เดินทางเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนอาจพบเจอปัญหาเรื่องสถานที่ออกกำลังนอกบ้านมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะ QUICK WORKOUT ในวันนี้มาพร้อมกับ 7 ท่าออกกำลังที่ทุกคนสามารถฝึกตามได้เองที่บ้าน ที่ผ่านมา QUICK WORKOUT ได้แนะนำท่าออกกำลังสำหรับเพิ่มความแข็งแรง (Strength) มาเกือบทุกส่วนของร่างกายแล้ว วันนี้เราอยากพาทุกคนมาออกกำลังเพื่อฝึกฝนความคล่องตัว (Agility) กันบ้าง เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายที่คล่องแคล่วรวดเร็วล้วนมีประโยชน์กับผู้ชายอย่างเรา ตั้งแต่การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันไปจนถึงการเล่นกีฬาที่ชื่นชอบ นอกจากนั้นท่าออกกำลังสำหรับฝึกฝนความคล่องตัวยังเป็นท่าที่สามารถเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนที่อยากลดน้ำหนักและเบิร์นไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไป ทั้ง 6 ท่าที่เราเลือกมาประกอบไปด้วยท่าอะไรบ้าง มาเรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลย Lateral Jumps ท่าออกกำลังสำหรับฝึกฝนความคล่องตัวที่สร้างประโยชน์ให้กล้ามเนื้อขา ต้นขาและลำตัวในท่าเดียว แต่ประโยชน์สำคัญของ Lateral Jumps การฝึกความมั่นคงของการทรงตัวระหว่างเคลื่อนไหวร่างกายนั้นเอง เตรียมฝึก Lateral Jumps ถ้ายืนตรงมือทั้ง 2 ข้างวางขนานลำตัวและเว้นพื้นที่สำหรับกระโดดเอาไว้ด้านละ 2-3 เมตร ก่อนออกแรงกระโดดไปด้านข้างลำตัวโดยใช้ขาข้างที่อยู่ด้านนอกเป็นตัวรับน้ำหนักและใช้แขนทั้ง 2 ข้างช่วยในการส่งตัว โดยเน้นสปริงตัวที่ต่อเนื่องระหว่างสลับข้ากระโดดไปมา เริ่มจากกระโดดช้า ๆ เป็นจังหวะก่อนเมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยเพิ่มความเร็วให้ท้าทายมากขึ้น ฝึกทั้งหมด 3 เซต เซตละ 30 วินาที
เชื่อว่าหนุ่ม ๆ ที่สนใจในรถยนต์หลายคนคงคุ้นเคยดีกับโมเดลเปิดประทุนคันเล็กจากยุค 90’s อย่าง Mazda MX-5 หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ Mazda Miata และ MX-5 Miata หนึ่งในโมเดลรถยนต์ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมาสด้าให้เป็นที่รู้จัก และกลายเป็นรากฐานสำคัญให้แบรนด์ให้เวลาต่อ แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้รถยนต์คันนี้ สามารถรักษาความเชื่อมั่นจากคนรักความเร็วทั่วโลกมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ทั้งที่รถก็ไม่ได้แรงอะไรมาก ไม่ได้หรูหรา ไม่ได้ทันสมัย แต่มันมีเสน่ห์ในความเป็น Roadster ที่แตกต่าง วันนี้มาทำความรู้จักจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ รวมถึงแนวคิดที่ทำให้รถคันนี้กลายมาเป็น 1 ในไอคอนสำคัญของรถสปอร์ตขนาดเล็กไปพร้อมกัน บ็อบ ฮอลล์ ชายผู้จุดประกายให้กับ MX-5 Miata อย่างที่ทราบกันดีว่ามาสด้าคือแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่กำเนิดขึ้นในเมืองฮิโรชิมา แต่จุดกำเนิดของโรดสเตอร์ตัวกลั่นของค่ายคันนี้กลับมีจุดเริ่มต้นจากชายที่เติบโตขึ้นมาในเมืองแคลิฟอร์เนีย ชื่อของเขาคือ บ็อบ ฮอลล์ บ็อบ ฮอลล์ เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางแสงแดดและชายหาดของแคลิฟอร์เนียฝั่งใต้ โดยได้รับการส่งต่อความหลงใหลเรื่องรถยนต์มาจากคุณพ่อที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนารถสปอร์ตที่เคยทำงานให้ทั้ง MG, Triumphs, Austin Haeleys และ Alfa Romeo ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศของโรงรถและคราบน้ำมัน รับหน้าที่ตั้งแต่ซ่อมจักรยานของตัวเองไปจนถึงช่วยพ่อประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในบ้าน ปลายยุค 70’s บ็อบ
ถนนทุกสายมุ่งตรงสู่ “ความสำเร็จ” เราต่างพร้อมเผชิญขาขึ้นของธุรกิจที่ปั้นมากับมือ เรายินดีอ้าแขนรับหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน แต่น้อยคนนักที่จะเตรียม “แผนแห่งการล้มเหลว” เอาไว้ ไม่มีใครอยากผิดพลาด ล้มเหลว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเราเผชิญความผิดพลาด (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) การมีแผนแห่งการล้มเหลวรอไว้อยู่แล้ว จะช่วยให้เรารับมือ แก้ไข ไปจนถึงพลิกสถานการณ์กลับมาได้ราบรื่นกว่าการไม่เตรียมแพลนอะไรไว้เลย ลำดับขั้นของความล้มเหลว ขีดเส้นที่เราจะไม่มีวันข้ามเอาไว้ หลายครั้งที่ความล้มเหลวไม่ได้จู่ ๆ สาดเข้ามาตูมเดียวเหมือนภูเขาไฟระเบิด แต่เกิดจากการที่เราค่อย ๆ เลือกทางเดินที่ผิด แล้วตอนแรกมันก็ยังดูไม่เสียหายมากนัก เราเลยไปต่อ แต่เหมือนว่ายิ่งไปต่อ ความล้มเหลวก็คล้ายจะขมวดกลายเป็นปมที่แก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกทีธุรกิจเราก็พังเกินกว่าจะกู้คืนแล้ว ดังนั้นแผนแห่งการล้มเหลวที่เราควรเตรียมตัวเองไว้เพื่อหน้าที่การงานหรือธุรกิจของเรา คือการไล่ลำดับขั้นแห่งความล้มเหลวไว้แต่ต้น เช่น ขั้นที่หนึ่งเราเริ่มกู้หนี้ยืมสินมามากเกินกำลังจะจ่ายไหว ขั้นที่สองเราเริ่มทำทุกทางเพื่อให้ธุรกิจหรืองานเราไปรอด โดยยินดีทำลายทุกความสัมพันธ์ในชีวิต ฯลฯ การกำหนดลำดับขั้นความล้มเหลวอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่ผ่านการพิจารณาของเรามาอย่างดี เมื่อเรากำหนดไว้ ก็คิดวิธีแก้ หรือวิธีที่เราจะจัดการต่อไปถ้าเราไปถึงจุดนั้น การทำแบบนี้เราจะค่อย ๆ เห็นว่าเรากำลังเดินทางเข้าสู่ขาลง เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าเส้นไหนที่เราข้ามไปได้ (และข้ามไปอย่างไร) หรือเส้นไหนที่เราถามตัวเองไว้แต่ต้นแล้วว่าจะไม่มีวันข้ามไปเด็ดขาด เพราะจะไม่ใช่แค่ความล้มเหลวเล็ก ๆ แต่อาจไปสู่หายนะยิ่งใหญ่ได้ สถานการณ์ที่แย่ที่สุดคืออะไร? แล้วเราจะรับมืออย่างไร? ความล้มเหลวบางรูปแบบก็อาจมาในลักษณะหนังสยองขวัญที่เราเคยดู ตัวละครอาจจะแสนซวย
จะเช้า สาย บ่าย หรือเย็น แทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘กาแฟ’ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หนุ่ม ๆ หลายคนใช้เพื่อรีเฟรชตัวเอง กระตุ้นความตื่นตัว และฟื้นคืนความกระปรี้กระเปร่ามาสู่ร่างกายกำยำที่จวนจะหมดแรง แม้ยุคนี้จะมีคาเฟ่เปิดใหม่ผุดขึ้นทั่วกรุงเป็นดอกเห็ด แต่คงต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกร้านที่จะถูกใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์แมน ๆ ของผู้ชายอย่างเรา วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากพาหนุ่ม ๆ มาอัปเดตคาเฟ่เท่ๆ พร้อมดีไซน์ร้านคูล ๆ และอาหารเครื่องดื่มเลิศรส รับรองเลยว่าวันว่างแสนน่าเบื่อของพวกคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอน SARNIES BANGKOK จากร้านขายของเก่าอายุร่วม 100 ปี แห่งย่านเจริญกรุง กลายมาเป็นคาเฟ่แอนทีคสุดเก๋าที่อิมพอร์ตมาจากสิงคโปร์ SARNIES BANGKOK โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่งแบบคลาสสิก ใช้กำแพงอิฐ ปูนเปลือย และเฟอร์นิเจอร์วินเทจช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้คาเฟ่แห่งนี้น่านั่งขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภายใต้โครงสร้างของตึกเก่าซ่อนคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และขนม เน้นเสิร์ฟเมนูคอมพอร์ตฟู้ดง่าย ๆ ที่กินได้ทุกช่วงเวลา ส่วนเครื่องดื่มไฮไลต์ต้องยกให้ Orange Mocha ซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ความหอมของส้มที่ผสมกับรสขมของกาแฟให้รสเข้ากันดีอย่างบอกไม่ถูก Location: ถนนเจริญกรุง เขตสาทร กรุงเทพฯ Open: 8.00
เข้าสู่เดือนสิงหาคม เดือนที่แม้จะมีวันหยุดน้อยแต่โปรแกรมความมันส์ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix กลับไม่น้อยตาม เพราะเดือนนี้เต็มไปด้วยภาพยนตร์ สารคดี และรายการความบันเทิงที่ไม่ควรพลาดเตรียมเรียงคิวเข้าฉายอยู่หลายเรื่อง และสำหรับหนุ่ม ๆ ชาว UNLOCKMEN ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะรับชมเรื่องไหนก่อน วันนี้เรามี 6 โปรแกรมที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จัก แต่จะมีเรื่องอะไรบ้างมาชมไปพร้อมกันได้เลย IMMIGRATION NATION IMMIGRATION NATION สารคดี Limited Series ที่จะพาทุกคนไปรับรู้กับอีกแง่มุมการทำงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาภายใต้นโยบายกวาดล้างผู้อพยพของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เนื้อหาของสารคดีจะพาทุกคนไปรู้จักกับด้านมืดในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ICE หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐอเมริกาที่หลายครั้งไม่มีประสิทธิภาพและเป็นการดำเนินคดีที่ไม่ยุติธรรม ทำให้หลายครอบครัวต้องแยกจากกัน เนื้อหาที่ล่อแหล่มทำให้ IMMIGRATION NATION ถูกกดดันให้ตัดเนื้อเรื่องบางส่วนออก รวมถึงพยายามชะลอการออกอากาศให้เป็นหลังช่วงการเลือกตั้ง และเราจะได้รับชมเนื้อหาแบบไม่เซ็นเซอร์พร้อมกันในวันที่ 3 สิงหาคมนี World’s Most Wanted World’s Most Wanted สารคดีที่ไม่ควรพลาดโดยเฉพาะหนุ่มที่ชื่นชอบสารคดีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากรรม โดยภาคนี้เป็นซีซัน 1 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากร 5 คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในโลก World’s Most Wanted จะพาเราไปรู้จักเรื่องราวของ
ไมค์ ไทสันอดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทวัย 54 ปี ประกาศเตรียมหวนคืนสังเวียนชกมวยอีกครั้งพร้อมจับคู่ชกกับยอดนักมวยอย่าง Roy Jones JR Iron Mike อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกเตรียมกลับมาลงนวมชกมวยสากลอีกครั้งใน Exhibition Fight กำหนดการชก 8 ยกโดยคู่ต่อคู่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก Roy Jones JR อดีตแชมป์โลกสถาบันหลัก 4 รุ่นที่ปัจจุบันอายุ 51 ปี แมตซ์การชกครั้งนี้ถือเป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ตำนานนักมวยที่แม้จะมีอายุมากแล้วแต่ถือเป็นการจับคู่ในฝันของใครหลายคน เพราะฝีไม้ลายมือของทั้ง 2 คนต่างถูกยกให้เป็นสุดยอดของยุคสมัยในสไตล์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิง โดยหากย้อนกลับไปมองผลในอดีต Mike Tyson เป็นเจ้าของสถิติการชก 58 ครั้งชนะ 50 และน็อกถึง 44 ครั้งผู้ ส่วน Roy Jones JR ก็ถูกรู้จักดีในฐานะหนึ่งในนักมวยที่มีทักษะการต่อยดีที่สุดของยุคสมัย การันตีด้วยสถิติการชก 75 ครั้ง ชนะ 66 ครั้งและสามารถน็อกคู่ต่อสู้ถึง 47 ครั้ง ปัจจุบันทั้ง 2
เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนต่างหลงใหลในเสน่ห์และเรื่องราวของซามูไร (Samurai) นักรบจากแดนอาทิตย์อุทัยที่มีจุดเริ่มต้นมาจากยุคสมัยเฮอัง (ค.ศ.794-ค.ศ.1185) จนกระทั่งเริ่มสิ้นสุดบทบาทลงในยุคเมจิช่วงปี ค.ศ. 1,870 อย่างไรก็ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ รวมถึงเรื่องเล่าขานตำนานต่าง ๆ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักกับวิถีชีวิตของนักรบเหล่านี้ได้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย ในเวลาต่อมาวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับซามูไรก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านทางสื่อแขนงต่าง ๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่สร้างอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลกมากที่สุดคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับซามูไร ผลงานของผู้กำกับในตำนานอย่าง อาริกะ คุโรซาวะ (Akira Kurosawa) ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้คนรักวัฒนธรรมซามูไรในหลากหลายยุคสมัย และล่าสุดได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นให้สุดยอดเกมประจำปี 2020 อย่าง Ghost of Tsushima มาดูกันว่าเกมส่งท้ายเครื่อง PS4 เกมจะได้แรงบันดาลใจในด้านไหนจากแนวทางของผู้กำกับผู้ล่วงลับคนนี้บ้าง เรื่องราวของนักรบแห่งเกาะสึชิมะ Ghost of Tsushima เป็นเกม Action-Adventure แบบ Open-World ที่พัฒนาโดย Sucker Punch Productions ผู้เคยอยู่เบื้องหลังเกมอย่าง Sly และ Infamous ซึ่งคราวนี้เปลี่ยนสไตล์การพัฒนาเกมมาถ่ายทอดวิถีชีวิตของซามูไร เนื้อเรื่องของ Ghost of Tsushima เล่าถึงเรื่องราวในปี ค.ศ.1274
ในวันที่คนทั้งโลกยังเชื่อว่าโลกแบน มนุษย์คนแรกที่เชื่อว่าโลกกลม และทำทุกทางเพื่อบอกให้คนอื่นรู้ความจริงว่าโลกกลม ย่อมโดนครหา ตราหน้าว่าเสียสติ เพ้อเจ้อ หรือบ้าไปแล้ว ที่หนักหนาสาหัสกว่านั้น การยืนยันในสิ่งที่เชื่อและสิ่งที่ถูกต้องอาจโดนข้อหาร้ายแรงถึงขั้นขังลืม หรือต้องสละชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนหาญกล้าต่อกรกับความไม่ถูกต้อง และสู้เพื่อสิ่งที่เชื่ออีกจำนวนมาก โดยไม่ต้องเป็นฮีโร่มาจากไหน แต่เป็นคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ใครที่ไม่แน่ใจว่าคนตัวเล็ก ๆ จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อได้จริงไหม? หรือพวกเขาเอาพลังมาจากที่ใดถึงได้กล้าหาญขนาดนั้น? UNLOCKMEN แวะเอาแรงบันดาลใจจากคนธรรมดาที่หาญกล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อมากฝากกัน ทั้ง 5 เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และพวกเขาก็สู้อย่างบ้าดีเดือดเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อจริง ๆ Dallas Buyers Club มีคนจำนวนมากที่มักจะบอกเราว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรทำง่าย และอะไรเปลืองแรงว่ะ มึงอย่าไปทำเลย แต่ Dallas Buyers Club ที่มีชื่อไทยว่า “สอนโลกให้รู้จักกล้า” ทำให้เราเข้าใจว่าบางทีคนพวกนั้นแม่งก็ไม่ได้รู้อะไรดีไปกว่าเรา เขาแค่ไม่กล้ามากพอ และมีแค่เราเองนี่แหละที่รู้ว่าเราจะสู้ไปสุดขีดได้ถึงไหน Dallas Buyers Club เล่าเรื่องราวชีวิตจริงของหนุ่มคาวบอยในเท็กซัสในปี 1985 เขาถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV และจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ 30 วัน
ตอนนี้หลายคนอาจนิยามตัวเองว่าเป็น คนเปิดเผย (Extrovert) หรือเป็น คนเก็บตัว (Introvert) หรือ อยู่ระหว่าง 2 ฝั่งนี้ (Ambivert) ซึ่งในการทำงาน introvert หลายคนอาจจะเจอปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเข้าสังคม หรือสมาธิในการทำงาน ดังนั้น UNLOCKMEN เลยอยากแบ่งปันเคล็ดลับการเอาตัวรอดในที่ทำงานสำหรับชาว Introvert ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจนิยามก่อนว่า Introvert คือกลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพเก็บตัว คนกลุ่มนี้จะมีโลกส่วนตัวสูง มักใช้เวลาอยู่กับความคิดของตัวเองมากกว่าจะไปสุงสิงกับคนอื่น ส่วน Extrovert จะตรงกันข้าม คือ รักการเข้าสังคม ชอบแสดงออกมากกว่าคิดอยู่กับตัวเอง และชอบเป็นจุดสนใจด้วย ความแตกต่างระหว่าง Introvert และ Extrovert ไม่ได้อยู่ที่นิสัยอย่างเดียว (ซึ่งเวลาพูดว่า introvert และ extrovert ต่างกันที่นิสัย หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ปรับกันได้) แต่ทั้ง 2 กลุ่มนี้แตกต่างกันในทางชีววิทยาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น – การตอบสนองต่อ Dopamine (สารสื่อประสาทที่ทำให้เรารู้สึกดีเวลามองหารางวัลจากปัจจัยภายนอก) แม้ว่าการหลั่งของ dopamine ในสมอง
ในสภาวะแบบนี้การยังมีงานให้ทำ มีโปรเจกต์ให้คิด มีลูกค้าที่ตั้งตารอเราส่งไอเดียไป ถือเป็นเรื่องน่าอิจฉา อย่างไรก็ตามแม้จิตวิญญาณเราจะพร้อมลุย พร้อมรับงานไม่ยั้ง คิดงานไม่มีหยุด แต่คล้ายว่าสมองของเราไม่ได้ทำตามสั่งได้ง่ายดายแบบนั้น หลายครั้งที่เดดไลน์ก็ใกล้เข้ามา วันพรีเซนต์ไอเดียก็จ่ออยู่ไม่ไกล แต่สมองเราก็มึนตึ้บทึบตัน จนคล้ายว่าจะไม่มีไอเดียดี ๆ หลั่งไหลพุ่งกระฉูดออกมาให้เรา (เจ้านาย และลูกค้า) ได้ชื่นใจสักนิด ปัญหา “สมองตัน คิดงานไม่ออก” จึงไม่ใช่ปัญหาเล่น ๆ บางครั้งเราอาจแก้ปัญหาได้แบบวินาทีสุดท้าย แต่ใครจะรู้ว่าถ้าวันหนึ่งเราคิดอะไรไม่ออกเลยขึ้นมาจะเป็นอย่างไร? UNLOCKMEN ชวนมาดูหนทางรับมือ และป้องกันเมื่อสมองตันคิดอะไรไม่ออกว่าเราทำอะไรได้บ้าง คิดงานไม่ออกอย่าดันทุรัง “การเดิน” เพิ่มไอเดียสร้างสรรค์ได้อีก 60% เราเข้าใจดีว่าความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นั้นหนักหนาเพียงใด การคิดงานไม่ออกจึงไม่ต่างจากความกดดันที่หนักไม่แพ้กัน เมื่อไรก็ตามที่เราคิดงานไม่ออก เราจึงมักบอกตัวเองว่า ห้ามขยับไปไหน! ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะหรือหน้าจอจนกว่าจะคิดงานออกนั่นแหละ! แต่จริง ๆ แล้วเมื่อใดก็ตามที่เราคิดงานไม่ออก เราไม่ควรดันทุรังนั่งต่อไป ลอง “เดิน” ดูบ้าง จะเดินไปเดินมาในออฟฟิศ หรือเดินข้ามไปแผนกข้าง ๆ แล้วจะพบว่าการเดินช่วยให้ความคิดไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ เราไม่ได้คิดเองเออเองแต่อย่างใด Give Your Ideas Some Legs:


