ระยะหลังมานี้ มีโรงแรมเปิดใหม่ในพื้นที่พัทยาเพิ่มมากขึ้น และมีหลายแห่งที่ทำเป็น Resort and Villa ได้อย่างน่าสนใจ สามารถใช้เวลาเดินทางไม่นานจากกรุงเทพ และยังสามารถหาความเงียบสงบได้ในพื้นที่พัทยา โดยเฉพาะโรงแรมในบริเวณหาดนาจอมเทียนซึ่งมักจะเป็นที่พักในกลุ่ม Luxury อย่างเช่น Mason Pattaya Design Hotel ที่เราเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ และวันนี้เราจะขอแนะนำอีกตัวเลือกที่ราคาเป็นมิตรมากขึ้น และเป็นโรงแรมเปิดใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือ Ana Anan Resort & Villas Pattaya Ana Anan Resort & Villas Pattaya ตั้งอยู่บริเวณหาดนาจอมเทียน เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีความหรูหรา ตกแต่งสวยงาม และมีความร่มรื่นของธรรมชาติ ภายในตัดขาดจากความวุ่นวายของตัวเมืองพัทยาได้ดี เชื่อว่าหลายคนที่ดู Blogger รีวิวไป อาจจะจินตนาการว่าที่นี่เป็น Resort ที่เงียบสงบ เหมาะจะมากับคู่รักในช่วงวันหยุดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แต่ความจริง โรงแรมนี้อาจจะไม่ใช่ภาพแบบที่หลายแห่งนำเสนอซะทีเดียวครับ ถ้าคุณแพลนจะพาสาวมาสวีทแสนหวานอย่างสงบเงียบล่ะก็ เราขอเตือนไว้ก่อนว่าในความเป็นจริง อาจจะไม่สงบอย่างที่คิด เพราะด้วยความที่ Ana Anan เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีห้องพักถึง 263
ตราบเท่าที่ความขมปนอร่อยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นรสชาติที่ถูกปากและถูกใจผู้ชาย UNLOCKMEN ก็ไม่เหน็ดเหนื่อยที่จะเสาะหาบาร์เหล้าเจ๋ง ๆ และค็อกเทลแก้วพิเศษจากทั่วกรุงเทพฯ มาแนะนำให้หนุ่มนักดื่มทุกคนได้รู้จัก ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านนี้ต้องยอมรับว่ามีบาร์เหล้าเท่ ๆ เปิดใหม่หลายแห่ง แต่ไม่ใช่ทุกบาร์จะออกแบบร้าน เสิร์ฟเครื่องดื่ม หรือบรรเลงบทเพลงได้ถูกจริตกับไลฟ์สไตล์แมน ๆ ของผู้ชายเรา ก่อนหมดปี 2019 นี้ UNLOCKMEN เลยอยากชวนหนุ่ม ๆ มาฉลองส่งท้ายปีกับ 5 บาร์เหล้าสุดเจ๋งที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ชาย และเรายกย่องให้เป็น Mancave of the Year เชื่อว่าหนึ่งในร้านเหล่านี้ต้องถูกใจพวกคุณแน่นอน Lennon’s เริ่มต้นที่ Lennon’s บาร์ลับยุค 70s ใจกลางเพลินจิตที่รวบรวมตลับเทปและแผ่นไวนิลไว้กว่า 6,000 แผ่น บรรยากาศของร้านตกแต่งให้ดูย้อนยุคและสะท้อนความเป็น Art Deco ความพิเศษของที่นี่คือทุกวันอังคารถึงวันเสาร์จะมีดีเจมาสปินแผ่นไวนิล เพื่อคงความเป็นแอนะล็อกเอาไว้ โดยปราศจากการเล่นเพลงดิจิทัล พร้อมใช้เครื่องเล่นเพลงเกรดพรีเมียมช่วยดึงผู้ฟังให้ดำดิ่งลงไปในท่วงทำนองดนตรีมากยิ่งขึ้น นอกจากโซนบาร์เหล้าที่ประดับด้วยโคมระย้าและโซนชมวิวตึกระฟ้า อีกจุดเด่นของร้านนี้คือเลานจ์สูบซิการ์ที่อบอวลไปด้วยแสงสลัวและม่านควัน แถมยังมีซิการ์หายากจากประเทศคิวบาอย่าง pre-embargo Cigars อีกด้วย ค็อกเทลของ Lennon’s ได้แรงบันดาลใจมาจากบทเพลงและตัวศิลปิน จึงตั้งชื่อเมนูที่บ่งบอกรสชาติของค็อกเทลและรสชาติดนตรีในเวลาเดียวกัน
จบไปแล้วกับงาน Coca-Cola Presents Siam Music Festival 2019 กลางสยามสแควร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อชวนวัยมันส์ วัยซ่ามาสร้างประสบการณ์ทางดนตรีและเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายสถิติโลกจาก Guinness World Records: Longest Toast Relay หรือการต่อโต๊ะกินอาหารร่วมกันที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ UNLOCKMEN ไม่พลาด ตามติดไปเก็บบรรยากาศมาฝากกันด้วย แค่เริ่มต้นเดินเข้าสยามฯ มาช่วงกลางวันก็เจอไฮไลต์ของงานแล้ว คือการเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญทุบสถิติโลกที่โค้กเขาจัดให้ ตอนแรกเราก็ยังตื่นเต้นว่า Longest Toast Relay จะออกมาเป็นแบบไหน มันจะยากเกินกว่าจะเข้าร่วมไหม แต่พอรับฟังที่มาแคมเปญเข้าไปจริง ๆ ก็ใจชื้น เพราะสกิลที่เราต้องมีคือแค่ Enjoy กับมื้ออาหารสตรีตฟู้ดบนโต๊ะและจิบโค้ก ต่อโต๊ะกินข้าวให้ยาวเพื่อเข้าคอนเซ็ปต์ ‘เปลี่ยนมื้อธรรมดา เป็นช่วงเวลาพิเศษ’ ซึ่งไม่ได้ต่างจากปกติที่เราทำเป็นประจำ กิจกรรมเริ่มต้นเมื่อผู้เข้าร่วมงานในเสื้อโค้กสีแดงทยอยเข้ามาในบริเวณพื้นที่จัดงานสร้างสถิติใหม่ เริ่มขยับจัดโต๊ะ ต่อโต๊ะกินอาหารด้วยกันเป็นแนวยาว มองแล้วงานนี้ร่วม ๆ พันกว่าคน (เช็กจำนวนตามหลังระบุว่า 1,300 คน) หลายคนพาเพื่อน พี่น้อง ครอบครัวมา ส่วนเราที่มาลำพังได้เจอเพื่อนใหม่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะและทำความรู้จักกัน
ถ้าจะให้หยิบยกเอาเรื่องราวของสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาพูดถึงสักหนึ่งเรื่อง บอกเลยว่าแค่เรื่องใกล้ตัวอย่างร่างกายของมนุษย์เรานั้นก็เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายให้พูดถึงกันไม่หวาดไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของสมอง หรือหัวใจ รวมไปถึงกลไกอวัยวะ กระดูก กล้ามเนื้อ ผิวหนังทั่วร่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าน่าทึ่งเป็นอันดับต้น ๆ ในร่างกายมนุษย์ นั่นก็คือระบบประสาทรับกลิ่น หลายคนคงจะเคยชินกับการรับรู้กลิ่นในทุก ๆ วัน แต่อาจไม่เคยรู้ว่าความสามารถธรรมดา ๆ สิ่งนี้ มันเกิดจากการทำงานสอดประสานกันของเซลล์รับกลิ่นจำนวนมหาศาลที่ช่วยให้เราจำแนกกลิ่นที่แตกต่างได้มากถึง 1 ล้านล้านกลิ่น (APPENDIX – http://bit.ly/35UJGXx) แถมการรับกลิ่นยังถือเป็นประสาทสัมผัสที่แข็งเกร่งที่สุดในประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ หากลองสังเกตดี ๆ ในหลายเหตุการณ์เรามักจะรับรู้ถึงกลิ่น ก่อนที่จะมองเห็น ได้ยิน สัมผัส หรือลิ้มรสเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้การรับกลิ่นของคนเรา ยังมีความเกี่ยวพันกับอารมณ์ ความรู้สึก ความทรงจำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อประสาทรับกลิ่นของเราทำงาน กลิ่นที่ได้รับนั้นจะมุ่งหน้าไปทำปฏิกิริยากับสมองส่วน Amygdala และ Hippocampus ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ และ ความทรงจำโดยตรง (APPENDIX – http://bit.ly/35RohyK) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลิ่นบางกลิ่นจะสามารถทำให้เรารู้สึกดี หรือบางกลิ่นจะช่วยกระตุ้นให้นึกถึงความหลัง และแน่นอนว่ากลิ่นยังทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงไปถึงสถานที่ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกบันทึกผ่านประสบการณ์ชีิวิต และความทรงจำของเราได้อย่างน่ามหัศจรรย์ อ่านเรื่องราวของ
หากคุณเคยไปเดินเล่นย่านเยาวราชหรือเคยขับรถผ่านถนนเจริญกรุงกันมาบ้าง ก็คงพอคุ้นหูกับ ‘ย่านทรงวาด’ ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ชิดติดริมแม่น้ำทำให้ในอดีตถนนเส้นนี้ถูกใช้เป็นเส้นทางการค้าส่งอาหารทะเล เครื่องเทศ หรือผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ สองฟากถนนจึงเต็มไปด้วยร้านนำเข้าและส่งออก ซึ่งหลาย ๆ ร้านก็ยังคงดำเนินกิจการมาให้เห็นจนถึงปัจจุบัน เราลัดเลาะไปตามถนนทรงวาด ก่อนจะเดินเข้าไปในตรอกสะพานญวณ อันเป็นที่ตั้งของร้าน ฮบ. ร้านอาหารสไตล์ casual dining สุดลึกลับแห่งย่านทรงวาดที่เป็นจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ ฮบ. ร้านอาหารลึกลับแห่งทรงวาด เมื่อผลักประตูบานสีขาวเข้าไปจะพบกับร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่น ภายในผสมผสานเสน่ห์ของตึกเก่าเข้ากับโทนสีเขียวเข้มแบบสมัยใหม่ ผนังปูนเก่าแก่บางส่วนยังคงเอาไว้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มกลิ่นอายร่วมสมัยให้ร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์สีวินเทจและผนังไม้สีอบอุ่น แถมเพดานบางส่วนที่ยกโครงสร้างขึ้นไปด้านบน ก็ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและดูไม่อึดอัด ร้าน ฮบ. เป็นร้านอาหารสไตล์ casual dining ที่เสิร์ฟอาหารท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ทุกเมนูอาหารของร้านนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การท่องเที่ยวในต่างแดนของเจ้าของร้านทั้งสี่คน อาหารทุกจานจึงตีความจากประสบการณ์เฉพาะตัวของพวกเขา และถ่ายทอดมันออกมาผ่านคอร์สเมนูดินเนอร์ที่แบ่งเป็นเซต A และ B คอนเซ็ปต์แรกของร้าน ฮบ. คือ ‘Saigon 1st Time’ การไปเที่ยวเวียดนามครั้งแรกที่หยิบนำเอกลักษณ์ของอาหารเวียดนาม มาผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้จากย่านทรงวาด จนเกิดเป็นอาหารเวียดนามสไตล์ฟิวชั่นสุดแปลก โดยเมนูอาหารของร้านจะสับเปลี่ยนทุก ๆ สามเดือน และต้นเดือนมีนาคมของปี 2020
หนาวแรกของ กทม. มาถึงแล้ว เป็นใครก็ต้องอยากออกไปต่างจังหวัดตระเวนล่าหมอก และตั้งเต็นท์ ถ่ายรูปธรรมชาติสวย ๆ ผิงไฟ เฮฮากับเพื่อน หรือพาสาวไปสร้างความประทับใจด้วยกันทั้งนั้น เราเองก็เช่นกัน พอเห็นวันหยุดยาวก็วางแผนลาหยุดและเดินทางไปผ่อนคลายที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก กับปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อกางเต็นท์พักผ่อน แต่ใช่ว่าทุกคนจะเซียนเรื่องการออกทริป บางคนไปแล้วอาจจะรู้สึกแย่กับความขลุกขลักที่เจอจนไม่อยากเที่ยวแนวแคมป์ปิ้งอีก ทั้งที่จริง ๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้นถ้าเรามีโอกาสเตรียมตัวก่อน เพื่อไม่ให้พลาดแบบเดียวกับที่เราเจอในบางเหตุการณ์ UNLOCKMEN จึงมีทริคสำคัญ 5 ข้อที่พบเจอจากประสบการณ์จริงมาแชร์ให้เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง เพื่อนร่วมทางโคตรสำคัญ ปัจจัยนี้ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งที่ขาดไม่ได้ จะชวนไปแคมป์ ไปกางเต็นท์ ถ้าเป็นพื้นที่บนอุทยานที่ไม่ใช่ช่วงทางเข้าหรือลานกางที่มีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และไม่ใช่บริเวณที่มีร้านค้าให้สั่งหมูกระทะ มีน้ำอุ่นให้อาบ (บางแห่ง) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ควร” หาเพื่อนร่วมทริปที่ดีไปด้วย เพราะเวลาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง เราจำเป็นต้องแบ่งหน้าที่ทำกิจกรรมร่วมกัน บางคนต้องทำกับข้าว บางคนต้องล้างจาน ขับรถ ฯลฯ เวลาแบบนี้นิสัยและตัวตนของแต่ละคนจะออกมา ดังนั้น ถ้าเลือกคนกินแรงไป เราจะต้องรับทำทุกอย่างไว้เอง ถ้าเลือกคนขี้บ่นติดสบายไปอาจจะฟังมันบ่นหูชาจนหงุดหงิด ก่อนออกเดินทางจึงควรมั่นใจว่าถ้าใจเราไม่พร้อมจะทนอยู่ในสภาพนั้นตลอดทริป ควรชวนคนที่มองแล้วว่าคุยกันง่าย อยู่แล้วสบายใจ ไม่เห็นแก่ตัวไปจะดีที่สุด ส่วนเราทริปที่ผ่านมากลุ่มที่เราไปมีทั้งทำกับข้าวได้ คนออกตัวช่วยเหลือคนอื่นเป็นลูกมือ และมีพลขับชำนาญเส้นทาง
กิจกรรมตั้งวงสังสรรค์พร้อมกับน้ำเมาของสุภาพบุรุษถือว่าทำต่อเนื่องกันมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว และเราก็เห็นกิจกรรมเหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก บางคนอาจเห็นผู้ใหญ่ใกล้ตัวอย่างพ่อออกไปดื่มกับกลุ่มเพื่อน พอโตขึ้นเราก็มีกลุ่มแก๊งและสังคมที่จะเมาไปพร้อมกับเรา เราปาร์ตี้ เราสุดเหวี่ยง แต่เราไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองจริงจังสักทีว่าเพราะอะไรถึงเลือกที่จะดื่ม แรงจูงใจอะไรบ้างที่ทำให้เราเมาจนหัวทิ่ม บางคนชอบดื่มเบียร์เพราะเสพติดอาการมึนเมา หลายคนชื่นชอบการดื่มวิสกี้เพราะอยากสัมผัสรสชาติแสนเฉพาะตัว และก็มีผู้คนจำนวนมากในโลกใบนี้ที่ชอบดื่มเพราะสภาพแวดล้อม รวมถึงเหตุผลส่วนตัวที่ซ่อนลึกอยู่ในจิตใจ เพราะความเมามีเรื่องราวมากกว่าที่คิด UNLOCKMEN จะพาดำดิ่งไปในศาสตร์แห่งความมึนเมา เพื่อตามหาเหตุสำคัญทำให้ผู้ชายอย่างเราเลือกการดื่มกินสังสรรค์ เราจะได้รู้เท่าทันความเมา เมาอย่างมีสติ เมาอย่างมืออาชีพ ไม่แพ้ที่ผู้ชายอย่างเราเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ และนี่คือ รูปแบบการเมา 4 ประเภท ที่ทำให้ผู้ชายทั้งหลายต้องถามตัวเองว่าเราเป็นสายเมาแบบไหนกันแน่ ? เมาเพราะฉลองโอกาสพิเศษ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะชอบดื่มแอลกอฮอล์เพราะความมึนเมา หนุ่ม ๆ บางคนก็ไม่ได้โปรดปรานการดื่มเบียร์หรือจิบวิสกี้สักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อมีโอกาสพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตอย่างการเลื่อนตำแหน่ง คืนก่อนสละโสด วันครบรอบแต่งงาน ไปจนถึงเหตุผลขำ ๆ อย่างการถูกหวย ความพิเศษที่ว่านี้ก็สามารถทำให้ผู้ชายที่ไม่ชอบดื่ม ยอมตกลงปลงใจลิ้มรสแอลกอฮอล์ได้เหมือนกัน เมื่อมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตทั้งที หนุ่มบางคนก็อยากปลดปล่อยตัวเองไปกับความสุขสมหวังตรงหน้ากันบ้าง ศาสตร์การเมาประเภทแรกจึงว่าด้วยกลุ่มคนที่เมาเมื่อมีอีเวนต์หรือเรื่องพิเศษเกิดขึ้นในชีวิต พวกเขารู้สึกโอเคที่จะไปร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ พร้อมสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักแก้ว หรือเปิดไวน์สักขวดเพื่อดื่มดำกับความรู้สึกสุดพิเศษ นักดื่มกลุ่มนี้นอกจากจะยอมดื่มเพื่อฉลองโอกาสพิเศษของตัวเองแล้ว พวกเขาก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะไปร่วมงานสังสรรค์ที่น่ายินดีของคนสนิทรอบตัวด้วยเช่นกัน เพราะถ้าเพื่อนถูกหวยหรือญาติแต่งงาน
Winter Market Fest เทศกาลเฟสทีฟสุดฮิประดับอินเตอร์แห่งปีที่ทุกคนต่างรอคอย ไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันงานนี้ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของกลุ่มเพื่อน ครอบครัว รวมถึงคนรัก เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Winter Market Fest แตกต่างไปจากงานอื่น ๆ นอกจากความสนุกและสีสันแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมความทรงจำสำคัญแห่งหนึ่งของชาวกรุงเทพฯ ในปีนี้ “แสนสิริ” ชวนคุณมาบันทึกความทรงจำที่น่าประทับใจครั้งใหม่ร่วมกันส่งท้ายปี พร้อม Throwback ย้อนวันวานแสนอบอุ่นไปพร้อมกับการรักษ์โลกที่เทศกาล Winter Market Fest #7 “What A Wonderful World” และถ้าคิดว่าจะเจอแต่อะไรเดิมๆ ขอบอกไว้เลยว่าคุณคิดผิด ปีนี้ Sansiri ได้ขนทัพความสุขมาเอาใจทุกคนมากกว่าเคยกับ “7 Wonders” ไม่ว่าจะเป็น Wonderful Shops ช็อปเพลิน เดินชิลล์กับกว่า 170 ร้านดัง และร้านค้าสุดฮิปจากเหล่าดาราชื่อดังมากมายที่พร้อมใจกันมาสวมบทบาทพ่อค้าแม่ค้ากันในงานนี้ อย่าง ZERO Kcal โดย กาละแมร์ Khanung โดย รถเมล์-คะนึงนิจ Sushi Shin โดย
“บาร์ลับ” คำยอดนิยมที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายรีวิวมักนิยามบาร์สักแห่งเพื่อยั่วให้นักดื่มอย่างเราสวมบทนักสืบไปตามรอย แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะชวนคุณไป “บาร์ไม่ลับ” แต่เท่และมีอะไรดี ๆ มากพอจะยั่วให้คุณไปเยือน THE GARRISON BANGKOK บาร์ขรึมขลัง โอลด์สคูลสไตล์อิงลิชผับ ตั้งอย่างโจ่งแจ้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ย่านสะพานควาย แม้ภายนอกร้านจะพลุกพล่าน วุ่นวายตามฉบับย่านที่เต็มไปด้วยผู้คน แต่ทันทีที่เห็นหน้าร้านก็สัมผัสได้เลยว่าถ้าเปิดประตูไม้บานนี้เข้าไป THE GARRISON BANGKOK จะมอบกลิ่นอายสุดเก๋าแบบอิงลิชผับให้เราได้แน่นอน สำหรับใครที่ก้าวเข้ามาใน THE GARRISON BANGKOK แล้วรู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยสัมผัสบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน เราขอแอบกระซิบกับคุณว่า ที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจาก The Garrison Pub อิงลิชผับช่วงปี 1919 ซึ่งซีรีส์ย้อนยุคยอดนิยมอย่าง Peaky Blinders พูดถึง เมื่อก้าวเท้าเข้าไป THE GARRISON BANGKOK ต้อนรับเราอย่างอบอุ่นด้วยมู้ดแอนด์โทนเข้ม ๆ จากแสงไฟสีส้มสลัวรางที่อาบไม้ อิฐ โลหะและเฟอร์นิเจอร์ทั้งร้านให้อยู่ในบรรยากาศมัวซัวชวนให้จินตนาการถึงความทรงจำเฉพาะตัว ผนังอิฐที่กรุด้วยไม้สีน้ำตาลหนักแน่นยิ่งทำให้เราอยากดื่มอะไรให้ชื่นใจแต่หัววัน โดยเฉพาะเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่ทอดตัวยาวรอให้เราไปนั่ง เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ดูไม่เก่าแต่เก๋า ผสมรวมกลายเป็นกลิ่นอายโอลด์สคูลที่ยากจะหาใครเหมือน ไม่ได้มีดีแค่เรื่องบรรยากาศเท่านั้น THE GARRISON
หล่อสุดในงานนี้ต้องยกให้ Nissan หลังเปิดตัว GT-R รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันฉลองครบรอบ 50 ปี รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตสมรรถนะสูง ระดับตำนานของนิสสัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 Nissan GT-R รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี จำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคา 11.3 ล้านบาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรและการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยสยาม นิสสัน ทีเคเอฟ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Performance Center) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีที่พิเศษสุด จีที-อาร์ รุ่นพิเศษนี้จะมาในรูปแบบของการผสมผสาน สีภายนอกแบบทูโทนที่สืบทอดกันมาถึงสามยุค สื่อถึงความพิเศษของจีที-อาร์ จากการแข่ง
60 ปี ถือเป็นช่วงเวลาอันยาวนานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในชีวิตคนเรา ยิ่งถ้าพูดถึงสิ่งที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้นานถึง 60 ปี ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำ สิ่งของ หรือสถานที่ ระยะเวลา 60 ปีนับเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นเยี่ยมว่าสิ่งนั้น “ทรงคุณค่า” มากเพียงใด ปี 1959 คือช่วงเวลาที่ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักกับ MINI (มินิ) ในฐานะรถยนต์ไซซ์เล็กสไตล์อังกฤษที่มาพร้อมดีไซน์สวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่สมรรถนะก็ไม่เป็นสองรองใคร รวมถึงอายุการใช้งานที่ทนทาน ทั้งนี้จึงกลายมาเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนหลงใหลรถยนต์ของมินิ จนกลายเป็นรถคู่ใจของผู้คนทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งเดินทางเข้าสู่ปีที่ 60 แล้ว ไม่เพียงแค่ผู้คนทั่วโลกเท่านั้น ชาวไทยยังไว้วางใจรถยนต์มินิตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ว่ารถยนต์มินิทรงคุณค่าในสายตาชาวไทยอยู่เสมอ ในวาระครบรอบ 60 ปี มินิ ประเทศไทย จึงอยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนรักรถมินิในประเทศไทยในงาน MINI THAILAND UNITED 2019 ที่มาพร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น โต๋-ศักดิ์สิทธิ์, ว่าน-ธนกฤต, ทอม-อิศรา รวมถึงวง ETC วง Season Five และคู่หูดูโอ้ในตำนานขวัญใจหนุ่ม ๆ อย่าง Triumps
เมื่อถึงคราวที่พระจันทร์ต้องขึ้นไปส่องสว่างแทนที่พระอาทิตย์ ความมืดมิดก็ค่อย ๆ เยื้องกรายเข้าปกคลุมท้องฟ้า และนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าชีวิตกลางคืนของผู้ชายอย่างเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นี่เป็นอีกวันที่เราโคตรเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน และกำลังมองหาเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้วมาช่วยทุเลาความเหนื่อยล้านั้น ทันทีที่นึกได้ว่าแถว ๆ พร้อมพงษ์เหมือนจะมีบาร์เหล้าเปิดใหม่ เราก็ไม่รอช้าและรีบเดินทางไปยังที่นั่น แม้ต้องผ่านอุปสรรคที่เรียกว่าผังเมืองกรุงเทพฯ เจอกับความป่วยของการจราจร หรือแม้แต่เดินสวนกับฝูงชนที่พลุกพล่าน แต่เมื่อมาถึงร้าน ‘Alonetogether’ ดูเหมือนว่าความว้าวุ่นก่อนหน้ากลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง ‘ALONETOGETHER’ บาร์ลับที่ชวนคนเหงามานั่งเมาไปด้วยกัน แม้บรรยากาศของย่านพร้อมพงษ์จะคึกคักและมีผู้คนสัญจรไปมาอย่างคับคั่ง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน เรากลับรู้สึกได้ถึงความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความลึกลับบางอย่างที่ทำเอาเราอยากเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล ‘Alonetogether’ เป็น Speakeasy Bar ที่มองเผิน ๆ แล้วอาจไม่รู้ว่ามันคือบาร์เหล้า เพราะหน้าร้านมีเพียงป้ายไฟสีขาวขนาดจิ๋วเท่านั้น แถมตัวร้านก็ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก เหมือนกับซ่อนอยู่ในซอกหลืบเล็ก ๆ ของตึกแถวในย่านนี้ เมื่อผลักประตูร้านเข้าไปจะเจอกับทางเดินแคบ ๆ ที่ขนาบข้างกับเคาน์เตอร์บาร์ไม้ ทางเดินขนาดกะทัดรัดนี้จะพาคุณไปยังโถงดนตรีที่อยู่สุดทาง อันเป็นที่ตั้งของกองชุดและเปียโนสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งทุก ๆ วันพุธถึงวันเสาร์จะมีวงต่าง ๆ มาบรรเลงดนตรีแจ๊ส ตั้งแต่สามทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจจะสร้างบาร์เหล้าย้อนยุค เจ้าของร้านจึงเนรมิตห้องแถวขนาดจิ๋วให้กลายเป็นบาร์ร่วมสมัย ที่เน้นใช้วัสดุไม้และแสงเทียนเป็นพระเอกหลัก ไม่เพียงสร้างความอบอุ่นด้วยพื้นไม้ ผนังไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้


