ผู้ชายทุกคนล้วนมี Golden Moments หรือช่วงเวลาสุดยิ่งใหญ่ที่น่าจดจำและมีความหมายต่อหัวใจของเรา แต่ถ้าต้องพูดถึง Golden Moments แห่งมวลมนุษยชาติที่หวนรำลึกกลับไปครั้งใดก็สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ เราทุกคนล้วนนึกถึง “ภารกิจพิชิตดวงจันทร์” จาก Golden Moments ของวันนั้นสู่วันนี้ ครบรอบ 50 ปีแล้วตั้งแต่นักบินอวกาศประทับรอยเท้าแรกลงบนดวงจันทร์จนพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง ในช่วงเวลาครบรอบเหตุการณ์สำคัญที่สุดของมวลมนุษยชาติ โอเมก้า (OMEGA) สุดยอดแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกสัญชาติสวิสจึงฉลองด้วยจักรกลเวลา โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ (OMEGA Speedmaster) รุ่นใหม่ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของนักบินอวกาศ ภารกิจอพอลโล 11 (Apollo 11) และ Golden Moments แห่งประวัติศาสตร์สุดพิเศษได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากย้อนกลับไปยังเดือนพฤศจิกายนปี 1969 นับเป็นเวลา 4 เดือนหลังจากที่ Apollo 11 ลงจอดบนดวงจันทร์ เรือนเวลา OMEGA Speedmaster รุ่นพิเศษก็ออกวางจำหน่ายเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของภารกิจพิชิตดวงจันทร์โดยเป็น Speedmaster รุ่นแรกของแบรนด์ซึ่งผลิตระหว่างปี 1969 – 1973 Speedmaster รุ่นแรกของแบรนด์นี้มีเพียงแค่ 1,014 เรือนเท่านั้น แต่ละเรือนยังมีหมายเลขประจำเรือนอีกด้วย โดยนาฬิกาหมายเลข 3 –
ดูเหมือนว่าศึกกล้องคอมแพกต์ระหว่าง SONY และ CANON จะไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อ CANON ปล่อย POWERSHOT G7 X MARK III ลงสนามคอมแพกต์ ฝั่ง SONY ก็ขอท้าชนด้วย ‘SONY RX100 VII’ ที่สเปกใกล้เคียงกัน แต่มาพร้อมเลนส์กว้างและ auto focus ระดับเทพ แถมถอดแบบความเจ๋งมาจากกล้อง A9 ในตำนานจากค่าย SONY อีกด้วย SONY RX100 VII ใช้เลนส์ซูม ZEISS Vario-Sonnar T* กำลังขยาย 24-200 มิลลิเมตร และรูรับแสง F/2.8-4.5 บวกกับ Auto Focus ที่ตรวจจับระนาบโฟกัสได้มากถึง 357 จุด และตรวจจับคอนทราสต์สูงสุด 425 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 68% ของเฟรม
เราเคยขอบคุณที่โลกให้กำเนิด Air Pod ขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าตอนม้วนเก็บสายหูฟังแล้วพันกัน หรือตอนใช้งานแล้วลุกไปไหนโดยไม่ได้หยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้นทางไปด้วย สายที่เกี่ยวดึงเราไว้ มันน่าหงุดหงิดขนาดไหน ทว่าเอาเข้าจริงพอมาใช้งาน Air Pod ก็ดันมาเจอปัญหาอีกอย่างคือเรื่องแพ็กเกจที่หน้าตาเหมือนที่เก็บไหมขัดฟัน เพราะนอกจากมันจะไม่เท่แล้ว ยังเทอะทะเวลาหยิบเข้า-ออก แต่จะไม่ใช้ก็ไม่ได้เพราะมันเป็นทั้งที่ชาร์จและที่เก็บเพื่อกัน Air Pod ข้างใดข้างหนึ่งหล่นหาย ปัญหานี้ Apple ไม่ได้แก้! แต่มี AXS บริษัทเทคโนโลยีจากบรุกลินลุกมาพัฒนา “Power1” เคสแบตเตอรี่อัจฉริยะดีไซน์สวยงามที่เก็บ Air Pod ได้อย่างประหยัดพื้นที่ น่าใช้ และที่สำคัญฟังก์ชันการชาร์จก็ยังอยู่ครบครัน เลือกชาร์จได้ระหว่างหูฟังกับสมาร์ทโฟน หรือชาร์จพร้อมกันก็ได้! ด้วยคุณสมบัติที่ไม่ไก่กาเลยจริง ๆ ดังต่อไปนี้ ดีไซน์ ที่เก็บ Air pod ตามปกติจะแยกชิ้นกับมือถือชัดเจน โอกาสที่จะทำหายจึงสูง แถมค่อนข้างเกะกะ ใช้งานจริงไม่สะดวก แต่เคสชิ้นนี้สร้างที่เก็บสำหรับเสียบไว้ที่มุมเคสทำให้ไม่สะดุดเวลาหยิบใช้งาน ที่สำคัญยังมีระบบแม่เหล็กและที่ปิดล็อกใส จึงมองเห็นได้ทันทีจากด้านนอก ไม่มีลืม ไม่มีหล่น ซึ่งช่องที่เราใช้เก็บ Air Pod นี้ยังทำหน้าที่แท่นชาร์จหูฟังให้เราได้อีกด้วย แบตเตอรี่
กีฬาทางอากาศที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่าง Red Bull Air Race จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2003 โดยมี Hamilton ทำหน้าที่เป็นผู้จับเวลาในการแข่งขันอย่างเป็นทางการตั้งแต่ครั้งแรกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของ Hamilton ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันที่มอบความสนุกและความตื่นเต้นให้กับเหล่าบรรดาแฟนๆ ทั่วโลก ซึ่งในปีนี้พิเศษยิ่งกว่าเคย เนื่องจากได้นาฬิการุ่นล่าสุดอย่าง Khaki X-Wind Day Date มาทำหน้าที่จับเวลาในการแข่งขันทางอากาศสุดระทึกนี้ Khaki X-Wind Day Date มาพร้อมกับตัวเรือนขนาด 45 มิลลิเมตร หน้าปัดสีน้ำเงินที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นที่น่าจับตามองมากยิ่งขึ้นและยังช่วยให้ผู้สวมใส่ดูเวลาได้สะดวกเพียงพริบตาเดียว ทั้งยังทำให้เข็มนาฬิกาเคลือบสารเรืองแสงด้วย Super-LumiNova® เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้นอีกสำหรับหน้าต่างแสดงวันและวันที่อยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาและเม็ดมะยมหลักจะอยู่ทางด้านซ้ายของนาฬิกา ส่วนเม็ดมะยมทางขวามือเป็นฟังก์ชันการคำนวณทิศทางลมขวาง (Crosswinds) จากรุ่นดั้งเดิมตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งเป็นนาฬิกาอนาล็อกเรือนแรกที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นนี้และด้วยกลไกอัตโนมัติรหัส H-30 พร้อมกำลังลานสำรองสูงสุด 80 ถึงชั่วโมง ทำให้นาฬิการุ่นนี้จึงพร้อมรับเที่ยวบินตรงทุกเส้นทาง สำหรับการแข่งขัน เรด บูล แอร์ เรซ (Red Bull Air Race) นับเป็นสุดยอดกีฬาทางอากาศที่น่าตื่นเต้นที่สุดโดยมีแฮมิลตันเป็นผผู้ควบคุมเวลาเหนือน่านฟ้าของการแข่งขันนี้มาตั้งแต่การครั้งครั้งแรกในปี 2003
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมาถือเป็นอีกวันสำคัญของมนุษยชาติ เพราะมันคือวันครบรอบ 50 ปีที่ยานอวกาศ Apollo 11 ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ และเป็นวันที่มนุษย์ได้ประทับรอยเท้าบนดาวเคราะห์ขรุขระดวงนี้เป็นครั้งแรก นอกจาก Neil Armstrong, Michael Collins, Buzz Aldrin และทีมนักอวกาศที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลก หนุ่ม ๆ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแบรนด์กล้องสุดหรูสัญชาติสวีเดนอย่าง HASSELBLAD ก็มีบทบาทไม่น้อยในภารกิจอันใหญ่หลวงนี้ กล้องที่เคยบันทึกภาพประวัติศาสตร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว หากเปิดบันทึกประวัติศาสตร์ย้อนไปเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน จะรู้ว่า HASSELBLAD ได้รับคัดเลือกจาก NASA ให้ผลิตและจัดหากล้องที่จะไปสำรวจดวงจันทร์พร้อมกับยาน Apollo 11 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นกล้องที่แข็งแรงทนทาน สามารถยืนหยัดต่อสู้กับอุณหภูมิ -270 องศาเซลเซียสและภาวะขาดแรงโน้มถ่วงของอวกาศได้เป็นอย่างดี แบรนด์กล้องสวีเดนเจ้านี้จึงส่ง HASSELBLAD DATA CAMERA (HDC) สีเงิน พร้อมเลนส์ Zeiss Biogon 60 มม. ƒ/5.6 ให้ Neil Armstrong
นอกจากปริมาณคาเฟอีนของกาแฟแก้วอุ่นที่ผู้ชายเราโหยหามันทุกเช้า ก็มีเบียร์นี่ละที่อยู่ในความปรารถนาและอยากจะยกมันซดแทบทุกคืน แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะหอบร่างกายกำยำไปยังร้านนั่งชิลเพื่อลิ้มรสเบียร์แก้วโปรดได้ดั่งใจ กว่าจะเคลียร์งานเสร็จ กว่าจะฝ่าสมรภูมิรถติดจนถึงบ้าน ก็ทำเอาหอบเหี่ยวหมดแรงและไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะส่งกายหยาบลงไปซื้อเบียร์เย็น ๆ มากินสักขวด แล้วถ้ามีนวัตกรรมที่ช่วยให้เราทำเบียร์ดื่มเองได้ที่บ้าน พวกคุณว่ามันจะเจ๋งขนาดไหนกัน? ต้องบอกว่าในยุคนี้ทิศทางของอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงให้เห็น เบียร์คราฟต์และเบียร์ 0% แอลกอฮอล์ที่เป็นทางเลือกใหม่ของหนุ่มนักดื่มทวีความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับรสชาติและส่วนผสมของเบียร์ ไม่แพ้ความเมามายและอาการขาดสติสัมปชัญญะที่เป็นจุดขายของน้ำเมาชนิดนี้ แม้ความคิดที่จะสร้างเครื่องผลิตเบียร์จะไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ LG ถือเป็นเจ้าแรกของโลกที่นำนวัตกรรมการผลิตเบียร์แบบแคปซูลมาใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์การเติบโตของธุรกิจเบียร์คราฟต์ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ LG HOMEBREW นวัตกรรมเครื่องผลิตเบียร์แบบแคปซูล LG บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี และ MUNTON บริษัทมอลต์ชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ ร่วมกันพัฒนา LG HOMEBREW เครื่องทำเบียร์แบบแคปซูลเครื่องแรกของโลกที่ดีไซน์ออกมาคล้าย ๆ กับเครื่อง Nespresso แต่มาพร้อมแคปซูลเบียร์ที่นำมอลต์, ยีสต์, น้ำมันฮอปส์ และรสชาติมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นแคปซูล 5 รส ประกอบด้วย American IPA, American Pale Ale, English Stout, Belgian-style Witbier และ Czech
หลังจากที่ Canon และ Nikon ได้ปล่อยกล้อง EOS R และ Z7 ออกมาเมื่อไม่นานนี้ ฝั่ง SONY เองก็ไม่ยอมนิ่งเฉย เตรียมเปิดตัวทายาทรุ่นต่อไปของตระกูล A7R อย่าง ‘SONY A7R IV’ เพื่อเข้าร่วมศึกครั้งนี้ด้วย แม้จะไม่ได้ครองส่วนแบ่งการตลาดของกล้อง mirrorless มากเท่าบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่คงต้องบอกว่าบริษัทแดนปลาดิบรายนี้ก็ไม่เคยย่อท้อเลยสักนิด เร่งขับเคลื่อนและพัฒนานวัตกรรมภาพถ่ายให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ SONY A7R IV ตัวนี้คือบทพิสูจน์ความสำเร็จของกล้อง mirrorless ที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งยุค ความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซลของรุ่นพี่ A7R III ตัวก่อนถูกอัปเกรดให้ทรงประสิทธิภาพกว่าเดิม ด้วยเซนเซอร์ BSI CMOS ขนาด 35 มิลลิเมตร ที่ความละเอียดมากถึง 61 ล้านพิกเซล ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วย Dynamic Range ที่ 15 Stop ช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างอิสระไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงแบบใดก็ตาม เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ผู้หลงรักภาพถ่ายแบบ landscape
วงการกล้อง mirrorless ต้องผงะอีกครั้ง! เมื่อ Sigma Corporation บริษัทผู้ผลิตเลนส์กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพชื่อดังแห่งแดนปลาดิบ ประกาศเปิดตัว SIGMA FP (Fortissimo Pianissimo) กล้อง mirrorless full frame ตัวแรกที่เคลมมาว่าขนาดเล็กและน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ แม้ก่อนหน้านี้ Sigma จะพยายามผลิตกล้องดิจิทัลหลายรุ่นออกมาสู้รบกับหลากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาด แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความนิยมมากเท่าการผลิตเลนส์ แต่ครั้งนี้บอกได้เลยว่าไม่เหมือนกับครั้งก่อน ๆ แน่นอน เพราะ SIGMA FP ตัวนี้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แวดวง mirrorless แบบที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง SIGMA FP ได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ “pocketable full-frame” จึงออกแบบกล้องให้กะทัดรัดและพกพาสะดวก ด้วยขนาด 4.43 x 2.75 x 1.78 นิ้ว และน้ำหนักเพียง 13 ออนซ์ หรือประมาณ 370 กรัมเท่านั้น แม้กล้องจะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา แต่โครงสร้างก็แข็งแรงทนทานไม่น้อย เพราะได้อลูมิเนียมหล่อผสมอัลลอยมาดีไซน์ตัวบอดี้รอบนอก เสริมให้กล้องมีจุดแข็งมากกว่า
หากหนุ่ม ๆ เป็นหนึ่งในสาวกเกมบอยผู้กำลังคิดถึงความทรงจำเก่า ๆ และประสบการณ์เกมสไตล์เรโทร เราเชื่อว่าคุณจะต้องหลงรัก ‘CLOCKWORK GAMESHELL’ เกมคอนโซลขนาดพกพาเครื่องนี้อย่างแน่นอน แม้จะไม่ใช่เครื่องเล่นเกมพกพาชิ้นแรกของโลกที่วางขายในตลาด และแม้มันจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกมบอยโดยตรง แต่ความขลังของเกมบอยนั้นก็ป็นแรงบันดาลใจให้อุปกรณ์ไฮเทคมากมายในปัจจุบัน เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ CLOCKWORK หยิบเอาโครงสร้างเกมบอยในตำนาน มาสร้างสรรค์คอนโซลพกพาตัวใหม่ที่สอดแทรกเทคโนโลยีสุดล้ำและอัปเกรดสเปกให้เทพกว่ารุ่นก่อน ๆ หลายเท่า รูปแบบงานดีไซน์ภายนอกของ CLOCKWORK GAMESHELL นั้นแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนมากนัก หากโดดเด่นด้วยชุด DIY แบบแยกส่วนที่หนุ่ม ๆ สามารถประกอบเกมเองได้ที่บ้าน ความพิเศษคือนี่ถือเป็นเกมโมดูลตัวแรกของโลกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ GNU / Linux หรือซอฟต์แวร์แบบ open source ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้ ช่วยให้เครื่องประมวลผลได้อย่างทรงพลังและทำงานลื่นไหลกว่าเดิม เกมคอนโซลตัวนี้สร้างขึ้นจากเมนบอร์ด ClockworkPi เวอร์ชัน 3.1 ขับเคลื่อนด้วย Quad-core Cortex-A7 และ Mali GPU พัฒนาให้มี CPU, PMU chip, wi-fi และ bluetooth ในตัว ทั้งยังเลียนแบบระบบเกมเพลย์ของ Atari,
หลังจากปล่อยให้หนุ่ม ๆ ทนรอกล้องรุ่นใหม่จากซีรีส์ POWERSHOT G อยู่นาน CANON ก็ประกาศเปิดตัวกล้องคอมแพกต์รุ่นล่าสุด ‘POWERSHOT G7 X Mark III’ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ตอกย้ำชื่อเสียงผู้ผลิตกล้องคอมแพกต์ชั้นนำของโลกด้วยฟีเจอร์สุดเจ๋ง Live Video Streaming ให้ไลฟ์ลงในแพลตฟอร์มของ Youtube แถมยังมีโหมดถ่ายวิดีโอแนวตั้ง เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียโดยตรง เมื่อเทียบกับตัวก่อนคอมแพกต์รุ่นนี้ถือว่ามีขนาดกะทัดรัดกว่า ทั้งยังเพิ่มพอร์ตเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรและไมโครโฟนสเตอริโอในตัวที่รุ่นก่อนไม่มี มาพร้อมหน้าจอ arRear touchscreen 3 นิ้ว หมุนจอภาพได้มากถึง 180 องศา ทำให้หันกล้องมาถ่ายเซลฟีได้สบาย ๆ ยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวในตัวและรองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัดระดับ 4K Ultra High Definition ที่ 30 เฟรมต่อวินาที โดยไม่มีการตัดขอบรูป แถมยังถ่าย full HD ได้ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย POWERSHOT
พวกเราน่าจะอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรถยนต์จากเครื่องยนต์เผาไหม้ไปสู่พลังงานไฟฟ้า เพราะตอนนี้เรียกว่าเกือบทุกค่ายต่างนำเสนอโมเดล Full Electric Vehicle ประเดิมชัยกันใหญ่โต และล่าสุดก็มาถึงคิวของ Mini กันบ้าง หลังจากชักเข้าชักออกอยู่พักใหญ่ ก็ได้ฤกษ์อวยชัยเผยวันเปิดตัว All-Electric Mini คันแรกในเดือนมีนาคม ปี 2020 ที่จะถึงนี้แน่นอน ในขณะที่หลายค่ายนำเสนอรถ EV ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แต่สำหรับ Mini การคงไว้ซึ่งคาแรคเตอร์ของตัวเองเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้พลังงานขับเคลื่อน เราจึงจะไม่ได้เห็นหน้าตาภายนอกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจาก Mini Cooper MY ปัจจุบันแต่อย่างใด นอกจากจะเป็นการเก็บรักษาความ Classic ของรูปโฉมเอาไว้ ต้องยอมรับว่ารูปโฉมของ Mini ก็มีความ Modern ล้ำสมัยมากพอโดยไม่ต้องเปลี่ยนลวดลาย ไฟหน้า หรือล้อขนาดใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ จะมีก็เพียงแค่ขุมพลังที่ถูกแทนที่ด้วยแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้เน้นแรงบ้าระห่ำอย่างที่ใครเค้าแข่งขันกัน แต่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองได้อย่างสะดวกสบายมากกว่า Mini Electric จะมากับแบตเตอรี่ไฟฟ้าและมอเตอร์พลังงาน 135Kw หรือราว 181 แรงม้า ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด
ANKER บริษัทผู้ผลิตพาวเวอร์แบงค์ชื่อดังเปิดตัว ‘NEBULA CAPSULE II MINI’ โพรเจกเตอร์ขนาดพกพาที่ฉายภาพความคมชัดระดับ HD ที่ความละเอียด 720 พิกเซล มาพร้อมค่าความสว่างสูงสุด 200 ANSI lumens และระบบเลเซอร์โฟกัสภาพอัตโนมัติ ช่วยให้หนุ่ม ๆ รับชมวิดีโอได้อย่างคมชัดและแม่นยำ แถมหน้าจอยังขยายแนวทแยงมุมได้มากถึง 100 นิ้ว เรียกได้ว่าสเปกเครื่องไม่ธรรมดาและน่าสนใจที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ตัวบอดี้ดีไซน์ด้วยสีดำให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ก็ดูหรูหราทันสมัย แต่ที่แตกต่างกับโพรเจกเตอร์รุ่นก่อน ๆ อย่างชัดเจน ต้องยกให้ขนาดของตัวอุปกรณ์ที่ดีไซน์มาแบบกะทัดรัด แถมมีน้ำหนักเพียงครึ่งปอนด์เท่านั้น ทำให้หนุ่ม ๆ สามารถติดตั้งโพรเจกเตอร์ตัวนี้บนเพดานได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะวางที่พื้นแล้วฉายภาพขึ้นผนังก็ไม่ได้เกะกะรกหูรกตาแต่อย่างใด ไม่ต้องยุ่งยากกับการเชื่อมต่อลำโพงผ่านบลูทูธ เพราะเจ้า NEBULA CAPSULE II MINI มีลำโพง 8W speaker built-in ในตัว ช่วยเพิ่มระดับและคุณภาพเสียงแบบดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับการควบคุมระยะไกลและการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ที่ทำให้การใช้งานของหนุ่ม ๆ ราบรื่นและสร้างอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์แบบจุใจ แม้อุปกรณ์ตัวนี้จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลไม่มาก และไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการดาวน์โหลดคอนเทนต์ใส่ตัวเครื่อง แต่หนุ่ม ๆ


