การเป็น “หัวหน้า” อาจได้รับเลือกจากประสบการณ์ ความรู้ และสถานะทางสังคม แต่การได้ชื่อว่าเป็น “หัวหน้าที่ดี” ไม่ใช่สิ่งที่คนได้ชื่อว่าเป็น “หัวหน้า” จะทำได้ทุกคน ไม่ว่าคุณจะได้เป็นหัวหน้าตามระดับตำแหน่งงานหรือตกอยู่ในสถานการณ์ให้รับบทบาทนั้น สิ่งสำคัญก็คือต้องแสดงสปิริต “Leader” ออกมาให้ได้ เพราะหน้าที่ของ “หัวหน้า” คือนำทีมไปสู่เป้าหมายด้วยกัน ไม่ใช่คนออกคำสั่งว่าใครต้องทำอะไรเท่านั้น มาดูกันว่า 5 ผู้นำทั่วโลก ยึดแนวคิดหรือมีวิธีปฏิบัติของการเป็นหัวหน้าแบบไหนบ้าง เพื่อให้เห็นว่าการเป็นหัวหน้าหรือ “Leader” ที่ดีนั้นเป็นกันได้อย่างไร รักลูกน้องเหมือนครอบครัว: Howard Schultz หากย้อนเส้นทางการก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารสตาร์บัคของ Schultz แล้วนั้น ต้องยอมรับว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากความรู้สึก “…เหมือนผมได้อยู่บ้าน” นับแต่ก้าวแรกที่มาเยือนร้านสตาร์บัคในตอนที่แบรนด์เพิ่งก่อตั้งมาได้ 10 ปี หรือแม้แต่ตอนที่กลับมารับตำแหน่ง CEO หลังลาออกไปนานถึง 8 ปี เขาก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ได้ทำสตาร์บัคเป็นธุรกิจเลี้ยงปากท้อง แต่เขาทำมันเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงและเติมเต็มพลังใจ นี่เองทำให้เขาบริหารจัดการทุกอย่างภายใต้แบรนด์สตาร์บัคด้วยใจ ซึ่งรวมไปถึงการดูแลลูกน้องในทีมเหมือนหุ้นส่วนที่ร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน Source: Inc นอกจากสวัสดิการที่ส่งเสริมการสร้างความมั่นคงในชีวิตระยะยาวอย่างประกันต่าง ๆ สิทธิผู้ถือหุ้น หรือแผนเกษียณงานแล้ว ความรักและการดูแลใส่ใจพนักงานเหมือนคนในครอบครัวก็สะท้อนสปิริตผู้นำของเขา เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ปล้นในวอชิงตัน ดีซี ทำให้เขาต้องสูญเสียพนักงานไปสามคน
ความมั่นใจในตัวเองถือเป็นคุณสมบัติที่ผู้ขายควรมีติดตัว เพราะมีหลายสถานการณ์เหมือนกันที่ต้องการการติดสินใจของผู้ชาย รวมถึง ความเป็นผู้นำด้วย แต่บางครั้งความมั่นใจที่มากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเห็นแก่ตัวได้ เราไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่น คิดว่าตัวเองสามารถแก้ได้ทุกปัญหา หรือ แก้ปัญหาโดยใช้ความเคยชินของตัวเองมากกว่าที่จะใช้วิธีใหม่ ๆ ที่ได้มาจากคนอื่น สุดท้ายเราก็อาจมานั่งกลุ้มใจทีหลังว่า งานที่ออกมาทำไมมีข้อผิดพลาดมากมายขนาดนี้ ทำไมตอนทำอยู่เราถึงไม่สังเกตเห็นมันกันนะ นี่เป็นตัวอย่างของคนที่มีวิสัยทัศน์อุโมงค์ (Tunnel Vision) ซึ่งเป็นมายเซ็ทที่ส่งผลเสียต่อการทำงานของเราอย่างมาก มันอาจทำให้เราผิดพลาดมากขึ้น ได้ประโยชน์จากงานน้อยลง และส่งผลเสียต่อทีมเวิร์กอีกต่างหาก เราเห็นคนทำงานหลายคนเป็นแบบนี้กัน เลยอยากมาอธิบายซะหน่อยว่ามีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราสามารถออกมาจากอุโมงค์ได้ WHAT IS TUNNEL VISION ? ลองจินตนาการดูว่า เรากำลังขับรถ หรือ นั่งอยู่บนรถสักคันหนึ่ง เมื่อมันเคลื่อนที่เข้าสู่อุโมงค์ที่อยู่เบื้องหน้า แน่นอนว่า การมองเห็นของเราก็คงจะเริ่มแคบลง จากเดิมที่เรามองเห็นถนนกว้าง ๆ บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง หรือ ธรรมชาติ ที่อยู่ริมถนน การเข้าอุโมงค์ก็ทำให้เราเห็นเพียงกำแพง ทางเดินรถแคบ ๆ และรถคันอื่นที่ร่วมทางกับเราเท่านั้น ส่วนสิ่งที่อยู่ภายนอกนั้น เรามองไม่เห็นมันเลยจนกว่าจะออกมาจากอุโมงค์ วิสัยทัศน์อุโมงค์ (Tunnel Vision) จึงเปรียบได้กับการที่เราโฟกัสไปที่ส่วนหนึ่งของปัญหาหรืองานอย่างหนัก จนเราไม่ได้โฟกัสไปที่ปัญหาอื่น ซึ่งสุดท้ายเราอาจจะแก้ไขปัญหานั่นไม่ได้ หรือ