตะหนัง คือรองเท้าแตะที่เราแนะนำว่าควรลงทุนกับมัน จุดเด่นของมันคือการใช้งานที่หลากหลาย ให้ลุค Smart Casual เมื่อจับคู่กับ Resortwear ชิ้นอื่นไม่ว่าจะเป็น เสื้อโปโล กางเกงชิโน่ขาสั้น รวมถึงเข้ากันได้ดีกับทั้งเสื้อยืดโทนเพลนและเสื้อที่มีสีสันลวดลายได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามอาจต้องระวังการสวมใส่ในวันที่มีฝนตก และหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ เพื่อรักษาหนังไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วเกินไป รองเท้าคู่ต่อมาที่อยากแนะนำคือ Knitted Trainers
อีกหนึ่งไอเทมคลาสสิคจากแฟชั่นทหารอากาศ สู่รันเวย์แฟชั่นที่ทุกคนต้อง
สกินเฮด ทรงผมตัดเกรียนติดหนังหัว ที่มีต้นกำเนิดมาจากวัฒธรรมการต่อต้านสังคมของวัยรุ่นชาวอังกฤษชนชั้นแรงงาน ฐานะยากจน ผู้ซึมซับวัฒนธรรมจากชาวจาไมก้าที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศอังกฤษ เริ่มจากดนตรีไปจนถึงแฟชั่น ความนิยมสวมเสื้อแขนสั้นคู่กับกางเกงขายาวทรงตรงจึงถือกำเนิดขึ้น ก่อนจะปรับให้มีความเป็นทางการมากขึ้น ด้วยการสวมแจ๊คเก็ทหนังและรองเท้าบูตสีดำ ต่อมาในช่วงยุค 70 ที่วงการเพลงในยุคนั้นเริ่มเกี่ยวข้องกับในเรื่องของการเมืองมากขึ้น แนวเพลงสกาได้เปลี่ยนไปเป็นเรกเก้ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสังคมและการปกครองประเทศอาณานิคมของอังกฤษ ลุกลามไปถึงการแบ่งแยกชนชั้น ฐานะ และการเหยียดสีผิวอย่างรุนแรง ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาของเพลงที่เปลี่ยนไปนั้น มีอิทธิพลทำให้อารมณ์และความรู้สึกของเหล่าสกินเฮดมีความรุนแรงมากขึ้น รวมไปถึงภาพลักษณ์การแต่งตัวของชาวสกินเฮดที่ดูแข็งกร้าวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ รองเท้าบู๊ทหัวเหล็ก แจ็คเก็ตหนัง เสื้อสเวทเตอร์สีดำ ที่ตอกย้ำความดุดันของชาวสกินเฮดเพิ่มขึ้นไปอีก นับว่าเป็นทรงผมที่เป็นตำนานแห่งความเท่ ที่ได้รับความนิยมอยู่เรื่อย ๆ ในทุกยุคสมัย เราจึงได้หยิบเอาสไตล์การแต่งตัวเท่ ๆ ของชาวสกินเฮดมาให้ได้ชมกัน Bomber Jackets ไอเท็มเด็ดของชาวสกินเฮด Bomber Jacket หรือเรียกอีกชื่อว่า MA-1 Jacket มีต้นกำเนิดในช่วงปี 1950 เป็นเสื้อที่สร้างมาให้กับนักบินในช่วงสงครามโลกความความคล่องแคล่วนในการเคลื่อนไหว และให้ความอบอุ่นเมื่อเจออากาศเปลี่ยนแปลงเมื่อทำการบินเป็นระยะทางไกล ๆ แต่ด้วยดีไซน์ที่มีความเท่อย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อเหล่าสกินเฮดหยิบมาสวมใส่ แมทช์เข้ากับกางเกงยีนส์และรองเท้าบูธ Dr Martens ก็ทำให้แจ็คเก็ตสไตล์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการแฟชั่น จนกลายเป็นของที่ต้องมีติดตู้สำหรับผู้ชาย Bomber jacket กลายเป็น


