มันคงต้องมีกันบ้างที่คอเพลงชายฉกรรจ์ทั้งหลาย อยากจะสลับมาเสพของสวย ๆ งาม ๆ ให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Hardcore หรือนักรันวงการ Hiphop มาด Swag มาจากไหน บางเวลาคุณก็อยากจะพักผ่อน ฟังเสียงใส ๆ มองหน้าสวย ๆ ของเหล่าศิลปินสาวกันบ้างแหละ ซึ่ง UNLOCKMEN เข้าใจความรู้สึกดี! วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเพลงหลากหลายแนวจากเหล่าศิลปินสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม แถมเพลงยังพริ้มพราว ไว้ให้คุณได้เพิ่มเข้าเพลย์ลิสต์ หรือคลิกไปดู MV ให้ชื่นใจกันเล่น ๆ เผื่อจะมีคนที่คุณยังไม่เคยรู้จัก หรือรู้จักแล้วแต่ยังไม่เคยฟัง มาดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้าง Bad Guy – Billie Eilish หลายคนอาจจะรู้จัก Billie Eilish สาวน้อยอเมริกัน วัย 17 ปีคนนี้กันแล้ว เพราะเธอกลายเป็นป๊อปสตาร์ดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ประจำปีนี้ก็ว่าได้ เพลงของเธอเป็นอิเล็กทรอนิกส์ป๊อป ถึงเสียงร้องจะใส แต่อารมณ์ในเพลงค่อนข้างจะหม่นและลึกลับ จึงถูกใจแฟนเพลงทั้งชายและหญิงที่ไม่ถนัดเพลงสายหวานกันถ้วนหน้า หากคุณนิยมเพลงเร็ว เบสหนัก ๆ ก็อาจจะถูกใจเพลงฮิตอย่าง Bad Guy
หากพูดชื่อ Flume คอเพลงที่ไม่ใช่สายดีเจอาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่หากลองเปิดเพลงฮิตอย่าง Never be like you, Say it (feat.Tove Lo) หรือ Drop The Game ฟังก็อาจจะพอคุ้นหูกันอยู่บ้าง รู้หรือไม่ว่าในเวลาสั้น ๆ จากปี 2011 จนถึงปัจจุบัน และด้วยวัยเพียง 28 ปี เท่านั้น เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศิลปินสายอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รางวัลการันตีมากมาย แถมยังอยู่เบื้องหลังผลงานศิลปินชั้นนำระดับโลกหลายต่อหลายคน วันนี้ UNLOCKMEN จะขุดเอาเบื้องลึกเบื้องหลังของชายผู้นี้มาตีแผ่ให้คุณได้รู้จัก เขาเป็นใคร เก่งมาจากไหน เราจะได้รู้ไปพร้อม ๆ กัน! WHO IS FLUME? Flume มีชื่อจริงว่า Harley Streten อายุ 28 ปี เติบโตมาในย่าน Northern Beaches มหานคร Sydney ประเทศ Australia ที่มาของชื่อ ‘Flume’ นี้เขานำมาจากชื่อเพลง Flume
Robbie Williams จัดว่าเป็นป๊อปสตาร์แถวหน้าของโลก เขาคือหนึ่งในสมาชิก Take That วงบอยแบนด์ที่เฟื่องฟูอันดับต้น ๆ แห่งยุค 90 อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว มีสตูดิโออัลบั้มเป็นของตัวเองมากถึง 11 อัลบั้ม และเป็นเจ้าของเพลงฮิตมากมายทั้ง Feel, Angel, Millenium รวมไปถึง Better Man ที่โด่งดังในบ้านเราพอสมควร (น่าจะเป็นผลพวงจากการเปิดบ่อยในคลื่นวิทยุยุค 2000) จากอุปนิสัยกวนโอ๊ย พูดตรง ไม่ยอมใคร กับวีรกรรมแสบยาวเป็นหางว่าว โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ต้องจดจำไปแสนนานในปี 2018 ที่เขาไปชูนิ้วกลางใส่กล้องตอนขึ้นแสดงพิธีเปิดฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตไปอย่างสาหัส แม้การกระทำจะดูคล้ายไม่แคร์ผู้คนหรือโลกใบนี้ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความป่วนกับการเป็นตัวแสบของวงการ เขาต้องทนทุกข์กับโรค Agoraphobia หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘โรคกลัวชุมชน’ มาเป็นเวลากว่า 3 ปี Robbie Williams ได้ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร The Sun ครั้งล่าสุดว่าเขาเคยมีอาการ Agoraphobia หรือ ‘โรคกลัวชุมชน’ (โรควิตกกังวลขั้นรุนแรงชนิดหนึ่ง มักจะรู้สึกไม่สบายหรือไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน) ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงปี ค.ศ. 2006 –
หากใครใช้ Spotify เป็นประจำ จะพบว่าช่วงนี้มี User หลายท่าน เข้าไปสร้างเพลย์ลิสต์รองรับสถานการณ์ชีวิตออกมาแบ่งปันกันเอาไว้มากมายในนั้น แถมขยันสร้างหัวข้อกันได้ไม่จำกัด ตั้งแต่หมวดทั่ว ๆ ไปอย่าง เพลย์ลิสต์แอบรัก, เพลย์ลิสต์อกหัก, เพลย์ลิสต์ร้านเหล้า จนไปถึงหัวข้อล้ำ ๆ แบบ เพื่อนกันไม่ทำแบบนี้, เจ็บให้สุดแล้วหยุดที่ไม่เป็นไร, เพื่อนกูรักมึงว่ะ, เพื่อนพ่อเธอสิ อะไรประมาณนี้ บอกเลยว่าต้องขอชื่นชมเพราะสุดจะสรรหากันมาจริง ๆ วันนี้ถึงคิวของ Unlockmen ที่จะมาแนะนำเพลย์ลิสต์เพลงสากลในแบบฉบับของเรากันบ้าง โดยเราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ ‘ความไม่สมหวัง’ ซึ่งสิ่งนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี มากกว่าคำจำกัดความสั้น ๆ แค่ ‘อกหัก’ จะมีเพลงเพราะ ๆ เพลงไหนที่เราเลือกมาแล้วตรงกับความรู้สึกของคุณในช่วงนี้บ้าง มาดูกันเลยดีกว่า Test Drive – Joji เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผิดหวังจากการไปตกหลุมรักคนที่ไม่คิดจะจริงจังกับเรา โดยอีกฝ่ายต้องการแค่สนุกหรือหาที่พักพิงชั่วครั้งคราวเท่านั้น ท่อน ‘I’m looking for a long ride She just want
หากกล่าวถึงนิยายสยองขวัญ เชื่อว่า Stephen King คงเป็นชื่อต้น ๆ ในใจของใครหลายคน แม้คุณจะไม่เคยอ่านหนังสือของเขามาก่อน ก็อาจจะเคยชมหรือรู้จักภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายของเขาอย่าง IT (โผล่จากนรก), The Shining (โรงแรมผีนรก) หรือ Pet Sematary (กลับจากป่าช้า) กันมาบ้าง ล่าสุด The Stand เรื่องราวเกี่ยวกับโลกที่ถูกทำลายด้วยโรคระบาด หายนะจากการทดลองผลิตอาวุธเชื้อโรคของมนุษย์ อีกหนึ่งผลงานที่เคยตีพิมพ์ในปี 1978 ของเขาก็กำลังจะถูกนำไปสร้างเป็นมินิซีรีส์ลงช่อง CBS All Access และมีกำหนดออนแอร์ไว้ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ทว่าเรื่องที่น่าติดตามไม่แพ้พลอตหนังสนุก ๆ ของ Stepen ก่อนลงจอมาจาก Marilyn Manson พญาซาตานแห่งดนตรี Shock-Rock ที่เผยว่า เขาจะมีบทบาทในมินิซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน สิ่งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งฝั่งแฟนเพลงและแฟนซีรีส์เป็นอย่างมาก เพราะจะมีใครในโลกที่ทั้งเท่ ลึกลับ และน่าเกรงขาม เหมาะกับการอยู่ในซีรีส์แนวสยองขวัญไปมากกว่าเขาคนนี้ นอกจากคาแรกเตอร์ภายนอกที่ลงตัว Manson ยังเคยผ่านงานแสดงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wrong Cops (2013), Sons
คอเพลงหรือคอหนังหลายคน อาจจะเคยเห็นว่าบรรดาศิลปินชื่อดัง มักได้โอกาสรับงานด้านการแสดงในภายหลัง ตัวอย่างที่คนส่วนมากรู้จักกันดีอยู่แล้ว ได้แก่ David Bowie, Lady Gaga, Madonna, Eminem หรือถ้ายุคใหม่หน่อยก็ Machine Gun Kelly ข้อดีคือศิลปินมักจะมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นอยู่แล้ว การนำพวกเขามารับงานแสดงจึงมีส่วนช่วยดึงดูดให้ผู้คนสนใจในตัวภาพยนตร์มากขึ้น ในทางกลับกัน นักแสดงที่ก้าวไปทำงานดนตรีบ้างกลับไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร และใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเรื่องนี้เหมือน Jared Leto ที่ถูกจดจำทั้งในฐานะนักแสดง และในฐานะฟรอนต์แมนจากวง Thirty Seconds to Mars นักแสดงบางคนเล่นหนังเรื่องไหนก็ดังเป็นพลุแตก แต่ก็ยังมีแฟนคลับอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นมีวงดนตรีหรือมีงานเพลงเป็นของตัวเอง! วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงนักแสดงชื่อดังที่ทำงานควบกับสายดนตรีเหล่านั้นกัน คนที่ยังไม่ทราบเชิญรับเพลงใหม่ ๆ ไปแบ่งกันฟัง ส่วนคนที่รู้อยู่แล้วก็คิดเสียว่าเข้ามาอ่านเพลิน ๆ ส่วนจะมีใครบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า Keanu Reeves ในฐานะมือเบสวง Dog Star ช่วงกลางยุค 90 Keanu Reeves เคยเป็นมือเบสให้วงร็อกชื่อ Dogstar แต่ภายหลังด้วยตารางงานแสดงที่เริ่มแน่น บวกกับกระแสตอบรับวงไม่ค่อยดีนัก เขาจึงยอมถอนตัวออกจากวง ถึงเขาจะเป็นพระเอกหนุ่มระดับโลก แต่ในฐานะศิลปิน Keanu Reeves
เคยสงสัยกันไหมว่าเสื้อผ้าสุดอลังการที่เหล่าศิลปินใส่ขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตนั้น พวกเขานำกลับมาใส่อีกครั้งหรือไม่? สุดท้ายแล้วมันไปอยู่ที่ไหน? หรือถูกวางขายในตลาดมือสองสักแห่งไปแล้ว? ถึงจะมีศิลปินหลายคนที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำในการทัวร์คอนเสิร์ต แต่สำหรับงานพิเศษ ๆ อย่าง Glastonbury หรือ Coachella ที่หนึ่งปีมีครั้งนั้น แน่นอนว่าพวกเขาพร้อมจะอวดโฉมกันแบบไม่มีใครยอมใคร เสื้อผ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าของแต่ละคนจะต้องโดดเด่น และอาจสวมใส่เพื่องานนี้เท่านั้น โดยคุณจะไม่ได้เห็นมันที่ไหนอีก! วัฒนธรรม “Throwaway Fashion” หรือ “แฟชั่นใส่แล้วทิ้ง” กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่แฟชั่นกับดนตรีก็นับว่าเป็นสองสิ่งที่ไม่มีวันแยกจาก ในเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง ศิลปินก็มีการปรับตัวเช่นกัน เหล่าศิลปินที่ขึ้นโชว์ในงาน Glastonbury ปี 2019 นี้ จึงหันมารวมตัวกันทำสิ่งดี ๆ บริจาคเสื้อผ้าที่ใช้ขึ้นแสดงบนเวทีให้กับองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า Oxfam เสียเลย ซึ่งมูลนิธินี้ต่อสู้กับ Throwaway Fashion มาอย่างยาวนาน โดยเสื้อผ้าที่ศิลปินบริจาคจะถูกนำไปวางขายหรือเปิดประมูลต่อ เพื่อนำรายได้เข้าสู่องค์กร และนำไปทำประโยชน์ต่อ ๆ ไป ว่าแต่จะมีใครบ้างที่ร่วมการบริจาคครั้งนี้เรามาดูกัน Kylie Minogue ป๊อปสตาร์ตัวแม่คนนี้เป็นเจ้าของตำแหน่ง Legend Slot งาน Glastonbury ประจำปีนี้ (หลังจากห่างหายจากงานไปยาวนานถึง 14 ปี) เธอได้บริจาคหมวกกันแดด (Sun
สาวก Pop Punk เตรียมผงาด เพราะเทพ 3 องค์อย่าง Blink-182 วง Pop Punk สุดแสบจาก California ได้ประกาศชื่ออัลบั้มใหม่ BOJMIR เป็นที่เรียบร้อยแม้จะยังไม่มีกำหนดการปล่อยที่แน่นอน พอแฟนเพลงอย่างเราได้ยินชื่อปุ๊บ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องออกเสียงว่าอะไร แต่เมื่อวงเปิดเผยที่มาของชื่อ ก็เล่นเอาต้องกุมขมับหนักกว่าเดิม เพราะพวกเขาบอกว่า มันคือคำว่า Rim Job ศัพท์เรื่องเพศที่แปลตรงตัวว่า ‘ล้างตู้เย็น’ นั่นเอง (ขออนุญาตไม่อธิบายต่อว่าล้างตู้เย็นคืออะไรนะ) บอกแล้วว่าถึงอายุอานามจะสูงขึ้น แต่ความแสบของพี่แกไม่เคยลดลง! ซึ่งในปี 2019 นี้วงก็ได้ปล่อยเพลงออกมาให้แฟน ๆ ชิมลางกันก่อน 3 เพลง คือ Blame It On My Youth, Generation Divide และ Happy Days โดย Mark Hoppus ฟรอนต์แมนของวงก็ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับเพลง Happy Days ว่า “Happy
นิสัยชอบฟังเพลงเดิม ๆ ซ้ำไปมาไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะคนเราเวลาเจอเมโลดี้ที่ถูกใจ มันยากจริง ๆ ที่จะเอาออกจากหัว และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้หลายคนเสพติดเพลง Cover เพราะไม่อยากฟังเพลงเดิมจนซ้ำ แต่ยังเสพติดเมโลดี้เดิม ๆ อยู่ วันนี้เราก็เลยหยิบเพลง Cover หลากหลายทั้งใหม่และเก่า มาแนะนำคอเพลงทุกคน เผื่อจะได้อะไรดี ๆ ไปแอดเข้าเพลย์ลิสต์กับเขา Nine Inch Nails Cover David Bowie สิ่งนี้ไม่มีใน Spotify ต้องรับชมผ่าน Youtube เท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งโชว์ Cover เพลงอันดับต้น ๆ ที่เราประทับใจ เพราะวง Industrial Rock อย่าง Nine Inch Nails ได้ทำ Tribute แสดงความอาลัยต่อการจากไปของราชา Glam Rock อย่าง David Bowie โดยหยิบขึ้นมาร้องถึง 3 เพลง I’m
ในการทำงานแต่ละวันของชาว UNLOCKMEN พวกเรามักจะเปิดเพลงคลอไปกับการทำงานอยู่เสมอโดยไม่เกี่ยงประเภทเพลง บางวันเป็นเพลงร็อก เพลงสากล เพลงอินดี้ แต่จะมีเพลงของวงวงหนึ่งที่ UNLOCKMEN จะต้องเปิดอยู่เกือบทุกวัน ซึ่งเพลงของวงนั้นคือ Telex Telexs และในที่สุดในวันนี้เราก็ได้พูดคุยกับพวกเขาตัวเป็น ๆ สมาชิกของวง Telex Telexs ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน ปิ้ว (คีย์บอร์ด), นาว (กีตาร์), กร (เบส) และสมาชิกหญิงเพียงคนเดียวของวงอย่าง ออม (ร้องนำ) เมื่อเราได้พูดคุยด้วยบทสนทนาที่ไหลไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้เห็นว่านอกจากดนตรีโดน ๆ ที่ได้ยินเกือบทุกวัน ยังมีแนวคิดอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจซ่อนอยู่หลังเมโลดี้และเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์นั้น จุดเริ่มต้นของ Telex Telexs เด็กวิศวะและดุริยางคศิลป์ กับดนตรีที่ทำให้เราหลงรัก เด็กต่างคณะต่างมหาวิทยาลัยมารวมตัวกันตั้งวงดนตรีได้ยังไง ? ปิ้ว : ผมกับกรเคยมีวงดนตรีด้วยกันแล้วล้มไป แต่ว่าพวกเรายังอยากเล่นดนตรีกันต่อเลยตั้งโปรเจกต์ขึ้นมาก่อน ตอนนั้นยังไม่มีชื่อเลยไปเปิดดิกชันนารีดูแล้วเจอคำว่า Telex ที่แปลว่าโทรเลขแล้วเราชอบ ก็เลยใช้คำนี้พร้อมกับเบิ้ลคำแล้วเติม s วงมี 4 คน
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่สะเทือนเลือนลั่นไปทั้งวงการเพลงบนเวที Glastonbury ประเทศอังกฤษ เมื่อวงร็อกอเมริกันระดับแถวหน้าอย่าง The Killers เชิญรุ่นใหญ่กว่าอย่าง Johnny Marr อดีตมือกีตาร์วง The Smiths และวง The Pet Shop Boys ขึ้นไปแจมบนเวที เล่นเอาแฟนเพลงทั่วโลกพุ่งเป้าความสนใจไปที่เหตุการณ์ เพราะใครจะไปคิดว่าพี่ ๆ The Killers เขาจะเล่นใหญ่ขนาดนี้ โดยวงได้แสดงโชว์บนเวทีไปมากกว่า 15 เพลง ก่อนจะเข้าไปพักด้านหลังเวที เพื่อให้แฟน ๆ ได้ตะโกน Encore เรียกร้องกันพอเป็นพิธี หลังจากนั้น Neil Tennant และ Chris Lowe แห่ง The Pet Shop Boys สองคู่หูโอ้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดนตรี Synthpop ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเพลงฮิตอย่าง Always On My Mind โดย
แฟนเพลง Led Zeppelin ตำนานร็อกเรือเหาะจากเกาะอังกฤษ วงดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่ปูทางแนวเฮฟวี่เมทัลให้โลกใบนี้ คงจะทราบกันดีว่า Robert Plant ฟรอนต์แมนของวง ไม่ยอมร้องเพลงฮิตอย่าง ‘Immigrant Song’ บนเวที มาเป็นเวลายาวนานกว่า 23 ปีแล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่เขาร้องเพลงนี้คือตอนที่ยังทัวร์อยู่กับ Jimmy Page มือกีตาร์ของวง ตั้งแต่ปี 1996 มาดูกันว่าเพราะเหตุใด Robert Plant จึงตัดสินใจนำเพลงนี้กลับมาร้องอีกครั้งในวันนี้? เหตุเกิดเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ Robert Plant ได้รับเชิญให้ไปแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวในงาน Reykjavik’s Secret Solstice Festival ณ ประเทศ Iceland ซึ่งประเทศนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ Robert Plant และ Jimmy Page ร่วมกันเขียนเพลงนี้ขึ้นมา โดยพวกเขาเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า เมื่อครั้งที่ได้ไปเยือน Iceland ในปี 1970 ที่นั่นทำให้พวกเขานึกถึงตำนานไวกิ้ง เรือใหญ่ และการเสาะแสวงหาดินแดนใหม่ จึงออกมาเป็นเพลง Immigrant Song ที่มีท่อน


