สมัยเรียนเคยกันไหม ? ทั้ง ๆ ที่พยายามอ่านหนังสือและตั้งใจเรียนมาตลอด แต่พอถึง 1 วันก่อนสอบ เรากลับเลือกที่จะนอนดึก วันสอบเลยไม่ค่อยพร้อมทำข้อสอบเท่าไหร่ หรือ ตอนทำงาน เคยมีช่วงที่ต้องนำเสนอโปรเจ็กต์ใหญ่ แต่พยายามทำตัวเองให้ไม่พร้อมนำเสนอไหม ? พฤติกรรมทำลายตัวเองเหล่านี้เรียกว่า “Self-handicapping” ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อเราต้องการป้องกันความเจ็บปวดจากความล้มเหลวหรือผิดหวัง มันจะเปิดช่องให้เราโทษอย่างอื่นได้ เช่น เมื่อผลการสอบแย่ เราสามารถโทษเพื่อนที่ชวนนอนดึกได้ โดยไม่ต้องโทษตัวเองที่ไม่ยอมเตรียมพร้อม หรือว่า ตอนที่ทำงานได้ไม่ดี เราจะสามารถโทษบรรยากาศที่ไม่เป็นใจแทนที่จะโทษตัวเองที่ไม่ยอมตั้งใจทำงานได้เหมือนกัน แม้ Self-handicapping จะปกป้องใจเราได้จริง แต่มันก็ทำให้เราทำงานได้แย่ลง ตัดสินใจได้แย่ลง และใช้ชีวิตได้แย่ลงเหมือนกัน เราเลยอยากให้ทุกคนรู้ทันอาการ Self-handicapping พร้อมแนะนำวิธีที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถผ่านมันไปได้ดีด้วย Self-handicapping เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ถ้าพูดกันตาม common sense ใคร ๆ ก็อยากประสบความสำเร็จ และก้าวหน้าในสิ่งที่ตัวเองทำกันทั้งนั้น Self-handicapping จึงไม่น่าจะเป็นพฤติกรรมของคนปกติสักเท่าไหร่ แต่ความเป็นจริง Self-handicapping เกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะธรรมชาติของมนุษย์มักรับความผิดหวังไม่ได้ พอทำพลาดขึ้นมา มักรู้สึกไม่สบายใจ เครียด ซึมเศร้า
เวลาเราทำงาน เรามักจะทำกันเป็นกลุ่ม เพราะมันช่วยให้เราทำงานใหญ่ได้ดีกว่า เสร็จเร็วกว่า และอาจมีคุณภาพที่มากกว่าการทำงานเดียวคน แต่บางครั้งมันก็ทำให้เกิดการอู้งานได้ง่ายเหมือนกัน เพราะสมาชิกบางคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองต้องช่วยงานอะไร แถมยังไม่กล้าถามคนในกลุ่มด้วย หรือ บางคนอาจเห็นว่างานที่ตัวเองทำได้ถูกคนอื่นรับผิดชอบไปหมดแล้ว จึงส่งผลให้เกิดอาการอู้ขึ้นมา แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร การอู้งานส่งผลเสียต่อการทำงานแน่นอน เพราะมันทำให้งานไปต่อได้ช้า อาจเสร็จไม่ทันกำหนด และทำให้คุณภาพของงานกลุ่มลดลงอีกด้วย ดังนั้น เราอยากมาแนะนำวิธีการรับมือกับกลุ่มคนอู้ เพื่อให้งานเสร็จได้เร็วขึ้น และเพื่อให้องค์กรใช้ประโยชน์จากพนักงานได้ถึงขีดสุด สร้างทีมให้เล็กที่สุด หัวหน้าบางคนอาจชอบการทำงานเป็นทีมที่มีคนจำนวนมาก เพราะเชื่อว่ายิ่งมีคนเยอะ ก็ยิ่งช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้มาก แต่ในความเป็นจริง ยิ่งสมาชิกกลุ่มใหญ่เท่าไหร่ จะยิ่งทำให้เกิดอาการขี้เกียจได้มากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากการทำงานเป็นกลุ่ม อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องลงแรงให้กับงานมาก เพราะมีคนอื่นช่วยอยู่แล้ว หรือ บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน ไม่มีงานให้ทำ ซึ่งเกิดขึ้นได้จาการกำหนดจำนวนสมาชิกที่ไม่เหมาะสม เราเลยอยากแนะนำให้เปลี่ยนความคิดจาก ‘การสร้างทีมทำงานที่ใหญ่’ เป็น ‘การแตกทีมทำงานที่ใหญ่ออกเป็นทีมย่อย’ โดยกำหนดให้แต่ละทีมมีสมาชิกไม่เกิน 3 – 5 คน และจำไว้ว่ายิ่งทีมเล็กเท่าไหร่ แต่ละคนในทีมจะยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น และอยากอู้งานน้อยลง สร้างกฎกลุ่มและบทลงโทษทีชัดเจน การทำงานแบบไม่มีการทำข้อตกลงร่วมกัน อาจสร้างคนขี้เกียจได้มากเหมือนกัน เพราะบางคนไม่สนใจว่า อาการขี้เกียจ จะส่งผลเสียต่อทีม แถมไม่กฎอะไรมาลงโทษเมื่อพวกเขาขี้เกียจด้วย จึงอู้กันต่อไป ดังนั้น