ผู้ชายวัยทำงานอย่างเรา ๆ คงจะเข้าใจดีถึงการใช้ชีวิตในโหมดบ้าพลังตั้งใจทุ่มเททำงานอย่างหนักหน่วง เพื่อเป้าหมายปลายทางในการไขว่คว้าหาความสำเร็จมาครอบครอง เรียกได้ว่าบ่อยครั้งที่ลุยงานหามรุ่งหามค่ำกันแบบลืมเหนื่อย แต่ถึงแม้ใจจะไหวเกินร้อย สุดท้ายร่างกายที่ไม่ใช่เครื่องจักรยังไงก็ต้องมีวันหมดพลังเหนื่อยล้าอ่อนแรงกันบ้าง และถึงแม้หลายคนจะคิดว่า เหนื่อยกายแค่นี้มันจิ๊บจ๊อย เพราะมั่นใจว่าดูแลร่างกายตัวเองอย่างดี พักเดี๋ยวเดียวก็หาย แต่ถึงแม้จะฟิตแค่ไหนเมื่อต้องเจอกับการใช้ชีวิตรวมถึงการทำงานแบบใส่เต็มเหนี่ยวอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้นจากภาวะเหนื่อยล้าสะสม ครั้นจะหนีไปนอนพักร่างชาร์จพลังยาว ๆ มนุษย์งานเดือดอย่่างพวกเราก็คงไม่มีเวลามากขนาดนั้นวันนี้ UNLOCKMEN จึงขออาสามาแนะนำวิธีปลุกพลังให้ฟื้นคืนจากความเหนื่อยล้าแบบง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับเป็นหนทาง Boost Up Energy ในยามเร่งด่วน ให้ชีวิตกลับมาสดชื่นแจ่มใสพร้อมลุยเต็มที่ในทุก ๆ วัน PEPPERMINT ใครจะไปคิดว่าใบมิ้นต์หรือสะระแหน่ใบเล็ก ๆ จะช่วยพลิกฟื้นคืนพลังให้กับเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่จากผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Sport and Exercise Psychology โดยศาสตราจารย์ Bryan Raudenbush ผู้อำนวยการฝ่ายงานวิจัยแห่ง Wheeling Jesuit University ได้ค้นพบข้อสรุปที่ว่ากลิ่นเปปเปอร์มิ้นต์นั้นช่วยให้นักกีฬาแกร่งขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการทดสอบสมรรถภาพนักกีฬาจำนวน 40 คน ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ทั้งที่มี และไม่มีกลิ่นเปปเปอร์มิ้นต์ โดยขณะที่นักกีฬาอยู่ในห้องเปปเปอร์มิ้นต์นั้นจะสามารถวิ่งได้เร็วกว่า วิดพื้นได้จำนวนครั้งมากกว่า
ปัจจุบันปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังสามารถพบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกิจกรรมในการดำเนินชีวิตแต่ละวันของคนเราเปลี่ยนไป โดยมักพบในคนวัยทำงาน และผู้สูงอายุที่กระดูกสันหลังเสื่อมลงตามกาลเวลา ทั้งนี้เมื่อกระดูกสันหลังมีปัญหาควรรีบทำการรักษา เพราะเป็นเหตุสำคัญที่อาจทำให้ผู้ป่วยเดินหรือยืนนานๆ ไม่ได้ จึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันตามมา นายแพทย์พิทวัส ลีละพัฒนะ แพทย์ด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวในช่วงวัยทำงานผู้ป่วยมักได้รับบาดเจ็บจากการยกของหนัก เล่นกีฬา หรือจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ปัญหาที่พบได้บ่อยๆในวัยดังกล่าว คือ ภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาทส่วนเอว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวลงขาต่ำกว่าระดับเข่า อาการจะเกิดขึ้นทันทีหลังจากการยกของหนัก หรือเอี้ยวตัวผิดท่า อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นซ้ำเมื่อความดันในหมอนรองกระดูกเพิ่มมากขึ้น เช่น การนั่ง การก้มงอตัว การเบ่งต่างๆ ได้แก่ เบ่งปัสสาวะ อุจจาระ ไอ จาม เป็นต้น อาการดังกล่าวอาจเป็นได้มากจนถึงขั้นทำให้เกิดการอ่อนแรงของขาได้ ฉะนั้นเมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้นแล้วจะส่งผลให้ผู้ป่วยต้องหยุดการทำงาน หรืออาจถึงขั้นต้องออกจากงานในที่สุด สำหรับในผู้สูงอายุนั้นมักสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเสื่อมการหลวมของข้อต่อกระดูกสันหลังโดยเฉพาะส่วนเอว เนื่องจากเป็นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวและรับน้ำหนักมากที่สุด ผู้ป่วยในระยะนี้จะมีอาการปวดหลังเวลามีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางต่อมาเมื่อการเสื่อมเกิดมากขึ้น จะพบมีการหนาตัวของเส้นเอ็นและเยื่อหุ้มข้อต่อกระดูกสันหลัง จนส่งผลให้เกิดการกดทับเส้นประสาทส่วนเอวในท้ายที่สุด อาการในระยะนี้จะส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา หรือขาอ่อนแรงเวลายืน หรือเดินไปสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะทำให้ผู้ป่วยยืนหรือเดินต่อไปไม่ได้ต้องรีบหาที่นั่งพักทันที อาการดังกล่าวจึงจะดีขึ้น หากอาการตีบแคบดำเนินต่อไปนานขึ้นโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการต่างๆ จะค่อยๆ แย่ลง ผู้ป่วยจะยืนและเดินได้สั้นลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุด อาจมีอาการขาอ่อนแรงตลอดเวลารวมถึงอาจมีปัญหากลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ร่วมด้วย โดยแนวทางการรักษาภาวะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นคือ