เพราะโหยหาบรรยากาศของเทศกาลดนตรี ชาวเมืองผู้ดีหลังจากเผชิญหน้ากับวิกฤติ COVID-19 มาตั้งแต่ปี 2020 จนถึง 2021 ที่ระบาดแล้วระบาดอีก ตอนนี้เริ่มระดมการฉีดวัคซีนป้องกัน และรัฐบาลก็ค่อย ๆ ปลดล็อกบางเมืองบางแห่งให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติบ้างแล้ว ซึ่งวัฒนธรรมของคน UK ก็ไม่รอช้า เมื่อทราบข่าวการเปิดขายตั๋ว Early Bird เทศกาลดนตรีบางแห่ง ก็แห่กันรุมจองตั๋วกันจน Sold Out อย่างรวดเร็วสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Boris Johnson นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้ประกาศผ่อนปรนการล็อคดาวน์รวมไปถึงคลายล็อคกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเมืองอยู่ในสภาวะปกติโดยเร็วไว โดยตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะให้สังคมกลับคืนสู่ความปกติสุขอย่างสิ้นเชิงภายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ซึ่งเทศกาลดนตรีต่าง ๆ ก็ขานรับนโยบายนี้ด้วยการเริ่มประกาศขายตั๋วเทศกาลดนตรีล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรีอิเลคทรอนิคส์ Field Day Festival ที่จะจัดในวันเสาร์ที่ 10 กรกกฎาคม หรือเทศกาลอย่าง Reading & Leeds Festival ที่จัดขึ้นในวันที่ 27-29 สิงหาคม โดยมีเฮดไลน์ตัวเป้งๆอย่าง Liam
เพื่อต้อนรับการปลดล็อกผับบาร์ ให้สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮลล์ได้จนถึงเวลา 5 ทุ่ม UNLOCKMEN รู้ว่าสำหรับสายปาร์ตี้ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่น่ายินดีขนาดไหน แต่ก็อาจจะขัดใจเพราะฟีลกำลังได้ก็มาชิงปิดร้านไปเสียก่อน ดังนั้นเราจึงขอเสนอเพลย์ลิสต์เพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับความมึนเมาในวาระต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันและความผ่อนคลายในช่วงเวลาที่กำลังรอคอยให้ทุกอย่างกลับมาเข้ารูปเข้ารอยเสียที 1. Beastie Boys – Brass Monkey Brass Monkey คือ Cocktail ที่มีส่วนผสมระหว่างเหล่ารัมสีดำกับ Vodka และน้ำส้ม โดยเป็น Cocktail สุดฮิตของนักศึกษาสายปาร์ตี้ ที่อยากทำให้ค่ำคืนวันศุกร์หลังจากร่ำเรียนมาหนักหน่วง ได้เมามายผ่อนคลายอย่างบ้าคลั่ง และ Beastie Boys แร๊ปเปอร์สุดเกรียนก็นำช่วงเวลาแห่งความเมามันส์นี้มาผสมกันกับฮาร์ดคอร์แร๊ฟสุดมันส์ ซึ่งที่มาของเพลงนี้เกิดขึ้นเมื่อทั้ง 3 กำลังง่วนอยู่กับการทำเพลงในอัลบั้ม Licensed to Ill อัลบั้มเดบิวแรกของพวกเขา ความรู้สึกเปรี้ยวปากอยากปาร์ตี้จึงเกิดขึ้น มันจึงเป็นเพลงฮิปฮอปที่เหมาะเอาไว้ใช้ปลดปล่อยตัวเองหลังจากทำงานกันมาอย่างยาวนาน 2. Snoop Dogg – Gin & Juice เพลงปาร์ตี้ ที่คละคลุ้งไปด้วย เหล้า กัญชา และนารี ของรุ่นใหญ่
ช่วงเวลานี้ ในแวดวงดนตรีคงไม่มีอะไรข่าวอะไรที่ช็อควงการเท่ากับการยุติบทบาททางดนตรีของ Daft Punk คู่หู Robot Electro ที่บอกลาความยิ่งใหญ่ตลอด 28 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ยุค 90’s จวบจนปัจจุบัน แต่ถึงแม้จะเป็นการอำลาที่แสนเศร้า แต่ผลงานที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ตัวตนของพวกเขาแล้วว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหน และวันนี้เราจะมาสรุปว่ามีบทเรียนอะไรบ้างที่พวกเราควรยึดถือความเจ๋งของ Daft Punk เป็นแบบอย่าง Pre – Daft Punk – Darlin’ (1992-1993) จุดเริ่มต้นของ Daft Punk ไม่ใช่ Duo แต่เป็น Trio อาจจะแปลกและแตกต่างกับวงอื่น ๆ ไปสักหน่อย ที่ร่องรอยการเริ่มต้นของพวกเขานั้นหาได้เริ่มต้นจากดนตรีสังเคราะห์ไม่ แต่ Thomas Bangalter ได้ชักชวนเพื่อนซี้ที่เรียนมัธยมมาด้วยกันอย่าง Guy-Manuel de Homem-Christo และสมทบด้วยเพื่อนนักดนตรีอีกคนที่สมัครเข้ามาภายหลังอย่าง Laurent Brancowitz โดย Laurent Brancowitz ได้กล่าวถึงการเจอคู่หูทางดนตรีคู่นี้ในวันแรกกับรายการวิทยุ BBC ว่า “ผมเห็นป้ายประกาศรับนักดนตรีที่ร้านขายแผ่นเสียง ผมเลยตามไปสมัคร โดยที่ผมได้เจอกับ
ถึงแม้ดนตรี Rock & Roll ในช่วงแรกเริ่มจะเป็นเหมือนเด็กหัดคลาน เนื่องจากยังไม่สามารถแยกออกจากดนตรีดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็น R&B / Country หรือ Blues ได้ และกว่าที่ดนตรีร็อคจะเริ่มจากตั้งไข่เป็นเดินเตาะแตะ กาลเวลาก็หมุนมาหยุดที่ปี 1955 ที่เรียกได้ว่าเป็นการตัดริบบิ้นเปิดตัวดนตรี Rock & Roll อย่างเป็นทางการ และได้ถือกำเนิดบรรพบุรุษแห่งดนตรี Rock พร้อมกันถึง 3 คนในปีนั้นโดยมิได้นัดหมาย โดยที่ทั้ง 4 ไม่เพียงแต่จะเป็นบรรพบุรุษผู้ปลุกกระแสดนตรีโยกคลึงให้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งดนตรีโลก คนแรกที่ UNLOCKMEN อยากแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก ก็คือร็อคสตาร์ที่เริ่มต้นไขลานนาฬิกาให้โลกได้รู้จัก Rock & Roll นั่นก็คือ Bill Haley & His Comets นั่นเอง ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่การบกพร่องทางการมองเห็น ไม่อาจกั้นขวางความเท่ที่เขามีต่อสาว ๆ ทั่วทั้งโลก แม้แต่ควีนอลิซาเบธก็ยังพ่ายให้เสน่ห์ของเขา ชายหนุ่มผู้ทำให้ดนตรี Rock & Roll ที่สดใหม่ในยุคนั้นมีชีวิตชีวาและเป็นบทเริ่มต้นสำคัญที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าดนตรีแนวอื่นๆทั้งหลายทั้งปวง อุบัติเหตุที่ผิดพลาด ผงาดพรสวรรค์ประจักษ์
“เพลงอะไร เพราะดี ไม่เคยฟังมาก่อน” คือคำพูดที่ชวนให้คนรุ่นใหม่ต้องแสลงหู เมื่อเราลองให้คนอายุ 30 ปีขึ้นไปบางกลุ่มลองฟังเพลงใหม่เหล่านี้ กว่า 80% มักจะไม่อินกับเพลงใหม่ และเราก็ได้ค้นพบงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตั้งสมมติฐานอันน่าสนใจว่า “เรามักจะหยุดรับเพลงใหม่ตอนอายุ 30 ปี” โดยงานวิจัยนี้ได้ค้นพบในปี 2015 บล็อก Skynet & Ebert จากการสำรวจข้อมูลจากผู้ฟัง Spotify จำนวน 1,000 คน แม้ข้อมูลนี้จะผ่านมาเนิ่นนานถึง 6 ปีแล้ว แต่ข้อมูลยังคงน่าสนใจและยังใช้ได้จนถึงปัจจุบัน ว่าเพราะเหตุใดเราถึงหยุดการอัพเดทเพลงใหม่ทั้งๆที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างพากันผลักดันให้การฟังเพลงนั้นชิดใกล้เพียงปลายนิ้วสัมผัส Unlockmen จึงขอย่อยงานวิจัยอันยุ่งเหยิงเหล่านี้ให้ชวนเข้าใจกันง่ายๆดังต่อไปนี้ ในงานวิจัยพบว่าวัยรุ่นในวัย 12-22 ปี สมองจะตื่นตัวต่อการตอบรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ดี ในขณะที่คนอายุ 30 ขึ้นไป หากเปรียบสมองเป็นฟองน้ำ พวกเขาก็รับประสบการณ์ต่าง ๆ จนบวมน้ำกันไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกหากเราจะหยุดรับข้อมูลใหม่ ๆ ไปซะดื้อ ๆ ซึ่งในการวิจัยนี้ได้ย่อยลึกลงไปอีกว่า อายุที่มากที่สุดที่สนใจในการค้นหาเพลงใหม่ คืออายุ 24 ปี และโดยเฉลี่ย
หลังจากมนุษยชาติต่างพากันโล่งใจที่วิกฤติ Y2K ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เมื่อตัวเลขดิจิตอลเปลี่ยนเลขสหัสวรรษ จาก 19 สู่ 20 โลกของดนตรีก็ขานรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เราไม่จำเป็นต้องพกคาสเซ็ทท์หรือซีดีเทอะทะ เพราะไฟล์เพลงเริ่มแปรรูปเป็น MP3 ส่วนแนวดนตรี Emo / Nu Metal และ Garage ที่ตั้งไข่ตั้งแต่ปลายยุค 90s ก็เริ่มกระหึ่มในยุค 2000s เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือเริ่มเป็นเสียงริงโทนจากจังหวะเพลงฮิตในยุคนั้น Unlockmen ขอนำทุกท่านย้อนกลับไปฟังเพลงสุดฮิตในยุคนั้น ที่แค่ขึ้น Intro ก็ใส่กันยับแล้ว นับว่าเป็นเพลงชาติแห่งยุค 2000s ที่ได้ยินเมื่อไหร่ ก็นึกถึงช่วงเวลานั้นทันที Papa Roach – Last Resort เพลง Nu Metal ที่ผสมสัดส่วนของเพลงร็อคและเพลงแร๊พได้อย่างลงตัว เป็นเพลงเดบิวท์ที่ทำให้โลกรู้จักวงร็อคคณะป๊ะป๋าแมลงสาบอย่างเป็นทางการ แม้บทเพลงจะมันส์ชวนโยกอย่างรุนแรง แต่เนื้อหานั้นกลับพูดถึงเรื่องซีเรียสอย่างการฆ่าตัวตาย โดยเนื้อหาของเพลงนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับรูมเมทที่พยายามจะฆ่าตัวตาย เพื่อนๆจึงพาเขาไปบำบัดทางจิตเพื่อช่วยให้เขาเลิกคิดสั้น ซึ่งเนื้อเพลงอธิบายความทรมานผ่านท่อนฮุคที่ชวนโดดได้ว่า ‘Cause I’m losing my sight, losing my
ทุกวันนี้เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่งศิลปินที่อยู่ในครรภ์มารดาก็สามารถทำอัลบั้มได้แล้ว ทุกท่านอาจจะงงว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ลูกในท้องที่ยังไม่คลอดเนี่ยนะ จะเป็นไปได้อย่างไร แต่มันก็เป็นไปแล้วจริงๆ เมื่อ Luca Yupanqui ผลิตผลอันแสนภาคภูมิใจของแม่นักดนตรีอย่าง Elizabeth Hart มือเบสวง Psychic Ills และ พ่อ Lee “ Scratch” Perry ได้ทำงานร่วมกันกับซาวด์เอนจิเนียริง Iván Diaz Mathe ได้สร้างบทเพลงที่บันทึกความเคลื่อนไหวผ่านอุปกรณ์ที่ชื่อ Biosonic MIDI ที่ติดอยู่ตรงท้องของ Elizabeth และแปลการเคลื่อนไหวของลูกเธอให้กลายเป็นเสียง ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้มีทั้งเสียงหัวใจ การขยับตัว และถอดเป็นเสียงซินธิไซเซอร์ซึ่งเกิดจากกระบวนการทำสมาธิของเธอเป็นเวลา 5 ชั่วโมงนั่นเอง และบทเพลงที่เปรียบเสมือนสัญญาณชีวิตของเด็กน้อยที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกนี้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นงาน Ambient อันน่าทึ่งที่คุณจะได้รับฟังมิติของเสียงในรูปแบบใหม่โดยทั้งพ่อและแม่ต่างคารพในการเคลื่อนไหวของลูกน้อย Luca Yupanqui พวกเขาทำหน้าที่เพียงผสมเสียงเท่านั้นไม่ได้ดัดแปลงเพิ่มเติมใดๆ มันจึงกลายเป็นบทเพลงแห่งความบริสุทธิ์ที่สร้างขึ้นจากเด็กน้อยจริงๆ อัลบั้ม Sounds of the Unborn จะได้รับการจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ศิลปินตัวน้อยอย่าง
ก่อนที่ Rock Music จะถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ โลกของดนตรีได้ถูกขับกล่อมโดยแนว Classical / Jazz / Country หรือแม้กระทั่งเพลง Blues มาช้านาน จนเรียกได้ว่าดนตรีร็อคนั้นเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นตามหลังกว่าดนตรีแนวอื่น ๆ หลายสิบปี แต่แนวดนตรีที่เกิดช้าแนวนี้ กลับสร้างคุณูปการมากมายให้วงการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมทางศิลปะแบบก้าวกระโดด การก่อกำเนิดแฟชั่นร่วมสมัย แตกกิ่งก้านสาขาออกมาเป็นแนวดนตรีอันหลากหลาย และสร้างวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งจนกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับศิลปะ วันนี้ UNLOCKMEN จะขอพาคุณย้อนไปสู่ยุคสมัยต่างๆของดนตรี Rock เพื่อค้นหารากเหง้าและจุดกำเนิดของดนตรีที่มีวัฒนธรรมยาวนานมากว่า 80 ปี มาดูกันว่าบทเพลงแนวนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมและส่งผลอะไรบ้างกับสังคมโลก ถ้าพร้อมแล้วเรามานั่งไทม์แมชชินย้อนไปดูต้นกำเนิดของดนตรีแนวนี้ไปพร้อมกันเลย ก่อนที่โลกจะรู้จักคำว่า Rock n Roll ผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีต่างพากันค้นหาหลักฐานของจุดเริ่มต้นของดนตรีนี้อย่างแพร่หลาย ซึ่งพอจะแยกย่อยได้สามทาง ดังนี้ สมมติฐานที่ 1 การเร่งเร้าจังหวะของเพลง Blues บทเพลงร็อคแอนด์โรลถือกำเนิดจากรากของดนตรี Blues เนื่องด้วยในโลกยุคทศวรรษที่ 1940’s แนวทางของดนตรีมิได้มีความแพร่หลายนักหากเทียบเท่ากับปัจจุบัน ดนตรี Jazz ยังคงเป็นความบันเทิงที่คนยุคนั้นสรรหามาเติมเต็มให้กับชนชั้นกลางถึงสูง ขณะที่ชนชั้นล่างอย่างคนผิวดำที่ยังไม่สามารถปลดแอกจากการเป็นทาส ก็ใช้ดนตรี Blues เพื่อระบายออกถึงความคับแค้นยากเข็ญที่พวกเขาจำต้องเผชิญ และความเหลื่อมล้ำก็จุดประกายดนตรีหมองหม่นนี้ให้เฉิดฉาย
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาคือสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหยุดยั้ง หรือสามารถกักเก็บเวลาเอาไว้กับตัวได้ และอาจเป็นเพราะสัจธรรมของเวลาที่มีแต่จะหมุนผ่านเลยไป ทำให้มนุษย์เรามักจะให้คุณค่าและเลือกที่จะเก็บสะสมกับสิ่งที่เป็นตัวแทนแห่งช่วงเวลาเก่า ๆ ยกตัวอย่างเช่นแผ่นเสียงที่แม้ว่าจะผ่านเวลามายาวนาน แม้จะเป็น Format เพลงที่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องคุณภาพเสียงคมกริบ หรือความสะดวกสบายในการฟัง แต่สำหรับคอแผ่นเสียงทั้งหลาย น่าจะเห็นตรงกันว่าอารมณ์และเสน่ห์ที่ได้จากการเสพดนตรีผ่านแผ่นเสียงนั้นเป็นสุนทรีภาพด้านการฟังที่หาไม่ได้จากการฟังเพลงใน Format อื่น ทำให้จนถึงทุกวันนี้วงการแผ่นเสียงก็ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยผู้คนที่หลงใหลในแผ่นดำ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคุณจะเป็นคนยุคแอนะล็อก หรือยุคดิจิทัล ไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่มีโอกาสตกหลุมรักแผ่นเสียงไวนิลได้แทบทั้งนั้น และคอลัมน์ The Collector สัปดาห์นี้ เราขอพาชาว UNLOCKMEN ทุกท่านไปพบกับเรื่องราวของ ‘พลอย-ตวงพรรษ รัตนวาทิน’ หญิงสาวที่เติบโตมาในยุคคาบเกี่ยวของแอนะล็อก และดิจิทัล ผู้เทใจให้กับแผ่นเสียงอย่างหมดหน้าตัก ด้วยความหลงใหลในแทบทุกอณูของมัน ทั้งสุ้มเสียงที่มีเสน่ห์ อาร์ตเวิร์กที่สวยงาม ไม่เว้นแม้กระทั่งกลิ่นจากซองแผ่นเสียงเก่า แถมยังนำเอาความหลงใหลเหล่านั้น มาต่อยอดเป็นธุรกิจที่เมื่อเอ่ยชื่อออกมาหลายคนเป็นต้องร้องอ๋อ กับร้านแผ่นเสียง Trackaddict Records และ Dumbo / York BKK บาร์แจ๊สชื่อดังย่านสะพานควาย ที่ว่ากันว่าเป็นหมุดหมายซึ่งชาวยิปซีแจ๊สต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง เติบโตมากับดนตรี ด้วยความที่คุณพลอยเกิดมาในครอบครัวที่มีพ่อเป็นนักดนตรี จึงได้ซึมซับศาสตร์ด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก เพลงเมื่อสมัยนู้นก็จะประมาณ Ray Charles ที่เน้นทำนอง จังหวะน่าโยกอย่างเพลง
UrboyTJ คือหนึ่งในแรปเปอร์มากความสามารถแห่งยุค ด้วยสไตล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์ บุคลิกทะเล้นมาดกวน และการแต่งตัวที่โคตรเฟี้ยว ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ใครไม่ใช่สาวกเพลงฮิปฮอปก็ต้องรู้จักเขาจากที่ไหนสักที่อย่างแน่นอน ณ วันนี้ UrboyTJ ได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเองออกมา และเรียกกระแสฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะทุกบทเพลงในนั้นมีครบรสหลากอารมณ์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่คุ้นเคย และมีความลึกซึ้งอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งกว่าจะทำอัลบั้มนี้จนสมบูรณ์ได้ เขาต้องใช้เวลาสั่งสมในวงการดนตรีมามากกว่า 10 ปี จนตกผลึกมาเป็น ‘Selfmade’ อัลบั้มที่บ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของ UrboyTJ ถึงการเป็นคนที่ไม่อยากเป็น การมีอยู่ของตัวตนที่เมคขึ้นมา หรือความคาดหวังจากคนอื่น ที่ทำให้คน ๆ หนึ่งสูญเสียตัวตนไป คอลัมน์ Garage ประจำสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกคนไปพบกับ UrboyTJ หรือ จิรายุทธ ผโลประการ กับเบื้องลึกเบื้องหลัง และจุดเริ่มต้นสู่การปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเอง เราสนใจเพลงแนวนี้ก่อนจะเข้ามากามิกาเซ่หรือเปล่า แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้ UrboyTJ หันมาฟังเพลง Hip Hop “จริง ๆ ผมฟังฮิปฮอปมาตั้งแต่เด็กมาก ๆ แล้วครับ ตั้งแต่ประถมได้ เพราะตอนเด็กผมมีญาติที่อยู่ฝรั่งเศส เวลาเขาบินกลับมาไทย เขาจะพกวอล์กแมนมาตัวนึง ตอนนั้นในเครื่องใส่เพลงของ


