‘เสียงหัวเราะ’ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณความสุขที่พ่วงมากับรอยยิ้มโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่วยขับเคลื่อนความสุขแทบทุกอณูของชีวิตและปลอบประโลมหัวใจอ่อนแอของผู้ชายในวันที่เหนื่อยล้าและท้อแท้ได้อย่างดี หลังจากฟาดฟันกับกองงานมหึมามาร่วม 8 ชั่วโมง ความเหนื่อยล้าก็ค่อย ๆ ถาโถมเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ระยะเวลาการทำงานจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ดูเหมือนอาการเหนื่อยล้าที่ว่ายังไม่ทุเลาลงสักนิด ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของเราตอนนี้ ดันไปประจวบเหมาะพอดีกับบรรยากาศโดยรอบของย่าน ‘พร้อมพงษ์’ เพราะที่นี่ทั้งแออัด วุ่นวาย และรีบเร่ง ไม่แปลกเลยถ้ามนุษย์ออฟฟิศในย่านนี้จะเหน็ดเหนื่อยหลังเลิกงาน แน่นอนว่าเราคงหมดหวังที่จะได้ยินเสียงหัวเราะจากย่านแห่งนี้ มาปลอบประโลมจิตใจในวันที่เราเองก็เหนื่อยล้าไม่แพ้กัน ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง น่าแปลกที่จู่ ๆ เราดันได้ยินเสียงหัวเราะดังกึกก้องมาจากซอยสุขุมวิท 26 ไม่รอช้า เราตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามถนนแสนร่มรื่นเส้นนี้ เพื่อหวังค้นหาต้นตอของเสียงหัวเราะ จนท้ายที่สุดเราก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า ‘SERIAL LAUGHTER’ บาร์เหล้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของเสียงหัวเราะต่อเนื่องที่เราตามหา SERIAL LAUGHTER บาร์สงบส่วนตัวกลางใจเมืองที่วุ่นวาย Serial Laughter เป็นบาร์เหล้าที่ตั้งอยู่ใน Marigold ร้านอาหารไทยใต้จากเกาะสมุย ทั้งสองร้านถูกแบ่งโซนเพียงประตูบานเล็ก ๆ คั่นกลาง ใช้ผนังสีน้ำตาลผสมผนังกระเบื้องขาวโพลนเป็นหลัก สอดแทรกเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ มีโคมระย้าเป็นจุดกำเนิดแสงไฟที่จัดวางไว้กึ่งกลางโต๊ะอาหาร สร้างบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองด้วยโทนสีดินและพื้นปูนเปลือย ซึ่งเข้ากันดีกับสไตล์อาหารไทยของทางร้าน ส่วนบาร์เหล้า Serial Laughter นั้นดีไซน์มาให้มีขนาดกะทัดรัด เพื่อให้เข้าถึงง่ายและสร้างสเปซเล็ก ๆ ให้แขกรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว
คนเสพงานศิลปะหลายคนหลงเข้ามาในวงการ เดินอยู่ในแกลอรี่โดยไม่ทันได้จำชื่อของศิลปินด้วยซำ้ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะธรรมชาติเราใช้ใจสัมผัสผลงานก่อนชื่อเสียงเรียงนาม เราจดจำ ลายเส้น สีสัน เสียงดนตรี และความชอบได้ไวกว่าตัวคน แต่ด้วยเหตุผลที่จำไม่ได้ กว่าจะหากันเจอและติดตามผลงานต่อเนื่องก็กลายเป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขา ทั้งที่งานศิลป์เหล่านั้นบางทีก็จัดอยู่ข้างบ้านหรือบนชั้นหนังสือที่เราเดินผ่าน คงจะดี ถ้ามีใครสักคนให้ตามไว้กันเหนียว หรือเปิดโลกทางศิลปะไทย? ใครคนที่ไม่ใช่ Van Gogh หรือ Leonado Davinci หรือศิลปินแห่งชาติเสียบ้างเพื่อเสพศิลป์แนวอื่น Ars of Art ครั้งนี้เราตั้งใจพาคุณไปจำชื่อศิลปินมือเก๋าสักคนที่ชื่นชอบจากสาขาที่สนใจในงาน “ศิลปาธร” ประจำปีพุทธศักราช 2562 งานรางวัลอันทรงเกียรติของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยจากสาขาต่าง ๆ ที่เพิ่งสิ้นสุดการจัดแสดงที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แม้งานจะจบลงแต่เราไม่พลาดเก็บบรรยากาศและผลงานที่น่าสนใจกลับมาฝากกัน ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนว่าเหตุผลที่เราสนใจศิลปินทั้ง 7 จากงานศิลปาธรเพราะพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่แค่คนที่มีพรสวรรค์เข้าตากรรมการในปีนี้ แต่ยังเป็นศิลปินที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี การสร้างผลงานที่ดีโดดเด่นไม่ยากเย็น หากความหนาวของเส้นทางที่วิ่งต่อเนื่องต่างหากคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ นที อุตฤทธิ์ (สาขาทัศนศิลป์) นที อุตฤทธิ์ เกิด 9 เมษายน 2513 จบการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์