ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นเพียงใด มนุษย์เราก็โหยหาอดีตมากขึ้นเท่านั้น ต้องยอมรับว่าตอนนี้โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลจนเกือบจะสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการซื้ออาหาร ซื้อตั๋วหนัง หรือเช็กรถประจำทาง ก็ยังสามารถทำผ่านมือถือและแอปพลิเคชันได้ เมื่อความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น กิจวัตรบางอย่างที่เคยทำก็อาจเลือนหายตามกาลเวลา ไม่แปลกที่บางครั้งเราจะอยากย้อนเวลาหาอดีต เพื่อซึมซับกับสิ่งของ บรรยากาศ หรือสถานที่บางแห่งที่ไม่มีอีกแล้วในปัจจุบัน และด้วย ‘ความคิดถึง’ เหล่านี้ จึงเกิดเป็น E8TY lov.an.a.log งานดี ๆ ที่รวมพลคนรัก Anolog ครั้งใหญ่ ในวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อ 8080 Café RCA ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานีวิทยุ 80 Radio Station ที่ไม่มีการถ่ายทอด แต่จัดรายการสด ๆ โดย ‘ดีเจหมึก วิโรจน์ ควันธรรม’ นักจัดรายการวิทยุระดับตำนาน ผู้คลุกคลีวงการ Analog มาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งดีเจรับเชิญจาก Olympic Dicker และ DJKK ที่มาร่วมสร้างสีสัน เปิดเพลงเพราะ ๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียง สร้างบรรยากาศในงานให้ตลบอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีสุดคลาสสิก
อะไรเป็นตัวตัดสินว่าร้าน Omakase Sushi ร้านไหนให้ประสบการณ์ดีที่สุด? รสชาติอาหารและความสดของวัตถุดิบถือเป็นปัจจัยสำคัญแน่นอน โดยเฉพาะสำหรับอาหารประเภท Sushi แต่เมื่อมันเป็นร้านระดับ Omakase ยิ่งต้องมีความเป็นศาสตร์และศิลป์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แต่แค่นั้นยังไม่พอ ร้าน Omakase ที่ดียังต้องมีครบทั้งเรื่องราว บรรยากาศ การนำเสนอ ความผ่อนคลายของพนักงาน การตกแต่ง จุดที่ตั้ง ไปจนถึงราคาที่รู้สึกได้ว่าคุ้มค่า ทุกข้อล้วนเป็นสิ่งที่ร้าน Omakase Sushi ที่ดีควรจะมีครบ และหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราพึ่งจะได้สัมผัสมา และคิดว่าเป็นร้านที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกข้อ ก็คือร้าน SUSHIYOSHI อันโด่งดังระดับ Michelin 2 ดาว ที่ขึ้นชื่อและโด่งดังอยู่ใน Osaka มากว่า 28 ปี ใครเคยพยายามไปทานที่ร้านนี้จะรู้ดีว่าต้องจองคิวนานเป็นสัปดาห์ แต่ล่าสุด Master Chef และเจ้าของกิจการคนปัจจุบัน Chef Nakanoue Hiroki ก็ได้พาตัวเองมาเปิดร้าน SUSHIYOSHI ถึงกลางเมืองกรุงเทพแล้วเรียบร้อยในโรงแรม W Hotel Bangkok นับเป็นสาขาที่ 3 ต่อจาก Hong Kong
ย้อนไปเมื่อ 40 ปีก่อน สมัยที่อินเทอร์เน็ตกับสมาร์ตโฟนยังไม่ค่อยคุ้นหู และเชื่อว่าระบบสตรีมมิ่งเพลงก็คงยังไม่เกิด ในตอนนั้นผู้คนที่หลงรักเสียงดนตรีต้องฟังเพลงผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักของมัน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพกเพลงไปฟังได้ทุกหนแห่ง แถมผู้ใช้ยังไม่อาจเลือกเพลย์ลิสต์ที่ตนอยากฟังได้ตามใจนึก Masaru Ibuka และ Akio Morita สองผู้ก่อตั้ง SONY พร้อมกับทีมวิศวกรแผนกเทปจึงร่วมกันคิดค้นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา โดยมีโจทย์ในการออกแบบคือขนาดที่กะทัดรัดและสามารถให้ผู้ใช้เลือกเพลงฟังได้ตามต้องการ พวกเขาจึงนำเครื่องบันทึกเทปของนักข่าวมาดัดแปลง ตัดฟังก์ชันการอัดเสียงออกไปและเพิ่มวงจรสเตอริโอกับชุดหูฟังเข้าไปแทน ในยุคที่โลกยังไม่รู้จักเครื่องเล่นเพลงมากนัก ทำให้กระแสความนิยมของ SONY WALKMAN ก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ผู้ผลิตรายแรกที่เข้ามาในตลาด แต่ต้องยอมรับว่าเครื่องเล่นเพลงชิ้นนี้มีวิวัฒนาการที่น่าทึ่ง และไม่นานนักชื่อของ WALKMAN ก็กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกอย่างง่ายดาย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ SONY ได้จัดนิทรรศการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ครบรอบ 40 ปี ของ WALKMAN ใจกลาง Ginza ย่านชอปปิงที่คึกคักที่สุดของโตเกียว งานนี้มีการแสดงอุปกรณ์ SONY WALKMAN กว่า 230 เครื่อง ตั้งแต่ TPS-L2 รุ่นแรกของปี 1979 ยันรุ่นล่าสุดของปี 2019 ตัวงานแบ่งเป็นสองส่วนคือโซน
สนุกเกอร์ หนึ่งในกีฬาซึ่งเป็นที่รู้จักในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่เคยเล่นกันมาก่อนคงทราบดีถึงรูปแบบเกมส์การเล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งนอกจากผู้เล่นจะต้องมีฝีมือการปล่อยคิวที่เฉียบคมแล้ว เรื่องของสมาธิและการตัดสินใจ รวมไปถึงการอ่านเกมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะของการแข่งขันแต่ละครั้ง และความพิเศษเหล่านี้เองที่ทำให้เกมแม่นหลุมชนิดนี้ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้จักและไม่เคยสัมผัสอารมณ์ของการชมและเล่นกีฬาชนิดนี้มาก่อน อาจมองว่าสนุกเกอร์เป็นกีฬายุคเก่าที่ไม่มีความน่าสนใจ กลายเป็นกิจกรรมที่ไม่เท่พอจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายในปัจจุบัน อาจเพราะภาพจำเดิม ๆ ของสโมสรหรือสถานที่สำหรับเล่นสนุกเกอร์ในยุคที่ผ่านมาเป็นเหมือนสถานที่อโคจรของหนุ่ม ๆ รุ่นใหญ่ที่มีทั้งการดื่มและการเล่นพนัน จนถูกพูดกันปากต่อปากกลายเป็นภาพแง่ลบต่อกีฬาชนิดนี้ แต่แท้ที่จริงแล้วสนุกเกอร์คือหนึ่งในเกมกีฬาที่แสดงออกถึงการให้เกียรติและความเป็นสุภาพบุรุษได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากการให้ความสำคัญกับในมารยาทระหว่างแข่งขัน การแต่งกาย จนไปถึงมารยาทของผู้เข้าชม รวมถึงสถานที่แข่งขันก็ถูกพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น กีฬาสนุกเกอร์เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยในยุคแรกนิยมเล่นกันในกลุ่มทหารอังกฤษที่ประจำอยู่ในประเทศอินเดีย ก่อนจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนารูปแบบการเล่นมาเป็นแบบสากลอย่างในปัจจุบันและแพร่ความนิยมไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ส่วนในประเทศไทยถ้าพูดจุดเริ่มต้นของกีฬาสนุกเกอร์คงต้องย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2500 ซึ่งเริ่มมีการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์ประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนในปี 2525 สมาคมสนุกเกอร์แห่งประเทศไทยซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย จะถูกก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกถือเป็นการวางรากฐานของวงการนักซอยเมืองไทย โดยเริ่มต้นจากการเล่นแบบกติกาสากลด้วยลูกแดง 15 ลูก ก่อนจะมีการผลักดันการเล่นแบบลูกแดง 6 ลูก ให้เกิดขึ้นในเวลาต่อมา จนกลายมาเป็นรูปแบบการแข่งขันที่นักสอยคิวทั่วโลกต่างยอมรับและให้ความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน The Beginning of 6 Red Snooker แรกเริ่มเดิมทีการเล่นสนุกเกอร์ 6 แดงเป็นรูปแบบที่นิยมในหมู่นักสอยคิวทั้งมือเซียนและมือสมัครเล่นในเมืองไทยมานานจนเมื่อปี พ.ศ. 2550 ทางสมาคมบิลเลียดแห่งประเทศไทยตัดสินใจบรรจุสนุกเกอร์ 6 แดงเข้าไปสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่
เราเชื่อว่าหนุ่มไทยคลั่งไคล้สาวเกาหลีไม่น้อยไปกว่าที่หลงใหลสาวไทยและสาวฝรั่งผิวสีน้ำผึ้งเลย ยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์ที่โลกแทบจะเชื่อมกันโดยสมบูรณ์ ผู้ชายหลายคนยิ่งได้เสพวัฒนธรรมเคป๊อปอันโด่งดังกันมาบ้าง ไม่เพียงจังหวะดนตรีที่ผสมผสานอิเล็กทรอนิกส์ อาร์แอนด์บี และฮิปฮอปเข้ากันด้วย แต่เพลงเคป๊อบยังมาพร้อมกับสาวเกิร์ลกรุ๊ปที่พกความน่ารักสดใจและท่าเต้นกระชากใจชายมาเต็มกระเป๋า ไหนจะ BLACKPINK, TWICE หรือแม้แต่ RED VELVET ก็ทำเอาหัวใจชายโฉดอย่างเราอ่อนระทวยได้เหมือนกัน วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากพาเหล่าชายฉกรรจ์ไปเปิดหูเปิดตา เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล้าเบียร์ที่คุ้นคอ ไปซดโซจู โยกร่างเบา ๆ เคล้าจังหวะเพลง ท่ามกลางสาวสวยสไตล์เกาหลี จะเด็ดเผ็ดสะระตี่เหมือนในซีรีส์หรือเปล่า ไปดูกัน! SUL BKK ในย่านที่โด่งดังเรื่องสีสันยามราตรีอย่างทองหล่อ ก็เป็นที่ซ่อนของแกสโทรบาร์สุดเท่ SUL BKK หรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม SUL GASTROBAR ที่นี่เป็นบาร์เกาหลีที่ออกแบบร้านให้ดิบเถื่อน ใช้ปูนเปลือยแซะบางจุดเน้นโชว์เนื้อผิวด้านในของอิฐ ให้ความรู้สึกร่วมสมัยสไตล์กิมจิ แถมยังดูย้อนยุคและน่าค้นหาสุด ๆ SUL GASTROBAR เป็นร้านที่ให้ความสำคัญกับอาหารพอ ๆ กับเมนูเครื่องดื่ม เน้นเสิร์ฟอาหารทานง่ายเหมาะกับการมานั่งชิลหลังเลิกงาน ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั้งเบียร์ โซจู และค็อกเทล แต่ที่เด็ดสุดคงต้องยกให้ค็อกเทลซึ่งได้เหล้าเกาหลีเป็นตัวเบส ทั้งสาโท เหล้าโสม และโซจู คุณจะได้ลิ้มรสชาติค็อกเทลคูล ๆ แฝงกลิ่นอายความเป็นเกาหลีแบบที่หนุ่ม
ค่ำคืนวันศุกร์สุดคึกครื้นและแสงสีของราตรีกาลที่ไม่เคยหลับใหล นำเราเดินดุ่มขึ้นไปยังชั้น 39 ของตึก Sathorn Square มีน้อยคนจะรู้ว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของ KOI RESTAURANT ร้านอาหารควบบาร์เหล้าอันมีเอกลักษณ์ด้วยเมนูอาหารและเครื่องดื่มสไตล์เจแปนนิสแคลิฟอร์เนียน เป็นการยกครัวชื่อดังจากสาขาใน Los Angeles มาจุติที่ประเทศไทย หนุ่ม ๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์ 3 แบบ 3 สไตล์ผ่านโซน Dinner, Lounge และ The Club @ Koi ที่เชื่อมต่อและเดินทะลุถึงกันได้ทั้งหมด นอกจากอาหารเลิศรส คุณยังได้ชิมทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ยามราตรีที่โอบล้อมไปด้วยความงดงามของตึกระฟ้าแห่งมหานคร ก้าวแรกที่เข้ามาในโซน Dinner ก็สัมผัสได้ถึงความเท่ เนื่องด้วยการตกแต่งเน้นหนักเฟอร์นิเจอร์สีเข้ม มีโคมระย้าทรงแปลกตาห้อยลงมาจากด้านบน ทั้งยังเล่นกับลวดลายแพตเทิรน์ซ้ำ ๆ ทำให้ภาพงานสถาปัตยกรรมแบบอินดัสเทรียลลอฟต์และบรูทัลลิสต์แวบเข้ามาในหัวเรา แต่เมื่อถามไถ่จนได้ความ ก็รู้ว่า KOI RESTAURANT แห่งนี้ดีไซน์ร้านอิงตามหลักฮวงจุ้ย เลือกใช้วัสดุจากไม้เป็นหลักและสอดแทรกรายละเอียดของเอเลเมนต์ทั้ง 4 เอาไว้อย่างน่าทึ่ง เริ่มจานแรกด้วย Creamy White Shrimp Tempura เทมปุระกุ้งที่ทวิสต์ขึ้นมาให้มีความเป็นอเมริกันด้วยการคลุกเคล้าซอสมายองเนส แต่แม้จะมีซอสเคลือบด้านนอกเรากลับไม่รู้สึกถึงความเลี่ยนเลยสักนิด
ถ้าพูดถึงย่านเศรษฐกิจที่อบอวลไปด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและมีความศิวิไลซ์ห้อมล้อมกอดแน่น เชื่อว่า ‘พร้อมพงษ์’ คงเป็นอีกย่านที่หนุ่ม ๆ หลายคนนึกถึง ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็น Prime Area ด้านที่พักอาศัยใจกลางถนนสุขุมวิทที่ทอดยาว หากยังเป็นย่านที่มีสีสันและมีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครฯ นอกจากแหล่งรวมธุรกิจ ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ และโครงข่ายการคมนาคมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ การใช้ชีวิตยามราตรีในย่านแห่งนี้ก็โดดเด่นและยอดเยี่ยมไม่แพ้ทำเลไหน ๆ วันนี้เราเลยอยากพาหนุ่ม UNLOCKMEN ไปจิบค็อกเทลเบา ๆ เคล้าบรรยากาศชิล ๆ ดื่มด่ำค่ำคืนสุดพิเศษกับ 3 ROOFTOP BAR ในย่านพร้อมพงษ์ที่คุณควรหาเวลาไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ABAR & ABAR ROOFTOP หนีจากความวุ่นวายภายนอกสู่บรรยากาศเงียบสงบในซอยสุขุมวิท 22 กดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 37 และ 38 ของโรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ที่นี่เป็นที่ซ่อนของบาร์สุดเท่แฝงกลิ่นอายร่วมสมัย พร้อมอวดวิวกรุงเทพฯ ในมุมใหม่แบบพาโรนามา ABAR & ABAR ROOFTOP ถูกแบ่งเป็นสองโซนคือโซน indoor ในชั้น 37 และโซน
เสียงนกเสียงกา ยังดังกว่าเสียงสวดมนต์ ถึงจะฟังดูแปลกแต่ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะเมื่อพูดถึงพุทธศาสนาหรือวัดที่อยู่ใกล้บ้านวันนี้ มันไกลกว่าเรื่องเทคโนโลยีหรือคนดังจากอีกทวีปเสียอีก เสียงสวดมนต์กลายเป็นเสียงที่เราอยากจะกด Skip เพื่อข้าม ๆ มันไป ธรรมะทุกข้อที่ได้ยินเหมือนมีอะไรมาอุดมากลบทำให้เราอยากออกมาห่าง ๆ กระทั่งวัดหน้าบ้าน เรายังไม่อยากเข้าเลยเพราะรู้สึกว่า “มันร้อน” เกินทน พอพูดถึงพุทธศาสนาในศตวรรษที่ 21 เราเลยรู้สึกต่างไปจากความเป็นพุทธฯ ในวันวาน แน่นอนว่าศาสนายังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยกขึ้นหิ้งเหมือนแต่ก่อน จึงเป็นธรรมดาที่คนบางกลุ่มอาจจะดึงมาถูลู่ถูกัง ลากไถไปตามความรู้สึกบ้าง เป็นเรื่องนานาจิตตังที่เราคงไม่เข้าไปห้ามอะไร เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่อยู่มานานพอและจะอยู่ต่อไป คงต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองเสมอ ขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มที่เชื่อว่าแก่นของพุทธศาสนามันแข็งแรงพอและน่าสนใจ ถ้าได้รับการเล่าเรื่องที่เหมาะสมเข้ากับยุคสมัย ซึ่งดูเหมือนสิ่งที่เขาทำมันสำเร็จแล้ว เพราะทำให้พวกเราตบเท้าเข้าวัดจากผลงานนิทรรศการของเขาที่ใช้ชื่อว่า BODHI THEATER (โพธิ เธียเตอร์) ที่จัดในวัดสุทธิวรารามเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ART OF ARS วันนี้ ขอแนะนำให้หาวันว่างไปเข้าวัด ดูนิทรรศการ BODHI THEATER (โพธิ เธียเตอร์) ซึ่งเป็นงานศิลปะสไตล์ ‘Projection Mapping’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการตีความบทสวด “ชัยมงคลคาถา” ที่เชื่อว่าเราชาวไทยต้องคุ้นเคยจากประโยคขึ้นต้นว่า พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง… ชัยมงคลคาถา คือคาถาที่กล่าวถึงชัยชนะ
จับมือกันสร้างสรรค์ความพิเศษยิ่งกว่าที่เคยเมื่อ บัตรเครดิตซิตี้ และ เกรฮาวด์ คาเฟ่ ร่วมมือกับมูลนิธิโครงการหลวง รังสรรค์เมนูที่ดีต่อกายและใจ ภายใต้แคมเปญ ”Perfectly Imperfect” โดยนำพืชผักจากโครงการหลวงที่รูปลักษณ์ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ยังคงคุณภาพและรสชาติดี มารังสรรค์เมนูพิเศษที่ไม่ใช่แค่อร่อยอย่างเดียว แต่ช่วยลดขยะอาหาร ลดภาวะโลกร้อน และช่วยเหลือเกษตรกรให้ยิ้มได้อีกด้วย พร้อมฟังเรื่องราวความอร่อยที่น่าสนใจของแต่ละเมนู จาก “เชฟต่อ” ต่อสิทธิ์ สฤษฎิ์วงษ์ และ “เชฟโอ๊ะ” หฤษฎ์ เวชากุล ผู้รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ นอกจากจะได้ลิ้มรสเมนูพิเศษแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ร่วมสนุกกับแคมเปญดี ๆ จากบัตรเครดิตซิตี้ ลุ้นรางวัลใหญ่แพ็คเกจท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์อันงดงามของทิวทัศน์ทั้ง ภูเขา ทะเลสาบ และธรรมชาติ โดยเริ่มแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคมนี้เท่านั้น ขยะจากอาหารหรือวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ถูกทิ้ง (food waste) เป็นหนึ่งในปัญหาระดับโลกที่ทุกคนต้องตื่นตัว ซึ่งในหลายประเทศก็มีโครงการรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เช่นเดียวกับซิตี้แบงก์ที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และต้องการมีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อลดปัญหาขยะจากอาหารหรือวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ถูกทิ้ง จึงร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง เกรฮาวด์ คาเฟ่ และ มูลนิธิโครงการหลวง สร้างสรรค์แคมเปญ “เพอร์เฟ็กต์ลี่ อิมเพอร์เฟ็กต์”
เดือน 5 เดือนแห่งสายฝนกำลังจะจบลง แต่กำลังจะขึ้นเดือน 6 ที่พายุฝนกระหน่ำ เพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณที่เริ่มพร่องเพราะสภาพอากาศทึมเทา เราจึงตัดสินใจเปิดคอลัมน์ใหม่เพื่อเติมสีสันแก่จิตใจและความรู้สึกให้ครบรส ใช้ชื่อว่า “Art of Ars” “Art” ตัวแรกคือคำที่ทุกคนคุ้นเคยความหมายกันดีว่าศิลปะ ส่วน “Ars” ตัวหลังมาจากภาษาละตินที่แปลได้ว่า ความรู้หรือศาสตร์ “Art as Ars” เราแปลว่า “ศิลป์แห่งศาสตร์” หรือศิลปะที่เกิดศาสตร์ทุกแขนง มีไว้สำหรับรีวิวงานนิทรรศการหรืองานศิลปะน่าไปในไทย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นหรือจบลงแล้วที่เราไปและเก็บภาพมาแบ่งปัน ประเดิมที่แรกที่เราไป TCDC กับงาน Japanese Design Today หรือ “การออกแบบ แบบญี่ปุ่น” งานที่เขาว่ากันว่ามีโปรดักส์ของญี่ปุ่นที่มีความสำคัญจัดอันดับไว้ถึง 100 ชิ้นจัดโดย Japan foundation ร่วมมือกับ CEA หลายชิ้นเป็นตำนานของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้งานทุกวันนี้ เพื่อเข้าถึงวิถีมินิมัลของแดนปลาดิบอีกนิด ไขปริศนาความน่าทึ่งของผลิตภัณฑ์ว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม หรือคิดได้ยังไง ทีมเราเลยตัดสินใจเข้าไปงานดูสักหน่อย เพราะเราเชื่อว่า “จิตวิญญาณ” แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ลมหายใจ แต่สามารถมองได้ผ่านงานออกแบบ ห้องจัดแสดงหนึ่งฮอล์ขนาดกลาง ๆ สไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ ด้านในจัดแสดงของกว่า
ผ่านปีใหม่มาได้ไม่ทันไร แรงบันดาลใจ พลังงาน และความตื่นเต้นที่เคยพลุ่งพล่านในสายเลือดผู้ชายอย่างเราก็ค่อย ๆ มอดดับลง จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ไปเฟสติวัลที่รวบรวมความสุขของชีวิตครบทุกรสชาติมาไว้ในงานเดียวได้อย่างกลมกล่อมลงตัว แถมกระชากเอาความมันส์ที่กำลงเหือดหายให้กลับมาฉายแสงลุกโชนให้กับชีวิตผู้ชายอีกครั้ง! BLEND 285 presents BLEN FES LIVE PROJECT คือ โปรเจกต์ที่เราขอยกให้เป็นที่สุดแห่งปี ซึ่งงานนี้ได้มันรวมเอา ความสุขและความสนุกมาให้ทุกคนได้พกกลับบ้านไปกันอย่างเต็มกระเป๋า โดยการ Let’s BLEND ไปกับเหล่าศิลปิน พร้อม Special Show ที่มาสร้างความประทับใจให้กับทุกคน งานนี้ไม่ได้มีแค่ศิลปินที่มา Let’s BLEND เท่านั้น ยังมีร้านอาหารชื่อดังของแต่ละจังหวัดที่มา Let’s BLEND Menu ที่มีเฉพาะภายในงานให้ทุกคนได้เลือกชิม รวมถึงร้านค้าจากโลกออนไลน์ให้ทุกคนได้เลือกชอปให้ความเหนื่อยหายไปและทำให้เราเชื่อได้อีกครั้งว่า “ชีวิตดีเรามีได้” ดังนั้นมั่นใจได้เลย ไม่ว่าจะเหี่ยวแห้งมาจากหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ หรือชีวิตที่เริ่มเนือย ๆ งานนี้ก็ชวนให้พวกเรามา Let’s BLEND ความสุขและความสนุกให้ชีวิตได้อย่างลงตัวแน่นอน Let’s BLEND ความสุขและความสนุกไปกับเหล่าศิลปิน อะไรจะ BLEND ความสุขและความสนุกไปได้ดียิ่งกว่าการได้ร่วมร้องให้สุดเสียงกระโดดให้สุดแรงไปกับศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง Bodyslam,
ใครว่ารถของนักสะสมจะเอาออกไปสนุกไม่ได้ งานนี้ CUB House นอกจากจะยก The First Moto Lifestyle Café and Showroom ไปไว้ในหาดสุดสวยในงาน ลงเล บีชไลฟ์ เฟสติวัล แล้วยังชวนเหล่า Genuine People อย่าง UNLOCKMEN ในการนำรถสุดรักไปขี่เล่นบนหาดทรายสวยอีกด้วย ลงเล บีชไลฟ์ เฟสติวัล งานสุดแนวที่ปิดหาด Diamond Beach อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จัดงานกันแบบเอ็กคลูซีฟ ถ้าให้เล่าสั้นๆ ก็ต้องบอกว่างานรวมคนมีสไตล์ มาอาบแดด อาบลมห่มเสียงเพลงกันแบบชิลๆ แล้ว CUB House ไปเกี่ยวอะไรด้วย? ก็ต้องบอกว่านอกจากจะยก CUB House พร้อมกระเป๋า Stream Trail รุ่นพิเศษไปโชว์กันในงาน ยังจัดทริปพิเศษที่ชวน Genuine People เอารถสนุกๆ อย่าง Monkey และสายคลาสสิคอย่าง C125 ไปขี่กันถึงหาด เรื่องราวและชีวิตแบบ Moto


