ระหว่างที่บ้านเรายังคงรอวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น Sinovac หรือ AstraZeneca เข้ามาให้คนไทยได้ฉีดกัน ตอนนี้มีงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีนในอเมริกา ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่ติดตามผลจากสถานการณ์จริง โดยคนแถวหน้าเช่นหมอ พยาบาล พบว่าวัคซีนของ Pfizer และ Moderna เป็นสองตัวที่ป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้มากถึง 90% หลังจากฉีดครบ 2 โดส รายงานชิ้นนี้ไม่ใช่ไก่กา แต่มาจาก CDC (US Centers for Disease Control and Prevention) พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนสองตัวนี้ป้องกันเชื้อได้มากถึง 80% ตั้งแต่โดสแรก และหลังจากฉีดโดสที่สอง ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น 90% โดยการติดตามผลจากกลุ่มแนวหน้าในสถานพยาบาลถึง 4,000 คน ที่ทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 จาก 8 สถานที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงกลางธันวาคมถึงกลางมีนาคม วิธีตรวจของ CDC เข้มข้นและละเอียดมาก ทำการตรวจกลุ่มตัวอย่างทั้ง 4,000 คนโดยไม่สนว่ามีอาการหรือไม่ มีการติดตามสอบถามอาการ และอัพเดท medical reports ทำ
หลังจากที่มีการเปิดตัวกล้อง Full-Frame Mirrorless ระดับพระกาฬตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย แคนนอน ในรุ่น EOS R5 และ EOS R6 ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยจัดเต็มเทคโนโลยีขั้นเทพมาให้อย่างครบครัน ใช้งานได้สุดทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่ง หรือการถ่ายภาพเคลื่อนไหว หรือพูดง่าย ๆ ว่ากล้องทั้ง 2 รุ่นนี้เกิดมาเพื่อกำหนดนิยามใหม่ของความสร้างสรรค์เลยก็ว่าได้ ซึ่งคำกล่าวที่พูดมาข้างต้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดลอย ๆ เพราะมันถูกหยิบยกขึ้นมาปั้นให้เป็นรูปเป็นร่าง ต่อยอดแนวคิดนิยามใหม่ของความสร้างสรรค์ไปสู่อีกขั้นที่เหนือกว่า ในแบบที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสกับประสบการณ์นี้ได้ใน Digital Exhibition ที่มีชื่อว่า ‘Canon EOS Rtist’ นิทรรศการที่จัดแสดงภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นผลงานของ 22 ศิลปินเลือดใหม่ไฟแรงที่กำลังเฉิดฉายในวงการงานสร้างสรรค์ ณ ปัจจุบัน ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานเจ๋ง ๆ ออกมาผ่านกล้อง Canon EOS R5 และ EOS R6 รุ่นใหม่ล่าสุด และในวันนี้เราได้หยิบเอาผลงานที่น่าสนใจของศิลปินส่วนหนึ่งจำนวน 8 ท่าน มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้ดูกัน เพื่อกระตุ้นต่อมกำเนิดแรงบันดาลใจ ปลุกไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์ให้ลุกโชน ก่อนที่จะไปรับชมผลงานของเหล่า
เทคโนโลยีกล้องมือถือยิ่งไปไกลเท่าไหร่ แบรนด์กล้องใหญ่ยิ่งต้องรีบพัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้นเท่านั้น ส่วนแบรนด์ที่ไล่ตามโลกไม่ทันก็ต้องยุติการทำตลาดลงไปอย่างเช่น Olympus ในอดีต วันนี้เราจึงได้เห็นแบรนด์กล้องขยันออกรุ่นใหม่ที่บอดี้เล็กลง แต่ทรงพลังมากขึ้นทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ล่าสุด Sigma ได้เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ ‘fp L’ ที่เรียกได้ว่าเป็น “world’s smallest and lightest single lens mirrorless camera.” ในบอดี้ที่เรียวบางและเบา อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ 61-megapixel full-frame sensor ทำงานคู่กับระบบ hybrid phase-detect autofocus และ contrast autofocus ที่เคลมว่าทำงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วสุด ๆ ไปเลย ไม่ใช่แค่ภาพนิ่ง แต่มันยังรองรับ Videography 8-bit 4K ได้ถึง 30 fps สำหรับการบันถึงภาพแบบ Internal แต่ถ้าต่อ SSD ที่อ่านและบันทึกได้เร็ว จะสามารถเพิ่มความสามารถได้ถึง RAW 12-bit CinemaDNG DCI 4K (4,096
สมัยเรียนเคยกันไหม ? ทั้ง ๆ ที่พยายามอ่านหนังสือและตั้งใจเรียนมาตลอด แต่พอถึง 1 วันก่อนสอบ เรากลับเลือกที่จะนอนดึก วันสอบเลยไม่ค่อยพร้อมทำข้อสอบเท่าไหร่ หรือ ตอนทำงาน เคยมีช่วงที่ต้องนำเสนอโปรเจ็กต์ใหญ่ แต่พยายามทำตัวเองให้ไม่พร้อมนำเสนอไหม ? พฤติกรรมทำลายตัวเองเหล่านี้เรียกว่า “Self-handicapping” ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อเราต้องการป้องกันความเจ็บปวดจากความล้มเหลวหรือผิดหวัง มันจะเปิดช่องให้เราโทษอย่างอื่นได้ เช่น เมื่อผลการสอบแย่ เราสามารถโทษเพื่อนที่ชวนนอนดึกได้ โดยไม่ต้องโทษตัวเองที่ไม่ยอมเตรียมพร้อม หรือว่า ตอนที่ทำงานได้ไม่ดี เราจะสามารถโทษบรรยากาศที่ไม่เป็นใจแทนที่จะโทษตัวเองที่ไม่ยอมตั้งใจทำงานได้เหมือนกัน แม้ Self-handicapping จะปกป้องใจเราได้จริง แต่มันก็ทำให้เราทำงานได้แย่ลง ตัดสินใจได้แย่ลง และใช้ชีวิตได้แย่ลงเหมือนกัน เราเลยอยากให้ทุกคนรู้ทันอาการ Self-handicapping พร้อมแนะนำวิธีที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถผ่านมันไปได้ดีด้วย Self-handicapping เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ถ้าพูดกันตาม common sense ใคร ๆ ก็อยากประสบความสำเร็จ และก้าวหน้าในสิ่งที่ตัวเองทำกันทั้งนั้น Self-handicapping จึงไม่น่าจะเป็นพฤติกรรมของคนปกติสักเท่าไหร่ แต่ความเป็นจริง Self-handicapping เกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะธรรมชาติของมนุษย์มักรับความผิดหวังไม่ได้ พอทำพลาดขึ้นมา มักรู้สึกไม่สบายใจ เครียด ซึมเศร้า
เมื่อพูดถึงเรือนเวลาคุณภาพสูงที่สะท้อนจิตวิญญาณอเมริกันออกมาได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่า Hamilton แบรนด์นาฬิกาซึ่งก่อตั้งขึ้นที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1892 คือชื่อแรกที่ผู้หลงใหลในเรือนเวลาต่างนึกถึง กับชื่อเสียงเรื่องมาตรฐานการบอกเวลาที่แม่นยำ พร้อมเสน่ห์ของการผสานจิตวิญญาณแห่งความเป็นอเมริกันเข้ากับความเที่ยงตรงตามแบบฉบับของนาฬิกาสัญชาติสวิส จนได้รับความไว้วางใจให้มีบทบาทในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์การบินมาอย่างยาวนาน ด้วยเกียรติประวัติการได้รับเลือกให้เป็นนาฬิกาที่ใช้งานบอกเวลาอย่างเป็นทางการของเที่ยวบินไปรษณีย์สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในความสำเร็จของเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในเส้นทางการบินเชื่อมระหว่างสองชายฝั่งของสหรัฐฯ นอกจากภาพลักษณ์ของเรือนเวลาที่เกี่ยวข้องกับวงการการบินอย่างแนบแน่น นาฬิกา Hamilton ยังได้รับการขนานนามให้เป็น The Movie Brand ที่สะท้อนภาพวัฒนธรรมความเท่แบบคลาสสิกสไตล์อเมริกันสู่สายตาชาวโลกได้อย่างน่าประทับใจ ยืนยันได้จากการที่นาฬิกาหลายต่อหลายรุ่นของ Hamilton ได้ไปอวดโฉมอยู่ในภาพยนตร์ Hollywood ระดับ Blockbuster มาแล้วมากมายกว่า 500 เรื่อง และต้องบอกว่าหนึ่งในเรือนเวลายอดนิยมตลอดกาลจาก Hamilton ที่บรรดาผู้นิยมในสไตล์ American Classic ต่างโปรดปราน คือตำนานนาฬิกา Chronograph ชื่อเรียบง่าย ที่เปิดตัวมาพร้อมกัน 2 รุ่นอย่าง Chronograph A และ Chronograph B ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดีในชื่อ Hamilton Panda และ Hamilton Reverse Panda
ทุกวันนี้ อุบัติเหตุอยู่รอบกายแบบที่เราไม่คาดคิด โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนนที่พร้อมจะเกิดขึ้นทุก ๆวินาที และยิ่งอากาศร้อน ๆ แดดเปรี้ยงในช่วงเวลานี้ ดีกรีของอารมณ์ยิ่งพุ่งพล่าน เราจึงขอเสนอ 5 หนังสุดเดือด ของคนคลั่งที่เรามักเจอบนท้องถนน เผื่อเป็นอุทาหรณ์ เลี่ยงได้ก็จงเลี่ยง หลบได้ก็จงหลบ DUEL (1971) แค่แซงรถใหญ่ ก็ถูกไล่ล่าจนเกือบจะเอาตัวไม่รอด หนังเปิดตัว Steven Spielberg ในฐานะผู้กำกับหนังเป็นครั้งแรก แม้การประเดิมจะเริ่มต้นด้วยหนังทีวี แต่คุณงามความดีของมันก็ทำให้หนังพาตัวเองได้ฉายโรงใหญ่ในหลาย ๆ ประเทศภายหลัง (รวมไปถึงประเทศไทยที่ฉายหลัง Jaws จนตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ว่า “ไอ้จอว์สบก 18 ล้อ” เสียเลย ซึ่งตัวหนังก็ไม่ได้ต่างจาก Jaws นักในแง่ของความระทึกขวัญสั่นประสาท เพียงแต่เปลี่ยนจากทะเลเป็นถนนไฮเวย์อันร้อนระอุแทน เรื่องราวของชายหนุ่มที่ขับรถข้ามเมืองเพื่อไปให้ทันประชุม แต่ดันมาเจอรถขนก๊าซตรงหน้า เขาพยายามที่จะแซงไอ้ยักษ์บุโรทั่งคันนี้ไปให้ได้ แต่กลับกลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เฉียดตายที่เขาต้องจดจำไปตลอดชีวิต เมื่อรถปริศนาคันนี้ ไล่จี้ตามติดจนชายคนนี้เกือบตายหลายต่อหลายครั้ง มันพร้อมจะเล่นสงครามประสาทบนท้องถนนเพื่อรับรู้ถึงภัยอันน่ากลัวที่คุณไม่มีวันคาดคิด แม้จะหลบซ่อนมันยังไง สุดท้ายไอ้ตีนผี 18 ล้อก็เจอทุกที่ ในเมื่อหนีไม่ได้พระเอกของเรื่องก็ดับเครื่องชนมันเสียเลย กับหนังเรื่องนี้ Spielberg ได้รับคำชมในฐานะการสร้างความระทึกขวัญสั่นชีพจร ในสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดาและไร้ซึ่งเหตุผล แต่กลับตรึงคนดูให้ลุ้นตลอดเวลา
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อชั้นกิตติศัพท์ในเรื่องคุณภาพ รวมถึงชื่อเสียงด้านนวัตกรรมการบอกเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำ คือสิ่งตอกย้ำภาพเรือนเวลาแห่งความภาคภูมิใจของชาวเอเชียให้กับแบรนด์ Seiko (ไซโก) ได้เป็นอย่างดี และต้องบอกว่าเกียรติประวัติเหล่านี้ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น แต่มันเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลากว่า 140 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ Seiko ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 โดย Kintaro Hattori (คินทาโร ฮัตโตริ) ชายหนุ่มวัย 21 ปี ที่นำเอาความตั้งใจ ความรักและความหลงใหลในกลไกบอกเวลามาใช้เป็นแรงผลักดันในการรังสรรค์นาฬิกาคุณภาพสูงจนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางในการออกแบบและมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ตลอดระยะเวลา 50 ปีแรกภายใต้การคุมหางเสือของ Kintaro Hattori คือรากฐานสำคัญในการพาชื่อ Seiko ทะยานสู่ความเป็นแบรนด์นาฬิกาอันดับต้น ๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และถือเป็นความสำเร็จที่ต่อยอดมาจากวิสัยทัศน์เพียงหนึ่งเดียวที่เขายึดมั่น นั่นคือ “One step ahead of the rest” หรือ “การที่ต้องนำหน้าคู่แข่งอยู่ 1 ก้าวเสมอ” โดยคำกล่าวของ Kintaro Hattori ได้ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของแบรนด์ และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของ
ความหวังของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดูเหมือนจะกลับมาเชิดฉายอีกครั้งทั้งผู้ผลิตและโรงหนัง หลัง Godzilla vs Kong เข้าฉายทุบทำลายสถิติรายได้สูงสุดในตลาดต่างประเทศหลัง Covid-19 ไปถึง $122 ล้านเหรียญ ยังไม่รวมตลาดสำคัญอย่างในอเมริกา ที่เตรียมเข้าฉายสัปดาห์หน้า และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิด Godzilla สถิติของ Godzilla vs Kong นั้นสูงยิ่งกว่า Tenet ของ Christopher Nolan ที่ทำรายได้ในตลาดต่างประเทศแบบไม่แคร์ Covid-19 ไปได้ $53 ล้านเหรียญ เข้าใจว่าน่าจะไม่อยากเลื่อนจนกระแสหายไป และแม้จะรู้ว่ารายได้จากโรงหนังอาจจะน้อย แต่ไปเน้นขายผ่าน online streaming ก็ยังทำเงินได้ ดีกว่ารอไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย แต่สำหรับ Godzilla vs Kong ดูเหมือนจังหวะจะดีกว่า เข้าฉายในช่วงที่คนอัดอั้นบรรยากาศการดูหนัง และบางประเทศเริ่มคลายมาตรการเกี่ยวกับ Covid-19 ไปแล้ว อย่างเช่นประเทศจีน ที่ก่อนหน้านี้ก็ทำสถิติให้ Avatar เวอร์ชั่นฉายใหม่ไปแล้ว มาถึงศึกสงครามสัตว์ประหลาดเรื่องนี้ แค่จีนประเทศเดียวก็กวาดไป $70.3 ล้านเหรียญ
วันนี้ทุกคนรู้ว่า AMG เป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes-Benz โดยตัวอักษร 3 ตัวสั้น ๆ นี้ มีความหมายมากมายกับรถดาวสามแฉก เป็นทั้งตัวเลือกอัพเกรดชุดแต่งภายนอก รวมถึงการอัพเกรดขุมพลังด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง หรือแม้แต่โมเดลที่ AMG พัฒนาขึ้นเองอย่าง AMG GT ซึ่งเป็น Supercar ที่ทุกคนต่างยอมรับในสมรรถนะ *ใครสนใจประวัติของ Mercedes-Benz และ AMG สามารถอ่านบทความของเราได้ที่นี่ “Mercedes-AMG เปิดประวัติศาสตร์การผสมผสานสุดยอดวิศวกรรมและ DNA ความแรงจากสนามแข่ง” แต่วันนี้เราจะย้อนไปถึงอดีตของ AMG ตั้งแต่สมัยก่อนปี 1999 หรือก่อนที่จะรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes-Benz นั่นเอง ซึ่งในขณะนั้น AMG ก็เป็นสำนักแต่งที่ยังเปิดกว้าง รับจูนรถให้ค่ายอื่นอยู่บ้าง แม้จะมีน้อยครั้งมากที่จูนรถแบรนด์อื่นนอกจาก Mercedes-Benz ในช่วงปลายปี 80’s ถึงต้น 90’s เป็นช่วงเวลาที่ AMG มีดีลกับ Mitsubishi ในการเป็นสำนักแต่งสำหรับอัพเกรดสมรรถนะให้กับ Galant และในปี 1991 รถยนต์ที่น้อยคนจะรู้จัก


