Work
IMPROVE YOURSELF
  • Work

    CRAY X สมาร์ทพาวเวอร์สูท ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดความแข็งแกร่งของผู้สวมใส่ให้เป็นยอดมนุษย์

    By: BAO July 15, 2020

    เคยรู้สึกว่าอยากมีความแข็งแกร่งสามารถยกของหนักๆ ได้ นานๆ แต่ขี้เกียจออกกำลังกายรึเปล่า? บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเยอรมัน อาจทำให้ฝันของเราเป็นจริงได้ เมื่อเร็วๆ นี้ ทางบริษัทได้เริ่มจำหน่ายชุดพาวเวอร์สูทตัวใหม่ ที่ช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหว และเสริมพลังของผู้สวมใส่ให้สามารถยกของหนักได้มากขึ้นและนานขึ้นกว่าปกติ The 4th generation cray x ชุดสมาร์ทพาวเวอร์สูทรุ่นใหม่ของบริษัท german bionic ที่ผสมผสานสติปัญญาของมนุษย์กับพลังงานจักรกล ถูกผลิตขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่ว่า จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในที่ทำงาน สมาร์ทพาวเวอร์สูทชุดนี้มาพร้อมกับ servo motors ประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของผู้สวมใส่ให้สามารถยกของหนักสูงสุด 28 กก. พร้อมแบตเตอร์รี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชม. แต่ชุดนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่ทำให้เรายกของหนักได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว มันยังมาพร้อมกับระบบอัพเดทซอฟแวร์อัตโนมัติ และระบบ Predictive Maintanance ที่จะช่วยให้เราแน่ใจได้ว่าสมาร์ทเวอร์สูทจะทำงานได้อย่างยาวนานที่สุด แถมผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทพาวเวอร์สูทกับระบบของโรงงานอัจฉริยะ (smart factory) เพื่อกระตุ้น productivity สุขภาพ รวมถึงความปลอดภัยของคนงานได้อีกด้วย ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของสมาร์ทพาวเวอร์สูทชุดนี้ คือ มันมีส่วนประกอบของคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งที่มากกว่าเหล็ก แต่มีน้ำหนักเบา มันจึงเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (aerospace) รวมถึง การแข่งขัน Formula 1

    อ่านต่อ
  • Work

    ขอโทษส่ง ๆ ไม่ช่วยอะไร ‘5 วิธีขอโทษอย่างจริงใจและมืออาชีพ’ใช้ได้ทุกสถานการณ์

    By: PSYCAT July 15, 2020

    “ขอโทษด้วยแล้วกัน” คือคำขอโทษที่ออกมาจากปากของผู้นำระดับประเทศ ที่หลายคนอาจสงสัยว่าตกลงนี่คือคำขอโทษใช่ไหม? เป็นการขอโทษอย่างจริงใจหรือเปล่า? หรือผู้พูดรู้สึกผิดมากน้อยแค่ไหน? ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคำที่สื่อสารผิด หรือเพราะไม่ทันสำรวจตรวจตราถี่ถ้วน แต่การขอโทษคือกระบวนการที่จำเป็นอย่างยิ่งทั้งในแง่การทำงาน และในความสัมพันธ์ การขอโทษเป็นไปทั้งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพื่อบอกว่าเราเสียใจในการกระทำของเรา และมีจุดประสงค์เพื่อให้อีกฝั่งที่เราทำเขาเดือดร้อนหรือทำให้เขารู้สึกเสียใจ รู้สึกดีขึ้น รวมถึงพร้อมจะให้โอกาสเราใหม่ บนโลกนี้ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาด แต่ผิดพลาดแล้วจะสื่อสารอย่างไรไม่ให้ยิ่งดูแย่ลง เราควรเรียนรู้วิธีขอโทษอย่างจริงใจและมืออาชีพเอาไว้เพื่อนำไปใช้ให้ได้ทุกสถานการณ์ การขอโทษไม่ใช่แค่คำว่า “ขอโทษ” เท่านั้น แต่การระบุว่าขอโทษเรื่องอะไร คือการเพิ่มน้ำหนักให้คำขอโทษของเรา รวมถึงแสดงให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเราสำรวจตัวเองและมองเห็นความผิดพลาดนั้นแล้ว บางครั้งการพูดว่าขอโทษส่ง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด แต่การใช้เวลาสำรวจถึงความผิดพลาดของเราจนมาสื่อสารกับอีกฝ่ายได้ เป็นการเน้นย้ำเจตนาที่จะเรียนรู้ของตัวเรา อีกทั้งทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเราเข้าใจความผิดพลาดจริง ๆ ไม่ใช่แค่มาพูดขอโทษให้รู้ว่ามาขอโทษแล้วเท่านั้น ลองนึกตามง่าย ๆ ว่าถ้าในที่ประชุมมีเพื่อนร่วมงานเผลอใช้อารมณ์ ขึ้นเสียงกับเรา โดยที่ไม่ใช่การถกเถียงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล การที่เขาเดินเข้ามาบอกว่า “เมื่อวานขอโทษแล้วกัน” กับ “ขอโทษนะที่เมื่อวานผมขึ้นเสียงใส่คุณและใช้อารมณ์ในที่ประชุม แถมสติหลุด ไม่ใช้เหตุผลในการสื่อสารอีก” การระบุให้ชัดว่าเขาขอโทษเรื่องอะไรนั้นดูจริงใจและแสดงให้เห็นว่าเขาสำนึกผิดมากกว่าการพูดว่าขอโทษอย่างเดียว หลายครั้งการให้อภัย การยกโทษให้ ก็ไม่ได้มาจากแค่การขอโทษให้พ้น ๆ ไป แต่ต้องร่วมกับการที่อีกฝั่ง พอจะเข้าใจการกระทำของเราร่วมด้วย อย่างไรก็ตามการบอกว่าเราทำแบบนั้นเพราะอะไร ต้องไม่ยืดยาว และไม่ทำเหมือนว่าเราโน้มน้าวเพื่อบอกว่าเราไม่ผิด แต่เป็นการบอกอย่างกระชับว่าอะไรทำให้เราทำแบบนั้น หรือเป็นแบบนั้น “ขอโทษนะที่เมื่อวานผมขึ้นเสียงใส่คุณและใช้อารมณ์ในที่ประชุม

    อ่านต่อ