สัจธรรมของโลกมนุษย์ใบนี้กล่าวไว้ข้อนึงว่า “รักใคร อย่าให้ยืมเงิน” หรือแม้แต่ฝรั่งก็ยังสอนไว้เหมือนกันว่า “Don’t lend money to friends in the first place” ไม่รู้ว่าอัจฉริยะท่านไหนเป็นคนคิดค้น แต่มันเป็นคำพูดที่มีมานานแสนนาน และมันพิสูจน์ได้ว่าการให้คนสนิทยืมเงินมักจะตามมาด้วยปัญหานั้น เป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนมาจนถึงยุคปัจจุบัน มันจึงไม่เกี่ยวกับปัจจัยด้านสภาพเศรษฐกิจ ไม่เกี่ยวกับเรื่องของ Generation มันอยู่ที่ DNA ของลูกหนี้ ถ้าสังเกตดูให้ดี จะเห็นว่าปัญหาการทวงเงินนั้นมี Pattern ที่คล้ายกันอยู่ เริ่มจาก “พูดดีเมื่อถึงเวลายืม ทำลืมเมื่อถึงเวลาใช้ เป็นไข้เวลาโดนทวงเงิน” เพราะมูลค่าเงินในหัวของเราต่างกัน เหตุผลที่ลูกหนี้รู้สึกลำบากใจเวลาต้องควักเงินในกระเป๋าคืนให้เจ้าหนี้นั้น เป็นเพราะการยืมเงินคนรู้จัก ต่างจากการยืมเงินจากธนาคาร จากเหล่าเจ้าหนี้เถื่อน หรือการได้เงินจากโรงรับจำนำ นั่นคือการไม่มี ‘Collateral’ หรือไม่มีอะไรต้องเสีย เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขในการคืน ไม่ต้องวางหลักประกันในการได้มาซึ่งเงิน ไม่มีผลเสียใด ๆ ตามมา จึงไม่รู้สึกเดือดร้อน ไม่รู้สึกจำเป็นในการคืนเงิน ในขณะที่การยืมจากธนาคารเสี่ยงต่อการเสียเครดิต โดนยึดบ้าน ยืมจากคนปล่อยเงินกู้ ก็มีความกลัวจากอันตราย เมื่อไม่ต้องเสียอะไร ไม่มีความกลัวคอยกดดัน การได้เงินมาจากคนรู้จักนั้น แม้จะเริ่มด้วยความรู้สึกเกรงใจ หรือความรู้สึกมั่นใจว่าจะคืนเงินอย่างแน่นอน แต่อะไรที่ได้มาง่ายมักจะไม่เห็นความสำคัญ
ปัญหาทีมเวิร์คในที่ทำงาน ดูเหมือนเป็นอะไรที่คลาสสิกเอามาก ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่แฟนซีหวือหวารับมือยากแต่อย่างใด ถือว่าเข้าใจได้ คิดง่าย ๆ คือคนหลายคนจากต่างที่อยู่ ต่างสิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู และอีกสารพัดปัจจัยที่ส่งผลถึงการเรียนรู้ นิสัยใจคอ ย่อมทำให้แต่ละคนมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน รวมไปถึงการแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย ถ้าเราอยู่ในฐานะหัวหน้า การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในทีมก็ตกเป็นหน้าที่ของเราไปโดยปริยาย นอกจากเรื่องให้พวกเขามีทีมเวิร์คที่ดีในกลุ่มแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องก็ควรไปได้ดีด้วยเช่นกัน ต่อให้ทีมเวิร์คในกลุ่มเจ๋งแค่ไหน ถ้าพวกเขาไม่ลงรอยกับหัวหน้า บรรยากาศในการทำงานก็ชวนให้กระอักกระอ่วนอยู่ดี UNLOCKMEN จะมาแนะนำเทคนิคเจ๋ง ๆ ที่จะช่วยทีมไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยที่จะทำงานกับเรา มันคงเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเรากับลูกน้องไม่ได้รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ในการทำงานเท่านั้น แต่ในเรื่องความสัมพันธ์ก็ออกจะห่างเหินไปเสียหน่อย มันก็ทำให้บรรยากาศดูไม่ค่อยราบรื่นเสียเท่าไหร่ การที่เราเป็นหัวหน้า ทำให้เราอาจจะไม่ได้ลงไปทำงานกับเขาในทุกกระบวนการ ไม่ได้ร่วมหัวจมท้ายในทุกสถานการณ์ เลยอาจมีความผูกพันน้อยกว่าเพื่อในทีมเป็นธรรมดา หากเราอยากจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราที่เป็นหัวหน้าและลูกน้องในทีมแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือความไว้ใจ ทำให้เขาไว้ใจเราด้วยความรู้สึกจริง ๆ นั่นหมายความว่าเขาต้องรู้สึกปลอดภัยที่จะเปิดใจ ปรึกษา พูดคุย และทำงานกับเรา หากจะมามัวเล่นสงครามประสาทกันตลอดเวลา มันไม่ช่วยให้เรื่องนี้ขึ้นแน่นอน มาดูกันว่าอะไรที่จะช่วยให้พวกเขารู้สึกไว้ใจเรามากขึ้นและรู้สึกปลอดภัยที่จะซี้ปึ้กกับเราได้บ้าง ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ใช้เราเองนี่แหละเป็นต้นแบบ ลงมือทำให้เขาเห็นว่ามันต้องทำยังไง ลองผิดลองถูกไปด้วยกัน เหมือนเราเป็นหน่ึงในสมาชิกของทีม ถ้าไม่มีใครพูด ไม่มีใครถาม เราทำเลย เป็นตัวแทนของพวกเขา