ว่ากันว่า การตื่นนอนมาในยามเช้าด้วยความรู้สึกสดชื่น สดใส จิตใจเบิกบานนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำให้ชีวิตของเราตลอดทั้งวันนั้นดีขึ้นได้ ฟังดูแล้วจะว่าไปก็มีเหตุผล เพราะคนเราเมื่อทำอะไรด้วยความสุขกายสบายใจทุกอย่างมันก็ออกมาดีทั้งนั้น แต่สำหรับบางคนการตื่นนอนขึ้นมาด้วยความรู้สึกยินดีปรีดาอย่างที่ว่า มันช่างเป็นเรื่องที่ยากซะเหลือเกิน เพราะใช่ว่าทุกคนจะตื่นมาแล้วจะแฮปปี้มีความสุขเสมอไปซะที่ไหน ในเมื่อมีคนจำนวนไม่น้อยเลย ที่พอลืมตาตื่นมาปุ๊บ ก็รู้สึกหงุดหงิดเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ทำหน้าเหมือนไม่พอใจอะไรอยู่ตลอดเวลาอยู่ด้วยเช่นกัน บางคนถึงขั้นที่คนรอบข้าง หรือคนใกล้ตัวรู้กันดีว่า เวลาคนคนนี้เพิ่งตื่น หรือเวลาที่เขานอนอยู่ อย่าได้คิดที่จะไปเซ้าซี้กวนใจ หรือทำอะไรให้เขาตื่นเป็นอันขาด เพราะไม่อย่างงั้นล่ะก็ ถ้ามันลืมตามารับรองได้ว่ามีภาพกีฬามันส์ ๆ ให้เห็นอย่างแน่นอน ปัญหานี้ บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ปัญหาเล็ก ๆ ธรรมดา เพราะไหนมันจะกระทบกับเรื่องของเวลาที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะถ้าหากนอนลืมตื่นเกินเวลา ก็ไม่มีใครกล้าไปปลุกกลัวโดนไล่ด่าออกมาอีก ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ไม่กล้าเข้าใกล้ หรือคุณจะเป็นฝ่ายที่ชอบตื่นมาอาละวาด วันนี้ เราจะมาดูพร้อม ๆ กันว่า อะไรเป็นสาเหตุให้บางคน ตื่นนอนมาด้วยความเกรี้ยวกราดดุดันได้ขนาดนั้น พร้อมวิธีแก้ไขให้ทุก ๆ เช้าที่คุณตื่นมา มีอารมณ์ที่เบิกบานแจ่มใส น่าเข้าใกล้มากกว่าเดิมมาให้อีกด้วย Why do we feel angry when we wake up? ก่อนอื่นให้คุณลองจับสังเกตอาการตัวเอง
ชีวิตคนเรามีเรื่องราวทั้งดี และร้ายเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และในบางครั้งความทรงจำแย่ ๆ เหล่านั้นดูเหมือนว่า จะไม่เคยเลือนหายไป มีผู้คนมากมายที่ติดอยู่กับภาพความทรงจำเลวร้ายที่คอยหลอกหลอนจนกลายเป็นคนอมทุกข์ หาความสุขจากการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งอาการที่ว่านี้ นอกจากจะเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยแล้ว ผลกระทบของมันจะเกิดขึ้นยาวนานแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้อีกด้วย ดังนั้น ถ้าหากคุณลองมองสังเกตคนใกล้ตัว หรือแม้แต่ตัวคุณเองดี ๆ ว่า คุณเคยไหม? ที่คุณกำลังแฮปปี้กับชีวิต และสิ่งรอบข้างอยู่ดีๆ แต่พอมีเรื่องอะไรบางอย่างจากอดีตแวบเข้ามาปุ๊บ ความสุขที่เคยมีอยู่ตรงหน้าก็พังลงแบบต่อหน้าต่อตาทันที ถ้าหากคุณมีอาการแบบนี้ล่ะก็วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูวิธีจัดการกับมันกัน ในปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่ต้องทุกข์ทรมานจากความทรงจำที่เลวร้ายมากขึ้นอีกด้วย หลายคนพยายามจะลืมบางสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหนก็ตาม สมองของเราบางคนจะไม่ได้เจอเรื่องราวเลวร้ายอะไรมากมายที่ทำให้ถึงขนาดจิตคลั่ง แต่เราเชื่อว่า ในหนึ่งชีวิตที่เราใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน อย่างน้อยทุกคนจะต้องมีความทรงจำบางอย่างไม่อยากจะรับรู้มันอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งคนทั่วไปอาจจะคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ และในที่สุดดูเหมือนว่า การที่คนเราจะลบความทรงจำที่ไม่ต้องการออกไปให้เหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นนั้น จะไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังสามารถทำได้มาตั้งนานแล้วอีกด้วย นั่นก็คือ การลบความทรงจำที่เลวร้ายที่เรียกว่า Eye Movement Desensitization and Reprocessing หรือ EMDR ที่นักบำบัด และนักจิตวิทยาเพิ่งออกมายืนยันเมื่อไม่นานมานี้ว่า ลบได้จริง ลืมได้จริง ไม่ต้องทนอยู่กับความจริงอันแสนเจ็บปวด ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นกับชีวิตอีกต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน EMDR ที่ว่านี้เป็นยังไง? เผื่อมีใครคนไหนสนใจอยากลบความทรงจำ เรามีรายละเอียดของ EMDR ที่ว่านี้