Life
MINDSET IS EVERYTHING
  • Life

    LIFE LESSONS FORM SPORTS : รู้จัก 5 บทเรียนและประโยชน์ที่ผู้ชายเรียนรู้ได้จากเกมกีฬา

    By: unlockmen December 30, 2020

    เชื่อว่า การเล่นกีฬา คือหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้ชายหลายคนรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับบางคนกิจกรรมเหล่านี้อาจเริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเด็กหรือสมัยเรียน ส่วนบางคนอาจเริ่มต้นทำความรู้จักกีฬาที่ชื่นชอบในวัยผู้ใหญ่และต่อยอดความหลงใหลจนกลายมาเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพและความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว การเล่นกีฬา ยังเป็นกิจกรรมที่มอบมุมมองและบทเรียนที่สามารถปรับใช้กับชีวิตได้อย่างน่าสนใจ แต่จะประกอบไปด้วยเรื่องอะไรบ้าง ? มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันได้เลย เรียนรู้การทำงานเป็นทีม บทเรียนแรกจากการเล่นกีฬา คือจะช่วยให้คุณเข้าใจบทบาทและขั้นตอนของการทำงานเป็นทีม ทำให้มีโอกาสในการเรียนรู้ที่จะตั้งเป้าหมาย โดยเน้นให้ความสำคัญกับทีมหรือองค์กรเป็นหลัก การเล่นกีฬายังสอนให้เราเรียนรู้ในการยอมรับบทบาทของตัวเองและเพื่อนร่วมทีม ด้วยการทำความเข้าใจว่า แต่ละคนมีหน้าที่สำคัญยัง ยกตัวอย่างเช่นกีฬาบาสเกตบอล ซึ่งมีตำแหน่งการเล่นที่มีบทบาทและความสำคัญแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจและเคารพหน้าที่ของคนอื่นมากขึ้น ไม่ต่างจากการทำงานในชีวิตจริง ฉลาดขึ้น ! งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นตรงกันว่า การเล่นกีฬาทำให้คนฉลาดและมีไหวพริบมากขึ้น ซึ่งก็มีเหตุผลและที่มาค่อนข้างชัดเจน เพราะการออกกำลังหรือเล่นกีฬา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมอง นอกจากนี้ กีฬาประเภทต่าง ๆ ยังท้าทายคุณด้วยกฎ-กติกาและกลยุทธ์ในการเล่น รวมไปถึงการตัดสินใจเฉพาะหน้าซึ่งจะช่วยลับไหวพริบของคุณให้คมมากขึ้น มีสมาธิและรู้จักบริหารเวลา การเล่นกีฬาทุกชนิดยังช่วยสอนให้เราเรียนรู้ในการวางแผนและบริการเวลาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขอการฝึกซ้อมที่ต้องมีตารางประจำวันหรือสัปดาห์ที่เหมาะสม ขณะเดียวการเล่นกีฬายังช่วยให้ผู้เล่นมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ เช่นการเตรียมเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการบริโภคอาหารเสริมหรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนเพื่อกำหนดและพัฒนาเป้าหมายต่าง ๆ ของชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้เช่นกัน มีโอกาสพบเจอผู้คนใหม่ ๆ  หนุ่ม ๆ ที่เริ่มต้นเล่นกีฬามาตั้งแต่สมัยเรียนคงทราบดีว่า

    อ่านต่อ
  • Life

    NIHON STORIES: เมื่อการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เพราะโควิด-19

    By: unlockmen December 30, 2020

    ‘ญี่ปุ่น’ ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอัตราการฆ่าตัวตายสูงติดอันดับโลกเสมอ จนถูกนับเป็นเมืองที่มีความเครียดสูงที่สุดเมืองหนึ่งของโลกไปแล้ว ด้วยเหตุผลหลายอย่างทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจ การทำงาน รวมถึงพื้นที่ที่จำกัด และค่านิยมหลายอย่างที่อาจส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เกิดความเครียด เมื่อเครียดจนไม่รู้จะทำอย่างไร คนบางส่วนจึงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อปิดกั้นการรับรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ ไปตลอดกาล การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกก็แวะเวียนไปยังญี่ปุ่นเช่นกัน ในตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญหน้ากับการระบาดระลอกสองที่ยากจะควบคุม แม้ตอนแรกจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจะยังไม่สูง ซ้ำผลสำรวจของสื่อแทบทุกสำนักยังระบุตรงกันว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่นช่วงแรกที่รัฐบาลต้องสั่งล็อกดาวน์ สามารถลดความเครียดของชาวญี่ปุ่นได้อย่างน่าตกใจ แต่ตอนนี้ความเครียดที่หายไปได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นจนน่าใจหาย ช่วงต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นช่วงเดือนเมษายนว่าลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ๆ ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เมษายนคือช่วงเวลาเดียวกับที่โควิด-19 ระบาดหนัก รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านและอย่าออกจากเคหสถานหากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ รวมถึงการปิดเทอมของเหล่านักเรียน ส่งผลให้ทุกคนได้อยู่บ้าน และมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ประชาชนญี่ปุ่นถูกสั่งให้อยู่แต่บ้าน เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่เดิมทีต้องตื่นแต่เช้าแต่งตัวออกไปทำงาน ยืนเบียดเสียดบนรถไฟ แล้วค่อยเดินกลับบ้านแบบหมดเรี่ยวหมดแรง แปรเปลี่ยนเป็นนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน หักเวลาเดินทางไป-กลับ มาเป็นเวลาที่จะได้นอนมากขึ้นกว่าเดิมสักนิดหน่อย บางคนมีครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แม่บ้านได้นั่งคุยกับสามีและลูกที่อยู่ในช่วงปิดเทอม ส่วนเด็ก ๆ ก็ไม่ต้องออกไปเผชิญกับไวรัสที่กระจายอยู่ทั่ว สมาชิกในครอบครัวร่วมชายคาเดียวกันมีโอกาสพูดคุยมากขึ้น ทั้งหมดส่งผลให้มวลความเครียดของชาวญี่ปุ่นลดลง แต่ข่าวน่ายินดีนี้เป็นเพียงแค่ช่วงแรกของการระบาดเท่านั้น ภาพในระดับครอบครัวชนชั้นกลางจนถึงสูงทั้งในเมืองและต่างจังหวัดเป็นเพียงส่วนเล็กของสังคมใหญ่ ภาพรวมในระดับประเทศช่วงการระบาดของไวรัสไม่น่าดูเท่าไหร่นัก

    อ่านต่อ