ถ้าพูดถึงนักสู้หรือชนชั้นนักรบของสังคมญี่ปุ่นสมัยก่อน คนทั่วไปก็จะนึกถึงซามูไรเป็นอย่างแรก นึกถึงโรนิน หรือแม้กระทั่งชื่อของการปลิดชีพตัวเองอย่างเซ็มปุกุ (ฮาราคีรี) แต่ถ้าถามว่ารู้จัก อนนะ บุเกอิชา (Onna Bugeisha) หรือไม่ ? คำตอบส่วนใหญ่คือ “ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินมาก่อน” ทั้งที่คนกลุ่มนี้มีบทบาทมากในสงครามญี่ปุ่น น่าเศร้าที่ความแข็งแกร่งของ อนนะ บุเกอิชา ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากเท่าไหร่ UNLOCKMEN จึงอยากเล่าเรื่องราวโคตรเท่ของกลุ่มอนนะ บุเกอิชา รวมถึงตำนานความโหดกลางสนามรบของโทโมเอะ โกเซ็น (Tomoe Gozen) สตรีที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นซามูไรหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น “เพราะซามูไรไม่ได้รบเพียงลำพัง แต่ยังมีสตรีที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน” ONNA BUGEISHA เรื่องราวของกลุ่มหญิงสาวที่หันมาจับดาบ อนนะ บุเกอิชา คือกลุ่มสตรีญี่ปุ่นที่ลุกขึ้นมาจับอาวุธวิ่งเข้าสู่สมรภูมิไม่ต่างจากซามูไร พวกเธอแตกต่างจากหญิงญี่ปุ่นทั่วไปที่ต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน หญิงจากตระกูลดีต้องเรียนรำ ชงชาตามประเพณีอันดีงาม ส่วนหญิงชาวบ้านต้องฟังสามี หลักฐานทางประวัติศาสตร์บางชิ้นระบุไว้ว่าในช่วงศตวรรษที่ 16-18 ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นก๊กเป็นเหล่าและทำต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่เขตแดน ในสงครามก็มีอนนะ บุเกอิชา หรือซามูไรหญิงเข้าร่วมรบเป็นจำนวนมาก จุดเริ่มต้นของ อนนะ บุเกอิชาไม่มีที่มาที่ไปแน่ชัด บ้างก็ว่าเกิดขึ้นในยุคเฮอัง บางคนก็คาดว่าเกิดขึ้นในยุคคามากุระ แต่เหตุผลทำให้หญิงสาวจับอาวุธเกิดขึ้นเมื่อสามีหรือพ่อต้องออกไปทำสงคราม เมื่อชุมชนไร้ชายชาตรีมีแต่ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันพวกเธอจะต้องดูแลตัวเอง
ไม่มีกระแสใดในวันนี้จะมาแรงกว่าจำนวนคนรีวิว Joker บน Social Media พร้อมสารพัดคำชมชนิด 10/10 แบบไม่ขาดสาย จนคนที่ยังไม่ได้ดูต้องเศร้าใจหลีกหนี Spoil กันหัวซุกหัวซุน แน่นอนว่าพวกเรากำลังเล็งหาวันและรอบเหมาะ ๆ ที่จะเสพ Joker ในบทบาทนำแสดงโดย Joaquin Phoenix ชายผู้ส่งเสริมให้ Joker กลายเป็นผู้ร้ายที่ทุกคนต่างหลงรักได้มากขนาดนี้ แต่เสียงหัวเราะที่ดังที่สุดน่าจะมาจากเจ้าของภาพยนตน์อย่าง Warner Bros. ที่สามารถทำรายได้ถล่มทลาย ขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน Box Office ประจำเดือนตุลาคม ที่สามารถทำรายได้ Opening Weekend ในตลาด USA และ Canada ได้มากถึง $93.5 ล้านเหรียญ หรือราว 2,800 ล้านบาท (ภาพยนตร์เข้าฉายวันศุกร์ – อาทิตย์ แต่มีรายได้จากวันพฤหัสคืน Preview ไป $13.3 ล้านเหรียญ) ซึ่งเอาชนะแชมป์เก่าที่เข้าฉายในเดือนเดียวกันอย่าง ‘Venom’ ไปได้ชนิดทิ้งไม่เห็นฝุ่น
หากใครที่เป็นสาวกท่านศาสดา Thom Yorke หรือวง Radiohead น่าจะทราบกันดีว่า เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน พี่แกได้ปล่อยเพลงชื่อ Hands off the Antarctic ซึ่งเป็นเพลงสำหรับแคมเปญรณรงค์การปกป้องมหาสมุทรแอนตาร์กติกออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟัง โดยเรียกได้ว่าเป็นบทเพลงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ (คุณสามารถอ่านบทความเต็มเรื่องเพลง Hands off the Antarctic ได้ที่นี่ คลิก) นอกจากนั้น Thom Yorke ก็ยังเดินหน้ารณรงค์อย่างเอาจริงเอาจังเรื่อง Climate Change หรือวิกฤตการณ์ภูมิอากาศมาโดยตลอด แต่ไม่รู้เหตุผลกลใดทำให้ใจท่านเปลี่ยนแปลง เพราะล่าสุดพี่แกดันออกมาพูดผ่านสื่อว่าตัวเองเป็นพวกดีแต่ปากเรื่องรักษ์โลก! โดยงานนี้ Thom Yorke ได้เผยความในใจ (ที่น่าตกใจ) นี้ ผ่านรายการพอดแคสต์ Desert Island Discs ของช่อง BBC Radio 4 ในฐานะแขกรับเชิญเอาไว้ว่า “สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างติดอยู่ในใจผมก็คือ ผมกำลังรณรงค์เรื่องวิกฤติการณ์ภูมิอากาศอยู่นะ แต่ผมก็คือคนที่ยังนั่งเครื่องบินโดยสารไปทำงานเป็นประจำ อืม… ผมมันดีแต่ปากนั่นแหละ” หากใครติดตามข่าวสารช่วงนี้ เชื่อว่าคงจะเห็นข่าวของสาวน้อยนักรณรงค์วัย 16
การ์ตูนญี่ปุ่นหรือมังงะ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับผู้ชายไทยมาตั้งแต่เด็กจนโต บางคนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็อาจเลิกอ่านมังงะหันไปชื่นชอบสิ่งอื่นแต่สำหรับใครหลายคนมังงะเหมือนกับเพื่อนคู่ใจที่โตมาด้วยกัน เพราะไม่ว่าวันไหนที่เหนื่อยจากการเรียนหนัก หรือท้อจากชีวิตการทำงาน เพียงแค่กลับมาที่ห้องและพักผ่อนไปกับการ์ตูนเรื่องโปรดก็สามารถทำให้เรามีแรงไปสู้ต่อในวันรุ่งขึ้นได้แล้ว UNLOCKMEN ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่เติบโตมากับมังงะด้วยเช่นกัน จึงทำให้เราอยากพาหนุ่ม ๆ ทุกท่านมาพบกับ 5 อันดับมังงะจาก Shonen Jump นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ของสำนักพิมพ์ Shueisha ที่ตีพิมพ์มานานกว่า 51 ปี ว่ามังงะเรื่องไหนจะโดดเด่นทั้งเรื่องราวและตัวละครจนได้รับความนิยมจากผู้ชมมาโดยตลอด อันดับ 5 SLAM DUNK ถ้าพูดถึงมังงะเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอลใคร ๆ ก็จะต้องพูดถึงเรื่อง Slam Dunk อย่างแน่นอน ผลงานจากอาจารย์ Inoue Takehiko ทั้งหมด 31 เล่ม สามารถจำหน่ายได้มากกว่า 100 ล้านเล่มทั่วโลก Slam Dunk เป็นมังงะที่สามารถถ่ายทอดความสุขและความเศร้าของเหล่านักกีฬาจำเป็นได้อย่างครบถ้วน เพราะตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กอันธพาลเกลียดการเล่นบาสฯ แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินเข้าสนามแข่งเพื่อแย่งลูกกลม ๆ ยัดลงห่วง เพียงเพราะสาวที่เขาแอบปลื้มชื่นชอบนักกีฬาบาสเกตบอล จึงทำให้เรื่องวุ่น ๆ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อเด็กหนุ่มไม่สนใจกีฬาบาสได้มาอยู่ในวงการ สัมผัสกับความฝันของคนในทีม
มนุษย์กบ หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘หน่วยซีล (SEAL)’ เป็นกลุ่มทหารของกองทัพเรือที่ได้รับการฝึกฝนเข้มงวดที่สุดในบรรดาหน่วยรบพิเศษจากทุกเหล่าทัพ พวกเขาถูกกดดันทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างเข้มข้นเพื่อให้ทหารฝีมือดี ผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งในทะเล กลางอากาศ และภาคพื้นดินตามชื่อหน่วย SEAL (SEA-AIR-LAND) หน่วย SEAL ต้องผ่านการฝึกมหาโหดเพื่อทดสอบขีดจำกัดของร่างกาย และต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงท่ามกลางความกดดันที่ถาโถม แม้การฝึกฝนที่หนักหน่วงอาจทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนคิดว่าหน่วย SEAL จำเป็นต้องมีสมรรถภาพร่างกายในระดับสูง แต่มากกว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความแข็งแรงทนทานของสภาพจิตใจ วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะพาหนุ่ม ๆ ไปเรียนรู้ 4 เคล็ดลับทางจิตวิทยาที่ช่วยให้หน่วย SEAL บรรลุภารกิจและมีชีวิตรอดท่ามกลางความกดดันและอันตรายที่จู่โจมอย่างรวดเร็วจนพวกเขาแทบตั้งรับไม่ทัน ตั้งเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัดและเรียงลำดับเป้าหมายอย่างเป็นระบบ ช่วยให้หน่วย SEAL บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อดีตหน่วย SEAL นายหนึ่งกล่าวว่านี่เป็นเทคนิคที่เขาใช้ขณะทำการฝึกรบ และมันช่วยให้เขาสามารถจัดการกับเป้าหมายที่ยุ่งยากและความกดดันได้โดยง่าย เขาจะจำแนกแยกย่อยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นเป้าหมายขนาดย่อม แล้วค่อย ๆ ไล่จัดการเป้าหมายเล็ก ๆ พร้อมใช้ประโยชน์จากความสำเร็จของเป้าหมายขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการทะลุทะลวงเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ฝึกฝนสภาพจิตใจ การฝึกสภาพจิตใจอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการสร้างภาพข้อมูล (Visualization) เป็นการทำบางอย่างซ้ำไปซ้ำจนมันกลายเป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งหน่วย
แม้เราจะดูเป็นผู้ชายห่าม ๆ แต่เมื่อถึงคราวของเรื่องราวไอเดียรักษ์โลก เราก็ชอบที่จะหยิบมานำเสนอเผื่อบริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศไทยจะเอาไปใช้บ้าง โดยคราวนี้เป็นไอเดียการ Collaboration ที่หลายคนคาดไม่ถึงว่าบัตรเครดิตใบเล็ก ๆ ในกระเป๋า จะสามารถช่วยลดขยะพลาสติกในทะเลได้มากถึง 1 ล้านปอนด์ สำหรับ Sneakerhead อาจจะคุ้นชื่อ Parley หน่วยงานที่เน้นลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งพยายามเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ Collab กับ adidas เปลี่ยนขยะเป็น Ultraboost มาแล้ว ล่าสุดเป็นการร่วมมือกับ Amercian Express (Amex) เพื่อเปลี่ยนขยะตามชายหาด เป็นบัตรเครดิตให้รูดปื๊ดได้อย่างมีสไตล์และช่วยทะเลไปพร้อมกัน American Express จะเริ่มเปิดรับบัตรเครดิตที่หมดอายุ บัตรขัดข้อง บัตรหาย ทั้งของผู้ใช้ทั่วไป องค์กรเล็กและใหญ่ในอเมริกา (Small Business – Corporate Cards) เปลี่ยนเป็นบัตร Amex x Parley ในปี 2020 เป็นต้นไป ถึงแม้ว่าจะดูเป็นปริมาณขยะพลาสติกที่ไม่เยอะมากนักเมื่อเทียบกับจำนวนขยะ 8 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงทะเลในแต่ละปี
ว่ากันว่าอาชีพเก่าแก่ที่สุดในโลกคือโสเภณี เรื่องราวของหญิงสาวขายเรือนร่างเพื่อแลกกับบางสิ่ง เช่น เงิน ความเชื่อ และแต่ละทวีปหรือแต่ละยุคสมัยก็มีคำใช้เรียกพวกเธอต่างกันไปทั้ง หญิงงามเมือง สาวขายบริการ คณิกา โสเภณี หรือโอยรัน การใช้เรือนร่างแลกกับบางสิ่งที่ว่ามีทั้งการร่วมเพศสัมพันธ์กับชายไม่รู้จักสมัยบาบิโลนเพื่อบูชาเทพเจ้ามิลิตตา (The Goddess Mylitta) หรือสถานบริการของพวกเธอที่ใครหลายคนเรียกว่าซ่องของยุคกรีกถูกสร้างขึ้นเพื่อลดปัญหาความสำส่อนทางเพศของเหล่าชายหญิงผู้ต้องการระบายความรู้สึก ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ค่านิยมของสมัยก่อนบางส่วนมองว่าร่างกายของหญิงสาวมีไว้เพื่อบำเรอชาย หญิงสาวตามแบบค่านิยมของสังคมจะต้องรักนวลสงวนตัว มีสามีคนเดียว และเป็นแม่ที่ดีของลูก แต่ถ้าผู้หญิงทุกคนปฏิบัติตามค่านิยมแล้วใครจะทำงานเป็นโสเภณีสร้างความสุขให้เหล่าชายชาตรี ? เมื่อคิดได้ดังนั้น โลกนี้ก็อนุญาตให้มีข้อยกเว้นที่ทำให้ทุกประเทศต่างก็มีหญิงงามเมือง และคงไม่มีชายใดฉุกคิดว่าโสเภณีจะมีค่ามากจนบางคนทำงานแทบตายก็ยังไม่ได้ครอบครอง ด้วยเรื่องราวอันยาวนานและแสนละเอียดอ่อนของหญิงงามเมือง UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับศิลปะการขายเรือนร่างเพื่อความบันเทิงของ โอยรัน (Oiran, 花魁) หญิงงามเมืองชั้นสูงเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ที่ทำให้บางครั้งผู้ชายอกสามศอกยังต้องยอมลงให้เพียงเพื่อใช้เวลาร่วมกับเธอแค่หนึ่งคืน ความเหมือนที่แตกต่างของโอยรันและเกอิชา โสเภณีถือเป็นอาชีพที่หญิงสาวจำนวนไม่น้อยทำกันมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่นที่ อาชีพโสเภณีมีอยู่เกลื่อนเมืองในยุคสมัยเคโช (ค.ศ. 1596 – 1614) แต่เรื่องราวของพวกเธอถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนเป็นกิจจะลักษณะในหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1600 – 1868) ที่ทำให้การค้าบริการทางเพศเป็นเรื่องถูกกฎหมาย แจกแจงลำดับชั้นของโสเภณีเพื่อความสะดวกเวลาใช้บริการ และจำกัดย่านโคมเขียวของแต่ละเมืองให้ชัดเจน เช่น ย่าน Yoshiwara (1618) ของกรุงโตเกียว
ข่าว Jack Ma ลงจากเก้าอี้ แม้ว่าได้ยินมาตั้งแต่ช่วงนี้ปีที่แล้ว แต่พอนับ Day 1 การเกษียณจริง ๆ เปลี่ยนตำแหน่งจาก CEO ไปนั่งเป็นกรรมการบริหารบริษัทแทน อาจทำให้บางคนรู้สึกใจหาย ทว่าสำหรับผู้ถือหุ้น เรื่องนี้ไม่ค่อยมีผลกระทบนัก เพราะจระเข้แห่งแยงซีรุ่นต่อไปของ Alibaba อย่าง Daniel Zhang เองก็ซ่อนเขี้ยวเล็บที่ไม่ธรรมดาไว้มากมาย ภาพเฮีย Ma ขาร็อก แสดงบนเวทีเป็นการส่งท้ายลงบัลลังก์อย่างประทับใจและมี Daniel Zhang ขึ้นมาร้องเพลงบนเวทีเป็น Extra Special ในงานฉลองครบรอบบริษัท 20 ปี ถือเป็นบทส่งท้ายของผู้ก่อตั้งที่ทั้งเท่ แหวกแนว ติดตาคนทั่วโลก LEEEEEEET'S ROCK! Sunglass-clad Jack Ma performs rock music during the Alibaba gala in Hangzhou on Tuesday. #JackMa @AlibabaGroup
“Chales Manson” คือชื่อที่คนทั้งโลกจำไม่ลืม เพราะเขาคือฮิปปี้ผู้กลายเป็นศาสดาลัทธิฆาตกรสุดเลื่องชื่อแห่งยุค 60 ชายผู้ชักจูงคนหมู่มากด้วย ‘วาทศิลป์’ ให้กระทำการฆาตกรรม Sharon Tate ดาราสาวดาวฮอลลีวูดแห่งยุค 60 อย่างโหดร้ายทารุณ เรื่องราวของเขาและ Manson Family ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Helter Skelter (เวอร์ชัน 1976 และ 2004), Manson’s Lost Girls (2004), Charlie Says (2019) รวมไปถึง Once Upon a Time in Hollywood ที่กำลังเข้าโรงอยู่ตอนนี้ก็อ้างอิงคดีความของเขาเช่นกัน และล่าสุด Chales Manson ยังมีบทบาทสำคัญในซีรีส์ Mindhunter Season 2 อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเรื่องราวของเขาสามารถหยิบยกมาพูดถึงได้ทุกยุคทุกสมัยแบบไม่มีวันจบสิ้น คุณสามารถอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของเขาได้เต็ม ๆ ที่นี่ คลิก เพลงก็เช่นกัน… ก่อนหน้าที่
Benjamin Franklin คือหนึ่งในบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา แม้เราจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากับใบหน้าขาวดำที่ปรากฏอยู่บนธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนยังไม่รู้ว่าเขาคือผู้ชายที่ถูกขนานนามว่า “ประสบความสำเร็จแทบทุกเรื่องในชีวิต” เขาเป็นทั้งช่างพิมพ์ นักเขียน นักปรัชญา นักการเมือง นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ และนักการทูต มีพรสวรรค์ในการเขียนหนังสือ แต่งเพลง เล่นไวโอลิน ทั้งยังมีทักษะการเล่นกีตาร์ในระดับสูง Benjamin Franklin คือผู้ให้กำเนิดหอสมุดแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้ง The University of Pennsylvania และเป็นหนึ่งในคนสำคัญแห่งยุคเรืองปัญญาที่คิดค้นสายล่อฟ้า จุดเริ่มต้นความรู้ครั้งใหญ่ของสาขาวิชาฟิสิกส์โลก แล้วที่สำคัญที่สุด Benjamin Franklin คือผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้แยกตัวออกจากอาณานิคม และก่อตั้งชาติสหรัฐอเมริกาขึ้นมาจนทุกวันนี้ ด้วยรางวัลความสำเร็จที่การันตีและชื่อเสียงจากหลากหลายแขนงวิชา ทำให้เราสงสัยว่า ทั้งที่มีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเฉกเช่นมนุษย์คนอื่น แต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงประสบความสำเร็จได้แทบทุกเรื่องในชีวิต? 9 กุญแจไขความสำเร็จของ BENJAMIN FRANKLIN ทำให้มันง่าย ในหนังสืออัตชีวประวัติของ Benjamin Franklin เผยว่าเขาแบ่งตารางกิจวัตรประจำวันอย่างเรียบง่าย โดยมีเพียง 6 เรื่องเท่านั้นที่ต้องทำในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องมีกิจกรรมมากมาย
คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ คืออีกหนึ่งความสุขของผู้ชายเรา ไม่ว่าจะดำลงทะเลแหวกว่ายดูปลา ก้มหน้าเดินขึ้นเขาเพื่อรอชมดาวและทะเลหมอก สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดด้วยการล่องแพสุดหวาดเสียว หรือนอนโง่ ๆ บนเตียงในโรงแรมสักแห่งของโลกที่ห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศไม่คุ้นตา เราเชื่อว่าผู้ชายทุกคนมีเหตุผลของการไปเที่ยวที่ต่างกัน บางคนอยากพักผ่อนหลังจากเหนื่อยล้ากับการทำงาน บ้างกำลังวิ่งหนีและหาวิธีรักษาสภาพหัวใจที่ไม่สู้ดี แต่ไม่ว่าคุณจะออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่ออะไร โปรดรู้เอาไว้ว่ามันจะสร้างความทรงจำและประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับคุณเสมอ แล้วถ้าโชคดีกว่านั้นการเดินทางอาจเรียกคืนความสุขที่คุณเผลอทำหล่นหายในระหว่างเส้นทางการใช้ชีวิตก็เป็นได้ ถ้าความคิดที่อยากไปเที่ยวดันแวบเข้ามาในหัวคุณ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนดี นิตยสาร TIME เพิ่งจัดอันดับ 100 จุดหมายปลายทางแห่งปี 2019 ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากไปเยือน และ UNLOCKMEN ก็คัดเลือก 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่คิดว่าเจ๋งและเหมาะกับหนุ่มนักเดินทางอย่างคุณที่สุดมาไว้ให้แล้ว! Camp Adventure (Ronnede, Denmark) เดินทางจากเมือง Copenhagen เพียง 1 ชั่วโมง คุณก็จะได้พบกับ Camp Adventure สถาปัตยกรรมนาฬิกาทรายชื่อดังที่ตั้งอยู่ในป่า Gisselfeld Klosters Skove ของเดนมาร์ก ด้วยความสูงจากพื้นราว 45 เมตร ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าที่นี่จะน่าตื่นเต้นและหวาดเสียวมากขนาดไหน ตัวทางเดินที่ดีไซน์มาเป็นวง ๆ จะเชื่อมต่อไปยังยอดสูงสุดของแคมป์
การตั้งรกรากในอวกาศหรือดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ อาจเป็นพล็อตยอดนิยมที่หนุ่ม ๆ หลายคนเคยเจอมาจากซีรีส์หรือภาพยนตร์ไซไฟเรื่องดัง แต่ก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวมาก ๆ สำหรับเราหลายคน เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน โลกก็เริ่มส่งสัญญาณบ่งชี้ถึงความผิดปกติ ทั้งภาวะโลกร้อน ไฟป่า น้ำแข็งขั้วโลกหลอมเหลว หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างนำความรู้ความสามารถแต่ละแขนงมาผนวกรวมกัน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีแห่งโลกอนาคต เมื่อไม่นานมานี้ The Gateway Foundation มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างอวกาศผู้สร้างสถานีอวกาศแห่งแรกได้เปิดตัว ‘SPACE HOTEL’ โรงแรมกึ่งสถานีอวกาศแห่งแรกของโลก หรือที่นักบินอวกาศรู้จักกันในชื่อสถานีอวกาศวอนเบราน์ (Von Braun Space Station) ถือเป็นหนึ่งในแผนการสร้างเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ในสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) แต่แทนที่จะสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว มันกลับเป็นเหมือนเรือสำราญที่โคจรท่องอวกาศ พร้อมบรรจุห้องพักหรูหราและบาร์ค็อกเทลระดับพรีเมียมราวถอดแบบมาจากโรงแรมไฮเอนด์ Tim Alatorre ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบโรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิดของ Wernher von Braun วิศวกรการบินและอวกาศลูกครึ่งอเมริกัน-เยอรมัน เขาจึงนำเสนอตัวโครงสร้างโรงแรมแบบวงล้อขนาดมหึมาที่หมุนอย่างช้า ๆ เพื่อสร้างแรงโน้มถ่วง ตัวล้อมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 190 เมตร ระหว่างล้อแบ่งเป็นห้องพัก 24 ห้อง และถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับแขกจำนวน 400 คน ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีอบอุ่น


