ว่าด้วยเรื่องของการโพสท่าถ่ายรูปสำหรับผู้ชาย มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ก็ตายน้ำตื้นกันมาเยอะพอสมควร สูญเสียกันไปเท่าไหร่แล้วกับความมั่นใจที่ว่ารูปที่ออกมาน่าจะใช่ สุดท้ายอย่างเซ็ง แทบไม่กล้าโพสต์รูปนั้นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือเอาไปใช้งานอย่างอื่นเลย ไม่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องโพสท่าอย่างไรเวลาที่คนอื่นต้องการถ่ายภาพเราโดยที่เราไม่มีโอกาสได้เช็กว่ารูปนั้นออกมาเป็นอย่างไร ทีมงาน UNLOCKMEN เห็นว่าเรื่องการโพสท่าเพื่อให้รูปถ่ายออกมาดูที่สุดถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ ควรจะรู้วิธีการเอาไว้ จะได้รู้สึกสบายใจทุกครั้งหลังจากถูกลั่นชัตเตอร์ใส่ โดยวิธีการเหล่านี้เราได้คำแนะนำมาจาก คุณมุก-วรินทร์ธร บุรธัชวัฒนสิริ ช่างภาพสาวของเรา รับรองว่าคำแนะนำเหล่านี้มาจากมุมมองของมืออาชีพ และในฐานะที่เป็นผู้หญิงที่ให้ความเห็นเรื่องการโพสท่าของผู้ชาย *วิธีการที่เราแนะนำไม่ได้เป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด แต่เป็นวิธีการสำหรับท่านที่ยังสงสัยอยู่สามารถนำไปปฏิบัติตามได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการจัดท่าตัวเองมากเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติ BEFORE นี่คือตัวอย่างการถ่ายภาพ Portrait ที่ทีมงานของเราแอคเต็มที่ กะว่าต้องออกมาหล่อแน่ ๆ ทั้ง “แกล้งเผลอ” , “จิกตา” และ “ก้มหน้า” กะว่าเท่ ทว่าภาพมันฟ้องว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น ภาพซ้าย ทีมงานของเราพยายามจะแกล้งเผลอ แต่กลับกลายเป็นเอ๋อ (ฮา) กลายเป็นการเล่นหน้าเล่นตามากเกินไป ทำให้ภาพออกมาเหมือนคนที่โดนชั่นชัตเตอร์ตอนยังไม่พร้อม ภาพกลาง อันนี้เป็นอีกตัวอย่างของความมั่นใจเกินเหตุไปหน่อย (ฮา) ชายหนุ่มคนนี้พยายามจิกตา กะว่าดูเซ็กซี่ดึงดูดใจสาว ๆ แน่ ๆ แต่ก็อย่างที่เห็น มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ไร้คำบรรยายจริง ๆ
JOSH HOTEL คือโรงแรมเล็ก ๆ แต่มีความน่ารักในตัวเองสูง เหมือนหลุดมากจากภาพยนตร์ของ Wes Anderson ซ่อนตัวอยู่ในความเงียบสงบของย่านอารีย์ ซึ่งครั้งหนึ่ง UNLOCKMEN เคยพาไปเยี่ยมชมกันมาแล้ว (ย้อนชมความโดดเด่นของ JOSH HOTEL ที่นี่) วันนี้เรามีโอกาสได้กลับไปเยือน JOSH HOTEL อีกครั้ง แต่ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างไปจากเดิม เราได้ข่าวมาว่าที่นี่ปรับปรุงพื้นที่บางส่วนกลายเป็นบาร์ที่มีคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เราจึงอยากพิสูจน์ความแปลกใหม่นั้นด้วยตัวเอง เราเดินทางมาถึง JOSH HOTEL ในช่วงเย็น ตึกสีสันน่ารักมีท้องฟ้า Vanilla Sky เป็นฉากหลังยังทำให้เราตื่นตาตื่นใจเสมอ เมื่อเราเดินเข้าในส่วนล็อบบี้ การจะเข้าไปใน ‘The Key’ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ได้นั้นเราต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เสียก่อน แล้วจะได้คีย์การ์ดผ่านประตูมา เป็นกิมมิคเล็ก ๆ ที่สร้างสรรค์และเหมาะกับชื่อ The Key ได้คีย์การ์ดมาแล้ว ห่างจากเคาน์เตอร์เช็คอินไปไม่กี่ก้าว มีประตูสีแดงบานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และที่นั่นแหละคือทางเข้าสู่ The Key หลังจากที่เราแตะบัตร ประตูก็จะเปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเราคือบาร์เล็ก ๆ สไตล์ Speakeasy เรียบหรู ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องลับที่ไหนสักแห่ง เรานั่งลงที่บาร์ก่อนจะเริ่มพูดคุยกับผู้ให้ข้อมูลและบาร์เทนเดอร์โดยมีเสียงเพลงแจ๊สเป็น Ambient
หลายคนอาจจะเล่นดนตรีด้วยจุดมุ่งหมายคล้าย ๆ กัน มันน่าจะเริ่มมาจากการชอบฟังเพลง ชอบจนคิดว่าเราควรเป็นคนสร้างสรรค์มันเองได้ หลายคนเริ่มต้นมันด้วยการทุ่มพลังเพื่อความฝันในเส้นทางนี้ บางคนไปถึงฝัน บางคนก็ล้มเลิกตามกาลเวลา เราอยากบอกว่าความพยายามมันไม่ทำร้ายใคร เเละอย่าพยายามมากไปจนหลงลืมความสนุกหรือความรักในสิ่งที่ทำ UNLOCKMEN ได้มาพูดคุยกับกลุ่มนักดนตรีที่เริ่มต้นทุกอย่างจากความสนุก เเละรักในสิ่งที่ทำ จนวันนี้มันเริ่มออกดอกออกผลที่ดีตามเวลาสมควร ขอแนะนำให้รู้จักกับ GYM AND SWIM วงดนตรี Pop ที่รวมเอาความสนุกของดนตรีหลากหลายเเนวเข้าด้วยกัน เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นหูกับเพลง “Octopussy” หรือ “Yuuwahuu” ตอนนี้เราได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะมีเพลงใหม่ เเละพวกเขายังเริ่มทัวร์เล่นคอนเสิร์ตไปตามหลาย ๆ ที่ทั่วเอเชียอีกด้วย ไปพูดคุยทำความรู้จักกับ GYM AND SWIM ตามหาที่มาของความสนุกสนาน ว่ามี Passion อะไรถึงทำเพลงออกมาได้น่ารัก น่าฟังขนาดนี้ GYM AND SWIM ประกอบไปด้วย เฉลิม : ร้องนำ, ปกป้อง : ซินธ์ เเละ กีต้าร์, เติร์ก : กีต้าร์ ,
แสงไฟนีออนสาดกระทบกับเครื่องดื่มสีอำพันในแก้ว ควันบุหรี่อ้อยอิ่งลอยฟุ้งก่อนจะจางสลายหายไป เสียงเพลงผ่านลำโพงส่งผ่านความเศร้าเข้าสู่บรรยากาศ เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนของปรมาจารย์ผู้กำกับชาวฮ่องกงอย่าง ‘หว่องกาไว’ คงคุ้นเคยกับภาพเหล่านี้เป็นอย่างดี ภาพที่ชวนเหงาแต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกอยากดื่มขึ้นมาอย่างประหลาด จนอยากหาโอกาสไปดื่มในบรรยากาศแบบนั้นสักครั้ง ใครที่รู้สึกเหมือนกัน ไม่ต้องลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินไปไกลถึงฮ่องกงเพราะในกรุงเทพเองก็มีบาร์เหงา ๆ อย่างที่ว่านี้ Ba Hao ถ้าพูดถึงวัฒธรรมจีนในไทยแล้วไม่พูดถึง ‘เยาวราช’ ไชน่าทาวน์ชื่อดังคงผิดมหันต์ และที่นี่เองก็เป็นที่ตั้งของบาร์เล็ก ๆ แต่อัดแน่นความเป็นจีนไว้อย่างเต็มเปี่ยม Ba Hao หมายถึงเลข 8 ซึ่งเป็นเลขมงคลของชาวจีน เป็นบาร์ในห้องแถวเก่าแก่สูง 4 ชั้นตั้งอยู่หัวมุมถนนนานา ตกแต่งด้วยผนังสีม่วงสลับกับเปลือยอิฐ นอกจากนั้นยังโดดเด่นด้วยแสงไฟสีแดงและตัวอักษรจีน ทำให้เรารู้สึกเหมือนไปเยือนบาร์ในประเทศที่ใช้ภาษาจีนจริง ๆ Ba Hao ไม่ได้เป็นบาร์ที่มาเพื่อดื่มเท่านั้น เพราะเรื่องอาหารที่นี่ก็มีให้เลือกมากมาย และส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารต้นตำรับจีน รสชาติดี ไม่เลี่ยนอย่างที่หลายคนคิด ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งคราฟต์เบียร์และค็อกเทล โดยค็อกเทลของที่นี่จะเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นจีนและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน Location: 8 ซอยนานา แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร Open: 6.00 pm – 12.00 pm Contact: 064 635 1989 Facebook: Ba Hao Pijiu
ความตระหนักรู้ทำให้เรารู้ว่าตัวเองเป็นใคร ทำอะไรอยู่ แต่สิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นตัวเรามากแค่ไหน พอใจมากน้อยแค่นั้น อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องมาเคาะคำถามนี้กับตัวเองให้ได้ ไม่ว่าเราจะกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม อย่าได้ละเลยเสียงลึก ๆ ข้างในใจเรา ที่คอยย้ำเตือนถึง Passion ข้างในที่พร้อมจะโจนทะยานออกมาเสมอ บางคนอาจจะตอบตัวเองได้แล้วว่าข้างในนั้น เราต้องการอะไรกันแน่ แต่บางคนที่ยังไม่เจอ UNLOCKMEN ชวนทุกคนมาตั้งคำถามกับตัวเองแบบง่าย ๆ เพื่อให้ค้นเจอสิ่งที่ใช่ให้ตัวเองได้ทันเวลา อะไรที่เราไม่ชอบ ? เอาวะ อย่างน้อยระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าชอบอะไร ลองดูลิสต์ไว้ในใจเลยว่าอะไรที่เราไม่ชอบ ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่ยังหมายถึง ผู้คน สถานการณ์ เงื่อนไขในชีวิต ที่คอยบีบบังคับให้เรารู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่เสมอ นั่นแหละคือสิ่งที่เราหลีกเลี่ยง ค่อย ๆ ตัดทางเลือกออกไปเรื่อย ๆ จากสิ่งที่ไม่ชอบ ทางเลือกมันก็จะแคบลงเรื่อย ๆ แล้วเราอาจจะให้คำตอบตัวเองได้ ในตอนที่เราจิ้มลงไปไม่ได้ว่าจุดไหนคือจุดที่เราต้องการจะไปยืนตรงนั้น อย่างน้อยเราก็วงกลมกว้าง ๆ ไว้ก็ยังดี อะไรที่ให้พลังกับเรา ? ลองถามตัวเองดูว่าอะไรคือสิ่งที่ขับเคลื่อนให้เราตื่นมาในตอนเช้า สิ่งที่ทำให้เรานึกถึงวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ทำให้เราอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำสิ่งนั้น ๆ อาจจะไม่ต้องเบอร์ใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ แค่เป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดขึ้นสู้ในตอนที่นึกถึง เชื่อเถอะว่า สิ่งนั้นคืออีกสิ่งที่สำคัญ และเป็นคำใบ้ให้เราแกะรอยไปสู่สิ่งที่ใช่สำหรับเราก็ได้ ตรงนี้อาจจะไม่ใช่คำตอบว่าสิ่งที่ตามหาคืออะไร
“โตขึ้นอยากเป็นอะไร ?” คำถามที่คุ้นเคยดีเมื่อสมัยที่เรายังตัวเท่าเอวพ่อแม่ ออกไปพบเจอญาติพี่น้องในวันเทศกาล ตอบคำถามคุณครูหน้าชั้นเรียน เรียงความสมัยประถมศึกษา ที่วนเวียนอยู่กับการตามหาตัวเองให้เจอ ทั้งที่ตอนนั้นเราอยู่ในวัยที่ติดกระดุมเสื้อให้มันตรงก็เก่งแล้ว จริง ๆ คำถามนั้นมันไม่ได้หมายถึงเราต้องการจะประกอบอาชีพอะไรในตอนโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มันหมายถึง เราอยากจะเลือกทางเดินชีวิตแบบไหนเสียมากกว่า คำถามนั้นยังคงหลอกหลอนเรามาตลอด ถึงแม้จะอยู่ในวัยที่ “โต” แล้วก็ตาม เพราะเมื่อเราโตแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในทันที UNLOCKMEN อยากชวนทุกคนมาขบคิดถึงความฝัน ความต้องการของตัวเอง ตั้งแต่ในวัยเด็กจนถึงตอนนี้ ว่ามันเป็นไปอย่างที่เราคิดแค่ไหน พอใจกับมันหรือเปล่า ? หากยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ แล้วระหว่างนี้เราจะทำอะไรกันดี ? โตขึ้นอยากเป็นอะไร ? เราเลือกได้ในทุกวัน ในตอนเด็ก เราอาจจะมีพ่อแม่คอยแนะแนวทางให้เรามาตลอด (ข้ามเรื่องการบังคับ การใช้ชีวิตแทนลูกไป) แต่พอโตขึ้นมาอีกช่วงอายุ เราเริ่มมีอำนาจตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น จนถึงช่วงที่โตมากพอที่จะตัดสินใจเองได้ทุกอย่าง จนเสียงในหัวของเรา คือเสียงที่ดังที่สุด คำพูดของคนรอบข้างเป็นเพียงเสียงที่คอยแนะนำอย่างแผ่วเบาเท่านั้น ตอนเด็กเราเลยมักจะเลือกอะไรสักอย่างให้ตัวเองโดยขึ้นอยู่กับความชอบ ความพอใจ ของเรา โตขึ้นมาเราเริ่มเรียนรู้ว่าชีวิตมันไม่มีอะไรง่ายแบบคิดปุ๊บ ทุกอย่างเนรมิตมาได้ดั่งใจ เราเริ่มมีเงื่อนไขอื่น ๆ เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจอะไรสักอย่างให้ตัวเอง ขึ้นม.ปลาย เรียนสายวิทย์ เรียนสายศิลป์ หรือจะสายอาชีพ เลือกคณะที่ใช่
รู้หรือไม่ว่า ทุกวันนี้ขณะที่เรากำลังชื่นชมปรากฏการณ์การใช้พลังงานทดแทนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาร์ พลังงานลม หรือรถยนต์ไฟฟ้าสุดเฉียบแบรนด์ Tesla ที่มีเจ้าของผู้โด่งดังอย่าง ‘Elon Musk’ บนขวานทองของเราเองก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน หลายคนอาจไม่รู้ว่าเรามีโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 90 เมกะวัตต์จำนวน 3 โรงบนพื้นที่หลายพันไร่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เตรียมจ่ายไฟเข้าระบบ มี Charging station นับ 100 แห่งที่ติดตั้งไว้สำหรับรถยนต์ EV ที่สำคัญ เรายังเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยได้ที่ผลิตขึ้นจากฝีมือคนไทยเอง อยู่ระหว่างเตรียมผลิตเพื่อจำหน่ายปีหน้าที่จะถึงนี้ด้วย แล้วมันอยู่ที่ไหนกัน? เพื่อคลายข้อสงสัยเราจึงขอพาทุกคนไปเห็นกับตาผ่านการพูดคุยกับ คุณอมร ทรัพย์ทวีกุล หนึ่งใน co-founder ผู้ปลุกปั้น บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือที่คุ้นหูในชื่อ Energy absolute (EA) บริษัทที่อยู่ใน Top List ด้านพลังงานทางเลือกครบวงจรเบอร์ใหญ่สุดของประเทศไทยขณะนี้ หลักกิโลเมตรที่ศูนย์จากไบโอดีเซล ก่อนจะเป็นผู้สร้างความโดดเด่นด้านพลังงานทางเลือก เวทีที่คุณอมรโลดแล่นคือโลกทางธุรกิจจากสายอาชีพที่ใช้ชื่อไม่คุ้นหูว่า “วาณิชธนากร (Investment Banker)” ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัททั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ เกี่ยวกับการเงินและการลงทุน รวมไปถึงช่วยกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ จึงมีดีกรีเก็บดีเทลกิจการเก่งไม่แพ้เจ้าของกิจการ ด้วยวิสัยทัศน์ด้านการเงินที่หล่อหลอมมายาวนาน
ผ่านไปแล้วสำหรับ Apple Special Event 2018 หรืองานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าประจำปีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple Inc ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Steve Jobs Theater แคลิฟอร์เนียโดยปีนี้ทาง CEO ของแบรนด์อย่าง Tim Cook ก็นำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาเปิดตัวมากมายแต่แน่นอนที่ผู้ชายสายอัปเดตอย่างเราน่าจะติดตามมากที่สุดคงจะไม่พ้น iPhone XS, iPhone XS Max ที่เป็นตัวพัฒนามาจาก iPhone X และ iPhone XR ซึ่งจะมาเป็นทางเลือกให้สาวกสายประหยัดงบ โดยเราจะสรุปให้หนุ่ม ๆ ได้เข้าใจง่าย ๆ ตามเลยนี้ จะได้มีข้อมูลพร้อมก่อนตัดสินใจคว้า gadgets ที่เปิดตัวได้อย่างน่าดึงดูดใจไม่เบา ไม่ก็เตรียมใจซื้อให้สาว (อันนี้ตัวใครตัวมันนะ) iPhone XS และ iPhone XS Max รุ่นอัพเกรดของ iPhone X iPhone XS มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone XS MAX
ถ้าพูดถึง New York Yankees ภาพแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวผู้ชายอย่างเราคงจะเป็นหมวกเบสบอลทรงกลมกับสัญลักษณ์ตัว NY วางเด่นไว้กลางหมวกมากกว่าจะพูดถึงทีมเบสบอล รวมถึงเสื้อผ้าแฟชั่นของเค้าก็ถือว่าเด็ดไม่แพ้ใคร วันนี้ Yankees Logo กำลังกลับมาอีกครั้งพร้อมการร่วมงานกับแบรนด์หรูอย่าง Gucci แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น อะไรกันที่ทำให้โลโก้ตัวแทนทีมกีฬากลายมาเป็น Pop-culture ในยุคสมัยหนึ่ง แถมยังสอดแทรกอยู่ไลน์แฟชั่นตลอดมา เราจะเริ่มจาก Background ตรงนี้สักเล็กน้อย เพราะถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แรกเริ่มสัญลักษณ์ N และ Y ที่เราเห็นกันจนชินตาไม่ได้ถูกวางทับกันเอาไว้ แต่มันถูกวางแยกกัน โดยเดิมทีสัญลักษณ์ Yankees Logo ที่เราเห็นกันในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเหรียญเกียรติยศในช่วงปี 1877 ออกแบบโดยบริษัท Tiffany and Co ถูกเรียกในชื่อ The Medel of Valor เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ John McDowell NYPD ผู้โดนยิงในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทำให้ชาวนิวยอร์กต่างสนใจและเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนคุ้นตากับสัญลักษณ์นี้ แต่ New York Yankees ก็ไม่ได้นำรูปแบบดังกล่าวมาเป็นตราสโมสรในทันทีจนเมื่อในปี 1909 Bill Devery เจ้าของทีมร่วมของ New York
ปี 2000-2011 ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง FORD และ Harley Davidson เคยร่วมมือกันผลิตรถกระบะออกมาโดยใช้รถโมเดลรุ่น Ford F-150 เป็นวัตถุดิบหลัก แต่ภายนอกได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Harley Davidson Fat-Boy ซึ่งในเวลานั้นรูปลักษณ์ดุดันของมันทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชายที่ชื่นชอบ Premium Truck หลังจากหายไปนานกว่า 8 ปี วันนี้ Harley Davidson ก็อยากจะหวนคืนมันให้กลับมาอีกครั้งในปี 2019 ที่จะมาถึง วนมาครบรอบวันเกิด 115 ปี ยักษ์ใหญ่ของวงการ 2 ล้ออย่าง Harley Davidson พวกเขามีความคิดจะจัดแสดงพาหนะทั้งหมดที่เคยผลิตมาในพิพิธภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Milwaukee, รัฐ Wisconsin ที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือ Ford F-150 Harley Davidson Edition ทว่ารถโมเดล F-150 ในครั้งนี้จะไม่ได้ถูกผลิตโดย Ford แต่ได้รับความร่วมมือกับ Tuscany Motor Co บริษัทผู้เชี่ยวชาญการผลิตรถยนต์


