เมื่อพูดถึงเกมและนักสร้างเกมปัจจุบัน ชื่อที่ถูกพูดถึงคงหนีไม่พ้นนักสร้างเกมสัญชาติญี่ปุ่น Kojima Hideo ที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกเขาว่า ‘เทพโคจิมะ’ เพราะเกมที่เขาสร้างส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ เนื้อเรื่องที่ซับซ้อนหักมุมไปมา บทพูดน่าประทับใจของตัวละครที่ชวนคิด คล้ายกับว่าเกมของโคจิมะเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่น่าติดตามจนจบ ล่าสุดเขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้เกมเมอร์ต่างเฝ้ารอสัมผัสด้วยตัวเองอย่าง Death Stranding ซึ่งใช้เวลาสร้างนานกว่า 3 ปี หลังจากบรรดาแฟน ๆ ถูกทิ้งให้ปวดหัวกับปริศนาที่โคจิมะทิ้งไว้ในตัวอย่างเกมและบทสัมภาษณ์ เรื่องราวของ Death Stranding เป็นเกมที่ว่าด้วยอะไรก็ไม่รู้ (ความตั้งใจของโคจิมะที่ทำให้คนเดาไม่ได้ว่าเนื้อเรื่องจะไปในทิศทางไหนจนกว่าจะได้เล่นจริง ๆ) มุมมองภายในเกม เล่าเรื่องราวผ่าน Sam Porter Bridges รับบทโดย Norman Reedus หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเขาจากซีรีส์เรื่อง The Walking Dead แต่ในเกมเขาจะสลัดบทบาทจากโลกซอมบี้ ลายเป็นชายผู้ทำหน้าที่ขนส่งสิ่งของและช่วยเหลือผู้คนตามเมืองต่าง ๆ หลังจากการล่มสลายของโลก ความมึนงงเดาเกี่ยวกับเนื้อเรื่องไม่ได้ ทำให้ใคร ๆ ต่างตั้งคำถามกับทีมงานและโคจิมะว่าตกลงแล้วเนื้อเรื่องของเกมคืออะไรกันแน่ ? โคจิมะก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเกม Death Stranding มีเส้นเรื่องหลักเกี่ยวกับ “ชีวิตและความตาย” (คำตอบของเขาก็ไม่ทำให้เรารู้เนื้อเรื่องมากขึ้นเท่าไหร่อยู่ดี) ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นด้วยอุปสรรคต่าง ๆ
เราเชื่อว่าผู้ชายแทบทุกคนคงต้องมีสิ่งของสักอย่างที่รัก หวง และหลงใหลคลั่งไคล้จนแทบอยากเก็บบูชาเอาไว้บนหิ้ง แต่ถ้านั่งนับนิ้วดูดี ๆ จะรู้ว่าในบรรดาของสะสมทั้งหมด มีไม่กี่อย่างที่มอบทั้งคุณค่าและมูลค่าให้กับเราในเวลาเดียวกัน แล้ว ‘นาฬิกา’ ก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งของไม่กี่อย่างที่ว่านั้น เพราะนอกจากจะมีมูลค่าตามราคาแล้ว นาฬิกายังมีคุณค่าพิเศษบางอย่างในสายตาของนักสะสมที่หลงรักมันเสียยิ่งกว่าอะไร ถึงจะรู้ว่าการเก็บสะสมของสักชิ้นต้องเกิดจากความหลงใหล แต่ความหลงใหลจะพาใครสักคนเดินไปได้ไกลขนาดไหนกัน? เราเลือกเก็บคำถามนี้ไว้ในหัว ก่อนจะเดินไปคุยกับ “ตุ้ย อัฐวุฒิ” ชายที่ใช้ความหลงใหลเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมนาฬิกา และความหลงใหลที่ว่าก็พาเขามาไกลจนถึงขั้นเก็บรวบรวมนาฬิกาหายากไว้กว่า 100 เรือน ผศ.ดร. อัฐวุฒิ ปภังกร หรือ คุณตุ้ย เป็นหนึ่งในนักสะสมนาฬิกาตัวยง ที่ควบตำแหน่งที่ปรึกษาด้านบัญชีและอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา เขาชื่นชอบนาฬิกาตั้งแต่อายุ 16-17 ปี จากนั้นก็เริ่มฝันว่าอยากมีนาฬิกาดี ๆ ใส่สักเรือน เพราะเชื่อว่านาฬิกาบ่งบอกความเท่ สะท้อนตัวตน และช่วยเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี คุณตุ้ยจึงเก็บสะสมนาฬิกาเรือนที่ชอบมาเรื่อย ๆ จากนั้นวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมากว่า 20 ปี แต่ความหลงใหลในนาฬิกาของเขาก็ยังหมุนวนรอบหน้าปัดอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เหมือนเข็มวินาทีที่ไม่เคยหยุดเดิน “นาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา ผมว่ามันมีคุณค่ามากกว่านั้น” ผมคิดว่าของสะสมสำหรับผู้ชายส่วนใหญ่มีแค่สองอย่าง หนึ่งคือรถยนต์ สองคือนาฬิกา แล้วสมัยวัยรุ่นการถือเงินสดมันก็ร้อน มันร้อนมือจนเราอยากเอาไปใช้ซื้ออะไรสักอย่าง แต่ถ้าเอาไปซื้อรถก็คงยังไม่มีปัญญาและถ้าซื้อมาก็ไม่รู้จะเก็บไว้ตรงไหนไม่ให้พ่อแม่รู้ แต่นาฬิกานั้นไม่เหมือนรถ ผมสามารถซื้อนาฬิกาจำนวนมากเก็บไว้ที่บ้านได้โดยไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น