จะเดินจะเหินไปที่ใดก็ไม่ได้หายใจเต็มปอด เพราะตอนนี้ฝุ่น PM 2.5 ได้กลับมายึดครองบ้านเมืองเราอีกครั้ง หลาย ๆ คนที่ยังไม่ได้ซื้อเครื่องกรองอากาศก็อยากให้พิจารณากันอีกครั้ง ถึงราคาจะสูงหน่อย แต่เพื่อสุขภาพที่ดีมีติดบ้านไว้สักเครื่องก็เพื่อตัวคุณเองนะครับ แต่หากกล่าวถึงคำว่า ‘ฝุ่น’ ในโลกดนตรี เราค้นพบว่ามีศิลปินหลายคนทีเดียวที่นำคำ ๆ นี้มาเขียนในเพลง เนื่องด้วยมันเป็นสิ่งใกล้ตัวไม่ต่างกับสายลมแสงแดด แถมยังเป็นตัวร้ายของมวลมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน ฝุ่นจึงถูกนำมาตีความแตกต่างกันไป อย่างไทยเราก็มีทั้งเพลง ฝุ่น ของ Big Ass หรือ ทางของฝุ่น ของอะตอม ชนกันต์ WEEKLY PLAYLIST สัปดาห์นี้ เราจึงรวบรวมเพลงสากลเกี่ยวกับฝุ่นที่น่าสนใจมาให้คุณได้ลองฟังกันบ้าง Cities in Dust – Siouxsie And The Banshee Siouxsie And The Banshees เจ้าแม่ Goth-Rock ยุค 70-80 ก็มีเพลงที่ชื่อว่า Cities Of Dust แปลเป็นไทยก็คือ ‘นครแห่งฝุ่น’ (กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันหรือเปล่าเนี่ย)
หากคุณเป็นหนึ่งในสมาคมชาว Netflix ที่ใช้งานมาสักพักแล้ว คงจะทราบว่า ซีรีส์ หนัง หรือแม้กระทั่งสารคดีบางเรื่องที่ไม่ใช่ Original Content ของเขาเอง จะหมุนเวียนการฉาย ไม่ได้มีให้ดูตลอดไป ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ แต่ก็มีข้อเสีย เพราะอาจทำให้เราพลาดอะไรดี ๆ ไป แถมทาง Official เองก็ไม่ได้โปรโมตทุกเรื่อง วันนี้ UNLOCLMEN ขอเอาใจคอเพลงโดยเฉพาะ แนะนำ 5 สารคดีนักดนตรีน่าสนใจจาก NETFLIX ที่มีให้รับชมอยู่ในช่วงนี้ การันตีเลยว่ายกมาแต่ระดับตำนานเท่านั้น แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะถูกถอดออกจากแพลตฟอร์มไปเมื่อไหร่ ฉะนั้นถ้ามีเวลาก็อาจจะต้องรีบเสพรีบดูกันสักนิดนะครับ How the Beatles Changed the World วงระดับ The Beatles มีสารคดีให้รับชมไม่รู้กี่ตัว ไหนจะหนัง Biopic หรือหนังที่อ้างอิงถึงอีกมากมาย แต่สารคดี How the Beatles Changed the World นี้ จะเล่าในมุมมองการเกิดขึ้นและมีอยู่ของ The Beatles
เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody ปลุกกระแสให้ตำนานไม่มีวันตายอย่างวง Queen กลับเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูอีกครั้ง เรื่องความเจ๋งของเขาเราไม่เถียง เพราะพวกเขาเป็นวง Glam Rock ระดับตำนานที่ไม่มีใครมาล้มล้างได้ แต่ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าหนังเรื่องนี้มีส่วนทำให้วงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แถมยังขยายฐานแฟนเพลงเด็กรุ่นใหม่มากมาย แม้สมาชิกในวงจะอายุรุ่นราวคราวปู่ ล่าสุดก็มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว เมื่อโรงกษาปณ์ The Royal Mint แห่งสหราชอาณาจักรประกาศคอลเลกชันใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ความยิ่งใหญ่ของวง โดยเป็นชุดแรกของคอลเลกชันในหมวด ‘Music Legends’ ซึ่งวงแรกที่ได้รับเกียรตินั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากพวกเขาวง Queen แน่นอนว่าเหรียญระดับพรีเมียมแบบนี้ไม่ได้มาแค่ชิ้นเดียว แต่ผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกสรร (ถ้ากำลังทรัพย์ของคุณมากพอ) แบบธรรมดาราคา 13 ปอนด์ (ราว 514 บาท) แบบมีซองรูปวง Queen ราคา 15 ปอนด์ มีทั้งแบบธรรมดาและแบบ Limited Edition ผลิตแค่ 25,000 ชิ้น (ราว 593 บาท)
มวลมหาดราม่ากับวงดนตรีมีชื่อเสียงนั้นเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน ยิ่งวงอินดี้รุ่นใหม่ที่มีฟรอนต์แมนฝีปากกล้าอย่าง THE 1975 พวกเขาผ่านดราม่ามามากจนนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวในรอบปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ออกไปให้สัมภาษณ์อะไรสุ่มเสี่ยงที่รายการไหน อย่างไรก็ไม่รอดอยู่ดี ล่าสุดก็เป็นเรื่องเป็นราวอีกแล้ว เมื่อศิลปินหนุ่ม Lauv (เจ้าของเพลงฮิต I Like Me Better, Paris In The Rain) ปล่อยมิวสิควิดีโอตัวใหม่ล่าสุด Tattoos Together ออกมา ซึ่งก็ดูเฮฮาน่ารักดี แต่บรรดาแฟนคลับนี่สิ ดันปั่นกันไปใหญ่โตว่ามันเหมือนมิวสิควิดีโอเพลง Sincerity Is Scary ของ THE 1975 ซะงั้น อันที่จริงมันก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากการเดินไปเต้นไป มีผู้คนตามถนนมาเต้นด้วยเยอะ ๆ เพียงแต่สถานที่ตรงฉากหลังมันก็ดูไปในทิศทางเดียวกันจริง ๆ ซึ่งตัว Lauv เองพอรู้ข่าวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบส่งข้อความไปขอโทษขอโพย Matt Healy ฟรอนต์แมน The 1975 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ จากนั้นก็นำข้อความที่คุยกันนั้นมาโพสต์ทางทวิตเตอร์วันที่ 17 มกราคม เพื่อยืนยันว่าเขาทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกันแล้วเรียบร้อย
หลังจากคราวก่อนที่ WEEKLY PLAYLIST ได้รวบรวม “10 บทเพลงเบสหนึบ ตึ้บในหู” กันไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากคอเพลงชาว UNLOCKMEN อย่างเป็นที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว ครั้งนี้เราจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะได้ถอยภาคต่อรอเสิร์ฟแขกผู้มีใจรักเสียงเพลงทุกท่านกันแล้วเรียบร้อย พูดถึงเบสกันไปแล้ว ก็ถึงคราวของขุนพลแห่งจังหวะอย่าง ‘กลอง’ กันบ้าง มาดูกันว่าจะมี 10 เพลงกลองเด็ดเจ็ดย่านน้ำจากศิลปินท่านใดบ้างที่นิตยสารดนตรีทั้งหลายเขายกย่องว่าเนี่ยแหละกองเทพ! เผื่อจะมีบางเพลงที่ยังไม่เคยฟังหรือไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าเทพมากขนาดนี้ งานนี้ชาวร็อกที่รักการ Headbang เตรียมคอเคล็ดกันได้เลย My Generation – The Who My Generation ของวงร็อกอังกฤษยุค 60 อย่าง The Who เป็นหนึ่งในเพลงที่ติดโผของสื่อหลายเจ้า และอยู่สูงเป็นอันดับ 6 ของเว็บไซต์ ultimate classic rock เลยทีเดียว ไอ้ที่เขาชื่นชมกันว่าดี มันไม่ใช่ว่าจะต้องหวดหนักจนหน้ากลองยุบ แต่ลองคิดดูนะครับว่าโลกเราในปี 60 นั้น ดนตรีเมทัลยังไม่ถือกำเนิดเลยด้วยซ้ำ แต่ Keith Moon กลับมีความกล้าที่จะออกแบบจังหวะกลองบ้าดีเดือดแหกคอกวงดนตรีผู้ดีอังกฤษคนอื่น ๆ ในยุคนั้น
หากกล่าวถึงวัฒนธรรม Punk (พังก์) เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงจะเป็นแฟชั่นที่จัดจ้าน เพลงร็อกรุนแรงบาดหู และแนวคิดหัวขบถต่อต้านสังคม เพราะวัฒนธรรมย่อยประเภทนี้เกิดขึ้นเพื่อปลดแอกวิถีชีวิตของคนบางกลุ่มออกจากกรอบของสังคม พวกเขาใช้ศิลปะและเสียงเพลงในการแสดงออก ต่อต้าน ประท้วง จนสามารถรวบรวมผู้คนที่คิดเหมือนกันให้เป็นปึกแผ่นได้ จากอังกฤษ ไปอเมริกา ต่อมาก็แพร่กระจายไปทั่วโลกและเฟื่องฟูถึงขีดสุดในยุค 1970 ตอนต้น พอเข้าสู่กลางยุค 70 การมาของวัฒนธรรม New Wave (นิวเวฟ) ก็เริ่มต้นขึ้น สิ่งนี้คือดนตรีที่เกิดจากรากฐานของพังก์ร็อก แต่หลอมรวมเอาดนตรีแนวดิสโก้และซาวด์ซินธิไซเซอร์มาผสมผสานให้กลายเป็นเพลงป๊อปแปลกใหม่ที่มีความเป็นศิลปะ ฟังง่าย เป็นมิตรต่อหูคนทุกเพศทุกวัยได้มากกว่าพังก์ พังก์จึงเริ่มเสื่อมความนิยมลงในที่สุด นิวเวฟกลายเป็นขวัญใจใหม่ของผู้คนและได้ขึ้นมาเฉิดฉายในวงการเมนสตรีม ซึ่งวงดนตรีที่ถูกจัดว่าอยู่ในซีนของ New Wave นี้ ก็มีแนวเพลงที่แตกแขนงแยกย่อยไปอีก ไม่ว่าจะเป็น New Romantic, Power Pop หรือ Post-Punk วงดนตรีชื่อดังอย่าง Blondie ก็จัดเป็นแถวหน้าของซีน New Wave นี้เช่นกัน หากพูดกันแค่ในแง่ของดนตรีอาจจะรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างช่างน่าตื่นตาตื่นใจ แต่อันที่จริงสถานการณ์บ้านเมืองนิวยอร์กยุคนั้นกลับไม่ได้สวยหรู เมื่อย่างเข้าสู่ ค.ศ.1977 ภาพฝันอเมริกันชนก็ต้องดับสลาย อเมริกาเป็นพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม คุณภาพประชากรร่วงสู่จุดตกต่ำ แต่ยอดอาชญากรรมกลับพุ่งขึ้นสูง
“รักฉัน รักฉันเถอะนะ จะไม่ทำให้เธอเสียใจ” “ที่เธอเห็นแค่ฝุ่นมันเข้าตา ฉันไม่ได้ร้องไห้” หากบทเพลงของผู้ชายที่ชื่อ ‘อะตอม – ชนกันต์ รัตนอุดม’ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณมาโดยตลอด ขอให้รู้ไว้ว่าเรากับคุณคือเพื่อนกัน จากวันแรกที่เด็กชายอะตอมได้เห็นนักร้องในโทรทัศน์เป็นครั้งแรก เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าในอนาคตตัวเองจะต้องเป็นแบบนี้ให้ได้ ถึงแม้จะเรียนจบปริญญาตรีด้านกฎหมาย แต่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของอะตอมกลับวนเวียนอยู่กับเสียงเพลงมาโดยตลอด และถ้าหากคุณรู้สึกว่าบทเพลงของเขาคือส่วนหนึ่งในชีวิต วันนี้ก็ถึงคราวที่คุณจะได้ไปเรียนรู้ชีวิตของผู้ชายเจ้าของบทเพลงเหล่านั้นกันบ้าง เขาเริ่มต้นการเป็นนักร้องไมค์ทองคำตัวยงบนเวทีประกวดเพลงลูกทุ่งชั้นประถม สู่การเริ่มเขียนเพลงจริงจังในสมัยมัธยม จนถึงวันที่เขาตัดสินใจส่งเดโมให้ค่ายใหญ่ ทุกความสำเร็จล้วนเกิดขึ้นจากความพยายาม หาใช่โชคช่วยหรือการเป็นไวรัลทางอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด บทสนทนาในครั้งนี้จะพาเราทุกคนไปย้อนประวัติศาสตร์บนเส้นทางดนตรีของอะตอมกันอีกครั้ง รวมถึงรับฟังมุมมองด้านกฎหมายลิขสิทธิ์เข้มข้น ที่เราการันตีว่าจะเป็นประโยชน์กับศิลปินและเหล่าผู้สร้างสรรค์ผลงานทุกคนอย่างแน่นอน จุดเริ่มต้นของคุณคือการฝากเดโมเพลงตัวเองไปกับ ‘แอมมี่ The Bottom Blues’ เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อันที่จริงตอนเริ่มต้นไม่ใช่ว่าทำเดโมเลยตามหาตัวพี่แอมมี่เพื่อเอาไปฝากนะ ไม่รู้ว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตอะไรหรือเปล่า วันที่เราไปอัดเดโมเซตสุดท้ายที่เราตั้งใจว่าถ้าเสียเงินให้ห้องอัดที่นี่รอบนี้ แล้วเอาไปส่งรอบนี้ ถ้าไม่รอดก็คือไม่รอด ถือว่าสุดทางแล้ว มีเพลงที่แต่งมาเยอะประมาณ 5-6 เพลง อัดเป็นกีตาร์โปร่งกับเสียงร้อง ซึ่งห้องอัดนี้เราหาจาก Google พยายามหาอันที่ดูดี ที่คนเขาใช้กันเยอะ ๆ ก็ไปเจอห้องอัดนึงชื่อ LopStudio อยู่ตรงตึกลิเบอร์ตี้ ท้ายซอยทองหล่อ แล้วก็เข้าไปอัด
หากกล่าวถึง MAYA MUSIC FESTIVAL หลายคนคงจะคิดถึงงานดนตรีแนว EDM ระดับบิ๊กที่จัดเป็นประจำทุกปี ณ เมืองพัทยา งานเดียวที่จะทำให้เราได้แดนซ์แบบข้ามวันข้ามคืนไปกับบรรดาดีเจชั้นนำระดับโลก สุดเหวี่ยงไปกับแสงสีเสียงและบรรยากาศ จนหลายคนก็พูดปากต่อปากว่าหากปีหน้าจัดต้องมาซ้ำอีกแน่นอน สำหรับปี 2020 นี้ MAYA เขาก็จะครบรอบ 5 ปีเต็มพอดี ครั้งนี้เลยจัดใหญ่ใส่เต็มกว่าเดิม ด้วยการขยับขยาย LIVE STAGE ให้อินเตอร์กว่าที่เคย พวกเขาได้รวบรวมศิลปินแถวหน้าหลากหลายแนวมาไว้ให้คุณได้เต็มอิ่มในเวทีเดียว แถมบางวงยังเป็นวงรุ่นใหญ่ที่ไม่ได้หาดูกันง่าย ๆ งานนี้ใครซื้อบัตรแล้วบอกได้คำเดียวว่ามีแต่คุ้มกับคุ้ม มาทบทวนกันอีกครั้งว่าใน 6 วงนี้จะมีวงอะไรบ้าง เผื่อคนที่ยังลังเลอยู่ว่าจะไปหรือไม่ไปดีจะได้ทราบข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจครับ H 3 F H3F คือวงคนไทยที่ทำเพลงสากล มีสมาชิก 3 คน ได้แก่ ก้อง แม็ก และหม่อม (ชื่อวงของเขาก็ย่อมาจากคำว่า Happy 3 Friends ครับ) แนวเพลงฟังสบายที่ผสมผสานดนตรีหลากหลายแนวเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็น บลูส์ ฟังก์ โซล หรือร็อก กลมกล่อมลงตัว
ช่วงปลายปีที่ผ่านมา บรรดาสื่อดนตรีต่างประเทศต่างออกมาจัดอันดับ ‘สุดยอดเพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล’ ในหมวดต่าง ๆ ตามธรรมเนียมของทุกปี ซึ่งเพลงดีตลอดกาลที่ว่านี้ก็ไม่มีมีดีแค่หัวข้อเดียว เพราะมันยังแยกประเภทออกมายิบย่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพลงร็อกยอดเยี่ยม เพลงป๊อปยอดเยี่ยม เพลงแดนซ์ยอดเยี่ยม แต่มีหนึ่งหัวข้อที่เตะตาเรามาก ๆ จนไม่นำมาพูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือหัวข้อ เพลงไลน์เบสยอดเยี่ยมตลอดกาล นั่นเอง คอเพลงทุกคนคงคุ้นเคยกับวลีติดปากที่มักจะพูดกันว่า เบสหนึบ เบสโหด เบสเทพ ซึ่งไอ้ความรู้สึกเหล่านี้ถ้าไม่ใช่นักดนตรีก็คงจะไม่มีวันรู้ว่าไลน์เบสใครที่เจ๋งสุดในวงการ หรือต่อให้รู้ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เราชอบจะดีที่สุดเสมอไป วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะหยิบยกเพลงไลน์เบสโดดเด่นที่พวกนิตยสารดนตรีดัง ๆ เขาเคลมว่าดีมาบอกต่อบรรดาคอเพลงทั้งหลาย มาดูกันว่าจะมีเพลงอะไรบ้าง แล้วที่ว่าดีนี่มันดีแค่ไหนกันเชียว! Around The World – Daft Punk Select By NME เพลงนี้อยู่ในอันดับ 10 เพลงไลน์เบสยอดเยี่ยมตลอดกาลของ NME แน่นอนว่าวงอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Daft Punk ให้ความใส่ใจเรื่อง Beat ยืนหนึ่งกว่าวงไหน หลายเพลงของพวกเขาไม่มีเนื้อร้องด้วยซ้ำ Around The World เพลงนี้ก็เช่นกัน
วันที่ 10 มกราคม 2020 คือวันครบรอบ 4 ปีที่ราชาเพลงร็อกตลอดกาลอย่าง David Bowie (เดวิด โบอี) ได้จากโลกใบนี้ไป หลายคนจดจำผลงานเพลงของเขา บ้างก็จดจำเขาในฐานะนักแสดง หรือแม้กระทั่งบางคนที่ไม่เคยเสพผลงานของเขาเลยก็ยังสามารถจดจำเขาได้จากแฟชั่นและการแต่งกายอันมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แถมยังมีหลากหลายลุคและมีบุคลิกที่ชวนจดจำ เขาคนนี้เป็นดั่งผลงานศิลปะที่มีชีวิต แถมยังรู้จักเปลี่ยนแปลงปรับตัวตามยุคสมัย ทำให้ตลอดชั่วชีวิตของเขาเต็มไปด้วยสีสันและควาฟน่าสนใจ แถมยังกลายเป็นแรงบันดาลใจต่อผู้คนบนโลกในทุก ๆ วงการ ไม่ว่าจะเป็นในแง่งานเพลง การแสดง จนไปถึงการวงการแฟชั่น คนอย่างเดวิด โบอีไม่จำเป็นต้องตามแฟชั่น แต่เป็นแฟชั่นต่างหากที่มีเขาเป็น Trendsetter! เพลง Space Oddity – David Bowie โบอีล้ำหน้ากว่าผู้คนไปก้าวหนึ่งเสมอ ลองคิดดูสิครับว่าเพลง Space Oddity ที่แต่งออกมาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เหตุใดเรานำมาเปิดฟังในวันนี้มันก็ยังคงเข้ากับความไซไฟในทุกยุคทุกสมัย ต่อมาช่วงปลาย 70 เขาก็ยังเป็นคนแรก ๆ ที่นำซาวด์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในเพลงก่อนดนตรีแนวซินธ์ป๊อปจะเฟื่องฟู หรือแม้กระทั่งในยุค 90 ที่โลกเต็มไปด้วยเพลงกรันจ์ร็อกและบริทป๊อป เดวิด โบอีกลับเลือกที่จะทำเพลงแนว Drums and
“โปรดเห็นใจฉันหน่อย ปล่อยให้ตัวฉันไป” ประโยคเชือดเฉือนใจบนทำนองเศร้าซึมจาก Moving and Cut ได้เข้าไปครอบครองหัวใจใครหลายคน จนเหล่าสมาชิกศาลาคนเศร้าต่างสถาปนาตัวเองเป็นแฟนเพลงของเขา ตั้งแต่ยังมีสมาชิกวงเพียงคนเดียว และไม่ได้ทำเพลงกันเป็นอาชีพ บ้างก็พบเจอพวกเขาจาก Youtube ได้ยินผ่านคลื่นวิทยุเพลงอินดี้ หรือรู้จักผ่านเพลย์ลิสต์เพลงเศร้าในช่องทางสตรีมมิงต่าง ๆ เรื่องมันเริ่มจาก มีน (นักร้องนำ) เริ่มปล่อยเพลงที่เขาทำเองลงบน Youtube โดยตั้งใจให้สิ่งนี้เป็นเพียงงานอดิเรก จนกระทั่งเพลงที่ปล่อยไว้เริ่มมีผู้คนให้ความสนใจ ยอดวิวพิ่มพูนขึ้นและเกิดการติดต่อจ้างงาน Moving and Cut ให้ไปเล่นสด ๆ ต่อหน้าผู้ชม ทำให้มีนตัดสินใจชวนสมาชิกที่เหลือมารวมตัวกัน ได้แก่ การ์ตูน เพื่อนสมัยเรียนลาดกระบังมาเป็นมือซินธิไซเซอร์ บุ๊ค มาเป็นมือกีตาร์ ต้น มาเป็นมือกลอง และ ต้นหยาง อดีตสมาชิกวง SomeMary มาเป็นมือเบส ก็เป็นอันสมบูรณ์ครบในที่สุด จากจุดเริ่มต้นที่สวยงามสู่คอนเสิร์ตสุดประทับใจที่เพิ่งผ่านมาในอีเวนต์คอนเสิร์ตต่อเนื่องตลอด 5 วันในเชียงใหม่งาน “Independence Day” (สัปดาห์แห่งการปลดปล่อย) ที่จัดขึ้นโดย LEO หลายคนยังคงประทับใจการขึ้นเวทีแสดงสดวันสุดท้ายของพวกเขาและยังกระหายเรื่องราวเพิ่มขึ้น วันนี้ UNLOCKMEN จึงมาเยือนเขาถึงบ้านพักย่านพระโขนง สถานที่รวมตัวของสมาชิกวง
‘วงดนตรียิ่งอยู่นาน ๆ พลังยิ่งหมด’ วลีนี้อาจไม่จริงเสมอไป เพราะในโลกดนตรีอันแสนกว้างใหญ่ยังมีวงดนตรีอีกมากที่ ‘ยิ่งแก่ยิ่งเก๋า’ ยิ่งอายุมากประสบการณ์ก็มากตาม และถ้าจะพูดถึงวงดนตรีแถวหน้าสักวงในไทยที่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ เราเชื่อว่า Paradox อาจเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ช่วงชีวิตของใครหลายคน อาจเคยมีบทเพลงของพวกเขาเป็นซาวด์แทร็กประกอบ ผลงานของพวกเขามีตั้งแต่เพลงรักหวานซึ้ง จนไปถึงบ้าระห่ำสุดขั้ว ราวกับพจนานุกรมของวง Paradox ไม่มีคำว่าจำเจ วันนี้เราจะพาทุกคนไปล้วงลึกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของวง Paradox จากปากสมาชิกทั้งสี่ ต้า (ร้องนำ), สอง (มือเบส), บิ๊ก (มือกีตาร์) และโจอี้ (มือกลอง) ตัวจริงเสียงจริง อะไรที่ทำให้พวกเขายังผงาดง้ำค้ำโลก รักษาความสดใหม่ พร้อมจะยิงมุกใส่แฟนเพลงได้ราวกับกระสุนที่ไม่เคยหมดแม็ก ตบท้ายด้วยไฮไลต์เด็ดที่ทุกคนอยากรู้ ‘เคล็ดลับซื้อหวยอย่างไรให้ถูก’ จาก สอง Paradox! เข้าปีที่เท่าไหร่แล้วสำหรับวง Paradox สอง: 22 ปีแล้วครับ ผมขอนับตั้งแต่อัลบั้มแรกวางแผง ไม่ได้นับตั้งแต่ตอนตั้งวงละกัน เพราะเดี๋ยวมันจะแก่ไปกว่านี้ (หัวเราะ) จากเพลง ‘ฤดูร้อน’ ถึงเพลง ‘ฤดูฝน’ การเดินทางของวง เป็นอย่างไรบ้าง ต้า:


