ทองหล่อ ย่านที่ไม่เคยหลับไหล ซ่อนไลฟ์สไตล์ สถานที่น่าสนใจไว้มากมายไม่มีวันหยุด
เมื่อเริ่มชินชาและรู้สึกหวิวท้องหน่อย ๆ กับการนั่งดื่มเหล้าและจ้องมองวิวจากมุมสูงของตึกระฟ้า เราก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศพาหนุ่ม ๆ ชาว UNLOCKMEN ไปนั่งจิบค็อกเทลชิล ๆ กันดูบ้าง แม้หลายคนจะติดภาพว่า ‘อารีย์’ เป็นย่านที่มีร้านกาแฟมากมายและรวบรวมอาหารอร่อยเอาไว้แน่นเอี้ยด แต่หากคุณลองเดินเข้าไปในซอยอารีย์ 3 จะพบว่าย่านแห่งนี้ก็มีบาร์ค็อกเทลเท่ ๆ และบรรยากาศสบาย ๆ ที่ถูกใจผู้ชายอย่างเราด้วยเหมือนกัน ระยะทางไม่เกิน 550 เมตรจากสถานีบีทีเอสอารีย์ คุณก็จะพบกับ ‘Blacksmith’ บาร์เหล้าสุดเท่ที่รอต้อนรับคุณด้วยผนังทรงโค้งรูปเกือกม้าแบบโคโลเนียล (Colonial) ผสานพื้นผิวสีดำดิบแบบอินดัสเทรียลลอฟต์ (Industrial Loft) บวกแสงไฟสลัวที่ลอดผ่านมายังด้านนอก ช่วยสร้างบรรยากาศชวนหลงใหล และทำให้เราอยากเข้าไปนั่งละเลียดค็อกเทลจนหมดคืน BLACKSMITH บาร์ที่การออกแบบสองสไตล์ผสานกันอย่างลงตัว บาร์เหล้าแห่งนี้แบ่งเป็นสองชั้น ด้านบนเปิดเป็นคาเฟ่ (ตอนกลางวัน) เน้นเสิร์ฟเมนูกาแฟ เครื่องดื่มม็อกเทล และขนมโฮมเมด ส่วนตอนกลางคืน Blacksmith จะแปลงโฉมกลายเป็นบาร์เหล้าสุดเจ๋งที่เสิร์ฟครีเอตค็อกเทลพร้อมอาหารสไตล์ฟิวชั่นเลิศรส การออกแบบภายในร้านผสมผสานระหว่างสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ (Industrial Loft) และโคโลเนียล (Colonial) เข้าด้วยกัน ดีไซน์โครงสร้างหลักด้วยเหล็ก ปูนเปลือย และพื้นปูนขัดมัน ใช้เพดานสูงและหน้าต่างกระจกบานกว้างที่ให้ความรู้สึกดิบ เถื่อน
“ทุกวัน…ผมเริ่มห่างไกลจากความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกที” ประโยคที่เหมือนดักตีหัวระหว่าง scroll เจอในโลกออนไลน์กับโปสเตอร์งานที่เห็นครึ่งคนครึ่งเหี้ย ทำให้เราตัดสินใจกันทันทีว่าชาว UNLOCKMEN ต้องไปดูงานนี้ให้ได้ ยิ่งพอไปดูกับตัวแล้วเจอความรู้สึกบวก ๆ เกินความคาดคิด ยิ่งทำให้ต้องมาบอกต่อ ก่อนจะไปว้าวกับภาพงานที่เราเอามาฝาก ซึ่งเรารับรองว่าคุณจะสนุกกว่าถ้าไปเล่น ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ขอเกริ่นเรื่องศิลปินที่สร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมาก่อน พวกเขาคือ “Living Spirits” กลุ่ม Art Collective ที่หลายคนเคยได้ยินหรือรู้จักจากงาน Light Installation เพราะเขาคือกลุ่มตัวแทนคนไทยที่ไปจัดแสดงงานในสิงคโปร์ ผลงานของพวกเขาเน้นการตั้งคำถาม การรับฟัง และเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นให้ผู้คนเข้าใจและเกิดการรับรู้ผ่านศิลปะ “I GONE WILD (everyday)” ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเรื่องการตั้งคำถามและรับฟังแปรมาเป็นงานศิลป์ให้เราเข้าถึง เขานำคอนเซ็ปต์ของภาพจำ เหตุการณ์ในเมืองหลวงที่คุ้นตา ปัญหาที่ไม่เคยถูกแก้ไขหรือแก้แล้วยังวนลูปกลับมาเป็นซ้ำ ๆ สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าเราต้องเคยเห็น เผลอ ๆ หลายอย่างเราก็ต้องเคยทำ โดยเอามาล้อเลียนกับสำนวนภาษาของคนไทยเปรียบเทียบให้ดูตลก กัดเบา ๆ แต่ทำให้เรารู้สึกอมยิ้มตาม ภายในนิทรรศการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในพื้นที่เดียวกัน ส่วนแรกเป็นภาพติดผนัง และส่วนที่เป็นไฮไลต์คือเจ้าโมเดล 3d print สีขาวเทา จำลองภาพเหตุการณ์ในเมืองที่เราต้องหยิบกระจก (Tablet)
ผู้ชายอย่างเราต่างชื่นชอบความท้าทายและการเอาชนะเป้าหมาย เพราะไม่ว่าขีดจำกัดที่ตัวเองตั้งเอาไว้จะยากแค่ไหน แต่หากเราทำได้สำเร็จนั่นคือการพิสูจน์ว่า ตัวเรามีศักยภาพมากพอที่จะทำเรื่องที่ยากหรือเหนือขีดจำกัดของตัวเองได้ การวิ่งมาราธอนคือหนึ่งในกิจกรรมที่หนุ่ม ๆ หลายคนใช้ท้าทายขีดจำกัดของร่างกายและวินัยในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มต้นวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือคนที่ฝึกซ้อมจริงจังโดยมีเป้าหมายคือพิชิตการแข่งขันมาราธอนระดับเวิลด์เมเจอร์สักครั้งในชีวิต และเรารู้ว่าทุกคนกำลังมองหารายการแข่งขันที่ท้าทายกันอยู่ BMW Berlin Marathon คือ 1 ใน 6 การแข่งขันมาราธอนระดับเวิลด์เมเจอร์ที่คนทั่วโลกสนใจและต้องการเข้าร่วมมากที่สุด เพราะการแข่งขันที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1974 ณ ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี รายการนี้ถือเป็นสนามมาราธอนที่มีชื่อเสียงในหลายด้าน ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมของอากาศหรือความสวยงามตลอดสองข้างทาง ทำให้แต่ละปีมีนักวิ่งมาราธอนจากทั่วโลกเข้าร่วมมากกว่า 40,000 คน BMW Berlin Marathon ยังเป็นสนามวิ่งที่เหมาะสมที่จะท้าทายสถิติการวิ่งของตัวเอง เพราะนี่คือหนึ่งในสนามที่มีปัจจัยเหมาะสมจะวิ่งมาราธอน เพราะเป็นสนามที่มีทางโค้งน้อยและอยู่ในระดับความสูงจากน้ำทะเลที่เหมาะสม รวมถึงอุณหภูมิซึ่งอยู่ระหว่าง 14-18 องศาเซลเซียส ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้ BMW Berlin Marathon เป็นรายการแข่งขันที่เหล่านักวิ่งระดับตำนานมาฝากสถิติโลกเอาไว้มากที่สุด รวมถึงสถิติโลกปัจจุบันที่ Eliud Kipchoge ทำได้ในปี 2018 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาที
ผู้ชายอย่างเราต่างหลงใหลในความสนุกและบรรยากาศของเทศกาลดนตรีคุณภาพ และในปีที่ผ่านมาหากใครมีโอกาสเดินทางไปร่วมสนุกกับงาน JAM FEST ซึ่งจัดขึ้นโดยค่ายเพลง What The Duck และ Jameson คงจะรู้สึกได้ถึงความสนุกสนาน รวมถึงได้ซึมซับประสบการณ์ทางดนตรีอันยอดเยี่ยม จนต้องเฝ้ารองานครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น มาในปีนี้เทศกาลดนตรีอย่าง JAM FEST กลับมาอีกครั้งแบบยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เราจะได้พบกับความสนุกของ JAM FEST 2019 เรามาอุ่นเครื่องด้วยการทำความรู้จัก ความเป็นมา รวมถึงสิ่งพิเศษที่เราจะได้พบกันในงานครั้งนี้ ผ่านบทสนทนากับสองหัวเรือใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง พี่มอย-สามขวัญ ต้นสมพงษ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลง What The Duck และคุณเควนติน จ็อบ Managing Director จาก Pernod Ricard Thailand เริ่มกันที่คุณเควนติน จ็อบ ปีนี้เป็นปีที่เท่าไหร่ของการทำงานในประเทศไทยแล้ว หลังจากเข้ามาทำงานในเมืองไทย มองเห็นทิศทางและความท้าทายอะไรในตลาดเครื่องดื่มของเมืองไทยบ้าง คุณเควนติน: ผมเริ่มต้นทำงานกับทาง Pernod Ricard Thailand มาประมาณ 20 ปี ส่วนในประเทศไทยปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 แต่ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสมาประเทศไทยเมื่อ
วันหยุดสุดสัปดาห์คือเวลาพักผ่อนหย่อนใจของคนทำงาน หนุ่ม ๆ จำนวนไม่น้อยเลือกใช้เวลาอยู่กับบ้านนั่งดูซีรีส์เรื่องโปรด บางคนชื่นชอบการออกไปเดินเล่นนอกบ้านพร้อมกับพาคนข้างกายหรือครอบครัวไปทานอาหารร่วมกัน และหนุ่มคนเมืองอีกจำนวนหนึ่งก็ยังต้องก้มหน้าก้มตาทำงานในช่วงวันหยุด UNLOCKMEN ได้ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ทำสิ่งต่าง ๆ ในคาเฟ่เรือนกระจกย่านพระรามเก้าที่รอต้อนรับผู้มาเยือนทุกวัน ไม่ว่าใครจะอยากได้ที่นั่งทำงานบรรยากาศดี หรือต้องการรับประทานอาหารอร่อย ๆ ในสวนสไตล์ทรอปิคอล เราขอแนะนำให้มาที่ The Hub Cafe and Eatery คาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศดีอย่าง The Hub Cafe and Eatery ซ่อนตัวอยู่ในซอยพระรามเก้า 41 เลี้ยวเข้ามาจากถนนเสรี 9 ถึงแม้จะซ่อนตัวอยู่ในซอยแต่ก็ยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโมเดิร์นชั้นเดียว หลังคาทรงจั่วประกอบแผ่นไม้สีเข้มเข้ากับกระจกบานใหญ่ ตกแต่งสวนรอบคาเฟ่ด้วยพืชพรรณดิบชิ้นสไตล์ทรอปิคอลและต้นจามจุรีอายุกว่า 50 ปี ที่อยู่มาก่อนจะเกิดคาเฟ่จะทำให้บรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่แค่เรือนกระจกกับสถาปัตยกรรมโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าร้านเท่านั้น แต่ภายในของ The Hub Cafe and Eatery ที่ดีไซน์ให้เพดานอาคารให้สูงกว่าปกติส่งให้บรรยากาศภายในโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด เรือนกระจกรับแสงแดดสามารถทำให้เราเห็นทัศนียภาพของสวนสไตล์ทรอปิคอลได้อย่างชัดเจน เพราะ Owner ของที่นี่บอกกับเราว่า เขาต้องการสร้างคาเฟ่ให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน The Hub Cafe and Eatery
‘ตลาดน้อย’ ถือเป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในอดีตที่นี่โดดเด่นด้วยธุรกิจเซียงกง ตลอดสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านจำหน่ายอะไหล่ ชิ้นส่วนประกอบ และเครื่องยนต์เก่าของรถที่ใช้แล้ว แม้ปัจจุบันธุรกิจประเภทนี้จะถูกลดความนิยมลง แต่เซียงกงก็ยังคงมีให้เห็นและถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของย่านตลาดน้อยแห่งนี้ นอกจากตลาดน้อยจะรวบรวมเสน่ห์เมืองเก่าและบรรยากาศที่แฝงกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนเอาไว้ ที่นี่ยังห้อมล้อมไปด้วยวิถีชีวิตของชาวจีนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน ขณะที่เรากำลังเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยของย่านนี้ ก็ต้องสะดุดตากับ ‘TAIGUAN CAFE’ ร้านกาแฟสไตล์จีนที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าโจ๋วซือกง เป็นคาเฟ่ที่ดีไซน์แบบร่วมสมัย และดึงดูดใจมากพอจะทำให้ก้าวเข้าไปแบบไม่ยั้งคิด TAIGUAN CAFE เปลี่ยนบ้านเก่าเก็บให้กลายเป็นคาเฟ่ร่วมสมัย จุดเริ่มต้นของ ‘TAIGUAN CAFE’ เกิดจากการนำบ้านจีนเก่าแก่อายุร่วม 200 ปี มารีโนเวตให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น แต่เดิมเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นคนจีนที่อพยพมาจากสิงคโปร์ เขาจึงสร้างบ้านให้เป็นทั้งที่พัก ลานจอดรถม้า และโกดังเก็บของ ด้วยแนวคิดที่อยากคงเสน่ห์ของความเก่าแก่เอาไว้ เจ้าของร้าน TAIGUAN CAFE จึงนำสไตล์ Modern Chinese เข้ามาตกแต่งตัวอาคาร แถมยังเหลือโครงสร้างเก่าอย่างประตูไม้อายุ 200 ปีไว้ให้ดูต่างหน้า ส่วนชื่อร้าน “TAIGUAN CAFE” ก็มาจากชื่อบ้านเดิม “ไทง้วนเอ้งกี่” ที่แปลว่าจุดกำเนิดรุ่นแรกของประเทศไทย ด้านหน้าของร้านดีไซน์ด้วยผนังสีขาว ยกโครงสร้างเป็นสองชั้นให้ดูเหมือนปราสาทเมืองจีน พร้อมประดับด้วยโคมไฟจีนสีแดงเด่น ส่วนภายในร้านเน้นใช้วัสดุไม้เป็นหลัก ดีไซน์ให้ดูอบอุ่นเหมือนบ้าน เพื่อให้เป็นจุดพบปะของเพื่อนฝูง เมนูเครื่องดื่มสุดครีเอตที่ถ่ายทอดรสชาติแบบจีนสมัยใหม่
แรกเริ่มเดิมทีถ้าใจของเรารักที่จะสะสมอะไรสักอย่างแล้ว ลำดับต่อไปควรต้องถามตัวเองว่าจุดมุ่งหมายที่จะเริ่มสะสมสิ่งเหล่านั้นคืออะไร ถ้าคำตอบมีเพียงสะสมเพื่อสนองตัณหาของตนเอง เราก็ควรถามตัวเองต่อว่า อยากให้ของที่เราสะสมเหล่านั้นมีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ หรือไม่ว่ายังไงก็จะไม่ขายของสะสมออกไป ต้องการสะสมเพียงอย่างเดียวไม่สนใจที่จะมอบให้เป็นมรดกตกทอดกับใคร ถ้าคำตอบเป็นอย่างนั้นคุณจะสะสมอะไรก็ได้แม้แต่ซากแมลงก็ตาม เพราะคุณไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้นที่มาสะสมเพราะความชอบเพียงอย่างเดียว แต่พอคุณเริ่มสะสมไประยะนึงความอยากรู้อยากเห็นหรือความสนใจในของสะสมจะต้องเพิ่มมากขึ้นไปโดยปริยาย ไม่งั้นคุณจะเริ่มเบื่อหรือเริ่มรู้สึกว่าของที่สะสมมามันเริ่มรกบ้าน เริ่มรู้สึกไม่มีประโยชน์ในการสะสมเพราะการเก็บของสะสมมันไม่มีจุดมุ่งหมาย ถ้าเป็นเช่นนั้นเราต้องถามตัวเราเองว่าจุดมุ่งหมายในการสะสมคืออะไร อยากกลายเป็นเทพหรือเซียนของของสะสมประเภทนั้นเหรอ หรือหามิตรภาพจากเพื่อนที่รักในของสะสมเหมือน ๆ กัน หรือหวังว่าจะได้รับทั้งความสุขทางใจและผลตอบแทนจากการสะสมของควบคู่กันไป ด้วยเหตุนี้จึงถือกำเนิดศาสตร์ใหม่ที่เรียกว่า Passion Investment ขึ้นมา WHAT EXACTLY IS PASSION INVESTMENT? ครั้งแรกที่ผมได้พูดเรื่องนี้คงเป็นที่ Luxellence Center เมื่อประมาณสามปีที่แล้ว และครั้งต่อมาที่งาน Stock2morrow เมื่อหลายปีแล้วเช่นกัน จนผมเคยหยอกล้อกับทางผู้จัดเล่น ๆ ว่าสงสัยเพราะเซียนเกิดขึ้นเยอะจึงทำให้เขาไม่ต้องเชิญผมไปพูดแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพราะผู้คนหันมาศึกษาในเรื่องนี้เป็นจำนวนมากขึ้นจึงทำให้คนเข้าใจถึงการสะสม และการเพิ่มมูลค่าของสะสมมากขึ้น Passion Investment คือคำนิยามง่าย ๆ ว่า “การลงทุนในการสะสมของ และทำให้ของที่เราสะสมมีมูลค่าเพิ่ม อีกทั้งตัวผู้สะสมเองต้องมีความสุขในการใช้หรือเก็บสะสมของเหล่านั้นด้วยเช่นกัน” Passion Investment ใช้ได้กับของสะสมทุกอย่างที่มีตลาดรองรับ ถ้าเป็นตลาดโลกเราก็จะมองที่ Sotheby’s หรือ
อย่างที่รู้กันดีว่า Urban Men อย่างพวกเรา ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันนั้นแทบจะหมดไปกับการทำงาน แม้จะอ่านบทความเกี่ยวกับ Work-Life Balance มาแล้วไม่รู้กี่อันต่อกี่อัน แถมยังบอกตัวเองทุกวันว่าจะแบ่งเวลาไปใช้ชีวิตด้านอื่น หรือรีบตื่นขึ้นมาออกกำลังให้สุขภาพฟิตปั๋งกับเขาดูสักตั้ง พอเอาเข้าจริง ๆ ด้วยรูปแบบการทำงานที่ไม่สามารถกะเกณฑ์เวลาที่แน่นอนได้ บ่อยครั้งที่ต้องเลิกงานดึกดื่น จะให้ตื่นมาเสริมสร้างสุขภาพในตอนเช้าก็ยากเหลือเกินที่จะงัดร่างออกจากที่นอน จนทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายล้มเลิกแผนฟิตปรับชีวิตให้มีบาลานซ์ พับความตั้งใจอันแรงกล้าเก็บเข้าลิ้นชักมันเสียดื้อ ๆ แต่ถึงแม้จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดชีวิตที่เหมือนจะถูกฟ้าลิขิตให้เป็นปรปักษ์ต่อความฟิตที่วาดหวัง ก็ใช่ว่าเป้าหมายในการมีสุขภาพดีนั้นจะต้องพังทลาย เพราะวันนี้ UNLOCKMEN ขอรับอาสา ทำหน้าที่เป็นไกด์พาไปเปิดโลกใหม่ของผู้ชายรักสุขภาพ กับพิกัดศูนย์รวมความฟิตซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์โดนใจเหล่า Urban Men ทั้งหลาย ด้วยการจัดโซนพื้นที่บริการแบบ 24 ชั่วโมง ที่เรียกได้ว่าโคตรจะลงตัวกับตารางชีวิตอันแสนยุ่งเหยิงของผู้ชายอย่างเรา ๆ และที่สำคัญคือความสะดวกสบาย เดินทางง่าย ไปที่เดียวครบ เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แค่ออกไป ‘สามย่านมิตรทาวน์ (SAMYAN MITRTOWN)’ ใกล้ ๆ ใจกลางเมืองนี่เอง สำหรับหนุ่ม ๆ งานยุ่ง ที่ไม่ค่อยได้ไปเดินห้าง อาจจะงง ๆ เล็กน้อยว่า ‘สามย่านมิตรทาวน์’ คืออะไร?
คงต้องบอกว่าในปัจจุบันนั้นเป็นไปได้ยากที่จะมองหาร้านกาแฟเท่ ๆ สักร้าน ที่มีอะไรมากกว่าแค่คาเฟอีนขมเข้มและความอิ่มท้องจากอาหารว่าง เราเชื่อเสมอว่าความต้องการของผู้ชายสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ผู้ชายบางคนอาจอยากไปร้านกาแฟที่มีพื้นที่ธรรมชาติ บ้างปรารถนาเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ นอกจากกาแฟ บางคนอยากให้ร้านกาแฟมีเสื้อผ้า ของกิน และของใช้ที่ซื้อไปเอาใจแฟนสาวได้ แต่หนุ่มบางพวกก็อาจอยากนั่งเงียบ ๆ คนเดียว แล้วปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์โลดแล่นอวลกลิ่นกาแฟและบรรยากาศของงานศิลปะ ขณะที่เรากำลังขับรถตามหา ‘ร้านกาแฟ’ ที่มีอะไรมากกว่า ‘กาแฟ’ ก็แทบไม่รู้ตัวเลยว่าดันขับรถเลยย่านสาธรมาแล้ว แถมยังมาโผล่บนถนนนางลิ้นจี่ที่ไม่คุ้นตา แต่ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลนักจากย่านก่อนหน้า ระหว่างที่กำลังเสาะหาร้านกาแฟตามถนนนางลิ้นจี่ที่ถอดยาว เราเผลอสะดุดตากับร้าน AGO CAFE หรือ AGO – Designed Selected Shop ที่เป็นร้านกาแฟควบช็อปเซรามิกสุดเท่ จึงรีบเลี้ยวรถเข้าซอยนางลิ้นจี่ 4 และเดินดุ่มเข้าไปในร้านโดยไม่รีรอ AGO CAFE เริ่มต้นจากงานดีไซน์ ก่อนขยายไปสู่กาแฟ เมื่อไถ่ถามบาริสต้าประจำร้านจนได้ความ ก็พอทราบคร่าว ๆ ว่านี่เริ่มต้นจากช็อปซีเล็คเต็ดที่ผนวกงานคราฟต์ งานอาร์ต และงานดีไซน์เข้าด้วยกัน โดยนำเสื้อผ้ามือหนึ่งและสองจากฝีมือดีไซเนอร์ชาวไทย สมทบด้วยของใช้ เครื่องประดับ และเครื่องเขียนมาจัดวางตกแต่งร้าน ก่อนจะยกคอฟฟี่แมชชีนมาสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มหลากชนิด ภฤศธร สกุลไทย
ย้อนไปวันที่ 11 พฤศจิกายน 1918 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้สิ้นสุดลง Georges Schaeren (จอร์จ แชเรน) ก่อตั้งแบรนด์ Mido ขึ้นมาและถือเป็นวันสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและเปี่ยมด้วยความกล้าแกร่งของผู้นำในการมองไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ จนกระทั่งปี 2018 นับเป็นปีสุดพิเศษที่ Mido มีอายุครบ 100 ปี ที่ยังคงเดินหน้านำเสนอเรือนเวลาที่เป็นคอลเล็กชันใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ซึ่งแต่ละรุ่นจะยังคงคุณค่าที่มีอยู่ใน DNA ของแบรนด์ Mido ตลอดช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของการออกแบบที่อยู่เหนือกาลเวลา การเลือกใช้วัสดุที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ และนวัตกรรมทางด้านเทคนิค ปรัชญาของ Mido ตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดในการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม การสร้างสรรค์ และประโยชน์ในการใช้งานที่ถูกหล่อหลอมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดย Mido ได้นำเสนอถึงคุณค่าเหล่านี้ผ่านทางงานออกแบบในนาฬิกาแต่ละคอลเล็กชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของโลกแต่ละแห่งซึ่งมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นบนบกหรือแม้แต่ในโลกใต้น้ำ ซึ่ง Mido Ocean Star กับสัญลักษณ์ปลาดาว ได้พิสูจน์ความสำเร็จของเทคโนโลยีชั้นสูง ในราคาที่สมเหตุผมที่สุดเท่าที่เราจะหาซื้อได้ ซึ่งถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลากว่า 75 ปี และการฉลองครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่สมกับความเป็น Mido เพราะได้ร่วมมือกับ
“ไก่” ถ้าทอดมาร้อน ๆ หนังกรอบ ๆ กลิ่นหอม ๆ เคี้ยวนุ่ม ๆ ไม่แห้ง รสไม่ชืดเป็นกระดาษ ยังไงก็ต้องยกให้เป็นหนึ่งในเมนูประจำโต๊ะของผู้ชายทุกคน เพราะเมนูนี้มันกินแกล้มกับเบียร์ง่าย หรือถ้าอยากกินจริงจัง ซื้อข้าวเปล่าสักถุงมากินด้วยกันก็รู้สึกว่าอิ่มท้องพอดี ทันทีที่รู้ว่า Lido Connect มีไก่ทอดไต้หวันร้านใหม่ชื่อ “Oh sh_t not you again” มาเปิด แถมเป็นสูตรของเชฟหลิน กั๋ว เหวิน (Lin Kuo Wen) เชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาวจากไต้หวันเป็นคนคิดค้น UNLOCKMEN จึงไม่พลาดมาพิสูจน์รสชาติถึงที่ และแน่นอนว่างานนี้ต้องได้คุยกับเชฟเจ้าของสูตรแบบ Exclusive ก่อนใครด้วย ใช่ นี่คือเชฟ Lin Kuo Wen เชฟมิชลินตัวเป็น ๆ เจ้าของสูตรตัวจริง ไม่ใช่สแตนดี้หน้าร้าน ที่มาหมัก ทอด หั่น โรยสูตรความอร่อยจากไต้หวันให้เรากินก่อนและเผยความพิเศษของสูตรให้เรารู้ “ผมใช้เวลา 18 ปีฝึกฝนตัวเอง


