เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานกับงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนของแบรนด์ Samsung ซึ่งมาในชื่อ “A Galaxy Event” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมหน้าด้วยเทคโนโลยีสุดทันสมัยจากตระกูล A โดยมีรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy A80 เป็นดาวเด่นของงาน พร้อมแสดงที่สุดแห่งนวัตกรรมสมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับเหล่าผู้ชื่นชอบการใช้โซเชียลมีเดีย สมาร์ตโฟนที่ถูกจับตามองมากที่สุดในงานคงหนีไม่พ้น Galaxy A80 ทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีทอง (Angel Gold) สีขาว (Ghost White) และสีดำ (Phantom Black) ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED 6.7 นิ้ว Infinity U Display กับความละเอียด 2400 x 1080 pixel ภายใต้ระบบปฎิบัติการ Android 9.0 Pie + One UI แบตเตอรี่ของ Galaxy A80 เรียกได้ว่าอึดทนทานมากด้วยแบตเตอรี่ 3,700 mAh รองรับ Fast
ปีนี้หนุ่ม ๆ ขาประจำถนนข้าวสารมีเคว้งจากประกาศงดจัดงานเพื่อเตรียมเฉลิมฉลองพิธีบรมราชาภิเษก แต่ใช่ว่าพวกเราจะต้องหัวร้อนกับโอกาสมงคลนี้ เพราะความจริงยังมีอีกหลายสถานที่ที่พร้อมให้เราเดินทางไปเล่นน้ำดับร้อนกันได้สะดวก ๆ โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน การขนส่งสาธารณะที่เรายืนยันว่ามันยังโอเคกับเดินทางในช่วงนี้มาก ๆ ทั้งไม่ต้องรอนานจนอารมณ์เสียและเจอรีดเงินในกระเป๋าเพราะการเดินทางในช่วงเทศกาล แถมยังมีแอร์เย็น ๆ ไว้หลบแดดกับไอร้อนชวนฮีทสโตรคได้ก่อนออกไปลุยเล่นน้ำต่อด้วย พร้อมรบ พร้อมลุยแล้ว UNLOCKMEN ขอชวนทุกคนที่ยังตั้งคำถามว่า “ไม่รู้จะไปเล่นน้ำที่ไหนหรือไปไหนช่วงหยุดยาวนี้ดี” มาดูไปพร้อมกันว่าเราแนะนำที่ไหน สถานีไหนกันบ้าง จะเลือกจากงาน ความใกล้ หรือเป็นแหล่งชุมนุมที่ออกวันเดียวกวาดได้เรียบก็ไปเลือกได้เลยพร้อมกัน! คำเตือน ก่อนจะไปถึงสถานี ติดป้ายห้ามกันหน้าแตกและเตือนไว้ให้ระวังกัน เพราะช่วงเทศกาลสาดน้ำฉ่ำเย็นอย่างนี้ หลายคนที่ไม่เคยเดินทางในระบบขนส่งรถไฟฟ้าใต้ดินคงไม่รู้ว่าต้องเตรียมยังไง อ่านจุดนี้ก่อนจะเดินทางไปสนุกในย่อหน้าถัดไป บอกเลยว่าไม่ยุ่งยากถ้าจะทำตาม แต่ถ้าขัดขืนพวกเราอาจจะได้เสียเส้น สิ้นเปลืองของ และเปลืองเวลาความสนุกไม่รู้ตัว อย่าเติมน้ำในปืนฉีดน้ำก่อนลงรถไฟใต้ดิน เพราะมันเปลือง สุดท้ายก่อนเข้าก็ต้องเทน้ำออกอยู่ดี อย่าเล่นน้ำในพื้นที่โซนรถไฟฟ้าใต้ดินเด็ดขาด มันอันตราย และเจ้าหน้าที่เขาจะเริ่มทำหน้าไม่ถูกชะตาก่อนชาร์ตใส่ ปาร์ตี้หนัก เมาแอ๋อย่าไปขึ้นเพราะเขาไม่ให้ไปต่อ เนื่องจากแต่ก่อนก็มีคนตกบันไดเลื่อนบ้าง และอาจรบกวนคนอื่นที่เข้ามาใช้ด้วยกลิ่นหรือพฤติกรรม แต่ถ้าเจอเจ้าหน้าที่น่ารัก เดินเข้าไปได้ เพราะสุดท้ายเขาจะใจดีพาไปนั่งพักกับส่งที่รถแท็กซี่ เปียกชุ่มโชกเขาจะให้เราออกไปยืนบิดน้ำจากเสื้อผ้าให้หมาด ดังนั้นเตรียมตัวมาแต่เนิ่น ๆ จากขอบถนนสะดวกกว่ามาออกันบิดน้ำหน้าเจ้าหน้าที่แน่นอน เวลาทำการเหมือนเดิมระหว่าง 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน ดูเวลาให้ดีอย่าเล่นน้ำเพลินล่ะ เดี๋ยวกลับบ้านไม่ทัน
การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกของจิตรกรแต่ละคนผ่านผ้าใบ พู่กัน สี และความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานระดับพรีเมียมทำให้ศิลปินหลายคนกลายเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลต่อศิลปะตะวันตก วิธีเดียวที่จะได้เสพผลงานของศิลปินตะวันตกที่ชื่นชอบคือต้องบินไปยังทวีปยุโรป แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันการเสพงานศิลปินที่เราหลงรักอาจไม่ยากเหมือนก่อนแล้ว เพราะผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินในลัทธิต่าง ๆ ถูกยกมาที่กรุงเทพฯ ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า From Monet to Kandinsky นิทรรศการ From Monet to Kandinsky ก่อนหน้านี้จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีและประสบความสำเร็จล้นหลาม โชคดีที่คิวต่อจากกรุงเบอร์ลินคือกรุงเทพฯ โดยถือเป็นที่แรกของเอเชียที่ได้จัดแสดงนิทรรศการของโครงการนี้ พร้อมกับผลงานจิตรกรรมกว่า 1,500 ชิ้น ผ่านโปรเจกต์เตอร์ที่เคลื่อนไหวได้ รอให้ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในศิลปะมารับชมงานศิลป์แบบ 360 องศา ผลงานที่ถูกนำมาจัดแสดงล้วนมาจากฝีมือยอดจิตรกรทั้ง 16 คน ที่เมื่อเห็นชื่อของจิตรกรและผลงานของเขาหลายคนจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน เริ่มตั้งแต่ศิลปินผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะตะวันตกอย่าง Claude Monet กับผลงาน Impression Sunrise หรือความประทับใจของพระอาทิตย์ขึ้นที่ชื่อของภาพนี้กลายมาเป็นชื่อลัทธิ Impressionism นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Edger Degas ที่โดดเด่นเรื่องการวาดภาพประวัติศาสตร์ และ Pierre August Renoir กับศิลปะอ่อนช้อยสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้ง ซึ่งศิลปินทั้งสองคนก็อยู่ในลัทธิ Impressionism ด้วยเช่นกัน ถัดจากลัทธิ
‘เจ้าพระยาที่คุ้นเคย นั่งมองแสงจันทรา ไม่เหมือนเคย คืนนี้ไม่มีเธอเคียงอย่างที่เคย โอ้เกิร์ล ทั้งเหงาทั้งเศร้าคนเดียวเยี่ยงเชลย เจ้าพระยาฝั่งพระนคร เคยนั่งซับน้ำตาให้เธอก่อนจากจร เมื่อตอนเธอเศร้าฉันเฝ้าปลอบไม่นอน โอ้เกิร์ล ฉันเห็นเธอคิดถึงเขา สองเราเลยจากพระนคร’ อยู่ ๆ เพลง เจ้าพระยา ของคณะดนตรี Kai-Jo Brothers ก็ดังขึ้นมาในหัวในขณะที่เรากำลังเดินเลียบถนนพระอาทิตย์ ย่านที่เมื่อก่อนเราแวะเวียนมาบ่อย ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะห่างหายไปพอสมควร แต่จุดหมายปลายทางวันนี้คือที่ ๆ ที่เราไม่เคยไปเยือนมาก่อน เป็นบาร์เล็ก ๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา Sheepshank Public House เป็นบาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ด้วยบรรยากาศแบบ Industrial Style โดยดัดแปลงมาจากอู่ต่อเรือเก่า ตกแต่งร้านด้วยเฟอนิเจอร์ไม้และอิฐบล็อก นี่ถ้าไม่รู้ว่าอยู่ในถนนพระอาทิตย์ เราคงคิดว่าเราหลุดมาในบาร์ย่านเมืองท่าสักแห่ง ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน ทั้งอินดอร์ที่เหมาะกับคนที่อยากนั่งในแอร์เย็น ๆ สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศเฮฮา และเอาต์ดอร์สำหรับคนที่อยากชมวิวแม่น้ำแบบใกล้ชิด นั่งจิบเบียร์เคล้าสายลมแห่งเจ้าพระยา ในส่วนของอาหาร Sheepshank Public House ถือว่ามีค่อนข้างหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอาหารตะวันตก สไตล์อเมริกันโมเดิร์น ซึ่งในวันนี้ทางร้านจัดมาให้เราทั้งหมด
เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตถือเป็นสิ่งที่พวกเราชาวมิลเลนเนียลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งสะท้อนอัตลักษณ์และสามารถบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี “เกษรวิลเลจ” นอกจากจะเป็นห้างหรูที่มีไลฟ์สไตล์ดี ๆ รวมไว้มากที่สุดในย่านราชประสงค์แล้ว วันนี้ยังชูจุดเด่นในอีกไลฟ์สไตล์สำคัญ กับการเป็นผู้นำด้านฟู้ดคิวเรเตอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทั้งด้านคุณภาพและบริบททางวัฒนธรรมของอาหาร ได้จัดแคมเปญ #EatAtGaysorn (อีทแอทเกษร) โดยจับมือกับ 23 ร้านดัง นำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด อาทิ BOYY & SON CAFE (บอย แอนด์ ซัน คาเฟ่), GINZA TENHARU (กินซ่า เทนฮารุ), NONAME STEAK SEAFOOD TAPAS (โนเนม สเต็ก ซีฟู้ด ทาปาส), WELLNESS BAR@PANPURI WELLNESS (เวลเนส บาร์ แอท ปัญญ์ปุริ เวลเนส), KOI THE (โคอิเตะ) BOYY & SON CAFE คาเฟ่เอาใจสายแฟชั่น ที่เน้นการตกแต่งร้านด้วยกำแพงสีฟ้าน้ำทะเล ตู้ปลาทรงกลมฝังอยู่ในผนัง
บ่ายวันหนึ่งที่แสงอาทิตย์แรงกล้าสาดส่อง อุณหภูมิร้อนระอุ แต่ ‘อาซิง’ หัวหน้าแก๊งมังกรรุ่นที่ 3 กลับดูไม่ยี่หระ อาซิงในชุดสูทสีดำพร้อมหมวกทรงสูงเช่นทุกวันเดินตามบาทวิถีไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในตรอกหนึ่ง บรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากหลังตะวันตกดินที่ครึกครื้นไปด้วยนักท่องราตรี อาซิงเดินฝ่าความเงียบจนไปถึงบริเวณกลางตรอก ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างใจเย็นราวกับความร้อนแรงของแสงแดดนั้นไม่สามารถทำอะไรเขาได้ หลังจากพ่นควันจนหมดมวน เขาเปิดประตูเดินเข้าไปในร้าน ๆ หนึ่ง ป้ายระบุอยู่ข้างหน้าว่า ‘โรงรับจำนำ’ อาซิงไม่ได้มีอะไรมาจำนำ เขารู้ดีว่าธุรกิจโรงรับจำนำที่นี่เป็นเพียงธุรกิจบังหน้าเท่านั้น หลังจากแลกเงินจำนวนหนึ่งเพื่อรับบัตรผ่านประตูกับพนักงานสาวที่อยู่หลังลูกกรงเรียบร้อยแล้ว อาซิงก็เดินขึ้นบันไดแคบ ๆ สู่ชั้นบน เมื่อเดินขึ้นมาบรรยากาศยิ่งดูไม่น่าไว้วางใจยิ่งขึ้น มีเพียงความเงียบสงัดภายใต้แสงไฟแดง-เขียว นอกจากนั้นบริเวณชั้น 2 ยังมีมุม CCTV ที่แสดงให้เห็นว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วบริเวณ มันไม่ใช่โรงรับจำนำธรรมดาแน่ ๆ แต่อาซิงกลับเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ เขามาที่นี่บ่อยจนเฉยชากับบรรยากาศเหล่านี้ไปแล้ว อาซิงเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 เขาคุ้นเคยกับห้องนี้ราวกับเป็นบ้านหลังที่ 2 มันเป็นบาร์ลับที่เขากับมิตรสหายมักแวะเวียนมาเสมอ ไม่ว่าจะมาเพื่อเล่นไพ่นกกระจอก, พูดคุยธุรกิจ แม้กระทั่งสังสรรค์ ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ ถึงจะไม่มีชื่อ แต่อาซิงกับเพื่อนเรียกที่นี่ว่า Honest Mistake เนื่องจากการวางอิฐบล็อกผิดไป 1 ก้อนที่บริเวณหน้าร้าน นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกหลายจุด Honest Mistake จึงดูเป็นชื่อที่เหมาะสม
เมื่อพูดถึง ‘บ้าน’ แต่ละคนคงมีภาพในหัวของตัวเองเป็นบ้านที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนน่าจะรู้สึกเหมือนกันเมื่อนึกถึงบ้านคือ ความอบอุ่น ความสบายใจ และการเป็นที่พักพิง ดังนั้นถ้ามีคาเฟ่สักแห่งที่บรรยากาศเหมือนบ้าน คาเฟ่นั้นก็คงมอบความอบอุ่นแก่ผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี เรากำลังพูดถึง LAFF คาเฟ่ในซอยสุขุมวิท 50 ที่มาพร้อมกับบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการมานั่งชิลล์ในวันหยุด และที่เราบอกว่า LAFF ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านก็เป็นความตั้งใจของเจ้าของร้านโดยถือเป็นคอนเซ็ปต์ตั้งแต่วันที่เปิดให้บริการวันแรกเพราะอยากให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ๆ เมื่อมานั่งที่นี่ ‘เมื่อเป็นบ้านก็ไม่อยากให้มันดูเป็นแพตเทิร์น’ ด้วยเหตุนี้โต๊ะแต่ละตัวของที่นี่จึงไม่เหมือนกันเลย นอกจากนั้นการจัดวางโต๊ะตามมุมต่าง ๆ ก็เป็นการจัดแบบตามใจฉัน ลูกค้าจึงรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ๆ ราวกับที่นี่เป็นบ้านจริง ๆ ชื่อร้าน LAFF นั้นเล่นคำมาจากคำว่า Laugh ที่แปลว่าหัวเราะ เป็นเหมือนปณิธานของทางร้านที่อยากให้ลูกค้าทุกคนได้รับความสุขและเสียงหัวเราะทุกครั้งที่มาเยือน LAFF เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่โดดเด่นเรื่องการตกแต่ง โดยทั้งร้านจะเหมือนเป็นโดมสีเขียวขนาดย่อม มีโถงโล่งกว้างอยู่ด้านใน รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่จากกระจกบานใหญ่ เพิ่มความร่มรื่นด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ภายในตัวร้าน เป็นบรรยากาศที่ถ้าได้ลองนั่งแล้วรับรองว่าไม่อยากลุกไปไหนตลอดทั้งวัน LAFF ใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในทุกเมนู เหมือนกับทำกินเองที่บ้าน และต้องสดใหม่ทุกวัน จานแรกที่ทางร้านนำมาให้ลองชิมคือ LAFF Me Tender ชีสเค้กสูตรเฉพาะของทางร้าน สดใหม่ทุกวันโดยฝีมือคุณแม่เจ้าของร้าน เนื้อเค้กนุ่มละลายในปาก ท็อปปิ้งด้วยสตรอเบอร์รี่แกะสลักสวยงาม
ไม่อยากจะพูดว่า “กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มจำเป็นกับชีวิต แต่เชื่อว่าผู้ชายหลายคนได้ดิบได้ดีวันนี้ เพราะมีกาแฟเป็นตัวเพิ่มขีดพลังชีวิต ดึงเราขึ้นมาจากอาการซอมบี้วันก่อนหน้า ยิ่งช่วงไหนปั่นงานหนัก ๆ หนังตาหย่อนคล้อย กาแฟสดร้านแพง ๆ ก็ดี กาแฟกดเซเว่นก็ได้ (อันนี้ก็แรง กินแล้วดีดแม้ว่ามันจะหวาน) หรือกาแฟเบอร์ดี้กระป๋องเขียว นี่แหละที่ช่วยประคองชีวิตเรามา แต่เชื่อไหมว่า แม้ว่าวันนี้พวกเราจะกินกาแฟกันไปเยอะแค่ไหนก็ตาม แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวจริง ๆ ของมันนัก ทั้งช่วงเวลาความอร่อย การประเมินรสชาติ และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกมากมาย UNLOCKMEN รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกาแฟที่เรายังเข้าใจผิดมาล้างใหม่ แล้วจำเรื่องที่ถูกต้องเข้ามาแทน จากสิ่งเหล่านี้ กาแฟเป็นเครื่องดื่มตั้งแต่บรรพกาล เรารู้กันดีว่าเอธิโอเปียน่าจะเป็นแหล่งกำเนิดตำนานกาแฟบนโลกใบนี้ เพราะว่ากันว่าต้น Coffea Arabica เกิดขึ้นครั้งแรกที่ซูดานใต้ แต่รู้กันหรือเปล่าว่าเดิมการกินกาแฟเขาไม่ได้กินกันแบบเครื่องดื่ม แต่เป็นการกินมันในรูปแบบผลไม้ ก่อนจะเริ่มนำมาปรุงเป็นเครื่องดื่มภายหลังเพื่อขจัดความง่วงในการดำเนินพิธีกรรมศาสนา ภายหลังค่อยแพร่หลายกลายเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันทั่วไปทุกชนชั้น กาแฟต้องมีรสชาติขม เกิดเป็นกาแฟ ถ้าไม่ขมนี่ถือว่าเสียชาติเกิดมากครับ หยุดก่อน! ถ้าคุณเกิดไปชิมกาแฟสดจากร้านไหนสักร้านแล้วเจอรสชาติโดดอื่นอย่างความเปรี้ยว หรือความหวาน ไม่ได้ขมปี๋เหมือนที่กินปกติ เลยคิดว่ามันไม่ดี จงเก็บความคิดนี้ไว้ อย่าเพิ่งสบถมันออกมาว่านี่กาแฟเสียหรือเปล่าวะ เพราะความจริงรสชาติของกาแฟมันมีมากกว่าความขม เปรี้ยว หวาน ขม คือเบสของรสชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ในกาแฟหนึ่งแก้ว เปรี้ยว
‘Brunch’ คือมื้ออาหารที่ควบรวมมื้อเช้า (Breakfast) กับ มื้อเที่ยง (Lunch) เข้าด้วยกัน เดิมมีจุดเริ่มต้นมาจากอเมริกันชน ดังนั้นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบนี้ในบ้านเราจึงไม่เป็นที่นิยมนัก ทั้ง ๆ ที่ไลฟ์สไตล์ของคนไทยโดยเฉพาะคนเมืองถือว่าเหมาะกับ Brunch สุด ๆ เนื่องจากความขี้เกียจตื่นเช้าหรือเร่งรีบจนไม่มีเวลากิน Breakfast แต่ก็ทนหิวจนถึง Lunch ไม่ไหว Brunch จึงเป็นมื้ออาหารที่ตอบโจทย์ วันนี้เรามี Brunch Cafe มาแนะนำด้วยกันทั้งหมด 5 ร้าน การันตีเรื่องรสชาติและบรรยากาศที่จะไม่ทำให้ผิดหวัง Toby’s ลึกเข้าไปในซอยสุขุมวิท 39 Toby’s คือ Cafe & Brunch ในบรรยากาศกระท่อมไม้เล็ก ๆ ที่มองภายนอกก็รู้สึกอบอุ่นจนอยากเข้าไปใช้เวลายามสายในที่แห่งนี้ ซึ่งก็ตรงกับความตั้งใจของผู้ก่อตั้งร้านที่อยากให้ลูกค้าทุกคนแวะมาดื่มกาแฟและรับประทาน Brunch ในบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเองเหมือนอยู่บ้านเพื่อน เพื่อจะให้ได้บรรยากาศดังกล่าว Toby’s จึงเลือกใช้โทนสีขาวในการตกแต่งเป็นหลัก ใช้เฟอนิเจอร์ไม้ และเน้นการเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ อาหารที่ Toby’s เน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติและเน้นการปรุงรสให้น้อยที่สุด เพื่อให้สามารถลิ้มรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบให้ได้มากที่สุด ทั้งอร่อยทั้งดีต่อสุขภาพ เหมาะกับการเป็นมื้อเริ่มต้นวันใหม่ Location: 68/1 ซอยสุขุมวิท
กาแฟหนึ่งแก้ว อาจมีความหมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน สำหรับบางคนอาจเป็นเครื่องดื่มรสขมหลายมิติ อาจเป็นแหล่งคาเฟอีนชั้นเยี่ยม อาจเป็นงานศิลปะ และอาจเป็นผลงานมาสเตอร์พีซสักชิ้น แต่สำหรับ “RED DIAMOND CAFE” คืออย่างหลัง กาแฟคือเครื่องดื่มที่ไม่ได้อัดแน่นไปด้วยคาเฟอีนเพียงอย่างเดี่ยว แต่ยังเต็มไปด้วยความประณีต ความพิถีพิถัน ตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการทำกาแฟอย่างการเลือกเมล็ด การคั่ว ไปจนถึงการเสิร์ฟแก้วต่อแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่ทำให้เราหลงใหลไปกับกลิ่นหอมที่อบอวลเหมือนนั่งอยู่ในโรงคั่วกาแฟ มาเดินทางไปทำความรู้จักที่นี่ไปพร้อมกับเรา แม้คุณจะไม่ใช่คอกาแฟ แต่รับรองว่าจะต้องหลงรักเสน่ห์ของมันเข้าอย่างจัง เราเดินทางไปถึงร้านในช่วงสาย เลี้ยวรถไปจอดที่ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามร้าน ถือว่าสะดวกมากสำหรับการมีที่จอดรถรองรับลูกค้าเป็นของตัวเองแบบนี้ เราสะดุดตาเข้ากับวัสดุสี Copper ภายนอกของร้าน ที่เป็นเหมือนโรงงานอะไรสักอย่าง พอได้ก้าวเข้าผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป เราจึงเข้าใจว่านี่คือโรงงานคั่วเมล็ดกาแฟนี่เอง ด้วยกลิ่มหอมกรุ่นที่ปะทะเข้ากับผัสสะทางจมูก ผสมผสานเข้ากับการตกแต่งภายในแบบ Industrial Loft การโชว์ท่อ สายไฟ และการโชว์ Texture แท้ ๆ ของวัสดุนั้น ชั้นล่างมีเครื่องคั่วเมล็ดให้เราได้เห็น ยิ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าที่นี่คือโรงงานคั่วกาแฟจริง ๆ ชั้นบน ค่อนข้างเป็นส่วนตัว พื้นที่ที่ให้ความรู้สึก Homey มากขึ้น ด้วยแสงที่ลอดผ่านหน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์และแมวเจ้าบ้านที่คอยคลอเคลียอาคันตุกะผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนพื้นที่ของพวกเขา ชั้นล่างมีทั้งพื้นที่ ทั้งส่วนที่เป็นบาร์ที่เราจะได้พูดคุยกับบาริสต้า ดูกระบวนการของกาแฟแต่ละแก้ว หรือลงมานั่งในพื้นที่เล่นระดับอีกขั้น สามารถเลือกเอาตามความชอบของเราได้ทั้งนั้น
ในปีนี้กระแสอาหารอะไรกำลังมาบ้าง ? นี่เป็นคำถามที่เหล่านักชิมและผู้รักสุขภาพถามหากันตั้งแต่ต้นปี จึงทำให้เว็บไซต์อย่าง michelin.com ที่โด่งดังในเรื่องของการจัดอันดับมิชลินสตาร์ ร่วมกับสำนักข่าว CNBC ได้รวบรวมเทรนด์อาหารที่น่าสนใจประจำปี 2019 เอาไว้เป็นที่เรียบร้อย และ UNLOCKMEN จะพาไปชมกับ 5 เทรนด์อาหารที่น่าสนใจของปีนี้ 1. อาหารเอาใจนักกินสายเขียว เพราะกัญชาคือประเด็นที่ร้อนแรงมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งการทำให้กัญชาถูกกฎหมายและกลายเป็นพืชที่ใช้ในการสันทนาการ ในบางประเทศที่กัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้วก็ไม่รอช้านำเจ้าพืชสายเขียวนี้มาเป็นส่วนประกอบของอาหารนานาชนิดเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะอาหารคาวอย่าง ซูชิ ขนมปังกระเทียม แซนวิช สลัด ไปจนถึงของหวานอย่างบราวนี่ มัฟฟิน และไอศกรีม ที่หลาย ๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าจะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน เพราะกัญชานั้นมีส่วนช่วยคลายความเครียด ทำให้หลับสนิท และบางคนก็มีความคิดว่าการใส่กัญชาลงไปในอาหารเล็กน้อยก็จะช่วยทำให้คึกคักในเรืองทางเพศได้ 2. Pacific Rim Cuisine ถึงแม้ชื่อจะเหมือนกับหนังแอคชั่น Sci-fi ชื่อดังอย่าง Pacific Rim แต่อาหารประเภทนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด Pacific Rim Cuisine คือชื่ออาหารฟิวชันซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบที่ได้มาจากหมู่เกาะต่าง ๆ ทั่วมหาสมุทรเอเชียแฟซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นปลา สาหร่าย
‘ทองหล่อ’ คืออีกหนึ่งย่านที่เราพูดได้เต็มปากว่าคือบ้านหลังที่ 2 โดยหลังพระอาทิตย์ตกเรามักจะมาใช้เวลาที่ถนนสุขุมวิท 55 สายนี้เป็นประจำ แต่ร้านที่เราจะพาทุกคนไปวันนี้กลับเล็ดลอดสายตาเราไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้ง ๆ ที่มันตั้งอยู่ในทองหล่อมากว่า 18 ปี นี่จึงเป็นโอกาสดีของเราที่ได้ค้นพบแหล่งพักพิงอีกแห่ง และเราก็ชอบที่นี่เสียด้วย ใช่ เรากำลังพูดถึง ‘Shades of Retro’ บาร์เล็ก ๆ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ตั้งอยู่ในซอยธารารมณ์ 2 บรรยากาศเงียบสงบ ตัดขาดจากถนนทองหล่อเส้นหลัก และที่เราพูดว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงเพราะว่าที่นี่นอกจากจะเป็นบาร์ไว้สำหรับดื่มกินสังสรรค์เฮฮาแล้ว ยังเป็นร้านขายของเก่าในตัวอีกด้วย ดังนั้นถูกใจเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนก็สามารถซื้อกลับบ้านได้เลย ‘Shades of Retro คือร้านขายของเก่าที่มีบาร์อยู่ในตัว’ นี่คือคำนิยามของเราเกี่ยวกับการตกแต่งร้านของที่นี่ เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็ละลานตาไปด้วยของเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว น่าจะถูกใจหนุ่ม ๆ สายวินเทจไม่น้อย Shades of Retro มีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้เลือกนั่งได้ตามสะดวก ส่วนหนุ่ม ๆ ที่มาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะที่นี่มีเคาน์เตอร์บาร์ และระหว่างที่เราอยู่ในร้านก็เห็นลูกค้าหลายรายมานั่งชิลคนเดียวที่เคาน์เตอร์อย่างไม่เคอะเขิน นอกจากการตกแต่งที่ไม่เหมือนใครแล้ว ความพิเศษอีกอย่างของ Shades of Retro คือความอาวุโสของร้านที่เปิดให้บริการมากว่า 18 ปี เราบังเอิญโชคดีได้พูดคุยกับคุณบอยเจ้าของร้าน เขาเล่าให้ฟังว่า Shades of


