ผู้ชายอย่างเราล้วนแต่รู้สึกว่ามีงานล้นมือล้นหัวจนต่อให้มี 10 มืออย่างทศกัณฐ์ก็คงแอบบ่นว่าทำไม่หมดอยู่ดี ในทางกลับกัน CEO ระดับโลกอย่าง Elon Musk ล่ะ? งานผู้ชายคนนี้จะล้นมือขนาดไหน? เขาทำบริษัทอะไรบ้าง? โปรเจ็กต์กี่ล้านอย่างในหัว? แล้วเขาทำทั้งหมดนั้นในหนึ่งช่วงชีวิตได้อย่างไร? 85 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ คือเวลาชีวิตที่ Elon Musk มอบให้งาน ถ้าเรารู้สึกว่านักธุรกิจ CEO มหาเศรษฐีอย่าง Elon Musk จะใช้ชีวิตลูกผู้ชายอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองและบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมาอย่างสุขสบาย เห็นทีจะคิดผิดมหันต์ เพราะไม่ใช่แค่ทำงาน แต่เขาทำงาน 80-85 ชั่วโมงต่อสัปดาห์! จินตนาการถึงการทำงานประจำของคนทั่วไปอย่างเรา ๆ กันดูหน่อยไหม? เราทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ ก็เท่ากับว่าในแต่ละสัปดาห์เราทำงานเพียง 40 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ใน 40 ชั่วโมงของเราก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า การรู้สึกว่าทำงานไม่ทันจนอยากจะลาออกจากความเป็นเราอยู่ร่ำ ๆ แต่ก็ทำไม่ได้ แล้ว Elon Musk ทำอย่างนั้นได้อย่างไร? นอกจากการนอนเป็นเวลาแค่ 6 ชั่วโมง
ในวันที่ทุกอย่างดูช้า ไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับร่างกายไปทำอะไรที่ควรทำ เหมือนไฟในใจมันมอดหมดไปยังไงบอกไม่ถูก ต่อให้เป็นยอดคนก็คงต้องเจอกับช่วงจังหวะแบบนี้อยู่บ้างแน่นอน เชื่อหรือไม่ว่า นอกจากดื่มกาแฟเข้ม ๆ หาเครื่องดื่มบำรุงกำลังอัดให้คึกคักอยากทำงาน เสียงดนตรีในจังหวะที่ถูกใจ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ไฟมันติดได้เหมือนกัน วันนี้เราจึงสร้าง Playlist เจ๋ง ๆ ที่คัดมาแล้วว่า จะช่วยปลุกไฟในการทำงานได้แน่นอน อย่าเพิ่งถามหาหมอนหรือถอดใจในตอนบ่าย เปิดฟัง Playlist นี้ก่อน รับรองว่างานที่กองสุมเต็มโต๊ะ จะหมดไปเมื่อฟังถึงเพลงสุดท้ายพอดี ใครที่สะดวกฟังใน Spotify สามารถเข้าไป Follow Playlist นี้กันได้ง่าย ๆ ที่นี่ Fly Like An Eagle – Steve Miller Band หากคุณเป็นคอซีรี่ส์คงจะพอคุ้นหูกับเพลงนี้อยู่บ้าง จากซีรี่ส์มาแรงอย่าง “Mindhunter” เพลงนี้เป็นเพลง background ในช่วงที่คู่หูของตัวเอกของเรื่อง ต้องตะลอนทำงานด้วยกันแบบทั้งวันทั้งคืน ตื่น ทำงาน กิน นอน วนลูป แบบนี้ไปเรื่อยๆ ฟังเพลงนี้ไปก็อย่าลืมฮึดสู้กับงานให้เหมือนคู่หูจาก Mindhunter กันด้วย
ถ้าพูดถึงกีฬาบาสเกตบอล หลายคงนึกกีฬาที่ในสนามเต็มไปด้วยผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ ที่มาพร้อมความว่องไวคล่องแคล่ว มวลกล้ามเนื้อที่พร้อมปะทะกันทั้งบนพื้นและกลางอากาศ โดยเฉพาะในลีกที่ดีที่สุดอย่าง NBA (National Basketball Association) ที่อุดมไปด้วยสุดยอดผู้เล่นชั้นนำจากทั่วโลก เป็นกีฬาที่เรียกได้ว่ายิ่งสูงใหญ่ ยิ่งได้เปรียบ จึงเต็มไปด้วยผู้เล่นสูงใหญ่ และฝีมือที่หาตัวจับได้ยากอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด แต่อีกผู้เล่นคนนึงไม่คิดแบบนั้น 175 เซนติเมตรคือค่าส่วนสูงของ ไอซาร์ โทมัส (Isaiah Thomas) ผู้เล่นตำแหน่ง Point Guard ของทีม Clevland Cavalier ก่อนจะมาถึงวันนี้ ไอซาร์ ถูกดราฟต์เขามาในรอบที่ 2 ลำดับที่ 60 กับทีม Sacramanto King ถ้าจะนึกภาพให้ออกก็คือ ในลำดับขนาดนั้นแทบไม่มีใครรู้จัก หรือแม้แต่ให้ความสนใจกับเขาเลยก็ว่าได้ เส้นทางของเขากับ King ไม่ได้แย่มากนัก แต่ที่ทำให้เขาฉายแววซุปเปอร์สตาร์ออกมาให้ทุกคนได้เห็นคือที่ Boston Celtics ที่นี่ชายเจ้าของส่วนสูง 175 ซม เป็นทั้งผู้นำทีมในสนาม และขวัญใจแฟนบาสนอกสนาม ด้วยลีลาการเล่นที่ไม่เคยกลัวใคร แม้ว่าในทุก ๆ เกมที่ลงสนาม เขาจะต้องเจอกับผู้เล่นร่างยักษ์คอยรุมล้อมจนเราอึดอัดแทนตลอด
“เด็กรุ่นใหม่มัวแต่เสียเวลาคิดถึงสิ่งแปลกใหม่ที่มันไม่เคยมีอยู่บนโลก…เราถูกสอนให้มี Role Model คือ Mark Zuckerburg, Jack Ma, Steve Jobs แต่มันเป็นแค่ 1 % บนโลกเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่เลย แค่หยิบของใกล้ตัวมาต่อยอด ก็สามารถประสบความสำเร็จได้แล้ว” นี่คือคำพูดของ CEO วัยเพิ่งผ่านเบญจเพสได้ไม่นาน แต่ชั่วโมงบินบนถนนสาย Event Organizer ของเขาเรียกได้ว่าไม่แพ้ใครในประเทศนี้อย่างแน่นอน สำหรับคุณบาส – เทพวรรณ คณินวรพันธุ์ ซีอีโอสุดหล่อจากบริษัท ZAAP Party หลังจากที่เราได้ติดตามผลงานของ ZAAP มาอย่างต่อเนื่อง จนทราบมาว่าในปัจจุบัน บริษัท ZAAP Party แทบจะกลายเป็น Event Organizer ที่มีงานรัดตัวชนิดเดือนชนเดือน หัวกระไดไม่เคยแห้ง โดยเฉพาะงานใหญ่ประจำปีอย่าง Single Festival คอนเสิร์ตรวมคนโสดแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย หรือจะเป็นมหกรรมคอนเสิร์ต EDM เปียกน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ และไม่มีใครเหมือนอย่าง Waterzonic ล้วนเป็นผลงานของบาสแทบจะทั้งหมด
ชื่อของ Kenichi Yamamoto อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูของคนทั่วไป แต่สำหรับคนในวงการยานยนต์ตัวจริง น่าจะรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของชื่อนี้เป็นอย่างดี ผู้ชายคนนี้เป็นบิดาแห่งเครื่องยนต์ Rotary เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ Mazda เป็นผู้สร้างสรรค์ให้เกิดรถยนต์สปอรต์ระดับโลกอย่าง RX-7 และ MX-5 จะเรียกว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญที่นำพาให้รถยนต์ Mazda ประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้ก็ไม่ผิด เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ Kenichi Yamamoto เพิ่งจะเสียชีวิตไปเร็ว ๆ นี้ด้วยวัย 95 ปี และเราคิดว่าทุกคนน่าจะได้รู้จักเรื่องราวของชายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้กันมากขึ้น จุดเริ่มต้นของ Kenichi นั้นไม่ง่ายเลย เกิดที่เมือง Hiroshima ในปี 1922 ก่อนจะเข้าไปเรียนจนจบมหาวิทยาลัย Tokyo Imperial University ในปี 1944 แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้นชีวิตหลังเรียนจบอย่างที่หวังไว้ หนึ่งปีผ่านไป ประเทศญี่ปุ่นก็เข้าสู่ช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 Hiroshima บ้านเกิดของ Kenichi ถูกระเบิด atomic bomb ‘Little Boy’ ทิ้งใส่จนไม่เหลือซาก ด้วยความหวาดกลัวว่าข่าวร้ายจะมาถึงตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนึงก็มีจดหมายจากแม่ของ Kenichi ส่งมาบอกว่า บ้านของเขาพังทลาย และที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือน้องสาวที่เพิ่งจะเรียนจบมัธยมเสียชีวิตลงไปจากเหตุการณ์นี้ด้วย
นักร้องเสียงดี มีอารมณ์ขัน เป็นที่รักของทุกคน รูปทรงอวบกำลังดี คงไม่มีชื่อไหนแซง ‘ป๊อป ปองกูล’ ออกมาแน่นอน ด้วยคาแรคเตอร์ของผู้ชายอารมณ์ดี จนเราลืมไปว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น ต้องผ่านอะไรมาบ้าง และแน่นอนว่า 13 ปีที่อยู่ในวงการบันเทิง นับว่าเป็นนักร้องที่มีอายุการทำงานยาวนาน เข้าขั้น Classic Vintage ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับวงการที่มาเร็ว ไปเร็ว เราคิดว่ามุมมองและวิธีคิดของคุณป๊อป น่าจะมีประโยชน์มากสำหรับทุกคน นำไปปรับใช้ได้สำหรับทุกอาชีพ ซึ่งการจากนั่งคุยกับคุณป๊อปมาพอสมควร ทำให้เราอยากแบ่งปันแนวคิด นำเสนอให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านที่หลายคนไม่เคยได้เห็นของนักร้อง Superstar ที่ชื่อ ‘ป๊อป ปองกูล’ ภาพลักษณ์เป็นคนใจดีขี้เล่น จริง ๆ เป็นคนแบบนั้นไหม? ‘ต้องยอมรับว่าภาพของเราเป็นคนตลก อารมณ์ดี แต่ที่จริงเรามีตัวตนค่อนข้างหลากหลาย เราเป็นคนที่มีความแตกต่างของคาแรคเตอร์อยู่เยอะ จะมีคนใกล้ตัวบอกเราเป็นคนสนุกสนาน เป็นคนตลก บ้างก็บอกเป็นคนเครียด เป็นคนเอาจริงเอาจัง เป็นคนซีเรียส อยู่ที่ว่าจะเจอเราตอนที่อยู่ในโหมดไหนมากกว่า’ การเป็นคนหลากหลายตัวตน มีประโยชน์ในการทำงานที่ต้องอินกับคนอารมณ์ต่าง ๆ บ้างไหม? ‘เราว่ามันก็เป็นเชื้อเพลิงที่ดีในการขับเคลื่อนฟังก์ชันบางอย่างนะ เราต้องการใช้ความซีเรียสในการทำบางอย่าง เราจำเป็นต้องใช้ความคิดด้านอารมณ์ดี ใช้มุมมองด้านความตลกในการขับเคลื่อน มันขึ้นอยู่กับมุมมองที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ ณ ตอนนั้นเราต้องการเป็นใคร
UNLOCKMEN กล้าพูดเลยว่ามีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่พอหอบงานไปทำที่ร้านกาแฟแล้วดันโฟกัสกับงานที่ตัวเองทำได้มากกว่าทำที่ออฟฟิศตัวเอง หรือผู้ชายสายฟรีแลนซ์ก็ไม่เว้นกับเขาด้วย พอจะทำงานที่บ้านก็เกิดอาการเตียงดูดให้นอนอยู่กับที่เสียอย่างนั้น แต่พอกระเด้งตัวไปร้านกาแฟแถวบ้านทีไรงานพุ่งเป็นไฟทุกที งานนี้เราไม่ได้คิดไปเองเพราะมันมีเหตุผลเบื้องหลังอยู่จริง ๆ งานนี้บอกเลยว่าความเข้าใจเรื่องเสียงของเรา ๆ ที่เคยถูกสอนสั่งมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ว่าความเงียบทำให้เกิดสมาธิอาจจะต้องถูกพับเก็บเอาไว้ก่อน เพราะงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นออกมาบอกว่าเจ้าเสียงที่อยู่โดยรอบเราอย่าง Ambient Noise ที่เหมาะแก่การคิดงานอย่างสร้างสรรค์ให้พุ่งกระฉูดหรือการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพชนิดไฟพุ่งนั้นไม่ใช่เสียงเงียบ ๆ อย่างที่เราเคยเข้าใจ แล้วเสียงแบบไหนหรือระดับไหนกันแน่ที่เป็นมิตรแก่การทำงานของเรา? ก็เหมือนว่าเราจะรู้ดีทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อ่านงานวิจัยถึงได้เลือกร้านกาแฟเป็นที่สิงสถิตย์เพราะร้านกาแฟมีเสียงรบกวนในระดับปานกลางประมาณ 70 เดซิเบล (ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเราได้ดีกว่าเสียงที่เงียบกว่านี้เมื่อเปรียบเทียบกับเสียงประมาณ 50 เดซิเบล) ดังนั้นในร้านกาแฟที่มีเสียงรบกวนหน่อย ๆ แต่ไม่มากเกินพอดีจึงส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพการทำงานของเราได้มากกว่าการทำงานในออฟฟิศหรือห้องสมุดที่ทุกคนต่างพากันเงียบสนิท จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกวันนี้มีเว็บไซต์จำนวนมากที่ทำเสียง Ambient Noise เลียนแบบเสียงร้านกาแฟออกมาเพื่อให้เรากดเปิดฟังได้แม้อยู่ในที่ทำงานหรือที่บ้านเพื่อสร้างบรรยากาศหลอกร่างกายของเราว่า เฮ้ย นี่ฉันกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟในเสียงที่เหมาะสมจริง ๆ เพราะฉะนั้นตั้งใจทำงานและสร้างสรรค์อะไรดี ๆ ออกมาได้แล้ว ถ้าชาว UNLOCKMEN อยากลองว่ามันได้ผลเท่ากับการไปนั่งร้านกาแฟจริงไหมก็ลองกดเปิดฟังไป ทำงานไปดู (ฟัง Ambient Noise) อย่างไรก็ตามเรื่องเสียงก็ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่ทำให้เราตั้งใจหรือโฟกัสกับงานได้มากกว่าปกติที่ร้านกาแฟ แต่การได้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ก็เป็นอีกผลหนึ่งที่ท้าทายให้เราอยากแสดงศักยภาพออกมาให้คนอื่นได้เห็น (แม้จริง ๆ
ยุคนี้ใครๆก็อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจเองกันทั้งนั้น คนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียกระฉูดหลายคนจึงแห่กันตั้งบริษัทสตาร์ตอัพ (Startup) ขึ้นมา เพื่อนำเสนอไอเดียตัวเองและหวังจะให้ธุรกิจของตัวเองประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว หลายธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าสตาร์ตอัพทุกบริษัทจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจด้วยเหตุหลายปัจจัย วันนี้เราจะพาดูตัวอย่างของสตาร์ตอัพ ที่เจ๋ง และสตาร์ตอัพที่เจ๊ง ในปี 2017 ที่ผ่านมากัน Discord เกมเมอร์ตัวยงน้อยคนจะไม่รู้จักโปรแกรมนี้ Discord คือโปรแกรมแชตข้อความและเสียงสำหรับนักเล่นเกมโดยเฉพาะ จุดเด่นของมันคือการที่มันทำงานร่วมกับเกมที่เราเล่นได้เลย โดยที่ไม่ต้องสลับหน้าต่างไปมา ซึ่งแตกต่างจาก Skype หรือโปรแกรมอื่นๆ Discord เปิดตัวเมื่อต้นปี 2017 และปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 45 ล้านคน เจ๋ง! Beepi Beepi เป็นเว็บไซต์ตลาดซื้อขายรถมือสองที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2013 โดยมีทุนเริ่มถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเคยมีการคำนวณมูลค่าของบริษัทสูงสุดถึง 560 ล้านดอลลาร์ จุดเด่นของ Beepi คือมีการบริการลูกค้า โดยบริษัทจะนำรถที่ตกลงการซื้อขายได้แล้วส่งให้กับผู้ซื้อเองถึงบ้าน บริษัทปิดตัวลงในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากเงินทุนหมด เจ๊ง! Segment Segment คือบริษัทที่เก็บและประมวลผลข้อมูลของลูกค้า เพื่อนำมาสร้างเครื่องมือในการบริหารจัดการการตลาดออนไลน์ให้กับบริษัทที่ต้องการสร้างฐานการตลาดดิจิทัล โดยจุดเด่นคือการรวบรวมข้อดีของแอพลิเคชั่นที่ช่วยเหลือเรื่องการเก็บและประมวลผลข้อมูลต่างๆเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความยุ่งยากลงไปได้มาก บริษัทเปิดตัวตั้งแต่ปี
จะสิ้นปีกันแล้ว การทำงานที่ผ่านมาอย่างยาวนาน สำหรับหลายคนก็อาจจะคิดว่า ‘เนี่ย ปีนี้เป็นปีที่ดีแล้ว ปีหน้าเราเอาแค่ประมาณนี้ก็ OK ละ’ จริง ๆ มันก็ไม่ผิดนะที่จะรักษาฟอร์มเก่าเอาไว้ เพราะแค่นั้นก็เจ๋งแล้ว แต่ที่เจ๋งกว่าชัวร์ก็คือการพยายามทำให้ดีขึ้นมากกว่าครั้งก่อนสิ จริง ๆ เราเองก็อยู่ฝั่งเดียวกับคนที่อยากรักษาฟอร์มด้วยล่ะ (ฮา) แต่จะขี้เกียจไปเรื่อย ๆ มันคงไม่ไปไหน ถ้าคุณรู้สึกว่ามันไกลตัวมาก ๆ เราขอหยิบยกเอาหนังสือการ์ตูนที่ใครหลายคนก็คุ้นเคย มาบอกเล่าให้ฟังกันงงว่า มีการ์ตูนจำนวนหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ดังระดับโค-ตะ-ระ ถึงขั้นที่คนเขียนอาจจะนอนกลิ้งอยู่บ้านรับเงินปันผลไปวัน ๆ ก็พอแล้ว ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังพยายามก้าวขึ้นไปอีกขั้นจนได้งานที่มีความเจ๋งกว่าเดิมในมุมต่าง ๆ ที่เราเชื่อว่าหนุ่มสาวทุกคนที่อ่านการ์ตูนเหล่านี้จะมีแรงใจให้ทำให้ปีหน้าให้เจ๋งขึ้นไปอีกระดับ อาจารย์ Toriyama Akira จาก ‘ดร. สลัมป์’ ไปเขียน ‘ดราก้อนบอล’ เรื่องแรกที่เราจะพูดถึงก็คือ ดร.สลัมป์ หรือ หนูน้อยอาราเล่ ของอาจารย์ Toriyama Akira ซึ่งจริง ๆ ตัว ดร.สลัมป์ ที่เป็นการ์ตูนตลกเอามันส์นี่ก็ฮิตอยู่ไม่เบา แค่ทำยอดขายได้มากถึง 35 ล้านเล่มในญี่ปุ่น
บ่อยครั้งที่ผู้ชายอย่างเราหวังว่าโชคจะเข้าข้างเราบ้าง หรือตัดพ้อน้อยใจว่าทำไมฟ้าถึงไม่มีตาเห็นเรา แล้วมอบสิ่งดี ๆ ให้ แต่ UNLOCKMEN อยากจะบอกว่าเลิกขอจากโชคชะตาฟ้าลิขิตเถอะ! เพราะความสำเร็จไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่คือเรื่องสองมือสองขาของเราเอง และ UNLOCKMEN เชื่อว่า 5 นิสัยต่อไปนี้จะทำให้คุณได้ไปต่อในหนทางแห่งความสำเร็จแน่นอน 1.เป้าหมายต้องชัด อย่าให้อะไรพัดความฝันเราได้ นิสัยอย่างแรกที่จะทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จในชีวิตคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้ความคลุมเครือไม่ชัดเจนพัดพาคุณออกจากหนทางแห่งความสำเร็จไปไหนไกล ดังนั้นจะทำอะไรอย่าลืมแปะป้ายในสมองตัวโต ๆ ว่าเราต้องการอะไรที่สุด? และพุ่งชนมันให้สุดชีวิต 2.ลำดับความชัดเจนของชีวิต เอาให้เครื่องติดสุดพลัง บ่อยครั้งที่เป้าหมายเราไม่ได้มีเป้าหมายเดียว โดยเฉพาะการเป็นผู้ชายที่ Work Hard Play Hard ด้วยแล้ว ความสนใจเรามีล้นมือเต็มไปหมด แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะไปด้วยกันไม่ได้ ลองลิสต์ดูว่าในความสนใจ 10 อย่าง อะไรคือ 3 อย่างที่เราชอบที่สุดและมันไปในทิศทางเดียวกันอย่างไรได้บ้าง แล้วก็มุ่งทำมันควบคู่กันไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ดี 3.ความล้มเหลวคือบทเรียน เราอาจจะกลัวความล้มเหลวจนไม่ได้ทำอะไรเลยก็เป็นได้ จริงไหม? ดังนั้นอย่ากลัวที่จะทดลองทำอะไรใหม่ ๆ แค่เพราะกลัวความล้มเหลว อย่าลืมว่าความล้มเหลวคือบทเรียนหนึ่งที่จะสอนให้เรารู้ว่าจะไม่เดินกลับไปผิดพลาดในทางเดิม ๆ อีก ดังนั้นรู้ไว้เลยว่าอย่าไปกลัวมัน สิ่งสำคัญคือการได้เรียนรู้ต่างหาก 4.ทักษะต้องรอบด้าน เพื่อผลงานที่เราหวัง แม้ความฝันจะมีเพียงหนึ่ง
เห็นประเด็นชวนแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ เฮ้ย น่าสนใจดี เข้าไป COMMENT แสดงความคิดเห็นบ้างดีกว่า ผ่านไปห้านาที มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่าง ก็ยังดูดีอยู่ เราก็ COMMENT เหตุผลอธิบายกันไปตามปกติ ผ่านไปสามนาที มีคนอื่นเข้ามาด่าสวนความคิดเห็นของเราเพิ่ม แต่คราวนี้อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนแซะ อารมณ์เริ่มเดือด แซะมาก็แซะกลับ คราวนี้มีพวกที่เห็นด้วยมาช่วยกันแซะ ทีนี้เรื่องบานปลาย ต่างฝ่ายต่างเรียกพวกมาด่ากันจนออกทะเลไปไกลจากประเด็นที่น่าสนใจ และควรจะมีประโยชน์ กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า DRAMA ท้าต่อย ท้าตีกันไป รวมถึงการพูดคุยเรื่องงาน ที่สมัยนี้มักจะ COMMENT งานกันผ่านทาง LINE และหลายครั้งที่การสั่งงานผิดพลาด เพราะพิมพ์อธิบายไม่ดี คนอ่านตีความพลาด หรือเข้าใจอารมณ์ผิดไป กลายเป็นผิดใจกัน ขิงกันไป ขิงกันมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีประเด็นอะไรเลย นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะ DRAMA ชาวไทย แต่ทุก SOCIAL MEDIA ทั่วโลกก็เป็นเหมือนกันหมด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า มนุษย์มีการตอบสนองต่างกันระหว่างการฟัง และการอ่าน แม้จะเป็นข้อความเดียวกัน ซึ่งการตอบสนองจากการอ่านความคิดเห็น มักจะให้ผลเป็นลบมากกว่ามาก เพราะเราไม่รู้อารมณ์เบื้องหลังคำพูดนั้น เช่น
เป็นนักเขียนมันโตยาก Career Path ของนักเขียนมันสั้น เป็นนักเขียนแล้วไม่ได้โชว์ความสามารถเต็มที่ เป็นนักเขียนรายได้ไม่ค่อยดี ลืมภาพอารมณ์นักเขียนแบบที่ว่ามาให้หมดไป เพราะถ้าคุณกำลังอ่านถึงตรงนี้ แปลว่าคุณต้องเข้าใจสไตล์ความมันส์ของ UNLOCKMEN มาพอสมควรแล้ว และยังแปลว่าคุณต้องมีความสนใจในเรื่องราวที่ UNLOCKMEN นำเสนอเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่อย่างที่เห็นว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่ได้พูด หรือพูดไปแล้วยังไม่ดีพอ และเรากำลังหวังว่า คุณนักเขียนที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ จะสามารถช่วยเราได้ โดยการเข้ามาเป็นทีมกองบรรณาธิการกับเรา และแน่นอนว่า เรามั่นใจในข้อดีของ UNLOCKMEN ที่อยากจะชวนให้คุณลองเอาไปพิจารณาดู ถ้าคิดว่าสไตล์เราเข้ากันได้ ก็อย่ารอช้า ส่ง Resume และ Portfolio มาหาเราได้ที่ [email protected] WE HAVE COOL OFFICE อย่างที่เห็นในคลิปวีดีโอ Open House Party เปิดตัวออฟฟิศใหม่ของเรา ที่ออกแบบให้มีอารมณ์ Industrial เต็มขั้น มีบาร์สุดเท่ในออฟฟิศสำหรับพักผ่อน พร้อม Playstation 4 ให้เล่นเพื่อให้หัวโล่ง อยู่ในตึก 208 Wireless Road ถนนวิทยุ


