“เพลงร็อกน่ะมันตายไปแล้ว” เมื่อใดที่ได้ยินคนพูดคำนี้ออกมา UNLOCKMEN เป็นอันปวดใจทุกที เพราะมันไม่จริงเอาเสียเลย ศิลปินร็อกระดับแถวหน้าหลายคนยังคงผลิตผลงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนรุ่นใหม่ ๆ ก็ยังมีงอกเงยขึ้นมาทุกวัน แต่ที่หลายคนรู้สึกแบบนั้นเพราะไม่มีเพลงร็อกไปเฉิดฉายอยู่บนชาร์ตเฉย ๆ หรือเปล่า? เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเพลงร็อกยังไม่ตายจากเราไป วันนี้เราได้รวบรวมเพลงร็อกออกใหม่ ทั้งจากวงหน้าเก่าที่หวนวงการ และวงหน้าใหม่ที่น่าสนใจ เอามากองรวมกันไว้ตรงนี้ ให้คอเพลงทั้งหลาย ได้เลือกฟังกันแล้ว! I Really Wish I Hated You – blink-182 3 แสบรุ่นเก๋า ตัวพ่อแห่งป๊อปพังก์กำลังจะปล่อยอัลบั้มใหม่ BOJMIR ให้ชาวเราได้ฟังในวันที่ 20 กันยายนนี้กันแล้ว ถึงจะไม่ได้ซ่าบ้าบิ่นเท่าแต่ก่อน (เป็นไปตามอายุ) แต่ยังไงเสียพวกเขาก็ยังพร้อมเสิร์ฟกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับ blink-182 เท่านั้นที่ทำได้มาให้พวกเราเสพกัน ใครฟังเพลงนี้แล้วยังไม่ถูกใจ ลองฟังเพลงอื่น ๆ ที่พวกเขาปล่อยออกมาให้ชิมก่อนได้ มีทั้ง Dark Side, Happy Days, Generational Divide และ Blame It On My
“Chales Manson” คือชื่อที่คนทั้งโลกจำไม่ลืม เพราะเขาคือฮิปปี้ผู้กลายเป็นศาสดาลัทธิฆาตกรสุดเลื่องชื่อแห่งยุค 60 ชายผู้ชักจูงคนหมู่มากด้วย ‘วาทศิลป์’ ให้กระทำการฆาตกรรม Sharon Tate ดาราสาวดาวฮอลลีวูดแห่งยุค 60 อย่างโหดร้ายทารุณ เรื่องราวของเขาและ Manson Family ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Helter Skelter (เวอร์ชัน 1976 และ 2004), Manson’s Lost Girls (2004), Charlie Says (2019) รวมไปถึง Once Upon a Time in Hollywood ที่กำลังเข้าโรงอยู่ตอนนี้ก็อ้างอิงคดีความของเขาเช่นกัน และล่าสุด Chales Manson ยังมีบทบาทสำคัญในซีรีส์ Mindhunter Season 2 อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเรื่องราวของเขาสามารถหยิบยกมาพูดถึงได้ทุกยุคทุกสมัยแบบไม่มีวันจบสิ้น คุณสามารถอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของเขาได้เต็ม ๆ ที่นี่ คลิก เพลงก็เช่นกัน… ก่อนหน้าที่
ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าการเปิดเพลงดัง ๆ ตอนใส่หูฟังไม่ดีต่อสุขภาพ อาจทำให้หูตึง หูหนวก ไม่ดีต่อแก้วหู ใช่ครับพวกเรารู้ แต่น้อยคนที่จะใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ยิ่งเป็นคนเสพติดเสียงเพลงบอกเลยว่ายาก ใครจะมาดึงหูฟังออกจากเรา บอกเลยว่าไม่มีทาง! เวลาเราเดินทาง หรือออกไปยังพื้นที่สาธารณะที่เต็มไปด้วยเสียงดังจอแจ เราก็ยิ่งเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้น เพื่อกลบเสียงเหล่านั้น คุณอาจจะคิดว่าก็ทำแบบนี้มาได้ตั้งนานไม่เห็นจะเป็นอะไร หูยังใช้การได้ไม่ตึงเสียหน่อย แต่เชื่อเถอะครับว่าการกระทำแบบนี้อาจส่งผลเสียได้มากและ ‘หลากหลาย’ กว่าที่คิด UNLOCKMEN จะบอกคุณให้ว่าการเปิดเพลงเสียงดังวันนี้ จะแถมฟรีโรคภัยอะไรบ้างที่อาจเกิดกับตัวคุณ เพราะต่อให้หูไม่ดับ อย่างอื่นก็อาจดับแทนได้… หูวิ้ง อาการหูวิ้งไม่เหมือนหูตึง เพราะแทนที่เราจะไม่ได้ยินเสียง เราดันได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตลอดเวลาอยู่ในหู (หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Baby Driver นั่นแหละครับมันคือโรคแบบที่เจ้าเบบี้เป็น) ซึ่งการหูวิ้งนี้ไม่ได้แปลว่าจะได้ยินเสียงวิ้ง ๆ เหมือนจิ้งหรีดเท่านั้น เพราะมีทั้ง ได้ยินเสียงลมในหูตลอดเวลา เสียงตุบ ๆ เสียงคลิก เสียงหึ่ง ๆ จนไปถึงได้ยินเสียงเพลงที่เราคุ้นเคยวนอยู่ในหูซ้ำ ๆ ตลอดไป! แค่คิดก็น่ารำคาญจนจะร้องไห้ อาการหูวิ้งมีทั้งที่รักษาได้และรักษาไม่ได้ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการฟังเพลงดังเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก โรคอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
“คุณสวยจังเลยครับ” เวลาตกหลุมรักใครสักคน เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนแอบคิดประโยคนี้ในใจเป็นร้อยครั้งเวลามองหน้าเธอ แต่ก็ใช่ทุกคนจะกล้าพูดออกมาตรง ๆ เพราะนอกจากจะเขินแล้ว อาจจะดูเลี่ยนเกินไปอีกต่างหาก เอาอย่างนี้ไหมครับ… ลองเปลี่ยนจากพูดมาเป็น ‘ส่งเพลง’ ให้เธอแทน ใช้เนื้อเพลงหวาน ๆ ชื่นชมความงามของเธอแทนคำพูดจากปากเรา เลี่ยนน้อยลง แถมโรแมนติกยิ่งกว่าเดิมด้วย! วันนี้ UNLOCKMEN ก็ได้คัดสรรบทเพลงยกยอความงามของสุภาพสตรีมากองรวมกันไว้ที่นี่แล้วเรียบร้อย พร้อมใส่คำแปลคร่าว ๆ เพื่อเพิ่มความอินให้อีกด้วย เลือกเพลงที่ใช่ แล้วนำไปจีบคนที่ชอบได้เต็มที่เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ Angel – FINNEAS ชื่อเพลงว่านางฟ้า (Angel) แถมเปิดท่อนแรกมาด้วยประโยคที่ว่า “Congratulations you’ve been Pretending to be human so well” (ยินดีด้วยครับ คุณปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้แนบเนียนจริง ๆ) แค่นี้ก็เขินจนหน้าร้อนผ่าวตั้งแต่ยังไม่ถึงท่อนฮุค ด้วยทำนองหวาน ๆ เสียงร้องนุ่ม ๆ พร้อมท่อนฮุค “You’re an angel In my
“เพลงเพื่อชีวิต” อีกหนึ่งวัฒนธรรมด้านบทเพลงที่อยู่คู่ผู้ชายไทยมาทุกยุคสมัย หนึ่งในแนวเพลงที่ UNLOCKMEN เชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครไม่เคยฟังหรืออย่างน้อยก็ต้องมีโอกาสได้ยินเสียงดนตรีผ่านหูมาบ้างในช่วงชีวิตหนึ่ง เพราะนี่คือบทเพลงที่เข้าถึงผู้คนได้เสมอไม่ว่าจะเพศไหนหรือช่วงอายุเท่าไหร่ สำหรับใครหลายคน เพลงเพื่อชีวิต เปรียบเสมือนบทเพลงปลอบใจและให้กำลังใจ เพื่อให้ตื่นขึ้นมาสู้ต่อในทุกวัน ถ้าเราพูดถึงผู้ขับกล่อมหรือศิลปินเพลงเพื่อชีวิต คงไม่มีผู้ชายคนไหนไม่รู้จัก “ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ผู้ถ่ายทอดเนื้อหา จังหวะและท่วงทำนองกินใจออกมาให้เราฟังช่วงตลอดช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นบทเพลงช้าฟังสบายที่ได้ยินเมื่อไหร่ก็สร้างความรู้สึกอบอุ่นให้ได้แบบลึกสุดใจ รวมถึงบทเพลงจังหวะคึกคัก ที่ถึงจะฟังแล้วมอบความฮึกเหิมให้ แต่ก็ยังแฝงไปด้วย แง่มุมต่าง ๆ ที่ให้ข้อคิดกับคนฟังอยู่เสมอ ที่ผ่านมาเพลงเพื่อชีวิตของ พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ กระตุ้นให้เรารู้จักตัวเองและชีวิตมากขึ้น แต่ในฐานะผู้ฟังเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้จัก “พี่ปู” ในแง่มุมที่ไม่เคยฟัง ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยเหมือนกัน วันนี้ UNLOCKMEN ชวนผู้อ่านทุกคนมารู้จักมุมมอง ชีวิต ตัวตนของผู้ชายคนนี้ไปพร้อมกัน เข้าสู่ปีที่เท่าไหร่ของในฐานะศิลปินเพลงเพื่อชีวิตของ พงษ์สิทธ์ คัมภีร์ แล้ว? ถ้านับเวลามาตั้งแต่อัลบั้มแรกที่ทำออกมา ปีนี้ก็ 32 ปีแล้ว ย้อนกลับไปช่วงนั้นเราอายุประมาณ 20 ปีที่เริ่มทำเพลงเพื่อชีวิต พงษ์สิทธ์ คัมภีร์ รู้ว่าตัวเองเริ่มชอบในบทเพลงเพื่อชีวิตตั้งแต่ตอนไหน? มันเริ่มมาจากช่วงวัยรุ่น เพราะวัยเด็กของผมเวลานั้นยังไม่มีโอกาสฟังเพลงเพื่อชีวิตสักเท่าไหร่ ตอนเพลงเพื่อชีวิตเป็นเพลงที่ถูกห้ามเผยแพร่
อัลบั้ม Definitely Maybe ของคณะ Oasis วงร็อกชื่อก้องโลก ผู้เป็นหนึ่งในหัวหอกแห่งวัฒนธรรม Britpop ถูกปล่อยออกมาครั้งแรกวันที่ 29 สิงหาคม ปี 1994 เท่ากับว่าเพิ่งครบรอบ 25 ปีไปหมาด ๆ แม้จะผ่านมาอย่างยาวนาน แต่บทเพลงในอัลบั้มยังถูกยกย่องว่ามีความยอดเยี่ยมเหนือกาลเวลา โดยเฉพาะเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง Live Forever, Cigarettes & Alcohol และ Supersonic ก็ยังเป็นที่รู้จักของเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ไม่เคยถูกลืมเลือนไป ดั่งที่ โนล กัลลาเกอร์ เคยกล่าวไว้ว่า เพลงของเขาจะไม่ยึดติดกับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมากเกินไป และต้องเป็นความจริงอันเป็นสากล จึงไม่แปลกที่เพลงของ Oasis ถึงยังสามารถครองใจผู้คนทั่วโลกได้ถึงยุคปัจจุบัน เรามาดูกันดีกว่า อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้จะมีอะไรเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรเจ๋ง ๆ ซ่อนอยู่บ้าง UNLOCKMEN ขอชวนคุณมาขุดคุ้ยหน้าประวัติศาสตร์แห่งยุค 90 นี้ไปพร้อม ๆ กัน Definitely Maybe คืออัลบั้มแรก แต่ออกตัวแรงจนน่าตกใจ อัลบั้มนี้ขายได้ถึง
ให้ฟังเสียงคนคุยกัน ยอมใส่หูฟังทำงานดีกว่า…ใช่ว่าทุกคนจะมีออฟฟิศที่เงียบสงบ แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศการทำงานแสนสุนทรีย์ การฟังเพลงระหว่างทำงานจึงกลายเป็นทางออกของพนักงานออฟฟิศที่ต้องอาศัยในพื้นที่ส่วนรวมแบบเรา ๆ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว อาจมองว่าการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ แถมยังทำให้สมองลื่นปรู๊ดเวลาคิดไอเดียอีกต่างหาก แต่ในทางกลับกัน มีคนอีกกลุ่มที่ไม่สามารถทนฟังเพลงตอนทำงานได้เลย! เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้สมองแล่นแล้ว ยังรบกวนสมาธิจนคิดอะไรไม่ออก เหมือนสมองไหลออกมาเสียมากกว่า Dr. Anneli B. Haake ได้พยายามค้นคว้าหาคำตอบเรื่องนี้ เธอนำเอาผลวิจัยหลากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ จนจำแนกเหตุผลสำหรับอธิบายได้ว่า “ทำไมการฟังเพลงตอนทำงานถึงไม่เวิร์กสำหรับบางคน” ไว้ได้อย่างน่าสนใจ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง… โครงสร้างของเพลงซับซ้อนเกินไป เพลงบางเพลงมีคอร์ด ทำนอง หรือจังหวะที่ซับซ้อน ยกตัวอย่างเช่นเพลง Muffin Man ของ Frank Zappa ที่มีความซับซ้อน อาจจะสร้างความกวนใจคุณได้มากกว่าเพลง Leaving on a Jet Plane ของ John Denver ที่มีโครงสร้างเพียง 3 คอร์ด เนื้อเพลง หลายคนชอบฟังแต่เพลงที่อยู่ใน Safe Zone เพลงที่คุ้นเคย นี่คือสาเหตุว่าทำไมเพลงป๊อปติดหูต่าง
ใครนอนไม่หลับกระสับกระส่ายหากไม่เปิดเพลงคลอไว้ขอให้ยกมือขึ้น! จริงอยู่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบฟังเพลงตอนนอน หรือบางคนก็อาจจะอาศัยเสียง ASMR แทน แต่จากการสนทนากับผู้คนไม่ซ้ำหน้า เราพบว่าแต่ละคนมี ‘เพลงไพ่ตาย’ สำหรับการนอนเป็นของตัวเอง แถมแต่ละเพลงยังไม่เหมือนกันเสียด้วย วันนี้เราเลยจะนำ 10 บทเพลงที่เป็นดั่งยานอนหลับของคน 10 คน มาบอกต่อ เผื่อว่าหนุ่ม ๆ สายตาค้างจะนำเพลงเหล่านี้ไปเปิดฟังในวันที่อยากหลับสนิทตลอดคืน Alone In Kyoto – Air มิตรสหายท่านแรกเป็น 1 ในทีม UNLOCKMEN เขาเลือกเพลงนี้พร้อมให้เหตุผลน่าฟังว่า “ฟังแล้วผ่อนคลาย เหมือนลอยตัวอยู่ในทะเลที่มีคลื่นเบา ๆ ในเกาะเงียบสงบ ได้ยินแล้วรู้สึกตัวเบา อาจไม่หลับทันที แต่เข้าสู่ระดับของการผ่อนคลาย” Love Me Tender – Elvis Presley มิตรสหายคนที่ 2 ก็เป็นหนึ่งในทีมนักเขียนของ UNLOCKMEN เช่นกัน เธอเลือกเพลงของราชาร็อกแอนด์โรลอย่าง Elvis Presley พร้อมให้เหตุผลว่า “ฟังแล้วง่วงแต่ชอบฟัง จังหวะเนิบช้า เรื่อย ๆ
ปลายเดือนแบบนี้หลายท่านถึงกับอารมณ์ดีไม่มีสาเหตุ ไม่ใช่เพราะอากาศดี หรือสาวที่จีบโทรมาบอกว่าเธอเองก็มีใจ แต่เป็นเงิน! ช่วงเงินเดือนออกแบบนี้ หากไม่ได้ใช้หนี้จนหมด ก็จัดว่ายังกระชุ่มกระชวยกันอยู่ หนุ่ม ๆ คนไหนอยากออกไปจับจ่ายใช้สอยซื้อของแก้เครียดให้หนำใจ แล้วต้องการแรงกระตุ้นสักนิด มา UNLOCKMEN จะจัดเพลย์ลิสต์กระตุ้นการใช้เงินของคุณให้ เพราะถ้าไม่มีรายจ่ายสักนิด ชีวิตมันจะเหี่ยวเฉาเอาได้ If I Had A Million Dollars – Bare Naked Ladies If I had a million dollars, Well I’d buy you a house. (ถ้ามีเงินสักพันล้านดอลลาร์ ผมจะซื้อบ้านให้คุณ) เพลงโฟล์กร็อกฟังสบาย เนื้อเพลงสุดอารมณ์ดีที่จะมาพูดถึงเรื่องสมมุติที่ว่า หากวันนึงร่ำรวยจนมีเงินถึง 1 ล้านดอลลาร์ จะนำเงินก้อนนั้นไปซื้ออะไรให้แฟนสาวบ้าง ร่ายมาหมดทั้งบ้าน, รถ, เสื้อผ้า เอาอกเอาใจกันเต็มที่ ถึงเรื่องจริงคุณจะไม่ได้รวยขนาดนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะการจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เอ๊ย! ทำให้มีความสุขได้ในบางเวลาครับ Opportunities
การทัวร์คอนเสิร์ตคือการแจกจ่ายความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วโลก แต่กับศิลปินล่ะ? การทำงานไม่ได้พักขนาดนั้น เขามีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า? แค่คิดเล่น ๆ ว่าเราต้องขึ้นเครื่องบินนาน ๆ เดินทางข้ามประเทศไปมาแบบไม่ได้หยุดพัก ก็รู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว แถมยังต้องขึ้นเวที เอนเตอร์เทนคนดู ร้องเพลงเดิมซ้ำ ๆ เป็นปี ทำไมฟังแล้วเหมือนเป็นฝันร้ายขึ้นไปทุกที แม้จะทำเงินได้มหาศาล แต่ปัญหาที่ตามมาย่อมกระทบทั้งสุขภาพกายและจิตใจมหาศาล Ed Sheeran (เอ็ด ชีแรน) ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกคนนี้ก็เช่นกัน เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีทัวร์ยาวนานจนน่าตกใจ เพราะ Divide World Tour ของเขากินระยะเวลายาวนานมากว่า 2 ปี! ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา หนุ่มเอ็ดได้ขึ้นโชว์ที่เมือง Ipswich ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นโชว์สุดท้ายของทัวร์ครั้งนี้ เขาจึงได้ประกาศอำลาบนเวทีกับแฟนเพลงอย่างเป็นทางการว่า “ไม่รู้ว่าทุกคนทราบไหม ผมออกทัวร์อัลบั้ม Divide มานานกว่า 2 ปีแล้ว และวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของมัน มันออกจะหวานปนขมไปนิดนะครับ ผมรักพวกคุณทุกคนที่นี่ เราจะมาจบกันที่ Ipswich และนี่คือโชว์สุดท้ายของผม ก่อนจะหายไป 18
‘Bon Jovi’ วงฮาร์ดร็อกแถวหน้าจาก New Jersy สหรัฐอเมริกา พวกเขาคือตำนาน Hairband แห่งยุค 80 และเป็นเจ้าของเพลงฮิต It’s My Life ที่ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง Jon Bon Jovi ฟรอนต์แมนและหมู่คณะ ได้สร้างสรรค์ผลงานกันมาตั้งแต่ปี 1983 จนถึงปัจจุบัน แม้จะมีช่วงที่พักวงกันไปบ้าง แต่พวกเขาก็ขยันปล่อยงานเพลงใหม่ ๆ ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันเรื่อย ๆ ซึ่งอัลบั้มที่ 14 อย่าง This House Is Not for Sale ก็เพิ่งจะปล่อยออกมาเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา แม้อายุจะมากขึ้น แต่วงก็สามารถรักษามาตรฐานงานเพลงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใครที่กำลังคิดถึงความเข้นข้นสไตล์ Arena Rock แบบที่ Bon Jovi เท่านั้นที่ให้ได้ ก็เตรียมเฮได้เลย! เพราะพวกเขากำลังอยู่ในกระบวนการทำอัลบั้มใหม่กันแล้ว ทางวงกล่าวกับแฟน ๆ ที่ไปร่วมงาน The Runaway to Paradise Mediterranean Cruise (โชว์คอนเสิร์ตแบบ
แฟนเพลงทั่วโลกต่างอ้อนวอนร่ำร้องให้สองพี่น้อง โนล กัลลาเกอร์ และ เลียม กัลลาเกอร์ ยอมยุติปัญหาบาดหมาง กลับมากอดคอกันเหมือนวันวาน และรวมตัวกันในฐานะ ‘OASIS’ อีกสักครั้ง แม้วันเวลาล่วงเลย จากวันที่ยุบวงในปี 2009 จนมาถึงปัจจุบันปี 2019 ฝั่งคนพี่อย่างโนลก็ดูจะไม่ใจอ่อนเลยแม้แต่น้อยนิด ล่าสุดฝั่งคนน้องอย่างเลียมจึงไม่รอช้า ปล่อยเพลงที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจชื่อว่า ‘One of Us’ ออกมาง้อพี่ชายกันโต้ง ๆ เล่นเอาแฟนเพลงน้ำตาตกกันทั้งโลก แต่ก็ยังไร้วี่แววการตอบโต้ใด ๆ จากโนลเลยแม้แต่น้อย! ใครยังไม่ฟังเพลงนี้ สามารถคลิกฟังทางด้านล่างก่อนได้ครับ MV เพิ่งออกวันนี้สด ๆ ร้อนๆ Act like you don’t remember You said we’d live forever Who do you think you’re kidding? You were only one of us (อย่าทำเป็นจำไม่ได้ นายพูดว่าชีวิตเราจะเป็นนิรันดร์


